ข่าววันนี้
รฟม.แจ้งเบี่ยงช่องทางจราจรบนถนนพหลโยธิน บริเวณสวนสมเด็จย่า และบริเวณด้านหน้าธนาคารทหารไทย สำนักงานใหญ่ เพื่อดำเนินการก่อสร้างทางวิ่งรถไฟฟ้า โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว (เหนือ) ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560-3 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 22.00 น.เป็นต้นไป ตลอด 24 ชั่วโมง การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) แจ้งว่า บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ผู้รับจ้างก่อสร้างงานโยธา โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว (เหนือ) ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต สัญญาที่ 1 จะดำเนินการก่อสร้างทางวิ่งรถไฟฟ้าบริเวณสวนสมเด็จย่า และบริเวณด้านหน้าธนาคารทหารไทย สำนักงานใหญ่ จึงมีความจำเป็นต้องการเบี่ยงจราจรบนถนนพหลโยธิน โดยมีรายละเอียดการเบี่ยงเส้นทางจราจรในบริเวณ ดังต่อไปนี้ 1.ในวันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560 ถึงวันเสาร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 บริเวณสวนสมเด็จย่า จะทำการเบี่ยงช่องทางการจราจรบนถนนพหลโยธินทั้งฝั่งขาเข้าและฝั่งขาออก (ชิดเกาะกลาง) ฝั่งละ 1 ช่องทาง ทำให้มีช่องทางการจราจรฝั่งขาเข้าคงเหลือ 3 ช่องทาง และฝั่งขาออกคงเหลือ 5 ช่องทาง 2.ในวันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 ถึงวันเสาร์ที่ 3 กุมภาพั
เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ นายศุภกร วีรสุวิภากร ผู้อำนวยการตลาดนัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า ตามที่ กทม.ได้เช่าพื้นที่ 20 ไร่ ของสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เพื่อจัดทำตลาดนัดกลางคืน หรือ เจเจกรีน และให้สิทธิบริษัท วีมัลติมีเดีย จำกัด เช่าพื้นที่บริหารต่อนั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2559 ทั้ง 2 สัญญา ได้สิ้นสุด แต่สวนสมเด็จฯ ได้ให้ กทม.เช่าพื้นที่ต่อไปจนถึงปี 2561 โดยได้ลงนามสัญญาไปเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2559 แต่ กทม.ยังไม่ได้มีการดำเนินการต่อสัญญากับบริษัท วีมัลติมีเดียฯ ซึ่งตั้งแต่สิ้นสุดสัญญา พบว่าบริษัทยังคงเก็บค่าเช่าแผงกับผู้ค้ามาโดยตลอด “กทม.ได้ติดต่อกับบริษัท วีมัลติมีเดียฯ เพื่อให้เข้ามาต่อสัญญาตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม 2559 – วันที่ 12 มกราคม 2560 พร้อมจ่ายค่าเช่าพื้นที่ให้กทม.เป็นเงิน จำนวน 3,800,000 บาท เพื่อ กทม.นำเงินส่วนนี้ไปชำระเป็นค่าเช่าพื้นที่ให้กับสวนสมเด็จฯ แต่บริษัทฯ ไม่ได้มีการดำเนินการแต่อย่างใด มีเพียงการส่งเอกสารมาขอต่อสัญญาถึงปี 2560 เท่านั้น” นายศุภกร กล่าวและว่า ดังนั้น ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป กทม.จะเข้าบริหารจัดการตลาดเจเจกรีน และยืนยันว่าไม
