ข่าววันนี้
เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 สมาคมโฮสเทลและที่พักขนาดเล็ก (ประเทศไทย) จัดงานแถลงข่าว “ก้าวใหม่ใหญ่กว่าเดิม : เปิดบทบาทสมาคมโฮสเทลและที่พักขนาดเล็ก (ประเทศไทย)” ณ The Moonlight Hall, Jim Thompson Heritage Quarter เพื่อประกาศทิศทางการดำเนินงานของสมาคมในยุคใหม่ พร้อมสร้างความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการที่พักขนาดเล็ก แพลตฟอร์มท่องเที่ยวระดับโลก และหน่วยงานภาครัฐ ภายในงานมีการนำเสนอวิสัยทัศน์และทิศทางการดำเนินงานของสมาคมในระยะต่อไป โดยกำหนดกรอบยุทธศาสตร์ชัดเจนภายใต้ “3 เสาหลักสำคัญ” เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมที่พักขนาดเล็กของไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน ประกอบด้วย Elevate Standards (ยกระดับมาตรฐาน) สมาคมจะมุ่งส่งเสริมให้สมาชิกเข้าถึงองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการ เทคโนโลยี และแนวปฏิบัติด้านความปลอดภัย เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล พร้อมสนับสนุนการปรับตัวด้านดิจิทัลและการใช้ข้อมูลในการบริหารรายได้และต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ Empower Collaboration (เสริมสร้างเครือข่าย) สมาคมจะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการรายย่อยให้รวมพลังกัน
เมื่อวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา Sam Altman (แซม อัลท์แมน) ซีอีโอของ OpenAI ได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับการตัดสินใจของบริษัท หลังจากที่ทำสัญญากับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เพื่อนำโมเดล AI ของบริษัทไปใช้ในเครือข่ายลับ จนก่อให้เกิดกระแสต่อต้านอย่างหนัก โดยหลังจากมีข่าวออกมา ส่งผลให้ผู้ใช้ถอนการติดตั้ง ChatGPT ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 295% และประกาศเลิกใช้บริการ AI ดังกล่าวแล้วกว่า 1.5 ล้านคน จนเกิดเป็นแคมเปญออนไลน์ที่ชื่อว่า #CancelChatGPT หรือ #QuitGPT ขณะเดียวกัน ผู้ใช้ส่วนใหญ่หันไปใช้ Claude ของ Anthropic ซึ่งเป็นคู่แข่งของ OpenAI ในสหรัฐฯ แทน หลังจากที่บริษัท Anthropic ประกาศว่าจะไม่ร่วมมือกับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ส่งผลให้ผู้บริโภคกลุ่มหนึ่งชื่นชอบจุดยืนของ Anthropic ในเรื่องนี้ ส่งผลให้มียอดดาวน์โหลดขึ้นแท่นอันดับ 1 ใน App Store แซงหน้า ChatGPT ไปแล้วในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งผู้ใช้ยังแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อตกลงของ OpenAI ผ่านการให้คะแนนในแอปฯ โดยรีวิว 1 ดาว ให้กับ ChatGPT พุ่งสูงขึ้น 775% ในวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ จากนั้นเพิ่มขึ้น 100% ในวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา รายงานระบุว่า ปัจ
