ข่าววันนี้
ดวงวันที่ 25 พ.ค. 2561 หมอทรัพย์ สวนพลู ดวงใครดวงมัน หมอทรัพย์ สวนพลู (ไม่ได้รับทำนายเป็นการส่วนตัว) ราศีเมษ เกิดตั้งแต่ 13 เม.ย.-14 พ.ค. ท่านมีโชคดีในเรื่องญาติมิตรและบริวาร มีความคล่องตัวในการเดินทางและติดต่อกับญาติมิตร หาทรัพย์ได้ตามความประสงค์ อาจจะมีอสรพิษและโจรเข้ามาในบ้านท่านได้ ราศีพฤษภ เกิดตั้งแต่ 15 พ.ค.-14 มิ.ย. ท่านมีการติดต่อกับบุคคลจำนวนมาก สามารถดำเนินงานให้เป็นไป ตามความมุ่งหมายของท่านโดยตลอด การเงินและความรักราบรื่น ญาติมิตรเกิดแตกร้าวกันเอง ราศีมิถุน เกิดตั้งแต่ 15 มิ.ย.-15 ก.ค. ท่านอาจถูกลักขโมยทรัพย์สินเล็กๆ น้อยๆ ต่างๆ มีเรื่องตื่นเต้นเล็กน้อยเกิดขึ้นภายในบ้าน มีค่าใช้จ่ายรายวันสูงแต่ไม่กระทบกระเทือน เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นอยู่ในสายตา และความสามารถของท่านที่จะป้องกัน ราศีกรกฎ เกิดตั้งแต่ 16 ก.ค.-16 ส.ค. ท่านจะพบเห็นว่าเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นมีข้อผิดพลาดมาก ท่านต้องให้ความช่วยเหลือร่วมมืออย่างเป็นพิเศษ การให้กำลังใจแก่ผู้ร่วมงานชั้นผู้น้อยเป็นผลดีอย่างยิ่ง เพื่อนนำลาภมาให้ ราศีสิงห์ เกิดตั้งแต่ 17 ส.ค.-16 ก.ย. ท่านได้รับการชดเชยความเสียหายต่างๆ ที่เกิดขึ้น หรื
เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 25 พ.ค. พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการส่งต่อข้อความและภาพที่ระบุ “ประยุทธ์ขอประชาชนจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มเป็น 8 เปอร์เซ็นต์ ถ้าไม่ขึ้นประเทศจะล้มละลาย” ในช่วงนี้ ว่า ข้อความและภาพดังกล่าวเป็นเรื่องเก่าเมื่อเดือน มี.ค. 2560 ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐบาลได้ชี้แจงไปแล้วว่าไม่ได้เป็นเจตนารมณ์ของนายกฯ แต่เป็นการตีความที่คลาดเคลื่อน พร้อมทั้งยืนยันว่าไม่มีนโยบายปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มแต่อย่างใด ส่วนข้อกังวลที่ว่ารัฐบาลจะปรับขึ้นภาษี 9 เปอร์เซ็นต์ (รวมภาษีท้องถิ่นอีก 1 เปอร์เซ็นต์ อัตรารวมคือ 10 เปอร์เซ็นต์) ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2561 ตามที่ได้ประกาศพระราชกฤษฎีกาในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 2 ต.ค. 2560 นั้น นายกฯ ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีแนวคิดที่จะปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามที่ระบุไว้ในกฎหมาย และยังคงไว้ที่อัตรา 7 เปอร์เซ็นต์ เพราะไม่อยากผลักภาระให้ประชาชนเดือดร้อน จึงไม่อยากให้สังคมตื่นตระหนกและหลงเชื่อ หรือนำไปวิพากษ์วิจารณ์จนเกิดความสับสน ทั้งนี้ โดยหลักการแล้วรัฐบาลจะต้องขึ้นภาษีอีก 3 เปอร์เซ็นต์เป็น 10 เปอร์เซ็นต์
