ข่าววันนี้
วันที่ 9 ส.ค. พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วย พ.ต.ท.มนตรี บุณยโยธิน ผบ.สำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม นายนริศ นิรามัยวงศ์ นายอำเภอบางละมุง ฝ่ายปกครองจังหวัดชลบุรี เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดชลบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวชลบุรี และทหาร ร.21 พัน1 รอ. นำกำลังเข้าตรวจค้นร้านอาหาร ลักลอบจำหน่ายรังนกปลอมให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีนและผู้บริโภค ทั้งหมด 9 จุดประกอบด้วย 1.ร้านพาราไดซ์ หูฉลาม 2.ร้านกินรี 3.ร้านพัทยา สตาร์ สปา แอนด์ มาสซาส 4.ร้านจิงกง 5.ร้านอาหารจีน ซิน ไห จิง 6.ร้านอาหารจีน ฉางเฮา หูฉลาม 7.ร้านอาหารจีน เฮง เฮง หูฉลาม 8.ร้านอาหารเวียดไทย 9.ร้านล้านคนรู้จัก พ.ต.ท. ประวุธ เปิดเผยว่า การเข้าตรวจค้นดังกล่าว สืบเนื่องจากอดีตนายกสมาคมผู้ประกอบการรังนกไทย ร้องเรียนมายังหน่วยงานให้ตรวจสอบ การลักลอบจำหน่ายรังนกปลอมซึ่งปกติรังนกแท้นั้นจะอยู่ที่ราคา 150,000 บาทต่อกิโลกรัม แต่ของปลอมจะขายอยู่ที่ 40,000-50,000 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งตรงนี้สร้างความเสียหายให้กับระบบเศรษฐกิจถึง 4,000 ล้านบาทต่อปี ต่อมาเจ้าหน้าที่สาธารสุขได้แฝงตัวเป็นเข้าร้านอาหารที่ลักลอบจำหน่าย
เริ่มแล้ว 15 ส.ค.นี้ นำร่องรถเมล์ 8 เส้นทางใหม่ เปลี่ยนหมายเลขรถ ปรับเส้นทาง เผยใช้เวลา 1 เดือน ก่อนประเมินผลดีหรือไม่อย่างไร พร้อมเปิดเพิ่มอีก 7-10 สาย ขณะที่เชิญชวนเอกชนประมูลเส้นทางเดินรถอีก 10 เส้นทาง ด้าน ทีดีอาร์ไอเสนอปรับค่ารถเมล์ รถร้อนจาก 6.50 บาทเป็น 10-12 บาทต่อเที่ยว รถปรับอากาศเป็น 25 บาทอัตราเดียว ชง ขสมก.พิจารณาต้นปีหน้า เมื่อวันที่ 9 ส.ค. นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ขบ.ร่วมกับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. เตรียมเปิดทดลองเดินรถ 8 เส้นทางใหม่ซึ่งถือเป็นแนวทางการปฏิรูปรถโดยสารประจำทางใน กทม.และปริมณฑลเป็นระยะเวลา 1 เดือน ตั้งแต่ 15 ส.ค.-15 ก.ย.นี้ ตั้งแต่เวลา 06.30-18.30 น โดย ขสมก.จะนำรถโดยสารมาวิ่งให้บริการเส้นทางละ 5 คัน ประกอบด้วย 1.สายที่ G21 รังสิต-ท่าเรือพระราม 5 (เทียบเคียงสาย 114 อ.ต.ก. 3-แยกลำลูกกา) 2.สายที่ G59E มีนบุรี-ท่าเรือสี่พระยา (ทางด่วน) (เทียบเคียงสาย 514 มีนบุรี-ถ.รัชดาภิเษก-สีลม) 3.สายที่ R3 สวนหลวง ร.9-สถานีรถไฟฟ้าสนามกีฬาแห่งชาติ (เทียบเคียงสาย 11 อู่เมกาบางนา-มาบุญครอง) 4.สายที่ R41 ถนนตก-แฮปปี้แลนด์ (เทียบ