MK Restaurants เปิดตัว “MK Paradise” ชูคอนเซปต์ A Craftsmanship Premium Suki มอบประสบการณ์ใหม่ในรูปแบบพรีเมียมที่ไม่เหมือนใคร โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์การ “ผัดซุป” แบบหม้อต่อหม้อ รังสรรค์ความสดใหม่และความพิถีพิถันในทุกขั้นตอน พร้อมพาเหรดเมนูใหม่จากวัตถุดิบคุณภาพ ทั้งสุกี้ ติ่มซำ และจานเดี่ยว รวมถึงเมนูเรียกน้ำย่อย ที่ไม่เคยมีมาก่อน ยกระดับประสบการณ์ความอร่อยยิ่งกว่าเคย ภายใต้บรรยากาศร้านที่เสมือนการทานสุกี้ในสรวงสวรรค์ สะท้อนความประณีตและความตั้งใจ ปักหมุดสยามพารากอน ใจกลางเมือง ที่แรกและที่เดียว คุณทานตะวัน ธีระโกเมน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “MK Restaurants อยู่คู่กับคนไทยมานานกว่า 40 ปี และคุ้นเคยกับลูกค้าผ่านหม้อแดง คอนโดแดง และน้ำจิ้มสุกี้ แต่เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ในการทานอาหารมากขึ้น รวมถึงการมองหาความพรีเมียมในทุกแง่มุมของชีวิต ประกอบกับโลเคชั่นที่เจาะกลุ่มไลฟสไตล์คนเมือง เราจึงได้พัฒนาคอนเซปต์ใหม่ที่มอบประสบการณ์พิเศษให้แก่ลูกค้า ทั้งใน
โอกิลวี่ ประเทศไทย ประกาศแต่งตั้ง พีท-ทสร บุณยเนตร ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสร้างสรรค์ (Chief Creative Officer – CCO) โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการบุกเบิกความเป็นเลิศด้านความคิดสร้างสรรค์ และขับเคลื่อนการเติบโตให้กับแบรนด์และลูกค้าอย่างก้าวกระโดด ทั้งในประเทศไทยและทั่วภูมิภาค ทสร บุณยเนตร คือบุคคลที่ได้รับการยอมรับอย่างสูงในวงการโฆษณา มาพร้อมวิสัยทัศน์อันเปี่ยมด้วยพลัง ประสบการณ์อันแข็งแกร่ง และผลงานที่ผ่านบทพิสูจน์ด้านความคิดสร้างสรรค์จากรางวัลมากมายที่ได้รับ ในบทบาทใหม่นี้ ทสรจะรับผิดชอบในการนำทัพทีมงานฝ่ายสร้างสรรค์ บ่มเพาะบุคลากรฝ่ายสร้างสรรค์ และส่งเสริมให้โอกิลวี่รักษาความเป็นผู้นำในการนำเสนอโซลูชั่นการสร้างแบรนด์ที่เป็นนวัตกรรมและเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง การแต่งตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังการตัดสินใจของป้อม-กำพล ลักษณะจินดา ที่จะก้าวลงจากบทบาท CCO หลังจากผ่านประสบการณ์การทำงานมากว่า 25 ปีกับโอกิลวี่ ซึ่งภายใต้การบริหารของกำพล โอกิลวี่ ประเทศไทยได้ยกระดับชื่อเสียงด้านความคิดสร้างสรรค์อย่างโดดเด่น ด้วยสุดยอดผลงานแคมเปญมากมายซึ่งไ
เมื่อวันที่ 5 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจุน วนวิทย์ หรือ อากงจุน ผู้ก่อตั้งพัดลมฮาตาริ ซึ่งเคยเป็นข่าวดังบริจาคเงินให้มูลนิธิรามาธิบดี 900 ล้านบาท เมื่อปี 2565 เสียชีวิตแล้วอย่างสงบ สิริอายุ 89 ปี สำหรับนายจุน วนวิทย์ เกิดเมื่อ 7 พฤษภาคม 2480 ที่กรุงเทพมหานคร ในวัยเด็กไม่ได้เรียนหนังสือในระบบโรงเรียน ทำให้ไม่มีคุณวุฒิทางการศึกษา นายจุน ได้ศึกษาภาษาไทยด้วยตนเอง และศึกษาภาษาจีน จากครูที่สอนพิเศษตามบ้าน ได้เริ่มทำงานเป็นลูกจ้างกวาดพื้นร้านขายข้าวสาร ส่งออกต่างประเทศที่ถนนสี่พระยา ตั้งแต่อายุได้ 12 ปี ก่อนจะเริ่มทำอาชีพต่างๆ ทั้ง ช่างทำทอง ขับรถโดยสารรับจ้าง ลูกจ้างร้านทำป้ายพลาสติก ลูกจ้างโรงกลึง ช่างทำแม่พิมพ์สำหรับฉีดงานพลาสติก จึงได้เห็นช่องทางธุรกิจ ออกแบบและผลิตของเล่นเด็กออกจำหน่าย ตั้งแต่อายุ 28 ปี และด้วยมีความรู้เรื่องการฉีดพลาสติก จึงได้นำความคิดมาผลิตโครงพัดลมพลาสติก ซึ่งสมัยก่อนโครงล้วนทำด้วยโลหะอลูมิเนียม ก่อนเสนอขายชิ้นงานให้กับโรงงานผลิตพัดลมที่มีขณะนั้น จนกลายเป็นที่แพร่หลาย ต่อมา ได้ไปเรียนรู้การพันมอเตอร์ที่ไต้หวัน ก่อนนำมาผลิตพัดลม ที่ใช้ชิ้นส่วนพลาสติกทั้งหมด ออกจ
