ข่าววันนี้
วันที่12 ส.ค. 60 ที่เรินผ้าลีมาแล อ.เมือง จ.สงขลา นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าราชการ จ.สงขลา ประธานเปิดเรินผ้าลีมาแล มี นายวีระกิตติ์ รันทกิจธนวัชร์ อุตสหกรรม จ.สงขลา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมกิจกรรมประมาณ 100 คน นายวีรกิตติ์กล่าวว่าเรินผ้าลีมาแลเป็นศูนย์แสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าจังหวัดชายแดนใต้ กลุ่ม 5 จังหวัดชายแดนใต้ ได้เห็นถึงโอกาสทางธุรกิจของผ้าพื้นเมืองและผ้าบาติกในพื้นที่ จึงได้จัดตั้งคลัสเตอร์ผ้าพื้นเมืองและครัสเตอร์ผ้าบาติก เนื่องจากในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ มีผ้าพื้นเมืองที่ขึ้นชื่อเช่นผ้าเกาะยอและผ้าขาวม้าจ.สงขลาผ้าจวนตาปี จ.ปัตตานี ผ้าปะลางิง จ.ยะลา ผ้าทอ จ. นราธิวาส สวยงามและคุณค่าผ้าที่สืบทอดมาช้านาน นายวีระกิตติ์กล่าวว่าเรินผ้าลีมาแล ซึ่งเป็นการผสมผสานคำระหว่างภาษาใต้กับมาลายู เรินผ้า แปลว่าเรือนผ้า ส่วนคำว่าลีมาแลเป็นภาษามลายูแปลว่าของดี 5 อย่าง เรือนผ้าที่รวมของดีจาก 5 จังหวัด จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นแหล่งรวบรวมองค์ความรู้ ประวัติความเป็นมา แหล่งเชื่อมโยงการพัฒนาเครือข่ายและแหล่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าทอพื้นเมือง ผ้าบาติก ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ก่อให้เกิดประโยชน์และ
กรณีที่ ชาวบ้านหนองคุ้ม หมู่ 6 ต.วัฒนานคร อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว ได้ร้องเรียนกับสื่อมวลชนว่า ถนนในหมู่บ้าน เป็นหลุมเป็นบ่อ การสัญจรไปมาลำบาก จึงวอนให้ผู้รับผิดชอบช่วยซ่อมแซมถนนให้ด้วย เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมานั้น ต่อมาทาง อำเภอวัฒนานคร อบต.วัฒนานคร และผู้ใหญ่บ้าน ได้เดินทางเข้าไปดู และได้ชี้แจงกับชาวบ้านว่า ทาง อบต.วัฒนานครมีโครงการจะซ่อมแซมอยู่แล้วแต่เนื่องจาก ต้องรองบประมาณก่อน ประกอบในขณะนี้อยู่ในช่วงฤดูฝน การซ่อมแซมจะทำได้ยากซึ่งชาวบ้านที่ร้องเรียนได้รับทราบและเข้าใจดีแล้ว ซึ่งทางราชการนั้น จะต้องทำตามขั้นตอน ในการขอใช้งบประมาณ ให้เป็นไปตามระเบียบของทางราชการ อาจทำให้เกิดความล่าช้าบ้าง และเพื่อแก้ไขปัญหา ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อเป็นการชั่วคราว นายปรีชาชัย ฮวดเส็ง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 บ้านหนองคุ้ม พร้อมกับชาวบ้านหนองคุ้มร่วมกันบริจาคเงิน เพื่อนำไปซื้อดินลูกรังมาซ่อมแซมถนน ในส่วนที่เป็นหลุมเป็นบ่อ ให้ก่อน นายปรีชาชัย ฮวดเส็ง กล่าวว่า ที่บ้านหนองคุ้ม หมู่ 6 ถนนในหมู่บ้าน เส้นหนึ่ง เป็นถนนลูกรัง ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร เมื่อถึงฤดูฝน และเกิดฝนตกต่อเนื่อง ประกอบกับ มีรถบรรทุกวิ่งผ่าน