วันที่ 9 ส.ค. นายอชิรพัฒน์ สิงห์ทรายขาว นายกอบต.ด่านศรีสุข อ.โพธิ์ตาก จ.หนองคาย และนางสาววิภาวดี ชาวแสน ครูชำนาญการพิเศษ ร.ร.บ้านดอนขนุนพัฒนา ได้ออกเยี่ยมให้กำลังใจและนำข้าวสารมามอบให้กับนางละมัย สกุลมาศ อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 หมู่ 5 บ้านดอนขนุน ต.ด่านศรีสุข อ.โพธิ์ตาก ซึ่งต้องเลี้ยงลูกฝาแฝด และพิการ 1 คน นางละมัย กล่าวว่า ลูกของตนสองคนเป็นเด็กฝาแฝด คือน้องกิ๊ก และน้องกุ๊ก โดยคลอดก่อนกำหนด 7 เดือน ตอนคลอดเป็นปกติ แต่พอเลี้ยงไปได้ประมาณ 7 เดือน น้องกุ๊กมีอาการผิดปกติ จึงพาไปหาหมอ และพบว่าลูกมีอาการสมองฝ่อ ทำให้กลายเป็นเด็กพิการ กล้ามเนื้ออ่อนแรง ส่วนน้องกิ๊กเป็นปกติ หลังจากนั้นได้หาทางรักษาหวังจะให้ลูกหายดี ขายบ้าน ขายสวนยางพารา พาลูกไปรักษาหมดเงินไปกว่า 3 แสนบาท แต่ก็รักษาไม่ได้ จึงพาลูกกลับมาอยู่ที่บ้าน พ่อของเด็กได้ทิ้งไปหลังทนรับภาระเลี้ยงลูกพิการไม่ไหว ตนจึงให้ยายช่วยเลี้ยงแล้วเดินทางไปทำงานโรงงานที่กรุงเทพฯ ส่งเงินมาช่วยเลี้ยงดู แต่หลังจากยายเสียชีวิตตนก็ต้องกลับมาเลี้ยงลูกเอง ซึ่งการเลี้ยงลูกพิการต้องเหนื่อยเป็นสองเท่า เพราะไม่สามารถทิ้งลูกไปทำงานได้ ต้องคอยดูแลอยู่ไม่ห่าง
วิศวกรจากสถาบันวิจัยการเดินเรือเนเธอร์แลนด์ (MARIN) ได้เปิดเผยและทดสอบต้นแบบของ “เกาะลอยน้ำ” ในการเสนอราคาเพื่อดึงดูดนักลงทุน โดยเกาะลอยน้ำดังกล่าวประกอบขึ้นจากแผ่นสามเหลี่ยมที่ทำมาจากไม้และโพลีสไตรีนวางต่อกัน และทดสอบในถังน้ำที่การจำลองลมและคลื่น โดยเป้าหมายของ MARIN สำหรับอนาคตคือ ต้องการจะเห็นเกาะลอยน้ำแห่งนี้ขยายตัวออกอีก 5 กิโลเมตร ซึ่งจะมีพื้นที่ใหญ่พอสำหรับการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์อย่างบ้าน, ฟาร์ม, สวนสาธารณะ, พื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ และท่าเรือ นอกจากนี้ IFLScience รายงานว่า เกาะลอยน้ำแห่งนี้ยังสามารถเข้าถึงโครงการพลังงานยั่งยืนที่ต้องใช้ทะเลได้ เช่น วินด์ฟาร์มบริเวณชายฝั่ง, พลังงานจากน้ำขึ้น-น้ำลง, พลังงานคลื่น และพลังงานจากแผงโซลาร์เซลล์ลอยน้ำ โอลาฟ วาลส์ ผู้จัดการโครงการ และผู้ออกแบบเกาะลอยน้ำดังกล่าว จาก MARIN กล่าวว่า จากปัญหาระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น, ประชากรล้นเมือง และกิจกรรมทางทะเลที่เพิ่มมากขึ้น การถมทรายลงไปในทะเลอาจไม่ใช่ทางออกที่มีประสิทธิภาพมากนัก ดังนั้น มองว่าท่าเรือและเมืองลอยน้ำจะเป็นนวัตกรรมใหม่ที่เหมาะกับการเดินเรือของชาวดัตช์มากกว่า นายวาลส์กล่าวกับเอเอฟพีอีกว
