ข่าววันนี้
เมื่อวันที่ 24 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศคณะกรรมการค่าจ้างเรื่อง อัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ (ฉบับที่ 6) ที่ลงนามโดยหม่อมหลวงปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงาน ประธานกรรมการค่าจ้าง ระบุว่า ด้วยคณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 19 ได้มีการประชุมศึกษาและพิจารณาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอัตราค่าจ้างที่ลูกจ้างได้รับตามมาตรฐานฝีมือ และมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559ให้กำหนดอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ รวม 12 สาขาอาชีพ โดยใช้มาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานเป็นเกณฑ์วัดค่าทักษะฝีมือ ความรู้ ความสามารถอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 79(4) และมาตรา 88 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2551คณะกรรมการค่าจ้างจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป ข้อ 2 ในประกาศนี้ “มาตรฐานฝีมือ” หมายความว่า มาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริม การพัฒนาฝีมือแรงงาน ข้อ 3 อัตราค่าจ้
วันที่ 24 มกราคม ที่ตำบลพลายชุมพล อ.เมือง จ.พิษณุโลก แหล่งผลิตขนมเทียน ขนมเข่งรายใหญ่ เกือบทุกบ้านต้องเร่งผลิตวันละกว่า 1 พันกิโลกรัม เพื่อให้ทันส่งขายในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่จะมาถึง โดยปีนี้วันไหว้จะตรงกับวันที่ 27 มกราคม 2560 ทำให้กลุ่มขนมไทยแม่ตะเคียน นำโดยนางอุบล ชุมพงษ์ อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 103 หมู่ 5 ต.พลายชุมพล พร้อมชาวบ้านเร่งการผลิตขนมเทียน ขนมเข่ง ขนมถ้วยฟูอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ทันกับออเดอร์ที่สั่งเข้ามา นางอุบลกล่าวว่า ที่หมู่บ้านปกติจะเป็นแหล่งผลิตขนมไทยโบราณ ส่งขายตามที่ต่างๆ ในจังหวัดพิษณุโลก แต่ในช่วงเทศกาลตรุษจีน สมาชิกจำนวน 16 คน ก็จะวางมือหันมาทำขนมเทียน ขนมเข่ง ขนมถ้วยฟูเพียงอย่างเดียว เพื่อส่งขายแทนเกือบทั้งหมู่บ้าน โดยเฉพาะที่บ้านของตนเอง ก็ทำส่งวันละกว่า 1 พันกิโลกรัมทีเดียว ซึ่งปีนี้แม้วัตถุดิบจะแพงขึ้น แต่ก็ไม่ปรับราคาขึ้น ราคาขายปลีกกิโลกรัมละ 100 บาท ขายส่งเจ้าประจำที่สั่งออเดอร์เข้ามาจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 80 บาท ส่วนขนมถ้วยฟูอยู่ที่แพคละ 35 บาท ซึ่งจะมีประชาชน พ่อค้าแม่ค้ามารับไปขายต่อสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จนต้องจ้างเพื่อนบ้าน และกลุ่มแม่บ้านที่ว่างงา
กำลังเป็นที่ชื่นชมของชาวโซเชียล เมื่อเฟซบุ๊คคุณ อ้ายคำ ง้างฟ้า ได้โพสต์ภาพหนูน้อยวัย 9 ขวบยืนบนถังไม้ เพื่อขายน้ำเต้าหู้ช่วยแบ่งเบาภาระให้พ่อแม่ โดยระบุว่า “ขยันจริงๆ นะหนูน้อย น้องอันอัน ป.3 อายุ 9 ขวบ ช่วยพ่อแม่ขายน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋ หน้าโรงพยาบาลสารภี” สำหรับ”น้องอันอัน”หรือด.ญ.สุทัสสา คำมุงคุณ อายุ 9 ขวบ นักเรียนชั้น ป.3 โรงเรียนวัดปากกอง ใช้เวลาหลังเลิกเรียนทุกวัน ช่วยเหลือแม่ขายน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋ตั้งแต่ 7 โมงเย็นจนถึง 3 ทุ่ม โดยน.ส.ธัญมน คำมุงคุณ แม่ของน้องอัน จะเป็นคนเตรียมรถเข็น ทำน้ำเต้าหู้และทอดปาท่องโก๋ไว้ให้พร้อม จากนั้น น้องอันอัน จะช่วยดูแลร้าน ตักน้ำเต้าหู้ใส่ถุง และขายเองอย่างคล่องแคล่ว สร้างความประทับใจและน่าเอ็นดูให้กับผู้ผ่านไปมา ที่มา ข่าวสดออนไลน์