วันที่ 12 สิงหาคม 2560 ผู้สื่อข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์รายงานว่า ขณะนี้สังคมโซเชียลแห่ชื่นชมหลังมีการแชร์ภาพ “ลุงแดง” วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ อ.หัวหิน ประกาศรับ-ส่งผู้โดยสารฟรีในวันแม่ ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบและพบว่าชายในภาพคือนายชะลอ คำฮ้อ หรือลุงแดง อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 150 หมู่ 5 ต.บึงนคร อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างท่ารถหัวหิน-ป่าละอู ด้านหน้าร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น เขตเทศบาลเมืองหัวหิน โดยลุงแดงกล่าวว่า เนื่องในวันแม่แห่งชาติ ตนได้ขึ้นป้ายประกาศรับ-ส่งผู้โดยสารฟรีจากท่ารถเพื่อเดินทางไปส่งทั่วเมืองหัวหินโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ตั้งแต่ 06.00-18.00 น. เพื่อทำความดีตอบแทนสังคมเนื่องในวันแม่ จากการประกอบอาชีพมอเตอร์ไซค์รับจ้างหากินรายวันซึ่งสามารถทำความดีได้ไม่ต่างจากอาชีพอื่น และเพื่อรำลึกถึงพระคุณของบิดา-มารดาที่ได้เสียชีวิตแล้วทั้งหมดนานหลายปี สำหรับผู้โดยสารที่ใช้บริการฟรีหลายราย หลังจากตนรับ-ส่งตามคิวที่กำหนดตั้งแต่ช่วงเช้าได้แสดงความแปลกใจ บางรายต้องการจ่ายค่าโดยสารตามปกติ แต่ตนได้แจ้งเหตุผลว่าต้องการทำเพื่อแม่ ทำให้ได้รับความชื่นชนและถ่ายภาพเป็น
เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ที่ จ.สุราษฎร์ธานี ที่บริเวณด้านหลังอู่ซ่อมรถยนต์ เลขที่67หมู่ 4 (กม.32)ต.ถ้ำสิงขร อ.คีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี พบนางจุรีย์ รักสกุล อายุ 54 ปี ฐานะยากจนพักอาศัยอยู่กับ ด.ช.จรัญ โจกกระโทก(น้องนนท์) อายุ 11 ปี บุตรชายที่เป็นเด็กพิเศษ(ออทิสติก) นักเรียน ร.ร.บ้านท่าม่วง(ศูนย์เด็กพิเศษ) ต.บางมะเดื่อ อ.พุนพิน เปิดเผยว่า มีฐานะยากจนทำอาชีพเก็บขยะและเก็บของเก่าขายไม่มีที่อยู่อาศัย โดยมีกลุ่มบิ๊กไบค์จิตอาสาสุราษฎร์ธานีช่วยสร้างที่พักต่อเติมหลังอู่ซ่อมรถบนที่ดินที่มีผู้ให้ใช้ชั่วคราว ซึ่งทุกวันจะพาบุตรชายเดินเท้าเปล่าไปส่งโรงเรียนระยะทาง 7 กิโลเมตรแล้วออกหาของเก่าเก็บขยะริมถนนสุราษฎร์-ตะกั่วป่า นางจุรีย์ กล่าวว่า หลังประสบอุบัติเหตุถูกขวดแก้วบาดทำให้เอ็นข้อเท้าขวาขาดต้องเดินลำบาก แต่ต้องเดินไปรับส่งบุตรชายทุกวันไม่สามารถปล่อยให้กลับเองได้ เนื่องจากเป็นเด็กพิเศษ หากวันใดโรงพยาบาลสวนสราญรมย์ อ.พุนพิน นัดให้บุตรชายไปตรวจและรับยาถ้ามีเงินพอจะนั่งรถโดยสารไป แต่ส่วนใหญ่เงินไม่พอต้องพาลูกเดินไปกลับระยะทาง 60 กิโลเมตร ส่วนวันหยุดเสาร์อาทิตย์จะพาบุตรชายเดินหาของเก่าและเก็บขยะนำมาคั
เมื่อวันที่ 12 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรับแจ้งว่า มีสองแม่ลูกที่จ.สุราษฎร์ธานี ฐานะยากจนมีอาชีพเก็บขยะของหาเงินให้ลูกที่เป็นเด็กพิเศษไปโรงเรียน ความเป็นอยู่ลำบาก วอนให้หน่วยงานและผู้เกี่ยวข้องช่วยเหลือ หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เพิงพักที่ถูกต่อเติมหลังอู่ซ่อมรถ เลขที่ 67 ม.4 (กม.32) ต.ถ้ำสิงขร อ.คีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี พบนางจุรีย์ รักสกุล อายุ 54 ปี และน้องนนท์ อายุ 11 ปี เด็กพิเศษ (ออทิสติก) นักเรียนร.ร.บ้านท่าม่วง (ศูนย์เด็กพิเศษ) ต.