ข่าววันนี้
นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากปัญหาที่เกิดขึ้นกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น และสหกรณ์ เคหะสถานนพเก้า จำกัด ที่มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน พล.อ. ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งให้หาแนวทางป้องกันและแก้ไข ซึ่งกรมฯอยู่ระหว่างดำเนินการ ดังนี้1.หาแนวทางกำกับดูแลและส่งเสริมสหกรณ์ โดยเพิ่มการตรวจสอบสถานะการเงินอย่างต่อเนื่อง จากเดิมปีละ1 ครั้งเพื่อใช้เป็นระบบเตือนภัย พร้อมกับออกเกณฑ์ต้องรายงานธุรกรรมอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งพัฒนาบุคลากรให้มีคุณภาพมากขึ้น คาดว่าปลายเดือนมิถุนายนี้จะอบรมให้แล้วเสร็จ “ ช่วงที่มีการเปลี่ยนผ่านการใช้ พ.ร.บ.สหกรณ์ฉบับใหม่ ที่อยู่ระหว่างเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณานั้นได้มีการตั้งคณะกรรมการกำกับขึ้นมาดูแล ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) และกระทรวงการคลัง หากพ.ร.บ.ได้รับความเห็นชอบ จะมีการตั้งคณะกรรมการชุดใหม่เข้ามากำกับดูแลติดตามสถานะการเงินของแต่ละสหกรณ์ วิเคราะห์ความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น ดำเนินการตรวจสอบให้ครบประเด็นที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างระบบเตือนภัย กรณีพบว่าจะมีเหตุร้ายแรง กรมส
บสย.- ธพว.ลงพื้นที่ จ.น่าน ขับเคลื่อนนโยบายรัฐ กระตุ้นการค้ำประกันสินเชื่อหนุนผู้ประกอบการ SMEs ท้องถิ่น เข้าถึงแหล่งทุนได้เร็วและง่ายขึ้น ผ่านโครงการสินเชื่อ SMEs Transformation Loan ชูจุดเด่น ดอกเบี้ยต่ำ 3% ค้ำประกันเต็มจำนวน ส่งผลยอดค้ำฯ 2 เดือน ดีเกินคาดอนุมัติแล้ว 125 LG วงเงิน 500 ล้านบาท นายนิธิศ มนุญพร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม(บสย.) เปิดเผยว่า บสย.และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ได้ร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล สร้างการรับรู้ และกระตุ้นให้ผู้ประกอบการ SMEs ในจังหวัดต่างๆ ได้สินเชื่อที่มีต้นทุนต่ำและได้รับการค้ำประกันสินเชื่อเต็มวงเงิน ภายใต้โครงการสินเชื่อและค้ำประกันสินเชื่อ SMEsTransformation Loan อัตราดอกเบี้ย 3% ค้ำประกันสินเชื่อเต็มจำนวนสูงสุด 15 ล้านบาท โดยรัฐช่วยลดภาระต้นทุนจ่ายค่าธรรมเนียมแทนในปีแรก เพื่อให้ผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงโครงการนี้ได้มากที่สุด บสย.และ ธพว.ได้ร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล โดยจัดกิจกรรมสร้างการรับรู้ และกระตุ้นสินเชื่อและการค้ำประกันสินเชื่อผ่านโครงการสินเชื่อ SMEs Tr
กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาพอากาศว่า ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลงจากในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสม อาจทำให้น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากที่จะเกิดขึ้นในระยะนี้ โดยภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง แพร่ ตาก กำแพงเพชร สุโขทัย พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 20-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-37 องศาเซลเซียส ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สระบุรี ลพบุรี และสุพรรณบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ภาคตะวันออก มีเมฆมาก กับมีฝ
