ข่าววันนี้
Statista เปิดเผยดัชนี Made-In-Country ซึ่งเรียงลำดับแหล่งผลิตสินค้า 52 ประเทศที่ได้รับความไว้วางจากผู้บริโภคมากที่สุด จากการสำรวจผู้บริโภค 43,000 รายทั่วโลก พบว่า สินค้าที่ผลิตในเยอรมนีได้รับความไว้วางใจสูงสุดอันดับ 1 ตามด้วยสวิตเซอร์แลนด์ในอันดับ 2 สหภาพยุโรปอันดับ 3 และสหราชอาณาจักรอันดับ 4 ขณะที่สหรัฐ ญี่ปุ่น และฝรั่งเศสอยู่อันดับ 10 ส่วนสินค้าติดตราผลิตในจีนได้รับความนิยมน้อยสุด การจัดอับดับครั้งนี้ประเมินเกณฑ์ด้านคุณภาพ ความเป็นเอกลักษณ์ ดีไซน์ เทคโนโลยีขั้นสูง และความเป็นของแท้ โดยสินค้าที่ผลิตในอิตาลีได้รับการจัดอันดับสูงสุดในแง่เอกลักษณ์เฉพาะตัวและการออกแบบ ผู้ตอบแบบสำรวจถึง 53% ให้คะแนนด้านเทคโนโลยีขั้นสูงให้กับญี่ปุ่น แคนาดาได้รับความนิยมจากผู้บริโภคมากที่สุดในแง่ความยั่งยืนในการผลิต ทั้งนี้ สหรัฐซึ่งติดอันดับ 10 ในการจัดอันดับครั้งนี้ แต่มีรายงานประชากรหลายประเทศ นิยมสินค้าสหรัฐ อาทิ บราซิล อาร์เจนตินา อินเดีย จีน สหรัฐ และแคนาดา โดยจีนซื้อสินค้าที่ผลิตในสหรัฐมากที่สุด 3.657 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2558 ส่วนเม็กซิโกและแคนาดานำเข้าสินค้าสหรัฐ 2.364 แสนล้านดอลลาร์ และ 2.803 แสนล้าน
สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) และสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) แถลงข่าวเปิดตัวตราไปรษณียากรที่ระลึกชุดฉลองสิริราชสมบัติ ครบ 70 ปี “70 ปีครองราชย์” นางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า ตราไปรษณียากรชุดนี้จัดสร้างขึ้นเพื่อบันทึกหน้าประวัติศาสตร์สำคัญแห่งการครองสิริราชสมบัติครบ 70 ปี เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2559 ภายใต้แนวคิด “The Longest Reign, The Longest Stamp” ในฐานะทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ครองราชย์ยาวนานที่สุดในโลกขณะยังทรงมีพระชนม์ชีพ ด้วยความยาวของดวงแสตมป์ 170 มม.ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่แสตมป์ดวงยาวที่สุดในโลก อีกทั้งสื่อความหมายถึง “70 ปี หนึ่งเดียวของโลก” นางสมร กล่าวต่อว่า แสตมป์ชุดนี้นำเสนอภาพพระบรมฉายาลักษณ์ 6 พระอิริยาบถขณะทรงงาน พร้อมภาพพื้นหลังศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 6 แห่ง ซึ่งต่อเชื่อมกันในลักษณะภาพมุมกว้างแบบพาโนรามา โดยต้นฉบับภาพทั้งหมด พร้อมทั้งคลิปวิดีโอล้วนได้รับความอนุเคราะ
เมื่อวันที่ 29 มี.ค. เว็บไซต์ไทม์รายงานผลการศึกษาใหม่ของนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยรัฐโอเรกอน ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า แมวใส่ใจคนมากกว่าอาหาร แม้ว่าแมวอาจขึ้นชื่อว่าเป็นสัตว์มึนตึง เวลาอยากอาหารก็สงวนท่าที แสดงอารมณ์เฉยๆ แต่จริงๆแล้วแมวชอบปฏิสัมพันธ์ทางสังคมกับมนุษย์มากกว่าอาหาร ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเจ้าเหมียวก็รักมนุษย์ไม่น้อยกว่าสุนัข รายงานดังกล่าวตีพิมพ์ในนิตยสารกระบวนการพฤติกรรม โดยนักวิทยาศาสตร์ทดสอบว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อสัตว์เลี้ยงในบ้านและแมวในสถานสงเคราะห์ได้รับการกระตุ้น