บางมะเดื่อ อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี อาศัยในบ้านหลังดังกล่าวที่สภาพทรุดโทรม สร้างให้โดยกลุ่มบิ๊กไบก์จิตอาสา บนที่ดินของผู้ใจบุญ ซึ่งในทุกวันเปิดเรียนนางจุรีย์ จะพาน้องนนท์ลูกชาย เดินเท้าเปล่าไปโรงเรียนเพื่อเรียนหนังสือระยะทางไกลกว่า 7 กิโลเมตร ก่อนที่จะหาของเก่าและเก็บขยะริมถนนสายสุราษฎร์-ตะกั่วป่า และเมื่อถึงเวลาเลิกเรียนก็เดินไปรับลูกชายกลับบ้าน โดยมีรายได้เฉลี่ยวันละ 50 บาท พร้อมรับจ้างทั่วไปเท่าที่พอจะทำได้ เนื่องจากนางจุรีย์ประสบอุบัติเหตุ ขวดแก้วบาดทำให้เอ็นข้อเท้าขวาขาด นอกจากนั้นหากถึงวันหมอนัดน้องนนท์ไปรับยาที่โรง
ธุรกิจ “แชร์ริ่ง” เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่กำลังได้รับความนิยมมากอีกอย่างหนึ่งในประเทศจีน เห็นได้จากมีสตาร์ทอัพแห่เข้ามาพัฒนาสร้างธุรกิจกันมากมายไม่ว่าจะเป็นการแบ่งปันจักยาน ธุรกิจแบ่งปันร่ม ที่ประสบกับอุปสรรคมากมายทั้งของพัง และสูญหาย รวมถึงธุรกิจแชร์ที่นอนที่เปิดได้เพียงสัปดาห์เดียวก็ต้องปิดตัวลง เพราะแคปซูลให้บริการพักผ่อนนอนหลับระยะสั้นนั้นไม่เป็นไปตามข้อกำหนดการป้องกันอัคคีภัยในธุรกิจโรงแรม ล่าสุดบริษัทธุรกิจออกกำลังกาย Misspao ประเทศจีน ผุดไอเดียแชร์ริ่งมินิฟิตเนส เซ็นเตอร์ ขึ้น โดยแชร์ริ่งฟิตเนสนี้ จะตั้งเป็นพ็อพอัพอยู่ริมทางเดินในปักกิ่ง เพื่อคอยให้บริการผู้ที่ต้องการออกกำลังการในราคาที่ย่อมเยาด้วยราคานาทีละ 2 เหมา (3 เซ็นต์) หรือประมาณนาทีละ 1 บาท โดยพ็อพอัพที่ตั้งอยู่ริมทางเดินนี้เรียกสั้นๆ ว่า “Micro Gyms” เป็นห้องสี่เหลี่ยมมีขนาด 4 ตารางเมตร ภายในประกอบด้วยลู่วิ่ง 1 ลู่ พร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างโทรทัศน์ให้ได้เพลิดเพลินขณะออกกำลังกาย อีกทั้งยังมีเครื่องปรับอากาศ และยังมีถังดับเพลิงไว้ให้ใช้ในยามฉุกเฉินด้วย สำหรับคนที่จะใช้บริการแชร์ริ่งฟิตเนสนี้ก้ไม่ยาก เพียงโหลดแอปพลิเคชั
เป็นภาพที่ได้รับการแชร์ โดยสมาชิกเฟซบุ๊ก Siwadon Pattrachai-anan ซึ่งเผยให้เห็นภาพที่เป็นปัญหาของเมืองกรุงมาเป็นเวลานาน คือ ปัญหาการขายของบนทางเท้า ซึ่งเมื่อไม่นานมีความพยายามในการจัดระเบียบทางเท้าขึ้น แต่พบว่า กลับเกิดปัญหาใหม่ คือ มีการลงไปขายของบนถนนแทน ซึ่งผู้โพสต์ระบุว่า “ความเลิศของตลาดห้วยขวางคือ เมื่อเขาห้ามขายของบนทางเท้าใช่มะ พวกพ่อค้าแม่ค้าหลายคนก็เลยเอารถมาจอดขายบนถนนมันซะเลย ตั้งแผงด้วยจ้า งงในงง ถนนหายไปเลนนึงพี่จ๋า พวกพี่ทหารพี่เทศกิจที่มาถ่ายรูปตอนตัวเองมาเคลียร์ครั้งที่แล้วหายไปไหน” ที่มา : ข่าวสดออนไลน์
“รักของแม่” เป็นสิ่งที่ยากนักที่จะหาใดเปรียบ และยังเป็นความรักอมตะที่ไม่จำเป็นต้องหาสิ่งใดมาพิสูจน์ เพราะในหัวใจของแม่ทุกคน ลูกย่อมมาเป็นที่หนึ่งและพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อลูกไม่ว่าจะต้องลำบากสักเท่าไหร่ มหาวิทยาลัยมหิดลจึงได้คัดเลือกสุดยอดคุณแม่เพื่อรับรางวัลในงาน “มหิดล-วันแม่” ประจำปี 2560 ในสาขาต่างๆ ได้แก่ แม่ดี-บุคลากรเด่น, แม่สู้ชีวิต, แม่ 100 ปี และแม่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ในโอกาสวันแม่แห่งชาติ ซึ่งได้เข้ารับประทานรางวัลจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ณ สำนักงานอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา เจือ ถาวร อายุ 82 ปี คุณแม่ของลูก 7 คนจาก จ.