น.ส.สุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ชี้แจงกรณี ประธานเครือข่ายปฏิรูประบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ (คสร.) ได้ยื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมบัญชีกลาง ทักท้วงโครงการจัดทำบัตรสมาร์ทการ์ดรักษาพยาบาลของข้าราชการที่กรมบัญชีกลางกำลังดำเนินการอยู่ ด้วยข้ออ้างว่าต้องการแก้ปัญหาทุจริตของข้าราชการบางคน แต่ คสร.เห็นว่าเป็นการแก้ปัญหาไม่ตรงประเด็น ทำให้เกิดการสิ้นเปลืองงบประมาณสวนทางกับนโยบายของรัฐบาลว่า โครงการบัตรสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ เป็นการต่อยอดโครงการเบิกจ่ายตรงสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ โดยนำหลักการทำงานของบัตรเครดิตมาประยุกต์ใช้ ซึ่งบัตรสวัสดิการรักษาพยาบาลดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการตรวจสอบและพิสูจน์ตัวบุคคล ทดแทนการลงทะเบียนสมัครเข้าร่วมโครงการเบิกจ่ายตรงค่ารักษาพยาบาล ณ สถานพยาบาล โดยผู้มีสิทธิและบุคคลในครอบครัวสามารถใช้บัตรดังกล่าว เพื่อประกอบการใช้สิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาลในระบบเบิกจ่ายตรงได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องรอเวลาการประมวลผลข้อมูลตามระบบเดิม อีกทั้งบัตรนี้ยังใช้เป็นเครื่องมือประกอบการตรวจสอบการทำธุรกรรมการชำระเงินค่ารักษาพยาบาลที่สถานพยาบาลเรียกเก็บจากกรมบัญชี
นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า จากนโยบายรัฐบาลที่ต้องการลดความเหลื่อมล้ำและเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจธอส.ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ซึ่งมีพันธกิจ ทำให้คนไทยมีบ้าน จึงได้ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้รายใหญ่ชั้นดีประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR) ลงอีก0.15% ต่อปี จากเดิม 6.40% ต่อปี ลดลงเหลือ 6.25% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้รายใหญ่ชั้นดีประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) ลดลง0.25% ต่อปี จากเดิม 7.25 % ต่อปี เหลือ 7.00% ต่อปี นายฉัตรชัย กล่าวต่อว่า ส่วนอัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายย่อยทั่วไป (MRR) คงไว้ที่ 6.75% ต่อปี เนื่องจากปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย MRR ของ ธอส. ยังคงอยู่ในระดับต่ำที่สุดในระบบสถาบันการเงิน ขณะเดียวกัน ธอส.อยู่ระหว่างการพิจารณาจัดทำโครงการสินเชื่อบ้านอัตราดอกเบี้ยพิเศษแก่ผู้เข้าร่วมโครงการกรอกแบบสำรวจแอพพลิเคชั่นคนไทยมีบ้าน : Home for All เพื่อให้เกิดเม็ดเงินกระจายสู่ระบบเศรษฐกิจโดยตรงแทนการปรับลดอัตราดอกเบี้ย MRR โดยจะมีการประกาศรายละเอียดของโครงการในเร็วๆ นี้ นายฉัตรชัย กล่าวต่อว่า ด้านอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก เพื่อเป็นก