ดวงรอบสัปดาห์ เสฏฐวุฒิ ลัคนา (ลั) ราศีเมษ ในรอบสัปดาห์นี้ท่านจะใช้เวลาว่างส่วนใหญ่ให้หมดไปกับการวางแผนเพื่อวางโครงการหรือทำกิจกรรมใหม่ๆ ถ้าดึงผู้อื่นมาร่วมด้วยความคิดและเจตนาของท่านเป็นเรื่องดี แต่บุคลากรคนอื่นจะตามความคิดของท่านไม่ทัน นอกจากนี้พวกเขายังขาดความมั่นใจอีกต่างหาก เหมาะที่จะทำความตกลงในเรื่องสำคัญที่มีการเจรจาอันใกล้จะตกลงอยู่แล้ว โดยเฉพาะที่เป็นคนกันเองหรือสนิทสนมกับท่านมากๆ เพราะถ้าพูดอะไรไปโดยไม่ไตร่ตรอง อาจเกิดบาดหมางใจกันได้ กับเรื่องหัวใจ จะมีความสบายใจได้มากขึ้น คนโสดจะได้ผลประโยชน์และความรักไปพร้อมๆ กัน ลัคนา (ลั) ราศีพฤษภ ในรอบสัปดาห์นี้สิ่งที่คาดคิดว่าจะมีผลประโยชน์เพราะเคยทำสำเร็จมาแล้ว บัดนี้อาจจะกลายเป็นตรงข้ามก็ได้ เนื่องจากสิ่งแวดล้อมและกระแสความนิยมเปลี่ยนไป กลุ่มเป้าหมายของท่านได้แปรเปลี่ยนไปแล้วด้วย ถึงอย่างไรยังมีผู้ใหญ่คอยช่วยเหลือธุรกิจติดต่อหรือการเดินนายหน้าเท่านั้นจะเป็นไปอย่างราบรื่น การเจรจาต่อรองหรือเรียกรับผลประโยชน์ก็จะตกลงกันง่ายขึ้น ปัญหาถ้าจะเกิดขึ้นได้ก็เพราะท่านมักตัดสินใจไม่เด็ดขาด ควรหาความสุขด้วยการเที่ยวเตร่เสียบ้าง ท่านที่มีรักระยะนี้
น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การจัดเก็บรายได้รัฐบาลในช่วง 7 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2561 จัดเก็บได้ 1.29 ล้านล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 6.05 หมื่น ล้านบาท หรือ 4.9% โดยมีสาเหตุจากการนำส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจสูงกว่าประมาณการ 3.04 หมื่นล้านบาท และการจัดเก็บรายได้ของหน่วยงานอื่นสูงกว่าประมาณ 2.31 หมื่นล้านบาท “ในช่วงที่ผ่านมาการจัดเก็บรายได้รัฐบาลสุทธิยังเป็นไปตามที่กระทรวงการคลังประเมินไว้ สำหรับในช่วงที่เหลือของปีงบประมาณ กระทรวงการคลังจะกำกับดูแลให้การจัดเก็บรายได้รัฐบาลสุทธิเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้” น.ส.กุลยากล่าว อย่างไรก็ตามในส่วนของการเก็บภาษี กรมสรรพากร จัดเก็บรายได้รวม 8.99 แสนล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 6,554 ล้านบาท หรือ 0.7% เนื่องจากภาษีมูลค่าเพิ่มเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการ 1.42 หมื่นล้านบาท และภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจัดเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการ 1,958 ล้านบาท ขณะที่กรมสรรพสามิต จัดเก็บรายได้รวม 3.22 แสนล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 2,289 ล้านบาท หรือ 0.7% โดยภาษีที่จัดเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการที่สำคัญ ได้แก่ ภาษีน้ำมัน 7,388 ล้านบาท ภาษีเ