นางสาวขวัญใจ แสงแก้ว หรือน้องขวัญ วัย 33 ปี ชาวอำเภอสวี จ.ชุมพร นับเป็นช่างผู้หญิงเพียงคนเดียวประจำอู่ “TK เซอร์วิส” ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ ม.1 ต.ควนธานี อ.กันตัง ศูนย์เคาะพ่นสีตัวถังรถยนต์รายใหญ่แห่งหนึ่ง และยังเป็นช่างผู้หญิงคนเดียวของจ.ตรัง ที่สามารถทำงานในอู่ได้อย่างคล่องแคล่วเหมือนกับผู้ชายทั่วไป ถึงแม้งานบางอย่างจะเหนื่อยและหนัก ไม่ว่าจะเป็นงานรื้อประกอบ งานเคาะตัวถัง หรืองานขัดสี ทั้ง ๆ ที่ตัวเธอเองก็มีรูปร่างหน้าตาดีและมีเอวบางร่างน้อย สำหรับแรงจูงใจที่ทำให้ “น้องขวัญ” ตัดสินใจมาทำงานเป็นช่างนั้น เนื่องจากสามีเคยมาเริ่มต้นฝึกวิชาช่างกับอู่รถยนต์แห่งนี้ เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว ก่อนที่จะชักชวนกันไปเปิดอู่ด้วยตัวเองที่บ้านเกิดในจ.ชุมพร ขณะที่ตัวเธอเองส่วนใหญ่จะคอยช่วยดูแลลูกๆ 2 คน วัย 9 และ 11 ขวบ โดยมีบางช่วงที่ไปทำงานข้างนอก ซึ่งส่วนใหญ่จะแต่งตัวสวยๆงามๆ เช่น พนักงานห้าง ร้านค้า แต่ก็ไม่ได้ชอบมากนัก กระทั่งพักหลังมาธุรกิจไม่ค่อยดีนัก ทั้งคู่จึงหวนกลับมาทำงานที่อู่ในจ.ตรังอีกครั้งเมื่อประมาณ 4 ปีก่อน ทั้งนี้ ผลจากการที่เห็นงานอู่รถยนต์มานาน ผนวกกับเคยช่วยงานสามีมาบ้าง จึงก
วันแม่ปีนี้ ขอเชิญชวนลูกมาร่วมบอกรักแม่ด้วยการพาคุณแม่มาทานอาหารอร่อยจาก เอส แอนด์ พี กับโปรโมชั่นพิเศษ “คุณลูกพามา คุณแม่…ทานฟรี” โดยสามารถรับสิทธิพิเศษส่วนลดสูงสุด 50% เมื่อมาทานอาหารที่ร้าน ในวันที่ 12-14 สิงหาคม 2560 ณ ร้านเอส แอนด์ พีทุกสาขา ยกเว้นสาขาสนามบินดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมิ นอกจากนี้ ขอแนะนำ “เค้กกอกุหลาบรักแม่” เนื้อเค้กเลเยอร์วานิลลา ขนาด 2 ปอนด์ ราคา 725 บาท เพื่อเป็นตัวแทนความรักที่บริสุทธิ์จากใจลูกแด่คุณแม่คนสำคัญ
เป็นอีกเรื่องราวสุดประทับใจ เมื่อเฟซบุ๊ก จิ๊กโก๋ โรแมนติก โพสต์เรื่องราวของชายเร่ร่อนคนหนึ่งกับก๋วยจั๊บ 1 ชาม ซึ่งหลายคนอาจไม่คิดว่า เพียงแค่ก๋วยจั๊บ 1 ชามถือว่ามีคุณค่าต่อชีวิตของคน 1 คนอย่างมาก โดยเฟซบุ๊ก จิ๊กโก๋ โรแมนติก ระบุถึงเรื่องราวครั้งนี้ว่า น้ำตาของชายเร่ร่อน 6/8/60 : ช่วงเย็น วันนี้มีโอกาสได้เห็นรอยยิ้มเล็กๆ ของชายเร่ร่อนคนหนึ่ง ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นใครมาจากไหน ณ ร้านก๋วยจั๊บชื่อดังแห่งหนึ่ง ผมเองกำลังนั่งกินกวยจั๊บอยู่ เหลือบไปเห็นชายเนื้อตัวมอมแมมสกปรก เดินมานั่งกินกวยจั๊บอย่างหิวกระหาย ซึ่งเป็นของเหลือที่ยังไม่ได้เก็บจากลูกค้าที่นั่งกิน กินหมดชามนี้ ไปนั่งกินชามที่เหลือจากโต๊ะอื่นๆ ซึ่งตอนนั้นลูกค้าที่นั่งกินอยู่มีแค่สองโต๊ะ ที่เหลือคือชามที่ยังไม่ได้เก็บ ชายเร่ร่อนกินของเหลือเหล่านั้นด้วยความหิวและอร่อย ผมเห็นเขาแล้ว ผมเลยบอกเขาไปว่า “ไม่ต้องกินหรอกพี่ เดี๋ยวผมไปซื้อให้พี่กินเอง” แต่เขายังไม่หยุดกินของเหลือจากชามโต๊ะนั้น จนผมไปซื้อก๋วยจั๊บชามใหม่สั่งพิเศษซึ่งเยอะมากๆ ผมเลยมานั่งกินร่วมโต๊ะเดียวกันกับชายคนนี้ ผมถามว่า “นอนที่ไหน กินอะไรมาบ้างยัง” แกหยุดกินนิ่งไปพักหนึ่ง… แกต