ผ่านตัวเลือกต่างๆ เช่น อาหาร ของเล่น น้ำหอม การปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ เพื่อดูว่าแมวชอบตัวเลือกไหนมากกว่ากัน จากการทดสอบ แม้ว่าแมวแต่ละตัวจะมีลักษณะลางเนื้อ ชอบลางยา อย่างเห็นได้ชัด แต่การปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์เป็นสิ่งที่เจ้าเหมียวชอบทำมากกว่า จากนั้นตามด้วยอาหาร โดยเป็นกิจกรรมที่ทั้งสำหรับสัตว์เลี้ยงทั่วๆ ไปและแมวสงเคราะห์ส่วนใหญ่ชอบทำรองลงมา ส่วนผลการวิจัยการรับรู้ของแมวที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นหลักฐานพิสูจน์ถึงการรับรู้ทางสังคมที่ซับซ้อน รวมถึงความสามารถหลายอย่างในการแก้ปัญหาของแมว อย่างไรก็ตามยังคงเชื่อกันโดยทั
ส่งออกเครื่องหนัง “จระเข้ ปลากระเบน งู” ไทยสุดฮอต คาดตัวเลขปี 2560 แตะ 6 หมื่นล้าน เผยคู่แข่งสำคัญ “อินเดีย-เวียดนาม-จีน” แข่งเดือด ได้เปรียบต้นทุนหนัง-ค่าแรงต่ำ ดร.พสุ โลหารชุน อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า ปี 2559 อุตสาหกรรมเครื่องหนังสามารถสร้างมูลค่าได้กว่า 1,600 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 54,000 ล้านบาท มีตลาดที่สำคัญ ได้แก่ สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา และตะวันออกกลาง โดยผู้บริโภคในประเทศดังกล่าวยังคงให้ความนิยมหนังสัตว์เลื้อยคลานของไทย โดยเฉพาะหนังจระเข้ หนังงู รวมถึงหนังสัตว์น้ำอย่างปลากระเบน ซึ่งทั้ง 3 ชนิดนี้สามารถผลิตเป็นสินค้าได้หลากหลาย ทั้งเบาะรถ กระเป๋า รองเท้า เข็มขัด โดยเฉพาะหนังจระเข้ในปัจจุบันมีราคาอยู่ที่เซนติเมตรละ 800 บาท รองลงมาได้แก่ หนังปลากระเบน มีราคาอยู่ที่เซนติเมตรละ 110 บาท และหนังงูทั่วไป มีราคาอยู่ที่เซนติเมตรละ 20 บาท ดังนั้นในปี 2560 ตั้งเป้าว่าจะสามารถสร้างมูลค่าได้ถึงระดับ 60,000 ล้านบาท “ปีที่ผ่านมามี 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่สร้างรายได้ ประกอบด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์หนังฟอกและหนังอัด มูลค่าประมาณ 710 ล้านเหรียญสหรัฐ, กลุ่มผลิตภั
คู่รักชาวอังกฤษดีใจจนน้ำตาไหล หลังแท็กซี่พลเมืองดีนำกระเป๋าที่ภายในมีเงินสดประมาณ 7หมื่นบาท ที่ลืมไว้ขณะใช้บริการมาคืน เมื่อเวลาประมาณ19.20 น.วันนี้(29 มี.ค.60)ที่สถานีตำรวจท่องเที่ยว 2(ภูเก็ต) กองบังคับการ 5 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว MR.DANNW KEVIN CHAY MACKNEW อายุ 25 ปี และ MRS. APPLE CLAIRE CUSH คู่รักชาวอังกฤษ รับมอบกระเป๋าเงิน จากนาย รัชภาค ตันเสกศิริ อายุ 50 ปี คนขับแท็กซี่ คืนด้วยความดีใจจนน้ำตาไหล หลังลืมทิ้งไว้ในรถแท็กซี่ขณะใช้บริการเมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา ก่อนจะร้องมายังหมายเลขสายด่วน 1155 ขอความช่วยเหลือให้เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวช่วยประสานจนได้รับทรัพย์สินทั้งหมดคืน โดยมี พ.ต.ท.นฤวัต พุทธวิโร สารวัตรตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ร่วมเป็นสักขีพยาน โดย MRS. APPLE CLAIRE CUSH ได้ตรวจสอบดูทรัพย์สินภายในกระเป๋า ซึ่งมีทั้งเงินสด ทั้งเงินไทยและสกุลอื่นรวมประมาณ 70,000บาท และทรัพย์สินอื่นๆทั้งหนังสือเดินทาง และบัตรเครดิต พบว่ายังอยู่ครบจึงรับมอบกระเป๋าเงินคืน ก่อนจะกล่าวว่า รู้สึกดีใจ พร้อมกล่าวขอโทษที่ลืมกระเป๋าทิ้งไว้จนเกือบทำให้นาย รัชภาค เดือดร้อน และขอบคุณที่นำกลับ