(จังหวัดแพร่) นักวิชาการของ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ แนะนำวิธีการดูแลสัตว์เลี้ยงเพื่อลดและป้องกันความเสี่ยงจากภาวะอากาศแปรปรวน เน้นดูแลสุขภาพสัตว์และโรงเรือน น.สพ.ดำเนิน จตุรวิธวงศ์รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านสัตวแพทย์บริการวิชาการ ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ปัจจุบันเป็นช่วงรอยต่อของฤดูกาลทำให้อากาศแปรปรวน ทั้งอากาศร้อนจัดสลับกับมีฝนฟ้าคะนองทั่วประเทศไทย บางพื้นที่ต้องเผชิญกับพายุฤดูร้อน และอากาศเย็นในวันเดียวกัน ส่งผลกระทบต่อสัตว์เลี้ยงที่ไม่สามารถปรับตัวได้ ทำให้อัตราการกินอาหารและประสิทธิภาพการผลิตลดลง จึงมีคำแนะนำในการเลี้ยงสัตว์แก่เกษตรกรเพื่อเตรียมการป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น การเลี้ยงสัตว์ในโรงเรือนระบบปิดปรับอากาศด้วยการระเหยของน้ำ หรือระบบอีแวป เกษตรกรต้องควบคุมการทำงานของพัดลมและเยื่อกระดาษหน้าโรงเรือนให้เหมาะสม อย่าให้ร้อน เย็น หรือชื้นเกินไป ซึ่งจะกระทบต่อสัตว์ทำให้เกิดความเครียด ควรปรับสภาพภายในโรงเรือนให้สัตว์อยู่สบาย รวมทั้งควรเตรียมเครื่องสำรองไฟและน้ำมันเชื้อเพลิงให้พร้อมสำหรับกรณีไฟดับ เพื่อให้พัดลมทำงานได้ตามปกติ และต้องซ่อมแซมหลังคาให้ดี
เช้าวันนี้ “บิ๊กเจี๊ยบ” พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เล่าถึงความคืบหน้าการรวบรวม ผลงานของ คสช. 3 ปี …หรือที่ผ่านมา 1,095 วัน เพื่อเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. อนุมัติให้มีการชี้แจงผ่านรายการเดินหน้าประเทศไทย พร้อมด้วยการบอกว่า “ผมว่าผลงาน คสช.อยู่ในเกณฑ์ที่ดีที่ประชาชนยอมรับ” มีการอธิบายต่อว่า แม้เรื่องการจัดระเบียบสังคมบางส่วนอาจมีผู้ที่มีผลกระทบไม่พอใจบ้าง ส่วนการดูแลประชาชนทุกเรื่อง เช่น เรื่องภัยพิบัติทหารจะออกไปดูแลก่อนและกลับทีหลังทุกครั้ง รวมถึงการช่วยเหลือประชาชนที่เข้ามาร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมที่มีปัญหาเป็นแสนๆ ล้านๆ เรื่องก็มาแก้ไขในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาจนเป็นรูปธรรม และ คสช.ยังสนับสนุนงานโครงการต่างๆ ของรัฐบาล “ในภาพรวมผมพอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นจากการฟังเสียงสะท้อนของประชาชนในสังคม” ส่วนตอนนี้หนึ่งในปัญหาหลักที่ทุกคนมองว่ารัฐบาลคสช.จะเดินหน้าประเทศไทยด้วยวาระเศรษฐกิจคืบหน้าหรือไม่ “บิ๊กเจี๊ยบ” บอกเลยว่าที่มองว่ายังไม่ดีขึ้นนั้
จากกรณีที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. เห็นชอบรายงานแนวทางการปฏิรูปภาษี ที่มีการเสนอให้รัฐบาลปรับเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT อีก 1% นั้น นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังกระทรวงการคลัง กล่าวว่า เป็นเพียงการเสนอแนวคิด เพื่อให้รัฐบาลตัดสินใจเท่านั้น ยังไม่มีผลบังคับใช้ ทั้งนี้ การจะปรับเพิ่ม VAT สามารถทำได้ โดยเป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรี เป็นผู้เห็นชอบ แล้วจึงประกาศเป็นนโยบายบังคับใช้ ซึ่งการปรับเพิ่ม VAT