ข่าววันนี้
อุตสาหกรรมแฟชั่นยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม จึงร่วมกับศูนย์การค้าสยามพารากอน เปิดโอกาสให้นักออกแบบเลือดใหม่ได้ก้าวสู่การเป็นดีไซเนอร์มืออาชีพ และผงาดสู่เวทีระดับอินเตอร์ในโครงการ “Thai Touch” ปั้นให้คุณเป็นดีไซเนอร์ ด้วยดีไซเนอร์ตัวจริง โอกาสเดียวที่คุณจะได้เรียนรู้ทั้งทฤษฎีและปฏิบัติกับดีไซเนอร์ชั้นนำ อาทิ อาซาว่า (ASAVA) , เกรย์ฮาวนด์ (GREYHOUND), เพนคิลเลอร์ (PAINKILLER), คลอเซ็ท (KLOSET), อิชชู่ (ISSUE) และผู้บริหารด้านการตลาด Fashion Merchandising จากสยามพารากอน และสยามเซ็นเตอร์ โดยผู้ผ่านเข้ารอบเป็นสุดยอดดีไซเนอร์หน้าใหม่ จะได้ผลิตผลงานร่วมโชว์ บนรันเวย์ของแฟชั่นวีคระดับโลก AMAZON FASHION WEEK Tokyo S/S18 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น สนใจดูรายละเอียดและสมัครได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 15 พฤษภาคม 2560 ที่ www.thaitouchproject.com
นายสัญญา โยธวงษ์ อายุ 50 ปี เกษตรกรบ้านสีกายเหนือ ต.สีกาย อ.เมือง จ.หนองคาย/ประธานกลุ่มธนาคารปุ๋ยอินทรีย์ตำบลสีกาย ซึ่งเป็นเกษตรกรต้นแบบและเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง กล่าวว่า จากสภาพอากาศที่ร้อนจัดในจังหวัดหนองคาย ไม่ได้ส่งผลเสียเพียงอย่างเดียว แต่ยังส่งผลดีกับเกษตรกรที่ปลูกมะพร้าวน้ำหอม ที่ช่วงนี้ตลาดมีความต้องการมาก โดยจะมีพ่อค้า-แม่ค้า ทั้งชาวไทยและชาวลาวเข้ามารับซื้อถึงสวน ให้ราคาสูงถึงลูกละ 15 บาท ถือว่าสูงสุดเท่าที่เคยมีมา มีการรับไม่อั้น มีเท่าไหร่เอาหมด และยังมีแนวโน้มราคาสูงขึ้นอีก ซึ่งในส่วนของตนมีการปลูกมะพร้าวทั้งหมด 200 ต้น ในพื้นที่ 2 ไร่ ปลูกมาแล้ว 5 ปี ย่างเข้าปีที่ 6 มะพร้าวที่ปลูกได้ให้ผลผลิตเกือบทุกต้นแล้ว แต่ยังไม่มากเพราะต้นยังอ่อนอยู่ คาดอีก 2 ปีให้ผลผลิตเต็มที่ ซึ่งขณะนี้ให้ผลผลิตต้นละไม่ต่ำกว่า 50 ลูก สามารถสร้างรายได้ให้กับตนและครอบครัวได้เป็นอย่างดี เดือนละไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นบาท เตรียมขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มอีก 25 ไร่ นายสัญญา เล่าต่อไปอีกว่า นอกจากขายมะพร้าวน้ำหอมผลสดแล้ว ตนยังเพาะพันธุ์ต้นกล้ามะพร้าวน้ำหอมขาย เพาะออกมาได้เท่าไหร่ก็ไม่เพียงพอกับความต้องการข
ในอดีตการเลี้ยงปลานิล หรือ กุ้งขาว มักจะเลี้ยงเดี่ยวๆ ไม่มีการเลี้ยงปนกัน แต่ระยะหลังมีเกษตรกรคนเก่งหลายคนหันมาเลี้ยงปลาแบบผสมผสาน โดยการเลี้ยงกุ้งขาวร่วมกับปลานิล สามารถสร้างรายได้ทุกวัน เฉกเช่นคุณวีระกิตติ์ ชั้นอินทร์งาม หรือคุณติ๊ก อดีตหนุ่มนักบัญชีวัย 38 ปี ที่ผันตัวมาเป็นเกษตรกรมือใหม่ตำบลบางระกำ อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม เลี้ยงปลานิล 20,000 ตัว ร่วมกับ กุ้งขาว 300, 000 ตัว ในบ่อดิน เนื้อที่ 6 ไร่ ขนาดลึก 2 เมตร กว้าง450 เมตร คุณติ๊ก เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า ก่อนหน้านี้เคยเป็นพนักงานบัญชี เคยเป็นเซลล์ แต่เมื่อถึงจุดจุดหนึ่งอยากกลับมาอยู่กับครอบครัว เลยเลือกใช้ต้นทุนเดิมที่มีอยู่ คือ บ่อเลี้ยงปลาขนาด 6 ไร่ ส่วนความรู้อาศัยได้ญาติสนิทเป็นพี่เลี้ยง “ผมเกิดในครอบครัวที่มีอาชีพเกษตรกรรม พ่อแม่ทำนาร่วมกับเลี้ยงกุ้งขาว ส่วนตัวมองว่า กุ้งขาวน่าจะเลี้ยงร่วมกับปลานิลได้ เลยปรึกษาญาติที่ทำอยู่ก่อน จากนั้นนำความรู้ที่ได้มาปฏิบัติจริง ผลลัพธ์คือ สามารถสร้างรายได้ให้ครอบครัวได้ทุกวัน” ท้าวความก่อนว่า คุณติ๊กเพิ่งจะมาเลี้ยงปลานิล ร่วมกับกุ้งขาว เมื่อต้นปี 59 เขาบอกว่า เงินลงทุนครั้งแรกเกือ
เมืองนนท์เร่งเพิ่มพื้นที่ปลูกทุเรียน ผุดโครงการส่งเสริมพืชอัตลักษณ์นนทบุรี บ้านละต้น ตำบลละร้อยขึ้น หลังเกษตรกรต้องประสบปัญหาภัยแล้ง-น้ำเค็ม ด้านการประปานครหลวงร่วมช่วยเหลือ คิดอัตราค่าน้ำพิเศษในอัตราคงที่ให้เกษตรกร ชี้ปี′60 มีผลผลิตเพียง 300-500 ลูก ราคาสูงถึง 15,000-25,000 บาท/ลูก นายสมนึก ศรีเที่ยงตรง เกษตรจังหวัดนนทบุรี เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ทุเรียนนนท์เป็นผลไม้ที่มีชื่อเสียง เป็นที่ต้องการอย่างมาก และยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ ส่วนใหญ่คนซื้อไม่ได้กิน คนกินไม่ได้ซื้อ ปัจจุบันจังหวัดนนทบุรีมีพื้นที่ปลูกทุเรียนประมาณ 2,600 ไร่ มีเกษตรกรราว 1,500 ครัวเรือน พื้นที่ปลูกครอบคลุมทุกอำเภอ แต่ปลูกมากที่อำเภอเมือง บางกรวย ปากเกร็ด บางบัวทอง และบางใหญ่ ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 15,000-25,000 บาท/ลูก ขนาดลูกละ 2-3 กิโลกรัม ซึ่งผลผลิตจะออกช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม โดยพันธุ์ที่ได้รับนิยมคือ พันธุ์ก้านยาว โดยปี 2560 นี้ คาดว่าจะมีทุเรียนนนท์ออกสู่ตลาดประมาณ 300-500 ลูก เนื่องจากเมื่อปี 2554 ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งใหญ่ ส่งผลให้ต้นทุเรียนได้รับความเสียหายจำนวนมาก แม้ว่าจะมีการส่ง
คลิปวีดีโอสุดน่ารักจากเพจ AcousticTrench โดยเป็นการบรรเลงเพลงจากกีต้าร์คลาสสิก ด้วยโน้ตที่ไพเราะ ขณะเดียวกัน ได้มีผู้ฟังเพียงหนึ่งเดียว คือ เจ้าตูบ หน้าตาจิ้มลิ้ม ที่ดูจากอาการแล้วน่าจะเคลิ้ม เพราะนอนฟังเอาคางเกยเข่า แถมหนุนตุ๊กตาช้างน้อยอีกด้วย
วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 ที่ตลาดใต้ ตลาดเทศบาล 1 อ.เมืองพิษณุโลก มีร้านขายแกงที่แตกต่างจากร้านอื่นโดยสิ้นเชิง คือร้านขายแกงของนางประกอบ ศรีคง หรือป้านอม วัย 54 ปี ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยการวางหม้อแกงกับพื้น หรือแบกะดินขาย แต่ร้านอื่นๆ จะมีโต๊ะสำหรับวางสินค้า การจัดวางหม้อแกงจะคล้ายกับวงฆ้อง โดยนำหม้อแกง 7-9 ใบ มาตั้งเป็นครึ่งวงกลม ป้านอมจะนั่งอยู่ตรงกลาง คอยเอี้ยวตัวซ้าย-ขวาตักแกงใส่ถุงให้กับลูกค้าได้อย่างสะดวก ป้านอมกล่าวว่า ตนขายแกงที่ตลาดใต้มานับสิบปีแล้ว เริ่มขายเวลาประมาณ 05.00 น. และจะขายหมดในช่วงเวลาประมาณ 09.00-10.00 น.