ข่าววันนี้
เมื่อ 8 ก.พ. บีบีซีและเซี่ยงไฮ้อิสต์ รายงานการรวมพลของชาวจีนตระกูลเหริน (เยิ่น) กว่า 500 คนรวมตัวกันพร้อมหน้าพร้อมตาถ่ายรูปครอบครัวในเฟรมเดียวกันในช่วงเทศกาลตรุษจีน ที่หมู่บ้านซือเสอ มณฑลเจ้อเจียง ด้านตะวันออกของประเทศจีน ภาพจาก Shanghaist นายจาง เหลียงซ่ง ช่างภาพผู้ใช้โดรนถ่ายภาพสมาชิกตระกูลเยิ่นด้านหน้าแนวหินภูเขาไฟในหมู่บ้านดังกล่าว กล่าวว่า ตระกูลเหรินมีพื้นเพจากหมู่บ้านแห่งนี้ ย้อนกลับไปได้ราว 851 ปีก่อน แต่ไม่ได้รวมญาติมากว่า 80 ปีแล้ว จนกระทั่งเมื่อเร็วๆ นี้คนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้านได้เริ่มอัพเดตข้อมูลเครือญาติ ตามสืบตามรอยไปถึงลูกหลานอย่างน้อย 2,000 ชีวิต ใน 7 ชั่วคน จนได้เครือญาติที่สมบูรณ์ จนเป็นการรวมตัวครั้งใหญ่ดังกล่าว ภาพ BBC นายเหริน ต้วนเจีย รุ่นที่ 26 ของตระกูลกล่าวถึงเหตุผลรวมญาติว่า เพื่อตอบคำถามของบรรพบุรุษ ถึงที่ที่ลูกหลานกระจายตัวอยู่ ที่ที่ใช้ชีวิต อีกเหตุผลคือนำพาลูกหลานทั่วประเทศให้รู้รากเหง้าตนเอง ดังนั้นไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ตาม ลูกหลานเหล่านั้นก็จะไม่ลืมรากเหง้าที่จากมา
เซี่ยงไฮ้อิสต์ รายงานภาพเสือโคร่งไซบีเรียตัวอวบอ้วนในสวนเสือไซบีเรียน ไทเกอร์ ปาร์ก ในเมืองฮาร์บิน มณฑลเฮย์หลงเจียง ซึ่งผู้ไปเยือนถ่ายรูปมาเผยแพร่ในโซเชียลมีเดียเว่ยป๋อ นอกจากนี้ยังมีคลิปสิงโตในสวนสัตว์เดียวกันเดินอ้วนพุงห้อย พร้อมกับตั้งคำถามว่า มันกินมากไปในช่วงเทศกาลตรุษจีนหรือไม่ และบ้างก็ห่วงว่า มันอ้วนเกินไป เจ้าหน้าที่อธิบายว่า จำเป็นต้องเลี้ยงเสือให้อ้วนเป็นพิเศษในช่วงฤดูหนาว เพราะอากาศที่เฮย์หลงเจียงหนาวทารุณ คาดว่าช่วงฤดูร้อนมันจะค่อยๆ เพรียวลง Picture: AsiaWire ก่อนหน้านี้ สวนสัตว์ในจีนหลายแห่งถูกกล่าวหาและตำหนิว่าเลี้ยงเสือให้อดๆ อยากๆ หวังจะให้มันผอมตาย เพื่อจะได้ขายกระดูกมันไปทำยาบำรุงบ้าง ยากระตุ้นทางเพศบ้าง Picture: AsiaWire ด้านองค์กร บอร์น ฟรี ฟาวน์เดชั่น องค์กรอนุรักษ์ระดับโลกไม่เห็นด้วยกับการปล่อยให้เสืออ้วนตุ้ยนุ้ยเกิน นายวิล เทรเวอร์ ประธานมูลนิธิ ให้สัมภาษณ์เว็บไซต์เมโทรของอังกฤษว่า เสือเหล่านี้อ้วนเกินไป เป็นการให้อาหารที่ไม่เป็นธรรมชาติ และไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง Picture: AsiaWire “ในความเห็นของผมมันไม่ตลก แล้วก็ไม่ได้ดูว่าเป็นเสือน่ารักด้วย เพราะเสือเหล่านี้ป่วยอย
เป็นอีกคลิปหนึ่งที่น่าจะมีประโยชน์ สำหรับฤดูร้อนที่จะถึงนี้ เรียกว่าเตรียมตัวเอาไว้เลยสำหรับคนที่ไม่มีแอร์ไว้คลายร้อน เมื่อช่อง CRAZY BD ในยูทูป นำเสนอวิธีการดัดแปลงพัดลมธรรมดาๆ เป็นพัดลมที่ให้ลมเย็นสดชื่นได้เหมือนเครื่องปรับอากาศเลยทีเดียว ซึ่งอุปกรณ์หลักๆ ก็ไม่มีอะไรมาก แค่พัดลม ขวดพลาสติก 2 ขวด และน้ำแข็ง ว่าแล้วก็ไปชมกันเลย
