ข่าววันนี้
แม้จะเป็นนักแสดงชื่อดัง เป็นพระเอกแถวหน้า แต่ ณเดชน์ คูกิมิยะ ก็ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ล่าสุดเขาได้เดินทางกลับบ้านที่ขอนแก่นเพื่อพักผ่อนในบรรยากาศเงียบสงบในชนบท ซึ่งบ้านของเขาก็มีความเรียบง่าย อบอุ่นและน่าอยู่มากๆ เพราะมีสวนเล็กๆ ในบ้านและมีศาลาริมน้ำไว้เปลี่ยนอิริยาบถด้วย กลับขอนแก่นคราวนี้ณเดชน์ยังถือโอกาสไปปีนเขาที่ภูผาม่านแบบสนุกสนาน ทำเอาแม่แก้วแอบหวาดเสียวเล็กๆ นอกจากนี้เขายังได้ช่วยชีวิตนกเขาตัวน้อยที่บินมาหลบฝนอยู่หน้าบ้านอีกด้วย ซึ่งแม่แก้วได้บอกไว้ว่า “วันนี้เจ้านกเขาน้อยตัวหนึ่ง…สงสัยบินหลบฝน..เรื่อยมา…จนฝนหยุดตก…ก็เลยบินลงมาอยู่หยุดอยู่ที่พื้นแฉะข้างระเบียงบ่อปลาข้างบ้าน..ปีกและขนทั้งสองข้างเปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝน…คอตกและไม่ยอมเคลื่อนไหว…แม่ได้ยินแต่เสียงลูกชายร้องตะโกนขึ้นว่า…แม่ครับ…นกเปียกน้ำฝน ตัวสั่นไปหมด…แล้วแม่ก็รีบหันหน้ามาดู…ก็เห็นลูกชายรีบเปิดประตูกระจก…เอานกเขาตัวน้อย…แม่ก็รีบไปหยิบกรงเล็กมาให้ลูกชายทันที…เจ้านกเขาน้อยถึงแม้จะอุ่นในอุ้งมือหนาๆของลูกชายเพียงชั่วครู่ขณะ..ก็ทำให้เขาหายสั่นได้…และกรงน้อยๆ กับผ้านุ่มๆ ก็ทำให้เขาอุ่นได้ต่อไปเช่นกัน…จะขอดูแลไว้จนกว่าเจ้านก
ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา ระบุว่า นางจันทรา ทานุมาศ อายุ 62 ปี บ้านเลขที่ 145 บ้านไก่คำ ต.ไก่คำ อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ กล่าวว่า ปีนี้มะม่วงมีราคาสูงโดยมะม่วงดิบเป็นชนิดมะม่วงแก้วกิโลกรัมละ 7-8 บาทหากสวยจริงๆก็ราคา 8 บาท เมื่อซื้อแล้วนำบรรทุกใส่รถ 6 ล้อหรือ 10 ล้อ ไปจำหน่ายที่ จ.ลำปาง จ.นครปฐม จ อ.สามร้อยยอด โดยผู้รับซื้อจะนำเข้าโรงงานแปรรูปเป็นมะม่วงชนิดต่างๆนำขายทั้งในและต่างประเทศ วันหนึ่งมะม่วงดิบที่ออกจาก จ.อำนาจเจริญประมาณ 20-30 ตัน และในปีนี้ได้ราคาดีเกษตรกรที่ปลูกมะม่วงต่างดีใจไปตามๆกัน เพราะปีกลายราคาแค่ 4-5 บาท/กิโลกรัม ปีนี้ขึ้นเป็นเท่าตัวราคา 7-8 บาท/กิโลกรัม ผู้สื่อข่าวระบุว่าการซื้อและเก็บมะม่วง ชาวบ้านจะรวมกลุ่มกันกลุ่มละ 4-5 คนไปเหมาต้นมะม่วงตามหมู่บ้านตามสวนมะม่วง โดยกะราคาเอาจากต้นละ 300-1,000 บาท โดยแล้วแต่ต้นมะม่วงต้นไหนจะใหญ่น้อย ที่สำคัญมีลูกดกขนาดไหนโดยใช้สายตากะเอา ว่าจะซื้อต้นนี้ 300 บาท ต้นนี้ 400 บาทหรือต้นนั้น 1,000 บาท และเก็บเอง สอยเอาเอง โดยจะนิยมซื้อแต่มะม่วงแก้วเท่านั้น ซึ่งก็ทำเอาเกษตรการที่มีมะม่วงจำหน่ายต่างก็มีรายได้ดีในปีนี้ไปตา
น.ส.บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวว่าผู้นำเข้าทุเรียนต่างประเทศร้องเรียนว่าทุเรียนไทยไม่ได้มาตรฐาน และพบว่าเป็นทุเรียนอ่อนทำให้ไม่สามารถรับประทานได้ เบื้องต้นพบว่าเกิดจากเกษตรกรขายทุเรียนยกสวนทำให้ทุเรียนมีการผสมกันระหว่างทุเรียนสุกกับทุเรียนอ่อน ซึ่งมักจะเกิดขึ้นระหว่างต้นเดือนเม.ย.ถึงกลางเดือนพ.ค.