ข่าววันนี้
เดลี่เมล์ รายงานว่า อันเดรย์ เมลนีเชนโค วัย 46 ปี มหาเศรษฐีพันล้านชาวรัสเซีย ได้อวดโฉมซูเปอร์เรือยอชต์ Sailing Yacht A ขณะเลียบชายฝั่งโมนาโก ระหว่างการแข่งขันรถฟอร์มูล่าวัน โมนาโค กรัง ปรีซ์ ซึ่ง แดเนียล ริคเซียร์โด คว้าชัยชนะการแข่งขัน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา AFP/Getty Images Sailing Yacht A เป็นเรือยอชต์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยขนาดยาวถึง 468 ฟุต (142.6 เมตร) ความสูง 8 ชั้น มีสระว่ายน้ำและลานจอดเฮลิคอปเตอร์ ราคาสูงถึง 360 ล้านปอนด์สเตอร์ลิง (15,327 ล้านบาท) คุณสมบัติขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ไฮบริดดีเซลและไฟฟ้าพร้อมใบพัดขวางควบคุมการทำงานได้ ออกแบบมาเพื่อรองรับผู้เข้าพัก 20 คน รวมทั้งลูกเรือจำนวน 54 คน AFP/Getty Images เรือยอชต์ดังกล่าว ตั้งชื่อว่า Sailing Yacht A เพราะนายเมลนีเชนโคต้องการให้เรือของตนได้รับการจดทะเบียนขนส่งรายแรก โดยผลิตขึ้นในเมืองคีล ประเทศเยอรมนี โดย โนบิสครุก บริษัทของนายเมลนีเชนโค ซึ่งควบคุมดูแล ยูโรเคม บริษัทผู้ผลิตปุ๋ยของรัสเซีย อันเดรย์ เมลนีเชนโค/Bloomberg ฟอร์บส์ นิตยสารธุรกิจชื่อดัง จัดให้นายเมลนีเชนโค นักธุรกิจอุตสาหกรรม ติด 100 อันดับ บุคคลรวยที่สุดในโลก ด
เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี ว่าที่ร้าน “อุดรบู๊ตังลิ้ม” อาคารพาณิชย์ 3 ชั้น 2 คูหา เลขที่ 497/10 ถนนโพศรี ต.หมากแข้ง เทศบาลอุดรธานี นายชูชาติ บูรรุ่งโรจน์ หรือเฮียปิงปอง อายุ 43 ปี เจ้าของร้านขายไข่ผู้ใจบุญ ได้ประกาศในโลกโซเชียลว่าบริจาคไข่ไก่ให้แก่องค์กร มูลนิธิ หรือแม้แต่ผู้ยากไร้ หากสถานที่ใดต้องการความช่วยเหลือให้ติดต่อมาทางร้าน พร้อมระบุด้วยว่าไม่ได้อยากดังแต่อยากให้คนมีตังค์ออกมาช่วยกันเยอะๆ นายชูชาติกล่าวถึงที่มาที่ไปว่า ร้านไข่บู๊ตังลิ้มเป็นร้านเก่าแก่ เปิดมานานมากกว่า 40 ปี เป็นเจ้าแรกๆ ของเมืองอุดรธานี ตัวเองเป็นรุ่นที่ 3 ต่อจากอาผู้หญิงที่เสียชีวิตไปเมื่อ 3 ปีก่อน ทำการค้าไข่แบบครบวงจร ทั้งปลีกและส่ง จำหน่ายไข่เป็ด ไข่ไก่ ไข่เค็ม ไข่เยี่ยวม้า ลูกเป็ด ลูกไก่ “ปกติครอบครัวของเราจะทำบุญรวมทั้งบริจาคมาเรื่อยๆ อยู่แล้วผ่านทางวัด สถานที่ดูแลเด็กกำพร้า เด็กพิการ ผู้ป่วยติดเตียง โดยจะเป็นการบริจาคไข่ไก่สดและไข่ข้าว หรือไข่ที่มีเชื้อผสมเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ฟักเป็นตัว ไม่มีไข่แดง แล้วแต่จะมีการร้องขอมา ประมาณสัปดาห์ละ 300-1,500 ฟอง สถานที่ไหนใกล้บ้านก็ไปส่งเอ
วันที่ 29 พ.ค. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ มายังพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง ในการทรงบำเพ็ญพระราชกุศล วันวิสาขบูชา ที่มา : ข่าวสดออนไลน์
เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเนื่องในวันสิขาบูชาพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศได้เดินทางเข้าวัดทำบุญตักบาตรในช่วงเช้าและมีการเวียนเทียนในช่วงบ่ายจนถึงช่วงค่ำ โดยบรรยากาศที่ 3 วัดดังในกรุงเทพฯ ประกอบด้วย วัดสัมพันธวงศาราม วรวิหาร วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และวัดสามพระยาวรวิหาร นั้นในช่วงบายนั้นที่วัดสระเกศฯมีพุทธศาสนิกชนจำนวนมากเดินทางมาทำบุญตักบาตร และขึ้นไปเวียนเทียนที่ภูเขาทอง ส่วนที่วัดสัมพันธวงศ์ และวัดสามพระยา มีพุทธศาสนิกชนเดินทางมายังไม่มากเท่ากับวัดสระเกศ บรรยากาศที่วัดสระเกศ วัดสามพระยา วัดสัมพันธวงศ์
เนื่องในวันวิสาขบูชา พุทธศักราช 2561 สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระคติธรรม ความว่า “ดิถีวิสาขบูชาเวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่งแล้ว นอกจากพุทธบริษัททุกหมู่เหล่า จักได้บูชาพระรัตนตรัยเป็นกรณีพิเศษ ยังเป็นวาระเฉลิมฉลองของชาวโลกตามที่องค์การสหประชาชาติ ประกาศให้วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญสากลของโลก นับเป็นที่น่าอนุโมทนาอย่างยิ่ง สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงสั่งสอนให้เราทั้งหลายรู้เท่าทันจิตใจของตนเองอยู่ตลอดเวลา ความรู้เท่าทันดังกล่าวนี้ คือการรู้แจ้งสภาพธรรมทั้งหลาย ไม่ว่ารูปธรรมหรือนามธรรม ว่าไม่ใช่ตัวตน ไม่ใช่เรา และไม่ใช่ของเรา หากแต่เป็นสภาวะที่เกิดและดับ สลับกันไปมิรู้จบสิ้น ความไม่รู้เท่าทันสภาวะเช่นนี้เองที่อำพรางให้คนเราคิดผิด เปรียบเสมือนการใช้เวลาตลอดชีวิต เพื่อชมมายากลโดยมิรู้เท่าทันว่าภาพอันดำเนินต่อเนื่องนั้นเป็นเพียงมายาที่ลวงตาทั้งสิ้น ถ้าเมื่อใดบุคคลมีความรู้แจ้งในสภาพทุกข์ ความเปลี่ยนแปลง และความว่างจากตัวตน เขาย่อมสามารถละความโลภ ความโกรธ และความหลง ที่ล้วนเกิดจากความเห็นแก่ตัวได้ อย่างไรก็ตาม การจะละคลายความยึดมั่นถือมั่นอันเป็นบ่อเกิดแห่ง
อีกหนึ่งเรื่องราวสุดจ๊าบชวนเรียกรอยยิ้มได้อย่างดี จากกรณีที่มีชาวโซเชียลได้แชร์ภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่ง แต่งกายชุดไดโนเสาร์ปฏิบัติภารกิจหน้าที่อยู่กลางสี่แยกไฟแดง โรงเรียนอนุบาลเมืองนครนายก จนถูกแชร์ต่อไปในโลกออนไลน์มากมาย โดยผู้โพสต์ภาพดังกล่าวนั้นคือผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ธนิต บุษบงค์ หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่แต่งชุดไดโนเสาร์ในภาพนั่นเอง ซึ่งเจ้าตัวได้เผยผ่านคอมเมนต์ข้อความว่า ขอบคุณที่ชอบกัน เพราะตนเองก็ทำงานแล้วก็มีความสุขสนุกกับงาน จุดหน้ารร.ตนดูแลบริการทุกวันที่เข้าเวรปฎิบัติหน้าที่ และการแต่งกายเช่นนี้ปฏิบัติหน้าที่ ทางผู้บังคับบัญชารับทราบและให้การสนับสนุน ทั้งนี้ชาวโซเขียลได้พากันเข้ามาแสดงความเห็นอย่างมากมาย ทั้งบอกว่า “ผู้ใหญ่เห็นแล้วยังมีความสุขขนาดนี้แล้วเด็กๆ จะมีความสุขขนาดไหน” ขณะที่บางส่วนถึงกับบอกว่า ตำรวจที่ขี่ได้โนเสาร์กลายเป็นขวัญใจของลูกตน รวมถึงเด็กหลายคนไปแล้ว เรียกว่าต้องถามหาอยู่ตลอด ที่มา : ข่าวสดออนไลน์