สำนักงาน กสทช. เผยบริการย้ายค่ายเบอร์เดิมระบบใหม่ ช่วยให้การย้ายค่ายสำเร็จเพิ่มขึ้น 94% นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า นับตั้งแต่สำนักงาน กสทช. ได้เปิดให้บริการ “ย้ายค่ายเบอร์เดิม” ระบบใหม่ที่ช่วยลดระยะเวลาในการย้ายค่ายลงจากเดิม 3 วันทำการ เป็น 2 วันทำการ นั้น พบว่าระบบใหม่ที่มีระบบอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการสามารถตรวจสอบสิทธิก่อนไปย้ายค่าย ส่งผลให้มีอัตราการโอนย้ายสำเร็จมากถึงร้อยละ 94 เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยการโอนย้ายสำเร็จในปี 2559 ที่อัตราการโอนย้ายสำเร็จอยู่ที่ร้อยละ 60 ซึ่งถือเป็นความสำเร็จที่น่าพอใจในการนำแนวคิดและเทคโนโลยีใหม่มาอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และเป็นการคุ้มครองสิทธิของผู้ใช้บริการจากการถูกแอบอ้างเป็นเจ้าของเลขหมายเพื่อทำการโอนย้ายเลขหมาย การย้ายค่ายเบอร์เดิมระบบใหม่นี้ สำนักงาน กสทช. ได้ออกแบบเครื่องเครื่องมือเพื่อให้ผู้ใช้บริการที่ประสงค์จะย้ายค่ายสามารถเช็คหรือตรวจสอบสิทธิของตัวเองได้ฟรีก่อนย้ายค่าย เพียงกด *151* เลขบัตรประชาชน 13 หลัก (หรือเ
คุณเหมียว (ขอสงวนชื่อจริง-นามสกุล) สาวออฟฟิศธรรมดา เจ้าของเพจขาย “ขายทุกสิ่งอย่างบนโลกและจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล” ฟังชื่อก็กวนๆ แต่ความน่าสนใจไม่ได้อยู่ที่ชื่อร้านอย่างเดียว สินค้าที่ขายก็น่าสนใจด้วยเช่นกัน เธอเริ่มต้นให้ฟัง อาชีพนี้เกิดขึ้นมาจากรับผลิตเสื้อซิลก์สกรีนให้กับเพจดังในโซเชียลมาก่อน ต่อมาได้ซื้อเครื่องจักรที่สามารถผลิตได้ตัวเดียว เลยลองสร้างเพจขำๆ ขึ้นมาในเดือนพฤษภาคม ปี 2558 เป็นธุรกิจในกลุ่มเพื่อน ช่วยกันทำคนละไม้คนละมือ กระทั่งปัจจุบันมีทีมแอดมินแบ่งหน้าที่กันเสร็จสรรพ ทั้งดูแลหน้าเพจ ตอบข้อความลูกเพจ ออกแบบลายเสื้อ คนผลิตเสื้อ และคนจัดส่งสินค้า สำหรับแนวคิดของร้านยึดตามไอดอลอย่าง ร้าน “จีฉ่อย” ตำนานร้านโชห่วย ที่ขายทุกอย่างจริงๆ ทั้งเอามาขายเอง หรือรับจากเพจอื่นมาขาย หากสิ่งไหนไม่มีขาย ลูกค้าก็สามารถสั่งได้ ไม่ได้อ่านผิดนะ สามารถสั่งได้จริงๆ ใครอยากได้อะไร ร้านนี้เขาตามหาให้หมดตามความต้องการของเราเลย แต่มีเงื่อนไขว่าต้องโอนเงินค่าสินค้าไปก่อนแค่นั้นเอง มาดูสินค้าตัวเด็ดล่าสุด ที่การดึง “วลีเด็ดจากข่าวดัง” กรณีลุงวิศวกร-กลุ่มวัยรุ่น มาสกรีนบนเสื้อยืด เช่น มึงเก๋าหรอ , ก
นางสาววชิรา อารมณ์ดี ผู้ช่วยผู้ว่าการสายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการตลาดการเงินไทย(ทีเอฟเอ็มซี) ซึ่งมีตัวแทนจากสมาคมธนาคารไทย สมาคมธนาคารนานาชาติ ชมรมเอซีไอ สมาคมบริษัทจัดการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการกำลับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ต.