ข่าววันนี้
นายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่ากรมป่าไม้จะส่งเสริมการสร้างป่าในเมืองแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีกว่า 7 หมื่นแห่ง เพื่อสร้างเป็นพื้นที่สีเขียวให้กับชุมชน โดยในปี 2559 ที่ผ่านมา กรมป่าไม้ได้จัดทำโครงการกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ในการสนับสนุนดูแลพื้นที่เสื่อมโทรมและพันธุ์กล้าไม้ให้กับหน่วยงานภาคเอกชนที่สนใจจะขอฟื้นฟูพื้นที่ที่กรมป่าไม้ได้จัดไว้ โดยมีหน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 20 หน่วยงาน มีพื้นที่ที่ได้รับการฟื้นฟูดูแลไปแล้วกว่า 4,153 ไร่ สำหรับในปีนี้ “เราได้เตรียมเพาะกล้าไม้พันธุ์ดีอีกหลากหลายชนิด อาทิ ไม้เศรษฐกิจ และไม้มีค่าที่สามารถตัดขายได้กว่า 50 ล้านกล้า เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชน และองค์กรต่างๆ ที่สนใจ ทั้งนี้ สามารถขอรับกล้าไม้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายได้ที่ศูนย์เพาะชำกล้าไม้ และสถานีเพาะชำกล้าไม้ของกรมป่าไม้ 108 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่พร้อมให้คำแนะนำในการปลูกและดูแลกล้าไม้แต่ละชนิดให้กับผู้ที่สนใจอีกด้วย”นายชลธิศ กล่าว อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวถึงขั้นตอนการขอรับกล้าไม้ว่า สำหรับบุคคลทั่วไปสามารถขอรับกล้าไม้เพื่อนำไปปลูกในที่ดินกรรมสิทธิ์ของตนเองได้รา
วันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2560 กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยลักษณะอากาศ เรื่อง“ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยตอนบน และคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 28 พฤษภาคม 2560) “ ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 26 พฤษภาคม 2560 ประกาศฉบับดังกล่าวระบุว่า ในช่วงวันที่ 26-28 พฤษภาคม 2560 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนตกชุกหนาแน่นกับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ในภาคเหนือ ภาคกลางและภาคตะวันออก ซึ่งจะได้รับผลกระทบ โดยมีรายละเอียดดังนี้ – ภาคเหนือ บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ และกำแพงเพชร – ภาคกลาง บริเวณจังหวัดราชบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล – ภาคตะวันออก บริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด – ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีฝนตกหนักบางแห่งสวนมากบริเวณจังหวัดชัยภูมิ นคราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี – สำหรับภาคใต้ จะมีฝนตกต่อเนื่องตลอดช่วง โดยมีฝนตกหนักบางพื้นที่ส่วนมากจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่และตร