ของทุกปี เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวทุเรียนไทยกำลังทยอยออกผลผลิตและเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมากโดยเฉพาะตลาดต่างประเทศ เกษตรกรจึงเร่งตัดทุเรียนออกจำหน่าย ทำให้ทุเรียนที่ส่งออกไม่ได้มาตรฐานหรือเป็นทุเรียนอ่อน จึงขอให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการปลูกและการค้าทุเรียนให้คำนึงถึงคุณภาพเป็นหลักเพื่อรักษาตลาดต่างประเทศ จากข้อมูลของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ระบุว่า ตลาดส่งออกหลักของทุเรียนไทย ได้แก่ จีน ฮ่องกง ไต้หวัน และอินโดนีเซีย ซึ่งผู้บริโภคในประเทศดังกล่าวนิยมบริโภคทุเรียนของไทยเป็นอย่างมาก ในขณะเดียวกันก็พบว่า ยังมีผู้บริโภคบางประเทศที่ยังไม่เข้าใจถึงการบริโภคทุเรียนว่าควรจะต้องส่งกลิ่นหอมและสุกก่อนจึงจะรับประทานได้ ทั้งนี้ ไทยส่
เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมาโลกออนไลน์ต่างแชร์ภาพ “วุ้นน้องหมา” จากร้าน “วิไลวรรณ บ้านขนมไทย” ที่โพสต์ภาพวุ้นที่ทำออกมามีรูปร่างเหมือนสุนัขจริงๆ โดยชาวเน็ตจากวิพากษ์วิจารณ์กันไปเป็นจำนวนมากบ้างก็ชอบในไอเดียแปลกใหม่ ขณะที่บางส่วนระบุว่าทำออกมาเหมือนสุนัขมากเกินไปจนไม่กล้ากิน โพสต์ดังกล่าวของทางร้านระบุว่า วุ้นน้องหมาราคา 25 บาทต่อกล่อง และสามารถทำวุ้นน้องหมาได้วันละ 10 ตัวต่อวัน โดยทางร้านมีวุ้นหลายแบบให้เลือกซื้อหา สามารถส่งได้ทั้งในกทม และปริมณฑล โดยคิดค่าส่งตามระยะทาง ทั้งนี้ร้านวิไลวรรณ บ้านขนมไทย มีสินค้าโดดเด่นที่วุ้นแฟนซีที่มีหลากหลายแบบให้เลือกซื้อหา โดยสามารถเข้าไปเลือกซื้อได้ที่หน้าเพจเฟซบุ๊ก วิไลวรรณ บ้านขนมไทย ที่มา : มติชนออนไลน์
สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จับมือ ศูนย์กลางนวัตกรรมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดตัวโครงการจุฬาฯ เพื่อความเป็นเลิศของไทย (CUTE) พร้อมให้การสนับสนุนเงินลงทุน คำแนะนำกับผู้ประกอบการธุรกิจ สตาร์ตอัพที่มีนวัตกรรม คุณเทวินทร์ วงศ์วานิช นายกสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (สนจ.) เปิดเผยว่า เนื่องในวาระ 100 ปี ของการสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มีบทบาทต่อการพัฒนาสังคมไทยต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน สนจ. โดยความร่วมมือกับศูนย์กลางนวัตกรรมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CU Innovation Hub) ได้จัดตั้งโครงการจุฬาฯ เพื่อความเป็นเลิศของไทย หรือ Chulalongkorn University for Thailand Excellence (CUTE) ทั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกของการผนึกกำลังกันของนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและเครือข่าย ที่มีจิตอาสาจะเป็นพี่เลี้ยง (Mentor)และผู้ร่วมลงทุน (Investor) ให้การสนับสนุนธุรกิจที่มีเทคโนโลยีนวัตกรรมในทุกรูปแบบ เพื่อให้ผู้ประกอบการ รวมถึงสตาร์ตอัพ พัฒนาศักยภาพ ประสบความสำเร็จ สามารถแข่งขันได้ทั้งในและต่างประเทศ สำหรับการให้คำแนะนำกับผู้ประกอบการและสตาร์ตอัพ จะม