ราคาจำหน่ายเพียงถุงละ 20 บาท ไม่ว่าจะเป็นลาบ แกงเขียวหวาน แกงส้ม แกงเผ็ด ผัดเผ็ดขาหมู ฯลฯ ป้านอมกล่าวอีกว่า ขายแกงถุงละ 20 บาทก็ได้กำไรพอแล้ว เพราะเราทำเอง รู้ว่าต้นทุนเท่าไหร่ ไม่ต้องเอากำไรมาก มีบางอย่างที่ต้องขายแพงกว่า 20 บาท เช่น ต้มเค็มปลาตะเพียน เพราะต้องขายตามต้นทุนปลาตะเพียน ซึ่งขายแกงอย่างนี้มานานแล้ว ขายจนสามารถสร้างบ้าน ซื้อที่นาได้ 8 ไร่ ส่งลูกเรียนจนจบการศึกษา และมีเงินเหลือไปทำบุญ ส่วนที่จัดวางหม้อแกงเป็นรูปครึ่งวงกลมนั้น เนื่องจากไม่มีล็อกเหมือนแม
เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม นายเกริกชัย ผ่องแผ้ว นายอำเภอกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 16.00 น. ของวันที่ 4 พ.ค.60 ได้เกิดลมพายุฤดูร้อนพัดโหมกระหน่ำอย่างรุนแรงในเขตหลายตำบลของ อ.กันทรลักษ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตพื้นที่ ต.จานใหญ่ ทำให้บ้านเรือนชาวบ้านและพืชผลทางเกษตรได้รับความเสียหาย โดยจากการสำรวจเบื้องต้นพบว่า ที่บ้านตาลอย ม.3 บ้านได้รับความเสียหาย จำนวน 2 หลัง หลังคาสังกะสีถูกลมพัดปลิวหายไป บ้านตาเกษ ม.7 หลังคากระเบื้องพังเสียหาย จำนวน 1 หลัง และ บ้านมหาราช ม.15 พืชผลทางการเกษตรคือสวนกล้วยไข่ได้รับเสียหายหลายไร่ ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.ชยากร เทศะบำรุง ผกก.สภ.กันทรลักษ์ ได้รับแจ้งว่า ได้เกิดเหตุฟ้าผ่ามีผู้เสียชีวิตที่ริมหนองน้ำบ้านวังชมพู หมู่ 6 (กระหวันพัฒนา) ต.เวียงเหนือ อ.กันทรลักษ์ จึงได้สั่งการให้พนักงานสอบสวน สภ.กันทรลักษ์ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยประจำพื้นที่ศรีสะเกษ โดยพบว่าผู้เสียชีวิต 1 ราย ในพื้นที่การเกษตร ทราบชื่อภายหลังว่าคือนายกรกฎ ฝอยทอง อายุ 36 ปี สาเหตุจากการเสียชีวิตคาดว่าถูกฟ้าผ่าขณะฝนฟ้าคะนอง ขณะนี้ศพได้ถูกนำ
เมื่อเวลา 19.00 น. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหาคร (กทม.) และนายภัทรุตม์ ทรรทรานนท์ ปลัดกทม. พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกทม.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมถนนเยาวราช เพื่อเตรียมยกระดับถนนเยาวราชและถนนข้าวสารให้เป็นพื้นที่นำร่องโครงการอาหารริมทาง (สตรีทฟู้ด) พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า เป็นที่รับทราบกันว่าสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นได้จัดอันดับให้กทม.เป็นเมืองที่มีอาหารริมทางหรือสตรีทฟู้ดที่ดีที่สุดในโลกมาเป็น 2 ปีซ้อน ซึ่งทางกทม.พยายามจะสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทยเป็นจำนวนมาก ซึ่งในแต่ละปีได้สร้างรายได้ให้แก่ประเทศไทยเป็นมูลค่าถึงปีละ 5 แสนบาท ทั้งนี้ทางพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ได้ให้นโยบายเกี่ยวกับการขอความร่วมมือของผู้ประกอบการ เช่น ในเรื่องของการยกระดับคุณภาพของอาหาร การปรุงอาหารให้สะอาดถูกสุขลักษณะอนามัย ตลอดจนรูปแบบและอัตลักษณ์ต่างๆ ให้ดูสวยงาม โดยเฉพาะในย่านเยาวราชจะพบว่าเป็นย่านของชาวจีนดั้งเดิม หรือเป็นที่รู้จักในย่านไชน่าทาวน์ ซึ่งทางกทม.ก็จะพยายามจัดรูปแบบต่างๆ ให้เป็นระเบียบ เช่น การสวมใส่ผ้ากันเปื้อน กำหนดจ
วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 ที่ตลาดใต้ ตลาดเทศบาล 1 อ.เมืองพิษณุโลก มีร้านขายแกงที่แตกต่างจากร้านอื่นโดยสิ้นเชิง คือร้านขายแกงของนางประกอบ ศรีคง หรือป้านอม วัย 54 ปี ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยการวางหม้อแกงกับพื้น หรือแบกะดินขาย แต่ร้านอื่นๆ จะมีโต๊ะสำหรับวางสินค้า การจัดวางหม้อแกงจะคล้ายกับวงฆ้อง โดยนำหม้อแกง 7-9 ใบ มาตั้งเป็นครึ่งวงกลม ป้านอมจะนั่งอยู่ตรงกลาง คอยเอี้ยวตัวซ้าย-ขวาตักแกงใส่ถุงให้กับลูกค้าได้อย่างสะดวก ป้านอมกล่าวว่า ตนขายแกงที่ตลาดใต้มานับสิบปีแล้ว เริ่มขายเวลาประมาณ 05.00 น. และจะขายหมดในช่วงเวลาประมาณ 09.00-10.00 น. ราคาจำหน่ายเพียงถุงละ 20 บาท ไม่ว่าจะเป็นลาบ แกงเขียวหวาน แกงส้ม แกงเผ็ด ผัดเผ็ดขาหมู ฯลฯ ป้านอมกล่าวอีกว่า ขายแกงถุงละ 20 บาทก็ได้กำไรพอแล้ว เพราะเราทำเอง รู้ว่าต้นทุนเท่าไหร่ ไม่ต้องเอากำไรมาก มีบางอย่างที่ต้องขายแพงกว่า 20 บาท เช่น ต้มเค็มปลาตะเพียน เพราะต้องขายตามต้นทุนปลาตะเพียน ซึ่งขายแกงอย่างนี้มานานแล้ว ขายจนสามารถสร้างบ้าน ซื้อที่นาได้ 8 ไร่ ส่งลูกเรียนจนจบการศึกษา และมีเงินเหลือไปทำบุญ ส่วนที่จัดวางหม้อแกงเป็นรูปครึ่งวงกลมนั้น เนื่องจากไม่มีล็อกเหมือนแ
ดีเดย์ 18 พ.ค. รองนายกฯสมคิด ประธานเซ็นปิดบิ๊กดีลบีทีเอส สร้าง 2 รถไฟฟ้า “ชมพู-เหลือง” มูลค่า 1 แสนล้าน รฟม.เร่งคุย “กทม.-ทางหลวง” ส่งมอบพื้นที่ คาดลงเสาเข็มปลายปีนี้หรืออย่างช้าต้นปี”61 เปิดหวูดปี”63 เผยใช้ระบบซูเปอร์โมโนเรล จับตา “บอมบาดิเอร์-ฉงชิ่ง” ชิงดำเค้ก นายธีรพันธ์ เตชะศิรินุกูล รักษาการผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า วันที่ 18 พ.ค. 2560 รฟม.จะเซ็นสัญญากับกลุ่มกิจการร่วมค้าบีเอสอาร์ ประกอบด้วย บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์, บมจ. ซิโนไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น และ บมจ.ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้งส์ ผู้ชนะประมูลลงทุน 105,450 ล้านบาทสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพูแคราย-มีนบุรี 34.5 กม.วงเงิน 53,519.50 ล้านบาท และรถไฟฟ้าสายสีเหลืองลาดพร้าว-สำโรง 30.4 กม. วงเงิน 51,931.15 ล้านบาท มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เป็นประธาน ทั้ง 2 โครงการ เป็นการให้เอกชนลงทุนรูปแบบ PPP Net Cost ระยะเวลา 33 ปี 3 เดือน รัฐจะเป็นผู้เวนคืนที่ดินและสนับสนุนค่างานโยธาให้ของสายสีชมพูไม