รศ. ดร.พงศ์พันธ์ แก้วตาทิพย์ ผู้อำนวยการฝ่ายอุตสาหกรรม สำนักงานกองทุนสนับสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เผยว่า ได้รับเชิญจากหอการค้าฝรั่งเศส-ไทยเข้าร่วมงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่สุดในเอเชีย “SIAL CHINA 2017” ณ มหานครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อเร็วๆนี้ ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่นำมาร่วมแสดงในงานประกอบด้วย ข้าวต้มมัดไส้ทุเรียนสเตอริไรส์ละข้าวต้มมัดไส้เผือกสเตอริไรส์บรรจุถุงรีทอร์ทเพาช์ โดยบริษัท โรสอารยา จำกัด ,เครื่องดื่มอัดก๊าซที่ใช้น้ำตาลมะพร้าวเป็นสารให้ความหวานและเครื่องดื่มอัดก๊าซที่มีส่วนผสมของน้ำเชื่อมจากกล้วยตาก โดยบริษัท เก้ากรเทรด จำกัด ชาสมุนไพรออแกนิกเพื่อสุขภาพบรรจุซองพร้อมชง “เรวดี” โดยบริษัท โกลเด้นเรย์ จำกัด ในรูปของ “แผ่นชาละลายง่ายในน้ำ” ที่มีจุดเด่น คือ เป็นแผ่นฟิล์มชาละลายง่ายในน้ำที่คงกลิ่น รส สี และความหอมของชา พกพาสะดวก และมีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย ส่วนผลิตภัณฑ์ที่อยู่ระหว่างการทดลองตลาด ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ทองม้วนสอดไส้ช็อกโกแลตขาวผสมกลิ่นรสทุเรียน ของวิสาหกิจชุมชนแก้วเจ้าจอม และผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพ Wel-B (เวล-บี) ที่มีวัตถุดิบหลักคือ ถั่วเหลือง งาดำ ฟัก
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนมิถุนายนธนาคารเตรียมเปิดตัวสินเชื่อเพื่อส่งเสริมอาชีพกลุ่มเศรษฐกิจฐานราก ตามนโยบายของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ด้วยสินเชื่อในกลุ่มค้าขายอาหารข้างทาง (สตรีทฟู้ด) เช่น ร้านก๋วยเตี๋ยวห้องแถว ร้านขายอาหารตามสั่ง ร้านน้ำดื่ม รวมถึงสนับสนุนเช่าซื้อรถขายอาหารเคลื่อนที่ (ฟู้ดทรัก) ซึ่งออมสินพร้อมให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำประมาณ 0.4-0.5% ต่อเดือน ถูกกว่าดอกเบี้ยของโครงการธนาคารประชาชนกว่าครึ่ง เพราะสินเชื่อสตรีทฟู้ดเป็นสินเชื่อที่นำไปหารายได้เพิ่ม หากลูกค้ามีหลักประกัน เช่น มีรถ ห้องแถว สิทธิการเช่ามาค้ำประกัน สามารถกู้ได้ถึง 1 ล้านบาทต่อราย แต่ถ้าเป็นรถเข็นธรรมดา ไม่เกิน 5 แสนบาทต่อราย เตรียมวงเงินปล่อยกู้ประมาณ 3 พันล้านบาท คาดว่ามีผู้กู้ประมาณ 1 หมื่นราย นายชาติชายกล่าวต่อว่า นอกจากการสนับสนุนเรื่องสินเชื่อแล้ว ธนาคารได้วางแผนช่วยสร้างแบรนด์และด้านการตลาดให้กับร้านค้าดังกล่าว โดยมีแนวคิดให้ใบรับรองคุณภาพอาหาร มีรายการเรียลลิตี้โชว์เพื่อช่วยโปรโมต โดยขอเชิญชวนหน่วยงานต่างๆ ทั้ง กทม. เทศบาล ในการสนับสนุนจัดพื้นที่ให้
วันที่ 25 พ.ค. รถขายกาแฟโบราณ ที่ชาวบ้านใน ต.พระครู อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ รู้จักกันดี คือรถกาแฟโบราณชื่อ “กาแฟสัญญา ดาราทอง” เป็นร้านกาแฟบนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ขายทั้งกาแฟโบราณ ชาเย็น ชาร้อน และเครื่องดื่มแก้กระหายอีกหลายชนิด พร้อมกับดัดแปลงติดตั้งเครื่องเสียง มีการติดตั้งไมโครโฟน บริเวณหน้าคนขับ เจ้าของร้านคือ นายคิน ดีโพธิ์รัมย์ อายุ 52 ปี ชาวบ้านโนนศิลา ต.พระครู ในแต่ละวันยกเว้นวันฝนตก จะออกจากบ้านไปพร้อมกับภรรยาไปขายกาแฟตามหมู่บ้านต่างๆใน ต.พระครู โดยสามีจะทำหน้าที่ขับรถส่วนภรรยาจะมีหน้าที่ชงกาแฟและเครื่องดื่ม เมื่อถึงจุดที่ต้องการจอดขาย นายคิน จะทำการเปิดเครื่องเสียงพร้อมเปิดซาวด์เพลงแบบคาราโอเกะ ก่อนจะขับร้องเพลงกล่อมลูกค้าที่มาอุดหนุนกาแฟ ทุกครั้งที่จอดขาย เพลงส่วนใหญ่ที่ร้องจะเป็นเพลงลูกทุ่งของ “สายัณห์ สัญญา” นักร้องดังผู้ล่วงลับ เนื่องจาก นายคิน มีเสียงคล้ายกับนักร้องสายัณห์ สัญญา อีกทั้งยังมีเสียงพูดคุยที่เหมือนสายัณห์ ทำให้ชาวบ้านที่พบเห็นต่างมาอุดหนุนกันเป็นจำนวนมาก นายคิน เจ้าของร้านกาแฟ เล่าว่า ขายกาแฟโบราณบนรถจักรยานยนต์พ่วงมาได้ประมาณ 2 ปี ช่วงแรกขายไม่ค่อยดี เพราะไม่ค่