ควรทำในภาวะที่เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวดีขึ้นกว่านี้ แต่ต้องดูรายละเอียดรายงานของ สนช. ด้วยว่า มีการเสนอปรับลดภาษีส่วนอื่นชดเชยด้วยหรือไม่ ขณะที่ นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า รายงานของคณะกรรมาธิการใน สนช. ไม่ได้ระบุว่า ต้องปรับขึ้น VAT ในปีใด แต่เป็นแนวคิดที่สอดคล้องกับการที่รัฐบาล มีแผนใช้เวลา 1 ปี เพื่อประเมินการปรับ VAT ซึ่งจะครบกำหนดในเดือนกันยายนนี้ หากรัฐบาลมีมติปรับขึ้น VAT ตามกำหนด หรือในช่วงภาวะเศรษฐกิจไทยยังค่อยๆ ฟื้นตัวอย่างเปราะบาง เศรษฐกิจระดับรากหญ้ายังมีปัญหาเช่นในปัจจุบัน อาจทำใ
สถาบันวิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอยูโพล) เผยผลสำรวจดัชนีความเครียดของคนไทยในเดือนเมษายน-พฤษภาคมที่ผ่านมา ในภาพรวมประชาชนมีความเครียดน้อย โดยมีคะแนนความเครียดเฉลี่ยเท่ากับ 2.26 คะแนนจากคะแนนเต็ม 5 คะแนน เพิ่มจาก 2.18 ในการสำรวจเมื่อครั้งที่ผ่านมาเมื่อเดือนมกราคม ถึงแม้ประชาชนส่วนใหญ่ 70.59% จะรู้สึกเบื่อหน่าย รองลงมา 62.86% ไม่มีความสุขเลย ตามด้วย 49.46% รู้สึกหมดกำลังใจ และ 41.82% ไม่อยากพบปะผู้คน เรื่องที่ทำให้เกิดความเครียดมากที่สุด คือ เรื่องเศรษฐกิจ/การเงิน โดยเฉพาะปัจจัยที่เกี่ยวกับราคาสินค้าแพง ปัญหาหนี้สิน/รายรับไม่พอกับรายจ่าย และสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน เป็นต้น รองลงมา คือ เรื่องการเรียน โดยเฉพาะปัจจัยเกี่ยวกับผลการเรียน การศึกษาต่อ และเนื้อหาการเรียน เป็นต้น อีกด้านหนึ่งที่ประชาชนมีความเครียดสูง คือ เรื่องการงาน โดยเฉพาะปัจจัยเกี่ยวกับสวัสดิการและค่าตอบแทน ความก้าวหน้าในอาชีพ และปริมาณงานที่ทำ/ขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบ เป็นต้น ขณะที่คนในต่างจังหวัดมีความเครียดสูงกว่าคนในกรุงเทพฯ โดยคนต่างจังหวัดมีความเครียดในเรื่องเศรษฐกิจ/การเงินมากที่สุด รองลงมา คือ เรื่อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสภาพอากาศที่ฝนตกหนักในพื้นที่ จ.ลำปาง โดยมีฝนตกติดต่อกันหลายวัน ท้องฟ้ามีเมฆมากและอากาศมีความชื้นสูง ในช่วงเข้าสู่ฤดูฝน ทำให้แมงมันที่อยู่ในรูใต้ดินตามพื้นที่ไร่ สวน ใต้ต้นไม้ในพื้นที่ต่างๆทุกอำเภอออกมาจากรูเพื่อหาอาหาร ทำให้ชาวลำปางพากันออกมาเก็บแมงมันนำไปประกอบอาหารจำนวนมาก เนื่องจากเป็นอาหารขึ้นชื่อที่หารับประทานได้ยาก และแมลงชนิดนี้จะออกมาจากรูที่อยู่อาศัยใต้ดินเพียงปีละครั้งในช่วงย่างเข้าสู่ฤดูฝนเท่านั้น โดยชาวบ้านนำแมงมันที่เก็บได้นำมาคั่วหรือตำใส่น้ำพริกรับประทาน โดยเฉพาะที่ อ.เมืองปาน วังเหนือ แจ้ห่ม ห้างฉัตร เสริมงาม เถิน แม่พริก แม่เมาะ แม่ทะ และ อ.เมืองลำปาง ชาวบ้านต่างออกมาเก็บแมงมันกันอย่างคึกคักตามไร่สวน ที่ว่างเปล่าหรือทั่วไป นอกจากนำมาเป็นอาหารแล้วยังนำไปขายที่ตลาดในราคากิโลละ 2,00-2,500 บาท หรือขายเป็นขีดราคาขีดละ 200-250 บาท ชาวบ้านที่หาแมงมันในเขตอ.เมืองลำปาง กล่าวว่า ใช่วงกลางวันชาวบ้านจะพากันนำจอบ เสียม ไปขุดหาไข่แมงมันตามที่ดินรกร้างซึ่งจะต้องวันเฝ้ารูแมงมันค่อนวันกว่าจะได้ เพื่อนำไปขายเพราะราคาสูง แต่ละปีแมงมันจะออกไข่เพียงครั้งเดียวจึงทำใ