ในแวดวงคนทำมาค้าขายด้านอาหาร หากเอ่ยชื่อ เจ้าของกิจการ นามว่า คุณจงใจ กิจแสวง อาจไม่ค่อยมีใครรู้จัก แต่ถ้าบอก “หมูทอด…เจ๊จง” แล้วหล่ะก็ ร้อยละเก้าสิบ อาจร้อง…อ๋อ! ก่อนออกปาก ของเขาดีจริง ไม่งั้นคงไม่ขายมาได้นานจนป่านนี้ แถมยังมีเส้นทางเติบโต ขยายกิจการไปเรื่อยๆ นับสิบสาขาแล้ว หมูทอดเจ๊จง เกิดขึ้นได้อย่างไร คือ คำถามแรกที่พิธีกรประจำงานสัมมนา “พอแล้วดี” เวิร์กช็อป ครั้งที่ 3 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันก่อน ด้าน คุณจงใจ กิจแสวง เจ้าของกิจการ “หมูทอดเจ๊จง” เจ้าดังย่านพระรามสี่ ในฐานะวิทยากรรับเชิญ กล่าวตอบด้วยลีลาเป็นกันเองว่า จำได้ว่าย้อนไปกว่า 15 ปี ไปซื้อข้าวหมูทอดให้ลูกกิน เขาขายกล่องละสิบบาท ฟังเหมือนถูก แต่พอเปิดออกมามีหมู 4 ชิ้นเรียงกันอยู่ เลยบอกกับลูกเลย เดี๋ยวแม่จะขายบ้าง แล้วจะให้หมูเยอะกว่านี้อีก คุณจงใจ เล่าต่อว่า นอกจากนั้น ยังมีเหตุผลอยากหารายได้เพิ่ม เนื่องจากยังมีหนี้อยู่มาก ตอนนั้น ขายข้าวแกงบุฟเฟ่ต์อยู่ ขายเสร็จบ่ายโมงกลับบ้าน กว่าจะนอนราวสองทุ่ม เลยมีความรู้สึกว่าจะบ้าเกินไปแล้ว คนเป็นหนี้ แต่ทิ้งเวลาไปถึง 8 ชั่วโมง มันไม่ใช่ มันน่าจะมีอะไรทำต่อจากที่เราขายข้าวแกงหมด “มีค
วันที่ 29 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายตาด ลิบยก อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 41/1 หมู่ที่ 6 ต.บางหมาก อ.กันตัง จ.ตรัง ยึดอาชีพตระเวนเก็บใบไผ่ป่าที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ แล้วนำมาร้อยเรียงเป็นมัดๆละ 1,000 ใบ ขายในราคา 150 บาท โดยเริ่มออกจากบ้าน พร้อมภรรยา ตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อออกหาไม้ไผ่ป่าที่เพิ่งแตกยอดใหม่ โดยเฉพาะช่วงหน้าฝน เนื่องจากจะแตกใบใหม่มากที่สุด พร้อมกับได้ของแถมติดไม้ติดมือกลับมาด้วย นั่นคือ หน่อไม้ป่า ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาการทำเงินที่ดีที่สุดของครอบครัวนี้ เพียงแต่ต้องใช้ความพยายามสูงเท่านั้น ทั้งนี้ สองสามีภรรยายึดอาชีพเก็บใบไผ่ขายมานานกว่า 30 ปี จนส่งเสียลูกสาวให้เรียนจบปริญญาตรีได้แล้ว 1 คน เนื่องจากสามารถสร้างรายได้ให้ดีตั้งแต่วันละ 1-2 พันบาท และมีอยู่หลายครั้งที่โชคดีที่สร้างรายได้ให้ถึงวันละ 3 พันบาท ขณะที่การเก็บใบไผ่นั้นก็ไม่ยาก โดยเลือกเฉพาะใบที่เรียวยาว สมบูรณ์ นิ่ม ไม่มีรอยแตกลาย และมีความยาวไม่ต่ำกว่า 1 ฟุต ซึ่งไม่ว่าไผ่ป่าจะมีความสูงขนาดไหน นายตาด ปีนขึ้นไปบนลำต้นและโน้มกิ่งเก็บได้จนหมด แค่สวมถุงมือ รองเท้าบูธ และเสื้อแขนยาว เพื่อป้องกันการระคายเคืองเท่านั้น นอกจากนั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพัทลุงว่า นางจำนง พานิช บ้านเลขที่ 136 หมู่ 3 บ้านด่านโลด เทศบาลตำบลควนเสาธง อ.