วันที่ 24 พ.ค. น.สพิศมัย จตุรักษ์สมัย แม่ค้าขายกับข้าวและแกงถุงราคา 20 บาท มานานนับ 10 ปี ในพื้นที่ตำบลพิมาน อำเภอเมือง จังวัดสตูล นำเตาถ่านมาก่อไฟเพื่อทำกับข้าวขาย เนื่องจากต้องปรับตัวในยุคสภาวะราคาก๊าซหุงต้มปรับตัวสูงขึ้นเท่าตัว จึงต้องหันมาใช้เตาถ่านปรุงอาหารขาย หากใช้ก๊าซต้องรับปัญหาขาดทุนเท่าตัวเลยทีเดียว แม่ค้าขายข้าวแกงถุง น.ส.พิศมัย กล่าวว่า ยังคงขายในราคา 20 บาท มีอาหารบางอย่างที่ 25-30 บาท และ 50 บาท แต่ส่วนใหญ่ราคา 20 บาท ทางร้านไม่ปรับขึ้นราคาและปริมาณยังคงเท่าเดิม แม้ว่าก๊าซหุงต้มจะสูงก็ตาม จึงนำเตาถ่านมาช่วยลดต้นทุนเพราะบางอย่างก็สามารถปรุงด้วยเตาถ่านได้ ยืนหยัดว่าแพงแค่ไหนก็ไม่ปรับขึ้นในราคาของแกงถุงแน่นอน เปลี่ยนใช้เตาถ่านลดต้นทุน “นอกจากนี้ตนสงสารผู้บริโภคที่มาซื้อหาทาน เพราะหลายๆอย่างมีปรับตัวขึ้นอย่างมาก อะไรที่ประหยัดก็จะประหยัดแต่ ไม่ปรับขึ้นในราคาแกงขาย 20 – 30 เท่านั้นเอง แต่ฝากรัฐบาลวอนช่วยคนทำมาหากินแบบพวกเราด้วย” น.ส.พิศมัย กล่าว แม่ค้าขายแกงถุง ที่มา ข่าวสดออนไลน์
เมื่อวันที่ 23 พ.ค. สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น รายงานม้าสองตัวที่สูงที่สุดและเตี้ยที่สุดในโลก ได้แก่ ม้าพันธุ์บริทิชเชียร์ ชื่อ บิ๊กเจคที่สูงถึง 82.75 นิ้ว และม้าพันธุ์ฟาลาเบลล่า ชื่อ ทัมเบลิน่าที่สูงประมาณ 17.5 นิ้ว ทั้งนี้บิ๊กเจคเริ่มโด่งดัง ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2555 หลังจากมันได้รับแต่งตั้งว่าเป็นม้าที่สูงที่สุดในโลกโดยกินเนสเวิลด์เรคคอร์ด ซึ่งมันสืบสายพันธุ์เบลเยี่ยมที่เป็นหนึ่งในพันธุ์ม้าที่แข็งแรงและมีน้ำหนักมากที่สุด นายเจอร์รี่ กิลเบิร์ต เจ้าของบิ๊กเจคและนักเพาะพันธุ์ม้า ให้สัมภาษณ์ว่า “ผมซื้อมันตั้งแต่มันเป็นลูกม้า น่าจะอายุได้ 3 ปี จากญาติผมนี่แหละ มันตัวใหญ่ไปสำหรับพวกเขา” เขารู้ทันทีเมื่อเจอบิ๊กเจคว่ามันเป็นม้าตัวใหญ่ที่สุดตัวหนึ่งที่เขาเคยเห็น นายเจอร์รี่เผยอีกว่า “มันตัวใหญ่ตั้งแต่เกิด หนักประมาณ 240 ปอนด์ (ประมาณ 109 กิโลกรัม) แล้วพันธุ์ดีด้วย” จากนั้นเมื่อบิ๊กเจคโตขึ้นจนอายุประมาณ 8 ปี ทางเขาและครอบครัวเริ่มตระหนักว่ามันอาจเป็นม้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก จากนั้น นายเจอร์รี่ติดต่อกินเนสไปเมื่อปีพ.ศ. 2553 อีกสองปีต่อมา กินเนสทำการตรวจสอบและประกาศว่าบิ๊กเจคเป็นม้าที่สูงที่สุดในโลก นายเจอร์ร