วันที่ 25 พ.ค. ผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก Jomkwan Wanitchakarnchai เผยเรื่องราวของพลเมืองดี นายชัยยุทธ กัณฑะษา คนขับวินมอเตอร์ไซค์ ที่เก็บเช็คเงินสด 1,200,000 บาท ที่ตกอยู่กลางถนนได้ ตอนนี้อยู่ระหว่างตามหาเจ้าของ โดยนายชัยยุทธ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้ระหว่างที่ขับรถรับส่งผู้โดยสารตามปกติ ได้สังเกตเห็นซองกระดาษตกอยู่บนถนน ช่วงก่อนถึงหน้าโรงแรมบางกอกซิตี้ ด้วยความสงสัยจึงลงไปเก็บ พบว่าภายในซองเป็นเช็คเงินสด 4 ใบ ใบละ 300,000 บาท รวมเป็นเงิน 1,200,000 บาท ตนจึงนำเช็คดังกล่าวไปให้ตำรวจที่ สน.พญาไท เพื่อให้ตำรวจติดตามหาเจ้าของต่อไป ทั้งนี้ ในเช็คทั้ง 4 ใบ ลงชื่อ ธิยาดา สมบูรณ์พร หากใครเป็นเจ้าของสามารถติดต่อรับคืนได้ที่ สน.พญาไท
เป็นลูกทุ่งสาวที่ดังแบบฉุดไม่อยู่จริงๆ สำหรับ “ลำไย ไหทองคำ” ที่บทเพลง ‘ผู้สาวขาเลาะ’ ได้ครองใจบรรดาแฟนเพลง จนมีงานเดินสายไปแทบทุกซอกทุกมุมทั่วประเทศ แต่เมื่องานชุกแบบนี้ก็อาจตามมาด้วยความเหนื่อยล้าและไม่ได้พักผ่อน ล่าสุดเฟซบุ๊กของ โจ้ ช็อคใจ สิงห์มิวสิค ได้เขียนถึงเรื่องราวชีวิตของ “ลำไย ไหทองคำ” ระบุว่า “ลำไย ไหทองคำ” ฮอตผับแตก!! ขนเก้าอี้วัด-อบต มาเสริมยังไม่พอ เรตติ้งพุ่งฉิวฮอตฮิตสุดๆ เอาอะไรมาฉุดความแรงก็ไม่อยู่ ผู้สาวขาเลาะ “ลำไย ไหทองคำ” เดินสายไปคอนเสิร์ตทุกเวที มีแฟนๆ แห่ไปชมลีลาเด้งเด้าเร้าใจแซ่บทะลวงเซี่ยงจี๊กันเนืองแน่นล้นทะลัก โดยเฉพาะผับเพื่อชีวิตชั้นนำตามจังหวัดต่างๆ ขนาดไปขนเก้าอี้วัด เก้าอี้องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) มาเสริมเพิ่มความจุ ยังไม่พอรองรับสายเด้งสายเด้า ที่มาเข้าคิวรอตีตั๋วเป็นชั่วโมงสองชั่วโมง ในขณะที่เจ้าตัวต้องวิ่งขึ้นลงเวทีเดินสายตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อตอย่างน้อย 4 งานต่อวัน ปิดจ๊อบสุดท้ายทิ้งร่างนอนหลับไหลไม่ได้สติประหนึ่งโดนวางยาสลบเลยทีเดียว
เปิดใจสุดเสียดายภาษีประชาชน ทุ่มงบ 72 ล้าน สูญเปล่า สตง.ชี้ทำรัฐเสียหาย เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณี ปัญหาโครงการก่อสร้างศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยแบบผสมผสาน กลุ่มพื้นที่ 3 ของเทศบาลตำบลนาแก งบประมาณก่อสร้าง จำนวน 72 ล้าน ซึ่งมีการก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2554 ในพื้นที่ ต.นาเลียง อ.นาแก จ.นครพนม บนเนื้อที่กว่า 70 ไร่ ซึ่งเป็นเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่เป็นระบบคัดแยกขยะ ครบวงจร เพื่อนำไปกำจัด และขยะรีไซเคิล รวมถึงนำไปผลิตเป็นปุ๋ยชีภาพ แต่หลังเดินเครื่องได้ประมาณ 2 ปี ต้องหยุดใช้งาน เนื่องจากระบบเครื่องจักรมีปัญหาไม่สามารถคัดแยกขยะได้ 100 เปอร์เซ็นต์ บวกกับมีค่าใช้จ่ายสูง ไม่คุ้มทุนตกเดือนละเกือบ 2 แสนบาท ทำให้ปล่อยร้างไม่มีการใช้งานมานานกว่า 4 ปี จนกระทั่งสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน โดยสำนักตรวจสอบพิเศษภาค 5 จ.