“สงครามโลก–โรคระบาด เงินอาจไร้ค่า แต่ ‘อาหาร–สมุนไพร–ภูมิปัญญา’ คือคำตอบ ปราจีนบุรีผนึกพลังชุมชน สร้างความมั่นคงอาหาร สู่การอยู่รอดอย่างยั่งยืน หนุนตั้ง 1 ตำบล 1 เกษตรอินทรีย์ ขยายผลทั่วประเทศ โลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งสงคราม ความขัดแย้ง โรคระบาด และภัยพิบัติ กำลังส่งสัญญาณชัดว่า “เงินไม่ใช่คำตอบของการอยู่รอด” ขณะที่ “อาหาร สมุนไพร และองค์ความรู้ท้องถิ่น” กลับกลายเป็นฐานความมั่นคงที่แท้จริงของชีวิต โดยจังหวัดปราจีนบุรีกำลังถูกจับตาในฐานะพื้นที่ต้นแบบของการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน ในงาน “มหกรรมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรไทย ปราจีนบุรี ครั้งที่ 2” ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569 ณ ภูมิภูเบศร ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพร ตำบลบางเดชะ จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งรวบรวมทั้งองค์ความรู้แพทย์แผนไทย อาหารพื้นถิ่น สมุนไพร สปาพื้นบ้าน และนวัตกรรมสุขภาพจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร สร้างความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก บนเวทีเสวนา “อาหารพื้นถิ่นกินเป็นยา” ทุกภาคส่วนเห็นตรงกันว่า ในภาวะ “หยุดโลก” ไม่ว่าจะเป็นสงครามหรือโรคระบาด สิ่งสำคัญที่สุดคือ “อาหารที่ดีต่อสุขภาพ” และความสามารถในการพึ่ง
นายปเนต มหรรฆานุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการเงิน บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC เปิดเผยว่า “ปี 2568 เซ็นทรัล รีเทล ยังสามารถทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง แม้ภาพรวมในภาคค้าปลีก-ค้าส่ง จะเต็มไปด้วยความท้าทาย และแรงกดดันรอบด้านทั้งจากปัจจัยเศรษฐกิจโลก และกำลังซื้อในประเทศที่ชะลอตัว แต่เซ็นทรัล รีเทล ยังสามารถรับมือความผันผวนในทุกมิติได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากความแข็งแกร่งของ CRC Ecosystem ภายใต้กลยุทธ์ New Heights, Next Growth ที่ดำเนินธุรกิจในรูปแบบ Multi-category และ Multi-format ครอบคลุมทั้งแฟชั่น ฟู้ด ฮาร์ดไลน์ และพร็อพเพอร์ตี้ ผสานแพลตฟอร์มออมนิแชแนล รวมถึงยังมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง จากการควบคุมต้นทุน การบริหารโครงสร้างเงินทุนและกระแสเงินสดอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้บริษัทมีสภาพคล่องที่มั่นคงและอัตราส่วนทางการเงินปรับตัวดีขึ้น โดยเซ็นทรัล รีเทล รายงานผลประกอบการจากการดำเนินงานต่อเนื่อง (ไม่รวมประเทศอิตาลี) โดยสามารถสร้างรายได้รวมทั้งปี 2568 อยู่ที่ 253,165 ล้านบาท (+4% YoY) และเฉพาะไตรมาส 4 อยู่ที่ 71,162 ล้านบาท (+12% YoY) พร้อมทั้งสามารถสร้างกำไร
เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงและอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะด้านพลังงาน โลจิสติกส์ และความเชื่อมั่นของตลาดการเงิน กระทรวงพาณิชย์ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์แบบวันต่อวัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ตะวันออกกลางเป็นตลาดที่มีศักยภาพและมีความสำคัญต่อการส่งออกของไทย ทั้งในกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ อิสราเอล และประเทศคู่ค้าในภูมิภาค ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นอาจส่งผลต่อราคาพลังงานโลก ค่าระวางเรือ เส้นทางการขนส่งระหว่างประเทศ และต้นทุนการผลิตของภาคธุรกิจ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือ กระทรวงพาณิชย์ได้มอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ทั้ง 58 แห่งทั่วโลก รายงานสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจ การค้า และมาตรการของประเทศคู่ค้าอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง ยุโรป และสหรัฐอเมริกา ซึ่งอาจได้รับผลกระทบทางอ้อมจากสถานการณ์ดังกล่าว พร้อมทั้งติดตามการเปลี่ยนแ
วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยข่าวดีว่า รัฐบาลไทยและรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน บรรลุข้อตกลงซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (G to G) ปริมาณ 40,000 ตัน โดยมีกำหนดเริ่มทยอยส่งมอบตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป นับเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น และความร่วมมือทางการค้าข้าวระหว่างสองประเทศที่มีมาอย่างยาวนาน พร้อมสั่งกรมการค้าต่างประเทศเดินหน้าเจรจาขายข้าวไทยต่อเนื่อง เพื่อรองรับผลผลิตข้าวนาปรังที่กำลังจะออกสู่ตลาด และช่วยกระตุ้นการส่งออกข้าวไทยให้ขยายตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อเสถียรภาพและระดับราคาข้าวภายในประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า การเจรจาซื้อขายข้าวในรูปแบบ G to G มีความซับซ้อนและต้องผ่านกระบวนการพิจารณาหลายขั้นตอน โดยเฉพาะข้าวขาว 5% ซึ่งเป็นชนิดที่จีนให้ความสนใจและมีปัจจัยด้านราคาเป็นองค์ประกอบสำคัญ อย่างไรก็ดี ตนและท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) ได้มีโอกาสเข้าพบหารือตามคำเชิญของนายจาง เจี้ยน เว่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ซึ่
วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ติดสถานการณ์มะพร้าวน้ำหอมตกต่ำอย่างใกล้ชิด และได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการอย่างเร่งด่วน ซึ่งที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้ออกมาตรการช่วยเหลือที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ – ปลายน้ำ เพื่อพยุงราคามะพร้าวน้ำหอมให้ดีขึ้น ตั้งแต่ช่วงกรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมาแล้ว นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า จากข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หน่วยงานของกระทรวงพาณิชย์ได้บูรณาการร่วมกันและร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ โดยมีการดำเนินการที่สำคัญ ดังนี้ ด้านตลาดในประเทศ กรมการค้าภายใน ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แบ่งเป็น 1. ช่วงราคาตกต่ำรอบแรกใช้มาตรการดูดซับผลผลิตอย่างต่อเนื่อง รวม 830,000 ลูก (กรกฎาคม – กันยายน 2568) ทั้งการเปิดจุดรับซื้อราคานำตลาด ใน อ.บางแพ จ.ราชบุรี และเปิดจุดจำหน่าย รวมทั้งกิจกรรม Pre-Order และกิจกรรม CSR ร่วมกับภาคเ