เป็นอีกคลิปที่สร้างความฮือฮาอย่างมาก เมื่อพนักงานสาวขายเครื่องเสียงในห้างได้หยิบไมค์มาทดสอบให้กับลูกค้า ก่อนโชว์พลังเสียงสุดทรงพลังและไพเราะมากๆ สร้างความตกตะลึงให้กับลูกค้าที่เดินเลือกซื้อของอยู่ในห้าง โดยเมื่อคลิปนี้ถูกเผยแพร่ออกไป มีคนเข้ามาชมและรับฟังจำนวนมาก โดยทั้งหมดต่างชื่นชมในพลังเสียงของพนักงานสาวคนนี้ ที่มา Ang Galing Mo Pinoy
https://www.facebook.com/annyandmini/videos/1563057413753060/ สมาชิกเฟซบุ๊ก “Maneerat Tananukul” โพสต์คลิปผ่านเพจ “YouLike (คลิปเด็ด)” โดยเป็นเหตุการณ์ขณะที่เรียกใช้บริการแท็กซี่คันหนึ่ง โดยบอกให้ไปส่งที่ห้างยูเนียนมอล์ ซึ่งผู้โพสต์ระบุว่าระหว่างโชเฟอร์ขอแวะเติมแก๊ส ผู้โพสต์ก็ยินดีและนั่งรอในรถจนเติมแก๊สเสร็จ กระทั่งใกล้ถึงห้างยูเนียนมอล์ปรากฎว่ารถติด แล้วจู่ๆ โชเฟอร์ก็ขอให้ผู้โดยสารลง โดยอ้างว่าจะรีบไปส่งรถที่เพชรเกษม ทำให้ผู้โพสต์ไม่พอใจอย่างมาก พร้อมกับโตเถียงกันภายในรถอย่างดุเดือด
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ได้สำรวจทัศนคติและพฤติกรรมของประชาชนเกี่ยวกับวันแม่ สำรวจ 1,229 ตัวอย่างทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคม – 4 สิงหาคม 2560 พบว่า คาดว่าจะมีเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจ 13,054 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% เมื่อเทียบกับปีที่แล้วที่ 12,711 ล้านบาท เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดยาว คนจึงเดินทางพาครอบครัวและแม่ไปท่องเที่ยวต่างจังหวัด มีการใช้จ่ายตามร้านอาหารและร้านค้า อย่างไรก็ตามแม้มูลค่าเงินสะพัดจะสูงสุดตั้งแต่ทำสำรวจมาปี 2552 แต่ปีนี้ถือว่ายังไม่คึกคักนัก เพราะอัตราการขยายตัวของเงินสะพัดไม่สูง ต่ำกว่า 3% ซึ่งไม่ปกติ ต่างจากปี 2554 ที่ขยายตัวถึง 12.7% และปี 2555 ขยายตัว 5.7% แต่พอมีความกังวลทางการเมืองก็ขยายตัวน้อยกว่า 4% มาตั้งแต่ปี 2556 สะท้อนขณะนี้ประชาชนยังระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอย และสอดคล้องกับความเห็นส่วนใหญ่ของกลุ่มตัวอย่างที่ระบุว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวในช่วงไตรมาสสุดท้ายปีนี้และปีหน้า นายธนวรรธน์ กล่าวว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ 67.7% ใช้จ่ายช่วงวันแม่เพิ่มขึ้นเทียบกับปีที่แล้ว เนื่องจากเป็นวันพิเศษ รายได
