ข่าววันนี้
วันที่ 31 ม.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีชายชราเป็นจิตอาสาตระเวนซ่อมถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อในหมู่บ้าน หมู่ 1 ต.บ้านนา อ.บ้านนาเดิม จ.สุราษฎร์ธานี จึงลงพื้นที่ตรวจสอบที่วัดชมพูพล (วัดห้วยใหญ่) พบนายสุชีพ หรือตาฉุย คงวิสุทธิ์วงศ์ อายุ 73 ปี ชายชราผู้มีจิตอาสานำดินไปถมถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อทั่วทั้งหมู่บ้าน นายสุชีพ เล่าว่า ตนมาอาศัยกุฎิวัดชมพูพลเป็นที่อยู่อาศัยมานานกว่า 20 ปี ไม่มีลูกเมียและคอยช่วยทำงานในวัดทำทุกอย่างรวมถึงงานที่เกี่ยวกับสาธารณะประโยชน์ในชุมชน แต่ที่ทำอยู่เป็นประจำหลังจากเสร็จงานในวัดคือ จะถือจอบพร้อมรถเข็นไปขุดดินเหนียวและหินกรวด ออกตระเวนซ่อมแซมถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อภายในหมู่บ้านทุกวัน โดยทำมานานกว่า 7 ปีแล้ว เพราะรู้สึกว่าถ้าทางสัญจรลำบากชาวบ้านในหมู่บ้านก็จะไม่ได้รับความสะดวกสบาย หรือหากมีผู้ที่เจ็บไข้ได้ป่วย จะได้เดินทางไปหาหมอสะดวกขึ้น “และที่สำคัญคือนักเรียนที่เดินทางไปโรงเรียนด้วยรถจักรยานยนต์ อาจจะได้รับอันตรายจากหลุมบ่อบนถนนในหมู่บ้านได้ จึงได้หาดินมาถมเพื่อความปลอดภัยของทุกคนในหมู่บ้าน สิ่งที่ตนเองทำทำด้วยใจไม่มีใครใช้ โดยถือคติว่า “ผมยอมลำบากคนเดียว แต่ให้คนอื่นสบ
วันที่ 31 มกราคม 2560 ที่ห้องประชุมอาคารคอซิมบี้ ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายโชคชัย เดชอมรธัญ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมคณะกรมการจังหวัดภูเก็ตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ครั้งที่ 1/2560 โดยมีนายสนิท ศรีวิหค นายธีระ อนันตเสรีวิทยา และนางศิวพร ฉั่วสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายถาวรวัฒน์ คงแก้ว ปลัดจังหวัดภูเก็ต นายศรัณยู เสมา หัวหน้าสำนักงานจังหวัดภูเก็ต หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้แทนเอกชนเข้าร่วมประชุมด้วย นายโชคชัย กล่าวถึง ความคืบหน้าการจัดระเบียบโรงแรมในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อแก้ปัญหาการนำอาคารประเภทอื่นมาทำเป็นโรงแรมด้วยการเปิดให้บริการรายวัน ว่าจังหวัดได้ตรวจสอบข้อมูลการให้บริการห้องพักในจังหวัด มีสถานประกอบการโรงแรมในจังหวัดที่ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย จำนวน 424 แห่ง และมีสถานที่พักประเภทอื่น เช่น คอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนต์ แมนชั่น มาเปิดขายบริการห้องพักเป็นรายวัน รวมทั้งหมด 1,366 แห่ง “ทั้งนี้จังหวัดเปิดโอกาสให้สถานประกอบการโรงแรม ทั้ง 1,366 แห่ง มาขึ้นทะเบียนเพื่อดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย ภายในวันที่ 31 มกราคมนี้ปรากฏว่า ขณะ