เมื่อวันที่ 24 พ.ค. นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้ยืนยันค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) ไม่ได้รับผลกระทบจากระดับราคาน้ำมันตลาดโลกที่สูงขึ้น เนื่องจากสูตรของราคาก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าจะอิงราคาน้ำมันเตาย้อนหลัง 6-12 เดือนย้อนหลัง จึงขอให้ประชาชนมั่นใจว่าค่าเอฟทีงวดเดือนก.ย.-ธ.ค. 2561 หรือจนถึงสิ้นปีนี้ จะยังไม่มีการปรับขึ้นแน่นอน แต่จะเห็นผลกระทบจากราคาน้ำมันจะสะท้อนไปยังราคาก๊าซฯ และค่าไฟในช่วงต้นปีหน้า ทั้งนี้ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) จะติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันที่จะส่งผลต่อราคาก๊าซฯ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า และกระทบต่อค่าเอฟที เพื่อพิจารณารายละเอียดดูแลผลกระทบตามความเหมาะสม โดยยอมรับว่าสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลกที่ผันผวนอยู่ในระดับสูงในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันในไทยเฉลี่ยปรับขึ้น 4 บาทต่อลิตร โดยเฉพาะดีเซลเพิ่มขึ้น 3.20 บาทต่อลิตร ก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) เพิ่มขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ 395 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม (ก.ก.) หรือปรับขึ้น 40 บาทต่อถัง โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) วันที่ 24 พ.ค.
เป็นผู้หาเงินบริจาคช่วยคนป่วย พิการ ยากจน มาโดยตลอด สำหรับ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ โดยล่าสุด พบว่า ได้เข้าช่วยเหลือชายหนุ่มพิการทางสายตา ซึ่งมีโรคประจำตัว ไต ความดัน เบาหวาน อาศัยนอนอยู่ใต้สะพานข้ามคลอง ซึ่งก่อนหน้าทีมได้เข้าช่วยเหลือส่งโรงพยาบาลและมีประชาชนบริจาคเงินให้เกือบ 5 แสน โดยมีพี่สาวเข้ามาช่วยดูแล แต่ต่อมาพบว่า เงินที่บริจาคไปนั้น ถูกนำไปใช้จนหมด โดยพี่สาวตัวเอง! ล่าสุดพบว่า บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ได้ขึ้นโรงพักเพื่อพูดคุยกับครอบครัวดังกล่าว โดยพี่สาวของหนุ่มพิการชื่อ นายเพทาย ได้อ้างว่า นำเงินที่คนบริจาคช่วยเหลือไปใช้กินเที่ยวกับสามีจนหมด โอนเงินเข้าบัญชีน้องชาย 7 หมื่นบาท พร้อมกับซื้อทองให้ตัวเอง และน้องสะใภ้ ซึ่งระบุว่า คงไม่มีเงินมาใช้คืน จะให้ติดคุกก็ยอม โดยบิณฑ์ โพสต์ตอนหนึ่งว่า “เมื่อวานนี้ ก็ไม่สามารถทำอะไรที่สาวได้ เพราะเพทาย ไม่อยากจะดำเนินคดี หรือเอาผิด ก็ให้มันไปตามเวรตามกรรม แต่เพทายนี้สิ จะต้องอยู่เนื้อโลกมืดอีกต่อไป ไม่รู้ว่า การรักษาของเขา จะสิ้นสุดวันไหน.. เพื่อนๆครับ.. รายนี้จะเป็นรายสุดท้าย ต่อไปผมจะไตร่ตรองให้ดี จะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก ถ้าเกิดขึ้นอีก ผมก็คงจะห
นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ด ทอท. เมื่อวันที่ 22 พ.ค. ที่ผ่านมา มีมติอนุมัติหลักการเพื่อดำเนินการลงทุนก่อสร้างสนามบินแห่งที่ 2 ของสนามบินเชียงใหม่และสนามบินภูเก็ต (ปี 2561-66) วงเงินรวมทั้งสิ้น 120,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนสนามบินละ 60,000 ล้านบาท สำหรับการก่อสร้างสนามบินทั้ง 2 แห่งนั้น ตามผลการศึกษาของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เห็นว่าพื้นที่บริเวณ อ.บ้านธิ จ.ลำพูน เหมาะสมในการสร้างสนามบินเชียงใหม่แห่งที่ 2 ส่วนสนามบิน ภูเก็ตแห่งที่ 2 เหมาะสมที่จะสร้างที่ บ้านโคกกรวด จ.พังงา ซึ่งพื้นที่ทั้ง 2 แห่ง มีระยะทางห่างจากสนามบินเดิมประมาณ 20-30 กิโลเมตร “หลังจากนี้ฝ่ายบริหารทอท. จะต้องนำเสนอแผนการลงทุนให้กระทรวงคมนาคมพิจารณา ก่อนเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาคาดว่าภายในสิ้นปี 2561 เมื่อขั้นตอนต่างๆ ทางเอกสารแล้วเสร็จ ทอท. จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2562-66 คาดว่าจะก่อสร้างจะแล้วเสร็จและให้บริการได้ไม่เกินปี 2568” นายนิตินัยกล่าวว่า สำหรับงบลงทุน 120,000 ล้านบาท นั้น ยังไม่รวมงบการจัดหาที
รายงานข่าวจากบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การบินไทยประกาศปรับขึ้นค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิง ในเส้นทางบินระหว่างประเทศ จำนวน รวม 59 เส้นทาง โดยจะมีผลบังคับใช้กับบัตรโดยสารที่ออกตั้งแต่วันที่ 12 มิ.ย. 2561 นี้เป็นต้นไป โดยผู้โดยสารจะต้องเป็นผู้รับภาระจ่ายค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิงดังกล่าวทั้งหมด ซึ่งจะส่งผลกระทบทำให้ราคาบัตรโดยสารต่อ 1 เที่ยวการเดินทาง (ตั๋วขาเดียว) ในแต่ละเส้นทางปรับเพิ่มขึ้นดังต่อไปนี้ กลุ่มที่ 1 เส้นทาง ย่างกุ้ง, ฮานอย, เวียงจันทร์, โฮจิมินท์, พนมเปญ ชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจปรับเพิ่มขึ้นอีก 8 เหรียญสหรัฐ ส่วนตั๋วชั้นประหยัดปรับเพิ่มขึ้น 5 เหรียญสหรัฐ, กลุ่มที่ 2 เส้นทาง กัวลาลัมเปอร์ คุนหมิง สิงคโปร์ ธาร์กา กัลกัตตา กวางเจา ฮ่องกง ตั๋วชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจปรับเพิ่มขึ้น 12 เหรียญสหรัฐ ส่วนตั๋วชั้นประหยัดปรับเพิ่มขึ้น 8 เหรียญสหรัฐ กลุ่มที่ 3 เส้นทาง โคลัมโบ, เฉินตู มะนิลา กาธมัณฑุ เซียะเหมิน บังกะลอร์ จากาต้า ไทเป เชนไน ชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจปรับเพิ่มขึ้น 17 เหรียญสหรัฐ ส่วนชั้นประหยัดปรับเพิ่มขึ้น 11 เหรียญสหรัฐ กลุ่มที่ 4 เส้นทาง เดลลี บอมเบย์ บาหลี การาจี ลาฮอร์