ล.) สมาคมตราสารหนี้ไทย และธปท. ได้จัดทำมาตรฐานผู้ค้าเงินตามแนวทางส่งเสริมมาตรฐานและพัฒนาคุณภาพในตลาดเงินและตลาดเงินตราต่างประเทศ และได้ขอความร่วมมือธนาคารทุกแห่งจัดให้ผู้ค้าเงินที่มีหน้าที่โดยตรงในการซื้อขายหรือทำธุรกรรมเข้าทดสอบความรู้พื้นฐาน กฎระเบียบและจริยธรรม เพื่อรับใบรับรองคุณสมบัติผู้ค้าเงินในการประกอบอาชีพ ซึ่งใบรับรองจะมีอายุ 2 ปี โดยปัจจุบันผู้ค้าเงินในไทยมีอยู่ประมาณ 700 คน โดยจะมีการเริ่มทดสอบคุณสมบัติในเดือนเมษายน และคาดว่าจะสามารถรับรองคุณสมบัติผู้ค้าเงินได้ครบถ้วนภายใน 1 กันยายนนี้ “การออกใบรับรองอาชีพผู้ค้าเงิน ไม่ได้มีผลบังคับตามกฎหมาย แต่เป็นการสร้างมาตรฐานให้ตลาดการเงินไทยและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ร่วมตลาดทุกฝ่าย หากผู้ค้าเงินในระบบทั้งหมดมีการสอบรับรองมาตรฐานก็จะทำให้ผู้ค้าเงินรายใหม่ที่เข้ามาต้องมี
หากเริ่มจาก สมมุติฐาน ที่ว่า เมื่อ 15 ปีก่อน ยังเคยมีเหตุการณ์เงินคงคลังเหลือเพียง 20,000-30,000 ล้านบาท การมีเงินคงคลัง 74,907 ล้านบาท ถือว่า มาก จึงมิได้เป็นเรื่องแปลกที่ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ มิได้ตระหนก เนื่องจากเป็นการบริหารของกระทรวงการคลังที่ไม่ต้องการกู้เงินมากองไว้ จะได้ไม่ต้องเสียดอกเบี้ย เช่นเดียวกับที่ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล มองในด้านดี สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารจัดการเงินคงคลัง สะท้อนว่ารัฐบาลเบิกจ่ายงบประมาณได้ดีขึ้น และหากรัฐบาลเห็นว่าระดับเงินคงคลังลดลงมากจนเกินไปสามารถระดมทุนผ่านตลาดพันธบัตรได้ใช้เวลาเพียง 2 วันเท่านั้น กระนั้น ด้านดี เหล่านี้ก็ต้องพึง ระวัง เพราะหากเมื่อใดมี 1 การขายพันธบัตร และ 1 มีการปรับขึ้นภาษีเหมือนในกรณีภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้กับเครื่องบินในประเทศ ก็เท่ากับเป็นการส่ง สัญญาณ เหมือนกับที่เคยเกิดความหวาดระแวงมาแล้วในกรณีการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้กับเครื่องบินในประเทศ เหมือนกับการแจ้งข่าวเรื่อง พันธบัตร จากสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ สถานการณ์ เงินคงคลัง ครั้งนี้ทำให้สังคมไทยได้รับ บทเรียน ในเรื่
นิด้าโพล เผย ผลสำรวจความคิดเห็นพฤติกรรมการใช้เน็ตบนมือถือ ชี้ กว่าครึ่งคนไทยไม่เข้าใจแพ็คเกจ ‘ใช้เน็ตได้ไม่อั้น’ ผู้ใช้บริการแบบรายเดือน เจอปัญหาใหญ่ ‘เน็ตปรับลดสปีด’ ขณะที่ ผู้ใช้บริการแบบเติมเงิน รู้ไม่เท่าทันข้อจำกัด ’โปรเสริม’ จากอัตราการเติบโตของจำนวนผู้ใช้อินเทอร์บนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย จนมีอิทธิพลต่อการดำรงชีวิตของคนไทย จนกลายเป็นสิ่งจำเป็นไปในที่สุด ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” จึงทำการสำรวจความคิดเห็นพฤติกรรมการใช้เน็ตบนมือถือ ในกลุ่มตัวอย่างคนไทยในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 1,529 คน ระหว่างวันที่ 30 ม.ค. – 2 ก.พ. 2560 เพื่อให้เกิดความเข้าใจต่อผู้บริโภคมากขึ้น โดยพบว่าปัญหาหลักที่พบจากการใช้แพ็กเกจอินเตอร์เน็ตทางมือถือ เป็นเรื่องความต้องการการใช้อินเตอร์เน็ตมีมากกว่าแพ็กเกจที่ทางผู้ให้บริการเสนอขายอยู่ คิดเป็นร้อยละ 43.99 รองลงมาคือเรื่องราคาของแพ็กเกจสูงเกินไป ทำให้ไม่สามารถจ่ายค่าอินเตอร์เน็ตให้เพียงพอกับความต้องการใช้ได้ คิดเป็นร้อยละ 36.01 และแพ็กเกจของผู้ให้บริการมีความซับซ้อน เข้าใจยาก บางครั้งจึงได้ในสิ่งที่ไม่ตรงตามความต้องก