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า กสทช. เตรียมแจกคูปองทีวีดิจิทัลล็อตใหม่อีกจำนวนทั้งสิ้น 3,984,662 ใบ รวมมูลค่า ราว 2,800 ล้านบาท โดยจะเริ่มส่งหนังสือแจ้งสิทธิ์ไปยังครัวเรือนที่มีสิทธิ์ได้รับคูปองตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม – 1 มีนาคม 2560 ซึ่งประชาชนสามารถใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม – 2 กันยายน 2560 โดยครัวเรือนที่จะได้รับสิทธิ์คูปองล็อตนี้มี 4 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.ครัวเรือนที่ได้รับสิทธิ์แจกคูปองครั้งแรก แต่ไม่ได้รับคูปองดังกล่าว (เฉพาะที่บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ส่งคืนสำนักงาน กสทช.) จำนวน 1,175,559 ใบ 2. ครัวเรือนที่มีทะเบียนบ้านและมีเจ้าบ้านซึ่งมีขึ้นภายหลังวันที่ 16 กันายายน 2557 จำนวน 407,162 ใบ 3. ครัวเรือนที่มีทะเบียนบ้านและทะเบียนบ้านชั่วคราว ที่มีผู้อยู่อาศัย แต่ไม่มีเจ้าบ้าน จำนวน 1,870,410 ใบ และ 4. ครัวเรือนที่มีทะเบียนบ้านชั่วคราว และมีเจ้าบ้าน จำนวน 531,531 ใบ “การแจกคูปองครั้งนี้ กสทช. ได้เปลี่ยนแปลงการแจกคูปองทีวีดิจิทัลเป็นระบบใหม่ โดยจะส่งเป็นหนังสือแจ้งสิทธิให้กับครัวเรือนทั้ง 4 กล
เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงนี้เกษตรกรที่จังหวัดหนองคายหลายพื้นที่ โดยเฉพาะที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง เร่งเก็บใบยาสูบที่ปลูกไว้ตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา นำไปบ่มและซอยตากแดด บรรจุใส่ถุงเตรียมไว้ให้พ่อค้าคนกลางมารับซื้อ ซึ่งการปลูกใบยาสูบเป็นอาชีพเสริมของเกษตรกรชาวหนองคาย ที่สร้างรายได้งามให้กับเกษตรกร นายบัวลี ไครสี เกษตรกรชาวบ้านสะเงียว ต.กวนวัน อ.เมืองหนองคาย กล่าวว่า ปลูกใบยาสูบมากว่า 25 ปี บนพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง 4 ไร่ ลงทุนปลูกไร่ละ 10,000 บาท ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายในการซื้อปุ๋ยบำรุงเท่านั้น โดยใบยาสูบจะปลูกได้เฉพาะช่วงหน้าหนาวต่อหน้าแล้งเท่านั้น ดังนั้น เกษตรกรจึงเริ่มลงมือปลูกใบยาสูบช่วงเดือนตุลาคม เก็บเกี่ยวได้ช่วงมกราคมเป็นต้นไป ระยะเวลาประมาณ 100 วัน เมื่อเก็บใบยาสูบแล้วจะนำมาบ่มให้ใบยาสูบจากสีเขียวแก่เป็นสีเหลืองประมาณ 3 วัน แล้วนำมาหั่นซอย ตากแดด 2 แดด แล้วบรรจุใส่ถุง จากนั้นรอให้พ่อค้าคนกลางมารับซื้อ ซึ่งมีการติดต่อซื้อขายกันก่อนล่วงหน้า มีตลาดรับซื้อแน่นอน กิโลกรัมละ 120 บาท ผลผลิต 1 ไร่ ได้ใบยาสูบที่หั่นซอยตากแดดจนแห้งแล้วประมาณ 600 กิโลกรัม ดังนั้นเกษตรกร