ตรัง ที่ประสบกับความลำบากตั้งแต่สามีเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุตอนที่ลูกยังเล็ก ต้องทำงานเลี้ยงลูกเอง ทั้งทำขนมต่างๆ ข้าวมันไก่ ข้าวหมกไก่ขายที่คิวรถทัวร์ ตื่นตี 4 ไปแบกมะพร้าวจากปาดังเบซาร์ส่งไปขายที่ภูเก็ต กลับขาดทุนเพราะถูกโกง มิหนำซ้ำเมื่อลูกสาวคนโตออกมาช่วยงาน ยังถูกหลอกไปค้าประเวณี หัวอกของคนเป็นแม่ยิ่งต้องรีบขึ้นสระบุรีมาช่วยลูกสาว หลังจากนั้นไ
เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยว่า นายอำเภอเมืองพิษณุโลก ให้กำลังกับชาวนาในพื้นที่หมู่ 3 บ้านดงปะโดก ต.สมอแข อ.เมือง พิษณุโลก หลังจากนาข้าวกว่า 86 ไร่ของชาวนากว่า 10 ราย ที่กำลังออกรวง ได้อายุในการเก็บเกี่ยว แต่ถูกน้ำท่วม เนื่องจากฝนตกลงมาติดต่อหลายวัน ประกอบกับไม่มีเส้นทางระบายน้ำ ทำให้น้ำท่วมนาข้าวจนได้รับความเสียหาย นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยว่าที่ร้อยตรีอิทธิพล บุบผะศิริ นายอำเภอเมืองพิษณุโลก เดินทางไปให้กำลังกับชาวนาในพื้นที่หมู่ 3 บ้านดงปะโดก ต.สมอแข อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังจากนาข้าวกว่า 86 ไร่ของชาวนากว่า 10 รายที่กำลังออกรวงได้อายุในการเก็บเกี่ยว แต่ถูกน้ำท่วม เนื่องจากฝนตกลงมาติดต่อหลายวัน ประกอบกับไม่มีเส้นทางระบายน้ำ ทำให้น้ำท่วมนาข้าวจนได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะนาข้าวหอมมะลิ ของนายณรงค์ รอบช่วงหวัด อยู่บ้านเลขที่ 293/2 หมู่ 3 ต.สมอแข ที่ถูกน้ำท่วมกว่า 30 ไร่ ไม่สามารถเก็บเกี่ยวขึ้นมาได้ เนื่องจากเลยกำหนด จนข้าวเน่าอยู่ใต้น้ำ เสียหายทั้งหมด นายณรงค์ ชาวนที่ได้รับความเดือดร้อน เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า น้ำได้ท่วมนาข
แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ราคาดอกมะลิและดอกดาวเรือง ปรับเพิ่มขึ้นในทุกภาคของไทย เพราะความต้องการใช้ทำพวงมาลัย ในกิจกรรมวันแม่สูงขึ้น แต่ไม่ขาดแคลน เนื่องจากสภาพอากาศที่ดี ฝนตกชุก ทำให้มีผลผลิตออกสู่ตลาดเพียงพอกับความต้องการใช้ช่วงเทศกาลวันแม่ ซึ่งมีความต้องการใช้สูง ประกอบกับไม่ใช่ช่วงที่ผลผลิตมะลิและดาวเรืองออกมาก จึงทำให้ราคาปรับสูงขึ้น ทั้งนี้ ราคาจำหน่ายปลีกมะลิ ปกติอยู่ที่ลิตรละ 300-500 บาท ราคาทยอยปรับขึ้นมาตั้งแต่สัปดาห์ก่อน โดยตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคม ราคาลิตรละ 500-600 บาท วันที่ 10 สิงหาคม เพิ่มเป็นลิตรละ 700-800 บาท และวันที่ 11 สิงหาคม สูงถึงลิตรละ 800-1,050 บาท บางพื้นที่สูงถึงลิตรละ 1,200 บาท ส่วนดอกดาวเรือง ปกติ 40-50 บาท ต่อ100 ดอก ขยับเป็น 60-70 บาท ต่อ100 ดอก ขณะนี้ 120-130 บาทต่อ 100 ดอก เชื่อว่าพ้นวันที่ 12 สิงหาคมราคาจะกลับเข้าสู่ปกติ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ราคาดอกไม้ อาจปรับเพิ่มขึ้นบ้างตามความต้องการใช้ที่สูงในเทศกาลวันแม่ แต่โดยภาพรวมแล้วราคาดอกไม้ต่าง ๆ ไม่ได้สูงอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งไม่ได้ขาดแคลนสิน