ตะโหมด จ.พัทลุง เปิดเผยว่า ได้ใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงมาบริหารจัดการครัวเรือน ด้วยการปลูกทุกอย่างที่บริโภคได้ นอกจากนั้นยังมีปศุสัตว์ คือการเลี้ยงวัว และประมง คือการทำบ่อปลา มีครบทุกอย่างโดยไม่ต้องซื้อ “การไม่ต้องซื้อเท่ากับมีเงินเหลือเก็บไว้ใช้อย่างอื่น และหากทุกครัวเรือนดำเนินการรูปแบบนี้ได้ จะไม่ลำบาก และจะมีความเป็นอยู่ที่ดีอีกด้วย ระการสำคัญที่สุดขณะนี้คือการปลูกต้นหม่อนเบอร์รี่ โดย 15 ปีที่ผ่านมาปลูกเริ่มแรกไว้หน้าบ้านประมาณประดับความสวยงาม แซมตามผลไม้ต่าง ๆ เช่น มะม่วง เป็นต้น และปลูกแซมต่ออีกประมาณ 50 ต้น ระยะห่างกันประมาณ 2 เมตร/ต้น นอกจากไว้บริโภคเองยังขายได้ดีอีกด้วย โดยจะมีแม่ค้าประจำมารับถึงที่ โดยราคาขายส่ง 100 บาท / กก. แต่ราคาค้าปลีกในท้องตลาด ปราคาระมาณ 200 บาท / กก.” ทั้งนี้ พ่อค้าแม่ค้ายังนำไปแปรรูปผลิตเป็นน้ำปั่นหม่อนเบอร์รี่ ซึ่งเป็นที่นิยมของผู้บริโภคมาก โดยหม่อนเบอร์รี่ เก็บเกี่ยวได้ทุกวัน สลับสับเปลี่ยนกันแต่ละต้น บางวันเก็บได้วันละ 5-6 กก. รวมแล้วจะให้ผลผลิตป
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เมลอนยูบาริ 2 ลูก ได้รับการประมูลไปเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคมในราคาสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 3.2 ล้านเยน (ราว 932,000 ล้านบาท) ในประเทศญี่ปุ่นที่ถือว่าผลไม้เป็นสัญลักษณ์ในการแสดงสถานะอย่างหนึ่ง ผลไม้ตามฤดูกาลหลายๆ ชนิดในญี่ปุ่นมักจะดึงดูดผู้ซื้อที่พร้อมทุ่มเงินจำนวนมาก ซึ่งเสาะหาชื่อเสียงเกียรติยศทางสังคม หรือจากเจ้าของร้านผลไม้ที่ต้องการจะดึงดูดลูกค้าด้วยอาหารฟุ่มเฟือย เจ้าหน้าที่ทางการจังหวัดฮอกไกโดเปิดเผยว่า ผู้ชนะการประมูลครั้งนี้เป็นบริษัทบรรจุภัณฑ์ผลไม้ท้องถิ่นในจังหวัดฮอกไกโด ในการประมูลเมลอนยูบาริครั้งแรกของปีนี้ ซึ่งจัดขึ้นที่ศูนย์กลางตลาดค้าส่งซัปโปโรทางตอนเหนือของฮอกไกโด จำนวนเงินดังกล่าวที่มากพอสำหรับการซื้อรถใหม่ในญี่ปุ่น ทุบสถิติการประมูลผลไม้เมื่อ 2 ปีที่แล้วที่ 3.0 ล้านเยน (ราว 874,000 บาท) นายทัตสึโร ชิบูตะเจ้าหน้าที่ของตลาดค้าส่งซัปโปโรเปิดเผยว่า “เมลอนยูบาริเติบโตได้ดีในปีนี้จากการที่สภาพอากาศที่มีชั่วโมงของการแดดออกยาวนานนับตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เมลอนยูบาริ ถือเป็นเครื่องแสดงสถานะในญี่ปุ่น เหมือนไวน์ดีๆ โดยผู้คนจำนวนมากนิยมซื้อเป็นของขวั