ไหนจะดูแลคุณพ่อวัย 80 ป่วยมะเร็งตับ โรคหัวใจ ไหนตัวเองเป็นเนื้องอกที่หน้าอก นางเอกแซมมี่ เคาวเวลล์ ยังสู้ตลอด ล่าสุด เจ้าตัวโพสต์ภาพ ขณะไปนั่งขายของที่ตลาดนัดช่วงกลางคืน พร้อมข้อความว่า “โหมดแม่ค้า :)” โดยมีคนเข้าไปสอบถามกันมากมายว่าขายอะไร พร้อมจะไปช่วยอุดหนุน โดยให้กำลังใจให้ขายดี แถมบอกว่าแม่ค้าสวยมากๆ ขณะที่ มารดานางเอกสาว เผยภาพ ลูกสาวดูแลคุณพ่อที่ป่วยโรคร้าย ซึ่งมีคนเข้ามาให้กำลังใจ พร้อมบอกว่า คุณแม่โชคดีมีลูกสาวที่ดี กตัญญูแบบนี้ ที่มา : ข่าวสดออนไลน์
สแกน อินเตอร์ หรือ SCN ผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับก๊าซธรรมชาติแบบครบวงจร ฟันธงปี 60 แนวโน้มความต้องการใช้ก๊าซ NGV ฟื้นตัวจากปีก่อน หลังราคาน้ำมันกลับสู่ช่วงขาขึ้น มีลุ้นแตะ 60 เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ถ่างส่วนต่างราคาเชื้อเพลิงก๊าซ NGV กับน้ำมันเบนซิน-ดีเซล เป็นกว่าเท่าตัว ชี้เป็นแรงจูงใจให้ผู้บริโภคหันกลับมาใช้ก๊าซ NGV เพิ่มขึ้น นายฤทธี กิจพิพิธ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สแกน อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCN ผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับก๊าซธรรมชาติแบบครบวงจร เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่อยู่ในช่วงขาขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่กลุ่มผู้ผลิตน้ำมันในกลุ่มโอเปคได้รวมตัวกันลดกำลังการผลิตลง 210,000 บาร์เรลต่อวันเพื่อแก้ปัญหาราคาน้ำมันตกต่ำ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับสูงขึ้น ปัจจุบันมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 50-55 เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และมีความเป็นไปได้ว่าภายในกลางปีนี้ ราคาน้ำมันดิบจะปรับเพิ่มขึ้นไปแตะระดับ 60 เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล บริษัทฯ มองว่าเป็นโอกาสที่ดีของกลุ่มเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ NGV ที่คาดว่าจะมีแนวโน้มความต้องการใช้ภายในประเทศเพิ่มสูงขึ้
วันที่ 30 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์แห่แชร์ภาพประชาชนไปเลือกซื้อสินค้า ที่โรงแรมปาร์คนายเลิศ นำมาขายเลหลัง หลังโรงแรมปาร์คนายเลิศประกาศเลิกกิจการ มีสินค้าจำพวกที่ใช้ในโรงแรมจำนวนมาก ทั้งโต๊ะ เก้าอี้ เตียง เตารีด ไดร์เป่าผม ราคาถูกมากตั้งแต่หลักสิบจนถึงหมื่นบาท มีคนเข้าไปจับจองเลือกซื้อสินค้าจำนวนมาก โดยจะเปิดถึงวันที่ 3 ก.พ.นี้