กรมอุตุนิยมวิทยารายงานสภาพอากาศ ประจำวันที่ 30 มีนาคม 2560 ดังนี้ ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคเหนือ และภาคกลางตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และ ภาคกลางตอนล่างรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนเกิดขึ้นได้ในระยะนี้ ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนต่อเนื่อง ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่างรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนเกิดขึ้นได้ในระยะนี้ สำหรับภาคใต้และอ่าวไทยมีลมตะวันออกกำลังปานกลางพัดปกคลุม ทำให้ภาคใต้มีมีฝนต่อเนื่อง อนึ่ง ในช่วงวันที่ 31 มีนาคม – 1 เมษายน 2560 บริเวณความกดอากาศสูงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและทะเลจีนใต้ ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีพายุฝนฟ้าคะนองและมีลมกระโชกแรงบางแห่งเกิดขึ้นได้ ส่วนภาคใต้จะมีฝนเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะในช่วงวันที่ 1-3 เมษายน 2560 พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้. ภาคเหนือ มีเมฆบางส่วน กับ
เมื่อวันที่ 29 มีนาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ท.วิทยา ประยงค์พันธุ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ด้านกิจการพิเศษ (ผู้ช่วยผบ.ตร.กศ.) ดูแลงานด้านจราจร กล่าวว่า หลังจากมีคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 14/2560 ออกตามมาตรา 44 เรื่องมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก และกำหนดข้อหนึ่งว่าหากไม่ชำระค่าปรับจราจรตามใบสั่ง ไม่สามารถต่อภาษีรถได้ ปรากฏว่ามีประชาชนชำระค่าปรับจราจรมากขึ้น โดยเปรียบเทียบ ช่วงระหว่าง 1 สัปดาห์ ก่อนคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 14/2560 บังคับในระหว่างวันที่ 14 -20 มีนาคม มีผู้ชำระค่าปรับจราจรทั่วประเทศรวม 7,888 ราย ขณะที่หลังคำสั่งนี้ออกมา ระหว่างวันที่ 21-26 มีนาคม ที่ผ่านมี มีผู้ชำระค่าปรับจราจร ทั้งสิ้น 13,782 ราย ซึ่งเห็นได้ชัดว่าประชาชนตื่นตัว และตอบรับคำสั่งนี้
เป็นเรื่องที่ได้รับการแชร์ในโลกโซเชียลประเทศจีน โดยเป็นเรื่องราวของหนูน้อยกตัญญู ชื่อ เสี่ยวฉี อายุ 11 ปี อาศัยอยู่ที่เมืองหยางเจียง มณฑลกว่างตง โดยอาศัยอยู่กับพ่อบุญธรรมและย่า เพราะโดนทิ้งตั้งแต่เกิด แต่เมื่อ 4 ขวบ พ่อบุญธรรมป่วยกระทันหันช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เหลือย่าวัย 80 เป็นคนดูแลครอบครัว แต่ก็ล้มป่วยและตายลงเมื่อเธออายุ 9 ปี เสี่ยวฉี จึงต้องรับดูแลครอบครัวเพียงลำพัง เสี่ยวฉี ในวัย 11 ขวบ ยังคงทำหน้าที่เป็นเสาหลักของครอบครัว ในทุกๆวัน เธอจะตื่นนอนตั้งแต่ 6 โมงเช้า เพื่อต้มโจ๊กและป้อนพ่อบุญธรรม