คุณชไมพร เจือเจริญ ที่ปรึกษาสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า จากการที่ สสว. ได้คัดเลือกผู้ประกอบการ SME ในกลุ่ม Strong /Regular ที่พัฒนาและเติบโตได้ จำนวน 34 ราย เข้าร่วมงานแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจในงาน “Thai Trade Exhibition Oman 2017” ระหว่างวันที่ 8 -15 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ณ กรุงมัสกัต รัฐสุลต่านโอมาน โดยมี ฯพณฯ โมฮัมเหม็ด บิน ยูเซฟ อัล ซาราฟิ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศของโอมาน เป็นประธานเปิดงาน โดยในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Health and Wellness” ชูจุดเด่นของสินค้าและบริการ 5 กลุ่มหลักได้แก่ โรงพยาบาลและบริการทางการแพทย์ อาหารและเครื่องดื่ม สินค้าแฟชั่นและเครื่องประดับ หัตถกรรมและของใช้ภายในบ้าน และผลิตภัณฑ์สปาและเครื่องสำอาง ในงานนี้ มีเอกชนไทย 100 บริษัท ขนสินค้าและบริการไปจำหน่ายแก่ลูกค้าตะวันออกกลาง กระแสดีเกินคาด เผย 5 วัน มีผู้เข้าชมงานกว่า 22,000 คน ในส่วนของสสว. นำผู้ประกอบการเข้าร่วมงานกว่า 40 คูหา โดยในครั้งนี้ สินค้าไทยที่ได้รับความสนใจสูงสุด คือ เครื่องสำอาง เช่น สบู่สมุนไพร ครีมบำรุงสมุนไพรไทย ยาแก้ฝ้า ครีมกันแดด ครีมกระชับหน้า ยา
นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ได้กำหนดจัดนิทรรศการพิเศษ เรื่อง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระบิดาแห่งการอนุรักษ์มรดกไทย เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช 2560 เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่พระองค์ทรงมีต่อหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการอนุรักษ์และสืบทอดมรดกศิลปวัฒนธรรมไทย ภาพวาดฝีพระหัตถ์ แบ่งเนื้อหาการจัดแสดงออกเป็น 6 หัวเรื่อง ได้แก่ 1. พระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร 2. ธ ทรงดำริให้โบราณคดีพิพิธภัณฑสถานรังสรรค์จรรโลงชีวิต 3. ทรง ประสิทธิ์ประสาทประณีตศิลป์สถาปัตยกรรมตามขนบบรรจบสมัยใหม่ 4. รักษ์ ธำรงภาษาหนังสือไทยตามนัยพระราชดำรัสไว้ให้ภูมิใจชาติ 5. มรดก ราษฎร์รัฐจารีตประเพณีที่ทรงพระกรุณาเกื้อกูล 6. ชาติ ประชามิสิ้นสูญนาฏศิลป์ดนตรีมีพระองค์ทรงนำทาง ภายในนิทรรศการจะนำเสนอข้อมูลและพระราชดำรัสเกี่ยวกับมรดกทางวัฒนธรรมด้านต่างๆ ใน5 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย งานด้านโบราณคดีและพิพิธภัณฑ์ งานด้านสถาปัตยกรรมและช่างสิบหมู่ งานด้านภาษาและหนังสือ งานด้านจารีตประเพณี และงานด้านนาฏ
กลายเป็นประเด็นดราม่าบนโลกออนไลน์ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กว่า Thanakorn Jaisuksakuldee ซึ่งเป็นไกด์ไทยในประเทศญี่ปุ่น ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับเรื่องทุเรียนไทย ที่นำไปขายที่ประเทศญี่ปุ่น แต่กลับปรากฏว่า เป็นทุเรียนที่กินไม่ได้ เพราะเป็นทุเรียนที่อ่อนมาก แม้ผู้ที่ซื้อไปจะทำการบ่มตามข้อแนะนำแล้วก็ตาม โดยระบุว่า ตอนนี้ห้างอิออนทั่วญี่ปุ่นกำลังปวดหัวกับการถูกลูกค้าเคลมขอเงินคืน เนื่องจากซื้อทุเรียนจากทางห้างซึ่งเป็นทุเรียนจากประเทศไทย แต่ปรากฏว่ามีทุเรียนจำนวนมากที่ยังไม่แก่ได้ที่พอที่จะสมควรตัดมาขายผสมมามากมาย ผลก็คือ ถูกลูกค้าด่ายับและขอเงินคืน หรือพูดง่ายๆคือ เอาทุเรียนอ่อนมาขาย บ่มยังไงก็ไม่สุก เพราะดิบมาก ผู้เขียนระบุด้วยว่า ตนไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผลไม้ และไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับการคัดเลือกผลไม้เพื่อส่งออกไปจำหน่ายในต่างประเทศของไทย และไม่ได้เป็นการมาใส่ร้ายประเทศของตัวเอง แต่อยากจะเตือนด้วยความหวังดี และอย่าคิดว่าจะย้อมแมวขายได้เรื่อยๆ นอกจากนี้ ยังได้มีการแชร์ประสบการณ์ของแม่บ้านคนไทยในกรุงโตเกียว เกี่ยวกับทุเรียนที่ซื้อมาว่า คาดหวังว่าจะได้กินทุเรียนอร่อยๆ แต่กลายเป็นทุเรียนอ่อน บ่ม
เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่สำนักงานก.พ. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ปัญหากลุ่มพยาบาลประกาศจะลาออก เนื่องจากไม่ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการว่า จากการหารือร่วมกับรมว.สาธารณสุข (สธ.) ปลัดสธ. รองปลัดสธ. อุปนายกสภาการพยาบาล เลขาธิการก.พ. ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) กระทรวงการคลัง ได้ข้อยุติที่น่าจะแก้ปัญหาได้ โดยไม่ลำบากกับภาระงบประมาณและไม่เดือดร้อนกับพยาบาล ซึ่งมีหลายทางเลือก แต่ไม่ขอเผยรายละเอียด แต่จะนำเสนอครม.ด้วยวาจาในวันที่ 16 พ.ค. หากครม.มีมติไปในแนวทางใดก็จะทำเอกสารกลับมาให้ครม.มีมติอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งอาจใช้เวลาสักนิด แต่ไม่น่ายุ่งยากเมื่อครม.เห็นทางออกและบอกทางออกให้แล้ว เมื่อถามว่าทางเลือกที่เสนอเกี่ยวกับการเพิ่มอัตราข้าราชการหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เราเอาคำขอของสธ.เป็นตัวตั้ง ไม่ได้เอาข้อเสนอของบุคคลใดเป็นตัวตั้ง หรือองค์กรอื่นใด เรื่องนี้เริ่มต้นจากคำขอสธ. ฉะนั้นสธ.ขอมา 10,992 อัตรา แต่ก็ให้กระทรวงไปคิดต่อว่าจะใช้ร่วมกับอัตรา
น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า กรณีที่มีมัลแวร์เรียกค่าไถ่ ชื่อ “WannaCry” ระบาดไปยังคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการไมโครซอฟต์ทั่วโลก และจากการตรวจสอบล่าสุดหน่วยงานรัฐในประเทศไทยทั้งหมด ยังไม่มีหน่วยงานใดได้รับความเสียหายจากมัลแวร์ เพราะรัฐบาลไทยได้ตระหนักถึงความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการผ่านกระทรวงดีอี ให้กำชับหน่วยงานรัฐทั้งหมดให้ระวังป้องกันไว้อยู่เสมอ ผ่าน 3 ขั้นตอน ได้แก่ การตรวจสอบช่องโหว่ที่อาจทำให้ผู้ไม่หวังดีเข้ามาโจมตีได้ การพัฒนาระบบป้องกันให้ทันสมัยอยู่ตลอด และการอบรมทักษะความรู้ไปจนถึงการตระหนักรู้ให้แก่เจ้าที่รัฐ ประกอบกับไทยยังไม่เป็นเป้าหมายของ แฮกเกอร์ หรือผู้สร้างไวรัสคอมพิวเตอร์ในต่างประเทศ กรณีเลวร้าย หากหลังจากนี้ มีหน่วยงานรัฐใดติดมัลแวร์ WannaCry ทางดีอีได้แจ้งแนวทางปฏิบัติไปแล้ว โดยให้รีบปิดระบบทันที จากนั้นให้รีบแจ้งไปยังผู้ดูและระบบและกระทรวงดีอีหรื ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (ThaiCERT) ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนมั่นใจได้ หากหน่วยงานรัฐใดโดนโจมตีจริง ยังสามา