น.ส.บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ปัจจุบันการบริการจัดทำบัญชีผ่านสำนักงานบัญชีได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้นจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เพราะสำคัญต่อภาคธุรกิจอย่างมาก กรมฯในฐานะเป็นหน่วยงานส่งเสริมพัฒนาด้านการจัดทำบัญชีของภาคธุรกิจ จึงส่งเสริมให้ผู้ประกอบธุรกิจสำนักงานบัญชีมีการปฏิบัติงานที่มีคุณภาพเป็นที่น่าเชื่อถือ และนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาปรับใช้อย่างเหมาะสม พร้อมจัดอบรมสัมมนาให้ความรู้ สร้างต้นแบบทางธุรกิจแนวใหม่ สร้างเครือข่ายสำนักงานบัญชีในระดับนานาชาติ และยกระดับสู่เกณฑ์มาตรฐานสากล เพื่อให้แข่งขันได้ในระดับสากล โดยสำนักงานบัญชีที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานจากกรมฯแล้ว 142 ราย ในปี 2558 และลูกค้าเอสเอ็มอีที่มาใช้บริการสำนักงานบัญชีมี 9,600 ราย สร้างรายได้ให้กับสำนักบัญชีรวม 576 ล้านบาท ส่วนปี 2559 มีเอสเอ็มอีใช้บริการสำนักงานบัญชี 12,500 ราย สร้างรายได้ให้กับสำนักงานบัญชีรวม 750 ล้านบาท คาดปี 2560 จะมีเอสเอ็มอีใช้บริการ 16,250 ราย สำนักงานบัญชีมีรายได้ 975 ล้านบาท ทั้งนี้ วันที่ 9-10 กุมภาพันธ์นี้ กรมฯจะจัดสัมมนาพัฒนานักบัญชีอาเซียนสู่ตลาดการค้าชายแดน ภ
นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ได้ลงนามความร่วมมือกับองค์การขนาดกลางและขนาดย่อมและนวัตกรรมภูมิภาคแห่งประเทศญี่ปุ่น (เอสเอ็มอาร์เจ) โดยจะเน้นความร่วมมือในด้านสำคัญ อาทิ กระทรวงต้องการให้ผู้ประกอบการระหว่างไทยและญี่ปุ่นจับคู่ธุรกิจกันในปริมาณที่มากขึ้น เพื่อให้เกิดการต่อยอดอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี ซึ่งอาจจะใช้กลไกกองทุน 2 หมื่นล้านบาทของรัฐบาลเข้ามาช่วยสนับสนุนตามแนวทางกลไกประชารัฐเพื่อให้เกิดการลงทุนมากขึ้น “ในญี่ปุ่นมีการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับเอสเอ็มอีอยู่แล้วคือ เจกู๊ดเทค โดยในนั้นมีผู้ประกอบการญี่ปุ่นเข้าร่วมประมาณ 4,000 ราย จากต่างประเทศ 2,500 ราย ซึ่งในนั้นเป็นของไทย 1,000 ราย การเข้าไปมีส่วนร่วมในแพลตฟอร์มดังกล่าวทำให้เกิดโอกาสมากมายในการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน ซึ่งไทยจะต้องหารือกับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง อาทิ พาณิชย์และดิจทัลฯ เพื่อผลักดันผู้ประกอบการไทยให้เข้าร่วมมากขึ้น ซึ่งน่าจะเห็นผลเป็นรูปธรรมในปีนี้”นายอุตตมกล่าว นายฮิโรชิ ทาคาดะ ประธานเอสเอ็มอาร์เจ กล่าวว่า เอสเอ็มอาร์เจจะเน้นขยายความร่วมมือในระดับภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น เนื่องจากเป็นตล
แม้ว่าจะไปไม่ถึงฝัน คว้ามงกุฏนางงามจักรวาลมาครอง แต่น้องน้ำตาล ชลิตา ส่วนสเน่ห์ ก็เข้าถึงรอบ 6 คนสุดท้าย โดยรอบตอบคำถาม น้องน้ำตาล ได้คำถามว่าผู้นำระดับโลกในอดีต ที่คุณชื่นชอบ เคารพ และทำไม สาวน้ำตาล ได้ตอบด้วยน้ำเสียงฉะฉานว่า “ผู้นำที่ชื่นชอบ คือ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ของไทย เพราะตั้งแต่เกิดมา จะเห็นว่าพระองค์ท่านทรงงานหนัก ไม่เคยบ่นแม้แต่น้อย และท่านก็เปรียบเสมือนพ่อของปวงชนชาวไทย”