อุบลราชธานี ได้มีการเข้าไปตรวจสอบหาสาเหตุ และมีคำสั่งล่าสุดเมื่อเดือนเมษายน 2560 ชี้มูลว่า ใช้ประโยชน์ไม่ได้ตามวัตถุประสงค์ของโครงการ และไม่มีการใช้ประโยชน์ทั้งระบบ รวมทั้งไม่สามารถปรับปรุง หรือซ่อมแซมให้ใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ จนเป็นเหตุทำให้ทางราชการได้รับความเสียหาย
เมื่อวันที่ 25 พ.ค. ที่แยกรัชดาภิเษก – ลาดพร้าว เขตจตุจักร ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. ได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามการแก้ไขปัญหาเร่งระบายน้ำ โดยผู้ว่าฯกทม.ได้เดินตั้งแต่ปากซอยลาดพร้าว 42 เพื่อเดินตรงไปแยกรัชดา-ลาดพร้าว พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า บริเวณดังกล่าวถือว่าเป็นจุดที่การจราจรวิกฤติ เนื่องจากยังมีน้ำท่วมขังเสมอทางเท้า ขณะที่การจราจรพอเคลื่อนตัวได้ โดยสาเหตุที่จุดนี้ยังวิกฤต เนื่องจากฝนที่ตกลงมา ตกหนักตลอดทั้งคืน และคลองบางซื่อ ซึ่งเป็นคลองสายหลักในการระบายน้ำ มีน้ำเอ่อล้นขึ้นมา ประกอบกับบางช่วงอยู่ระหว่างการก่อสร้างอุโมงค์ยักษ์คลองบางซื่อ จึงเป็นอุปสรรค์ในการระบายน้ำจากคลองบางซื่อ ลงแม่น้ำเจ้าพระยา ดังนั้น สำนักการระบายน้ำ จึงต้องเร่งพร่องน้ำในคลองแสนแสบ และดึงน้ำจากคลองบางซื่อระบายลงคลองแสนแสบ ซึ่งได้มีการปรับแผนโดยการดึงน้ำเข้าสู่อุโมงค์ยักษ์พระราม 9 เพื่อให้ถนนกลับมาแห้งเป็นปกติโดยเร็วที่สุด นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯกทม. ลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาน้ำเร่งระบาย บริเวณซอยลาดพร้าว 85 และซอยลาดพร้าว 100 ถนนลาดพร้าว โดยมีนายณรงค์ เรืองศรี รองผู้อำนวยการส
รายงานข่าวกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางเร่งประชาสัมพันธ์ให้ผู้มาลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการจากรัฐ หรือ ลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย 14.1 ล้านคน ในช่วงวันที่ 3 เม.ย.-15 พ.ค. 2560 ตรวจสอบรายชื่อการลงทะเบียนได้ที่ www.epayment.go.th www.mof.go.th และ www.fpo.go.th ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. -2 มิ.ย. 2560 โดยกรอกหมายเลขบัตรประชาชนว่ามีชื่อลงทะเบียนอยู่หรือไม่ ทั้งนี้ หากไม่มีชื่ออยู่ในระบบ ให้เร่งนำหลักฐานจากแบบฟอร์มลงทะเบียนที่เจ้าหน้าที่ฉีกให้ พร้อมบัตรประชาชน ไปติดต่อธนาคาร สาขา สำนักงานคลังจังหวัด หรือสำนักงานเขตกรุงเทพ ที่ท่านไปลงทะเบียนไว้ล่าสุด ภายในวันที่ 2 มิ.ย. 2560 หากเกินกำหนดผู้ลงทะเบียนจะถูกตัดสิทธิในการรับสวัสดิการของรัฐที่จะเริ่มแจกในวันที่ 1 ต.ค. 2560 นี้เป็นต้นไป สำหรับรายชื่อผู้มีรายได้น้อยในระบบทั้งหมดจะถูกตรวจคุณสมบัติว่าผ่านตามเกณฑ์หรือไม่ โดยผู้มีรายชื่อในระบบสามารถตรวจสอบว่าผ่านคุณสมบัติหรือไม่ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2560 ในกรณีที่ผูลงทะเบียนไม่ผ่านคุณสมบัติระบบจะแจงว่าไม่ผ่านคุณสมบัติข้อใดบ้าง นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จะเรียกกรมบัญชีกลางและสำนักงาน