“ไมค์ ภิรมย์พร” ได้รับเชิญเป็นกรรมการกิตติมศักดิ์ในการประกวดส้มตำใส่ปลาร้า กล่าวตอนหนึ่งในงาน “เทศกาลปลาแซ่บหลาย ปลอดภัยอีหลีเด้อ” ที่อุทยานเทคโนโลยีการเกษตร จัดโดยมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) เมื่อเร็วๆ นี้ว่า คนภาคตะวันออกเฉียงเหนือเมื่อรับประทานส้มตำต้องใส่ปลาร้า โดยเฉพาะปลาร้าดิบจะมีการฉีกใส่เข้าไปในครกและตำไปด้วย จึงเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างมาก เพราะมีพยาธิใบไม้ตับแฝงอยู่ในตัวปลาร้าด้วย ทำให้คนอีสานมีโอกาสเป็นมะเร็งในท่อน้ำดีจำนวนมาก แพทย์บอกว่า เสียชีวิตปีละ 2 หมื่นคน ดังนั้น ต้องรณรงค์ให้รับประทานปลาร้าต้มสุก “พ่อของผมเสียชีวิตไปเมื่อ 3-4 ปีที่ผ่านมาด้วยโรคมะเร็งที่ท่อน้ำดี ก่อนหน้านั้นสุขภาพแข็งแรงมาก ไม่เคยไปตรวจหรือไปหาหมอ แต่พอไปตรวจพบว่าเป็นมะเร็งในท่อน้ำดีถึงขั้น 3 และขั้น 4 ไม่นานก็เสียชีวิต พ่อชอบรับประทานก้อย และส้มตำปลาดิบอย่างมาก โดยเฉพาะปลาส้มฉีกเป็นตัวมารับประทาน แม้ว่าพ่อได้รับการผ่าตัดจากโรคดังกล่าว แต่อยู่ได้เพียง 2 เดือนก็จากไป” ผมจึงต้องรณรงค์ช่วยเหลือพี่น้องคนอีสานที่ชอบรับประทานปลาน้ำจืดดิบๆ ให้รับประทานปลาที่ต้มสุกแล้วเท่านั้น
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 1 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลัง น้ำตาล น.ส.ชลิตา ส่วนเสน่ห์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2016 กลับถึงประเทศไทยเมื่อวานนี้ ได้เดินสายออกรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 โดยเล่าถึงบรรยากาศการประกวดในรายการว่า คนฟิลิปปินส์รู้จักเราเยอะค่ะ เพราะเวลาไปไหนคนฟิลิปปินส์จะเรียกตลอดว่า “ชาร์ลิ่งๆ” ซึ่งการประกวดครั้งนี้ ทุกอย่างต้องแข่งกับเวลา ทุกชุดที่ประกวดตาลก็ได้เลือกเอง ส่วนการแต่งหน้าก็แต่งเองด้วยด้วยค่ะ ก่อนขึ้นเวทีการประกวดตื่นเต้นมาก ตาลทั้งกรี๊ดทั้งเต้นก่อนขึ้นเวที โดยช่วงที่ตื่นเต้นที่สุดคือ ตอนประกาศ 3 คนสุดท้าย ซึ่งไม่มีไทยแลนด์ เป็นความรู้สึกที่เสียดาย ตาลทำเต็มที่มากๆ ไม่มีวันไหนที่ตาลท้อ ไม่มีวันไหนที่ตาลเหนื่อย ตอนที่ประกาศแล้วไม่มีชื่อของเรา ความรู้สึกตอนนั้นไม่รู้ว่าจะเดินไปทางไหน พอลงจากเวทีก็ร้องโฮออกมาทันที น้ำตาล เล่าถึงเพื่อนสนิทที่เป็นสาวงามจากโคลอมเบีย ว่า จำได้ว่าตอนเจอกันครั้งแรกก็ทักทายกันและคุยกันว่าเราหน้าเหมือนกัน กระทั้งวันหนึ่งที่เราทำผมมัดจุดทรงเดียวกันด้วย จากนั้นก็ทำให้เราสนิทกันมากขึ้นค่ะ สำหรับการประกวดระดับโลกแบบนี้ “น้ำตาล” บอ
วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ประชาชนในจังหวัดภูเก็ตได้ร้องเรียนถึงกรณีพบข้อมูลเพจเเนะนำร้านอาหารเเละสถานที่ท่องเที่ยวมีการโพสต์ภาพเครื่องดื่มเเอลกอฮอล์ลงในเพจเฟซบุ๊กที่เปิดสาธารณะอย่างโจ่งเเจ้ง เห็นบรรจุภัณฑ์เเละยี่ห้อของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พร้อมมีการระบุโปรโมชั่นด้วย ข้อความเชิญชวนให้ซื้อเเละใช้บริการจำนวนมาก อาทิ ซื้อสองขวดฟรีหนึ่งขวด โดยไม่มีการเซ็นเซอร์ ซึ่งเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมแอลกอฮอล์ ปี 2551 จากการตรวจสอบข้อมูลในเพจเฟซบุ๊กดังกล่าวตามที่ได้ข้อมูล พบว่าส่วนใหญ่จะมีการโพสต์เกี่ยวกับการเเนะนำร้านอาหารเเละสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตเพื่อดึงดูดเเฟนเพจ ทำให้มีผู้สนใจเข้ามาติดตามเป็นจำนวนมาก รวมถึงเด็กเเละเยาวชน ก่อนจะมีการโพสต์โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แทรกเข้าไปจำนวนหลายโพสต์ และมีการเชิญชวนให้ซื้อหรือใช้บริการอย่างชัดเจน ทั้งที่ทราบดีว่าการโพสต์ในลักณะดังกล่าวเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นการกระทำที่เป็นการแสวงหาประโยชน์เเบบไม่ถูกต้อง เพราะไม่มีการกำหนดกลุ่มผู้เข้าถึง เเละยังเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายอย่างชัดเจน ซึ่งจะส่งผลเสียต่อเด็กเยาวชน รวมถึงภาพลักษณ์ข
เพิ่งผ่านไปไม่นาน สำหรับงานแต่งงานแห่งปี ของหนุ่ม เชน ธนา และสาวเจมส์ กณิการ์ ที่ฝ่ายชายหอบสินสอดมูลค่ารวม 168 ล้านบาท เป็นบ้านมูลค่า 147 ล้านบาท เงินสด 8,888,888 บาท ทองคำหนัก 168 บาท (มูลค่า 3,400,000บาท) มงกุฎเพชร 25 กระรัต มูลค่า 5,000,000 บาท และเครื่องเพชร 3,711,112 บาท จนเป็นที่ฮือฮาอย่างมากในโลกออนไลน์ ล่าสุด หนุ่มเชนและสาวเจมส์ เปิดเรือนหอสุดอลังการ มูลค่า 147 ล้านบาท ให้รายการตีท้ายครัวเข้าไปชมทุกซอกทุกมุม ต้องบอกเลยว่า เรือนหอหลังนี้อลังการระดับบ้านทรายทองเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม หนุ่มเชนเปิดเผยว่า ตอนนี้ต้องรอตกแต่งภายในอีกประมาณ 8 เดือน ก่อนจะย้ายเข้าไปอยู่จริงๆ ขอบคุณที่มา NGOA TV
วันที่ 31 ม.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีคนเดินทางมาซื้อกุ้งเครย์ฟิช สีด่างวัวในราคาสูง 1 ล้านบาท ที่ร้านโต้บ้านป่าเครย์ฟิชคากี้โกส ตั้งอยู่เลขที่ 229 หมู่ 11 ต.ห้วยขวาง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม จึงเดินทางไปตรวจสอบพบว่าเปิดเป็นฟาร์มเลี้ยงกุ้งสวยงาม ภายในมีชั้นวางและตู้กระจกสำหรับใส่กุ้งไว้จำนวนมาก จากการสอบถามนายกนกภูมิ ศิริวัฒน์ อายุ 28 ปี เจ้าของฟาร์มกุ้ง เปิดเผยว่า ตนเป็นเจ้าของร้านอาหาร เพลินวาน อยู่ในเขต อ.กำแพงแสน นครปฐม อยู่แล้ว แต่รักและชื่นชอบในการเลี้ยงกุ้งสวยงาม จึงเลี้ยงเป็นงานอดิเรกมานานกว่า 8 ปี สมัยก่อนป้าของตนมีอาชีพเลี้ยงกุ้งก้ามแดงและยังเคยส่งไปขายต่างประเทศด้วย ในตอนนั้นตนยังเรียนอยู่ชั้น ปวช. เริ่มเข้าสู่วัยรุ่น เลี้ยงเรื่อยมาจึงมีความชำนาญและประสบการณ์เกี่ยวกับการเลี้ยงกุ้งเพราะเห็นมาแต่เล็กด้วย จำความได้ในตอนนั้นเริ่มเลี้ยงประมาณ 4–5 คู่ และได้มีการผสมพันธุ์จนได้ลายแปลกตา กระทั่งได้กุ้งเครย์ฟิช สีด่างวัว ตัวนี้ออกมา สำหรับกุ้งเครย์ฟิช ตนตั้งชื่อให้ว่า ขุนช้าง ขณะนี้มีอายุ 6 เดือนแล้ว จึงนำไปผสมพันธุ์กุ้งเครย์ฟิช เพศเมีย ชื่อว่า สีดา ใช้เวลาในการเพาะฟักไข่นานกว่า 2 เดือ