จากนั้นเธอจึงกินอาหารและไปโรงเรียน พอพักเที่ยงซึ่งสำหรับเด็กคนอื่นคงจะเป็นเวลาพักผ่อน แต่สำหรับเสี่ยวฉี เธอจะแวะไปที่ตลาด เพื่อซื้อกับข้าวไปดูแลและกินกับพ่อของเธอที่บ้าน ช่วงหลังเลิกเรียน เป็นเวลาที่ค่อนข้างหนักของเสี่ยวฉี เธอต้องทำกับข้าว ซักผ้า ทำความสะอาดบ้าน ต้มน้ำร้อนให้พ่อของเธออาบน้ำ เมื่อเสร็จภารกิจทุกอย่าง เธอจึงทำการบ้าน และเข้านอนในเวลาประมาณ 4 ทุ่ม เมื่อเรื่องราวของเสี่ยวฉีถูกเผยแพร่ออกมา ทางการจีน หน่วยงานเอกชนและผู้ใจบุญ ได้ร่วมมือกันช่วยเหลือครอบครัวเสี่ยวฉี โดยทางการจีนได้มอบ
เป็นเรื่องในโลกออนไลน์ที่สมาชิกเฟซบุ๊ก Piyaporn Leelaspisarn ได้แชร์เรื่องราวของแม่ค้ารายหนึ่ง ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง อยู่บ้านเพียงลำพังกับสุนัข เพราะไม่มีลูก แต่ยังสู้ชีวิตด้วยการขายข้าวโพด น้ำข้าวโพด ซึ่งแม้ว่าจะลำบากแต่ก็ยังออกมาขายของทุกวันเพื่อหาเงินดูแลตัวเอง และปฏิเสธในการขอความช่วยเหลือจากคนอื่น ทั้งนี้ หลังจากมีการแชร์เรื่องดังกล่าว พบว่ามีผู้ต้องการช่วยเหลือโดยการโอนเงิน แต่ผู้โพสต์ได้ระบุว่า คุณป้า ไม่ต้องการเงินบริจาคหรือสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นแต่อย่างใด โดยผู้โพสต์ระบุข้อความว่า “ช่วยแชร์ ช่วยซื้อกันนะคะ ป้าเขาเป็นมะเร็ง อยู่บ้านคนเดียว กับสุนัขอีก2ตัว ลูกป้าก็ไม่มี ป้าเขาพูดไปน้ำตาคลอไป ป้าเล่าว่า บางวันป้าเขาขายไม่ได้เลยก็มี ยังไม่พอค่าน้ำค่าไฟที่ต้องจ่ายทุกเดือน ถ้าวันไหนขายไม่หมดแกบอกว่าก็ต้องทิ้ง บางวันก็ต้องทำมา6ขวด เพื่อไม่ต้องทิ้ง ป้าบอกว่าหมดกำลังใจนะ ป้าถึงเครียดเป็นโรคนี้ แต่ป้าก็ไม่ยอมแพ้ ป้าก็ออกมาขาย เพื่อให้ได้เงิน20บาทก็ยังดี ทุกวันป้าจะทำสดใหม่ ไม่มีการเอาของค้างคืนมาขายอีกวัน แกทำตั้งแต่เช้า กว่าจะออกมาขายได้ก็ตอนเย็นเลย ที่บ้านเราอุดหนุนเขาตลอด ป้าเข
วันที่ 29 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากมีฝนตกลงมาหลายวันประกอบกับมีอุณหภูมิที่สูงถึง 35 องศาเซลเซียส ทำให้ในสวนยูคาลิปตัสท้ายหมู่บ้านคำสมบูรณ์ ต.บึงโขงหลง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ มีเห็ดยูคา หรือเห็ดขมยูคา ออกดอกแทงโผล่ขึ้นเหนือดินจำนวนมาก ชาวบ้านต่างพากันออกไปเก็บมาขายให้นักท่องเที่ยวที่มาเล่นน้ำคลายร้อนในหาดบ้านคำสมบูรณ์ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของจังหวัดบึงกาฬ นางทองพลู ไชยวงษ์ อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 307 หมู่ 3 บ้านคำสมบูรณ์ เล่าว่าช่วงนี้ว่างงานปิดหน้ายางพารา จึงได้ออกจากบ้านไปเก็บเห็ดยูคามาขาย หลังฝนตกอากาศร้อนอบอ้าวเห็ดยูคาจะออกดอกเป็นจำนวนมาก จึงนำมาขายให้นักท่องเที่ยวสดๆ กิโลกรัมละ 50 บาท วันหนึ่งจะได้อยู่ประมาณ 20 กิโลกรัม คิดเป็นเงินก็ตกวันละ1,000 บาท ใช้เวลาเก็บแค่ 1-2 ชั่วโมง หากเหลือขายให้นักท่องเที่ยว ก็จะนำไปขายในตลาดสด สำหรับเห็ดยูคารับประทานแล้วช่วยในการรักษาโรคเบาหวานและความดันได้ดีด้วย เห็ดยูคามีรสขม ก่อนจะนำไปทำเป็นอาหารก็ต้มใส่ใบมะขาม หรือผลมะแว้ง เพื่อลดความขมลงได้ ที่มา : ข่าวสดออนไลน์