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 นายเสน่ห์ นนทะโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า จากพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่องอากาศแปรปรวนบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนในห้วงวันที่ 9-15 กุมภาพันธ์ 2560 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีน จะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน จะมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่และลมกระโชกแรงในระยะแรก จากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 4-6 องศาเซลเซียส ในส่วนของจังหวัดมหาสารคาม อุณหภูมิลดลงจากเมื่อวานนี้อีก 2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 17 องศาเซลเซียส หลายพื้นที่โดยเฉพาะตามชนบทได้สัมผัสถึงอากาศหนาวเย็น ซึ่งมีแนวโน้มว่าอุณหภูมิจะต่ำลงกว่านี้ โดยได้ให้ทางป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมหาสารคม ได้แจ้งไปยังหัวหน้าส่วนราชการทุกส่วนราชการ นายอำเภอทุกอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือกับอากาศหนาวเย็น โดยให้เตรียมเครื่องกันหนาวสำหรับให้ความอบอุ่นไว้ให้พร้อม โดยเฉพาะเด็กเล็กและผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง และให้ระวังเรื่องอัคคีภัย หลีกเลี่ยงการจุดไฟหรือก่อกองไฟในช่วงที่มีลมแรง อีกทั้งจัดเตรียมเจ้าหน้าท
เรียกว่าเป็นนักร้องวัย 62 ปี ที่ยังสวยและเสียงดีมากสำหรับ ดาวใจ ไพจิตร ที่ล่าสุดก็ได้เปิดบ้านมูลค่าหลายร้อยล้านบาทย่านสุขุมวิทให้รายการ ‘เดอะ เกสท์ (The Guest ) ตีสนิทคนดัง’ ไปเก็บภาพ พร้อมพูดคุยกับเจ้าตัวมาฝากแฟนๆ โดยดาวใจบอกว่าที่นี่เป็นทั้งบ้านพัก ทั้งรีสอร์ทและสปา และนี่คือภาพบ้านของเธอ นอกจากจะพาเหล่าพิธีกร บ๊วย – เชษฐวุติ วัชรคุณ, เอมี่ กลิ่นประทุม และบอล เชิญยิ้ม ชมรอบบริเวณบ้านแล้ว เจ้าตัวยังโชว์ชุดสุดอลังและเครื่องประดับสุดรักสุดหวง โดยว่าสำหรับเธอแล้ว เครื่องประดับนับว่าเป็นสิ่งสำคัญ “เสื้อผ้า หน้าผม รองเท้ามันต้องไปด้วยกันหมด เสื้อผ้าเรามีร้านเราเอง ปักมือหมด ทำเองหมด แม้แต่ชุดชั้นในก็ทำเอง เรามีโรงงานของเราเองค่ะ ถามว่าชุดไหนหลักแสน จริงๆ เครื่องประดับเราก็เป็นแสนอยู่แล้วทุกตัว เพชรแท้ พลอยแท้ ชอบทุกชุด เราชอบชุดผ้าปักสวยๆ อย่างที่บอกชอบทุกชุด ไม่เคยทิ้งชุด มันก็จะมีเยอะ 2,000-3,000 ชุด เราเป็นนักร้อง” ขณะที่ในส่วนของบ้าน “ก็อยากให้มีทุกอย่างพร้อมเป็นหนึ่งเดียวในนี้เลย ทั้งหมดนี้ 4 ชั้น สร้างมาประมาณ 3 ปีแล้ว” ดาวใจยังบอกด้วยว่า ทุกวันนี้แม้จะมีคนเข้ามาจีบหลายคน แต่ยังไม่ตก