สมาชิกเฟซบุ๊ก “Supornchai Sripan” โพสต์คลิปพ่อค้าขายอาหารทอดริมชายหาด ที่มีลีลาวาทะศิลป์การพูดที่ไม่ธรรมดา ชนิดที่ว่าพูดน้ำไหลไฟดับ ปนไปด้วยความฮาอย่างคล่องแคล่ว พร้อมข้อความว่า #สุดยอดการตลาด ขายของชายหาด พี่พูดเก่งขนาดนี้ ไม่ซื้อ ไม่ได้แล้วล่ะ #ทอดมันปลาอินทรีย์ ผสมเนื้อปลาโลมาตามด้วยปลาเมื่อวานอร่อยโคตรๆ #ปลาหมึกทอด จากฮาวาย กินแล้ว จะร้อง ว๊ายยยย มีแต่แป้งกว่าจะถึงปลาหมึกอิ่มแป้งพอดี 5555+” ที่มา : ข่าวสดนออนไลน์
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่าการประชุมคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินเชิงยุทธศาสตร์(ปยป.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน หารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาจราจรในกทม. ปริมณฑลและต่างจังหวัด โดยนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมไปพิจารณาจัดหาจุดจอดรถ เพื่อลดปัญหาการจรจาติดขัดที่เกิดจากประชาชนจอดรถทิ้งไว้บริเวณถนน ขณะนี้มอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) ไปศึกษาความเป็นไปได้ และความเหมาะสมของจุดจอดรถจำนวน 5 จุดในกทม. และปริมณฑล อาคม เติมพิทยาไพสิฐ การแก้ไขปัญหาการจรจาในกทม.และปริมณฑลนั้น จากการสำรวจพื้นที่จอดรถเบื้องต้น จำนวน 2 จุด คือ1.จุดจอดและจร ของรถไฟฟ้า รฟม.จำนวน 10 สายทาง พบว่ามีทั้งหมด 54 แห่ง จอดรถได้ 89,048 คัน และ2.จุดจอดรถส่วนบุคคลในแนวรถไฟฟ้า เช่นในห้างสรรพสินค้าต่าง รวมจำนวน 8 แห่ง จอดรถได้ 13,855 คัน รวมทั้ง 2 จุดสามารถจอดรถได้มากถึง 102,903 คัน นอกจากนี้ยังมีพื้นที่จอดรถตามแนวรถไฟฟ้าสายสีชมพูช่วงแคราย-มีนบุรี และสายสีเหลืองช่วงลาดพร้าว-สำโรง ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ โดยคาดว่าจะสามารจจอดรถได้อีก 26,713 คัน นายอาคมกล่าวถึงการแ
เรื่องโดย : คอลัมน์กฤช เหลือลมัย มติชนรายวัน ฤดูกาลเป็นสิ่งที่เราๆ ท่านๆ อาจลืมกันไปแล้ว ค่าที่ว่าในบางปีนั้น เราแทบไม่รู้สึกว่ามีความแตกต่างใดๆ ด้านภูมิอากาศ แถมเมื่อมองผ่านวัตถุดิบอาหาร ก็ดูเหมือนว่าผักหญ้าในตลาดสดจะมีเหมือนๆ กันทั้งปีอย่างไม่ขาดตกบกพร่องด้วยซ้ำ การที่คนแต่ก่อนมักพูดกันว่า “รออีกสักหน่อยเถิด จะมีมะม่วงหวานๆ มีสะเดาขมๆ มันๆ หรือมีทุเรียนหอมๆ กิน” นั้น จึงกลายเป็นเรื่องที่คนสมัยรุ่นปัจจุบันแทบจินตนาการไม่ออกเอาเลยทีเดียว แต่ผมคิดว่าถึงคนจะไม่รู้สึก แต่บรรดาสัตว์และผักหญ้าคงรู้สึกอยู่ เพราะวัตรปฏิบัติตามธรรมชาติของพวกมัน เช่น การเข้าจำศีลก็ดี การทิ้งใบ ผลิดอก ออกฝัก หรือความหอมฉุนต่างๆ ก็ดี ยังคงหมุนเวียนเปลี่ยนไปตามรอบปีอย่างค่อนข้างเป็นปกติอยู่ นั่นทำให้ถึงแม้ฤดูหนาวจะไม่ค่อยหนาวแล้ว แต่ทุกปีผมก็เฝ้ารอช่วงเวลานี้ เพราะผมเป็นคนที่ชอบกิน “ผัดกะเพรา” น่ะซีครับ ………………. มันก็เมื่อสักสิบกว่าปีมานี้เองครับ ที่ผมพบขณะขับรถตระเวนไปตามทางหลวงชนบทแถบภาคกลางและภาคอีสานตอนล่าง ว่าข้างทางซึ่งเป็นที่โล่งบ้าง ละเมาะโปร่งๆ หน่อยบ้าง ดินเป็นดินลูกรังแห้งๆ หรือดินปนทรายแล้งๆ นั้น มักมีด