ขนมปัง-กาแฟ อาหารเช้าที่ทั้งคนทั่วโลกเลือกเป็นอาหารเช้าง่ายๆ กินก่อนออกไปดำเนินชีวิตในแต่ละวัน หลายคนเลือกทำทานเอง แต่หลายคนเลือกที่จะทานที่ร้าน ซึ่งร้าน “เพลินชัย ขนมปัง-กาแฟ” เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่ทำให้ผิดหวัง เห็นได้จากด้วยลูกค้าที่แวะเวียนเข้ามาอุดหนุนอย่างคับคั่ง โดยเฉพาะช่วงเช้าและกลางวัน “เพลินชัย ขนมปัง-กาแฟ” เป็นร้านเก่าแก่ เปิดมานานกว่า 55 ปี และปัจจุบันได้ คุณเพลินพิศ กฤษณาวารุณ สะใภ้รุ่นที่ 2 ต่อจากรุ่นอากงเป็นคนดูแล เหตุผลที่ลูกค้าเข้ามาอุดหนุนที่ร้านเล็กๆในตึกแถวนี้ คงหนีไม่พ้นรสชาติของขนมปังอบ ที่มีจุดเด่นแบบความกรอบนอก นุ่มใน กรรมวิธีที่เลือกใช้เฉพาะวัตถุดิบที่ดีที่สุด โดยไม่มีการปรับสูตรเลยตั้งแต่ก่อตั้งร้านมา ใช้ขนมปังที่ทางร้านทำเอง (โฮมเมด) ใหม่ สด ทุกวัน ไม่มีใส่สารกันบูด มาผ่ากลาง และทาเนยน้ำตาลลงไป ก่อนนำไปอบในเตาอบไฟฟ้า 10 นาที หรืออบให้เนยละลายจนได้ที่ตามความชำนาญของคุณเพลินพิศ จนหอมกรุ่น เรียงเป็นแถวเต็มถาด นำไปหั่นบนเขียงเป็นชิ้นพอดีคำ ขายในราคาเพียงชิ้นละ 12 บาท ถ้าราดนมเพิ่มความหวานสักหน่อยก็ 15 บาท ในแต่ละวันขายได้กว่า 1,000-2,000 ชิ้น รสชาติต้นตำรับที
จากกรณีเจ้าหน้าที่สรรพสามิต พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าตรวจสอบตึกแถวอาคารพาณิชย์เพื่อเข้าจับกุมนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร อายุ 28 ปี พร้อมเบียร์ที่ผลิตขึ้นเอง โดยนายเท่าพิภพ ระบุว่า เพิ่งจะเรียนจบจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งและเป็นคนชอบดื่มเบียร์เป็นชีวิตจิตใจ จึงได้ลองผสมหมักเบียร์ทำดู โดยคิดค้นสูตรเองขึ้นทั้งหมด และได้หาซื้ออุปกรณ์ต่างๆ พร้อมส่วนผสมทำเบียร์มาหมักดื่มชิมเองก่อน หลังปรุงแต่งอยู่นานจนได้รสชาติที่กลมกล่อมดีแล้ว จึงนำออกมาลองขายให้กับกลุ่มวัยรุ่นที่รู้จักกัน พร้อมให้เพื่อนที่เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องได้ชิม จนรสชาติเป็นที่ยอมรับ และวันนี้เพิ่งจะได้ทดลองนำออกมาขายในราคาขวดละ 150 บาทเป็นวันแรก แต่ก็มาถูกจับเสียก่อน จากกรณีดังกล่าว โลกออนไลน์มีการถกเถียงเรื่องดังกล่าว โดยอยากให้คราฟต์เบียร์ไทยถูกกฎหมาย โดย เพจดังอย่าง Drama-addict ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 1.5 ล้านคน โพสต์ข้อความเชิงสงสัย ระบุว่า ” เวรกรรม แต่สงสัยเกี่ยวกับเรื่องกฏหมายไทย เขาอนุญาตให้ประชาชนคราฟทเบียร หมักเหล้าขายมั้ยหว่า ถ้าไม่ ทำไมไม่อนุญาตล่ะนั่น” ขณะที่เพจ “พลิกฟื้นผืนดินไทย” ซึ่งเป
เมกาโฮม ร่วมฉลองเทศกาลตรุษจีน ปีระกา แจกอั่งเปาส่วนลดสูงสุด 2,500 บาท บริษัท เมกา โฮม เซ็นเตอร์ จำกัด หรือ “เมกาโฮม” ศูนย์จำหน่ายสินค้าบ้านและวัสดุก่อสร้าง แจกอั่งเปาส่วนลดสูงสุด 2,500 บาท “ เฮง เฮง เฮง ต้อนรับตรุษจีนปีระกา” ครบทั้ง เครื่องครัว เฟอร์นิเจอร์ เครื่องนอน ราคาพิเศษ สำหรับสมาชิกเมกาโฮมเมื่อช้อปสินค้าที่ร่วมรายการครบ 20,000 บาท ตรุษจีนนี้ห้ามพลาด สินค้าดี โปรแรง ที่ เมกาโฮมทุกสาขา!
จากการนำคณะสื่อมวลชน เข้าเยี่ยมชมโรงงานผลิตมันฝรั่ง “เลย์” ภายใต้การดูแลของบริษัท เป๊บซี่-โคลา (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด ที่จังหวัดลำพูน เมื่อเร็วๆนี้ คุณช่อทิพย์ แดงใจ ผู้จัดการโรงงานฯ ตอบคำถามกรณีมีผู้บริโภคหลายคนข้องใจ ทำไมขนมขบเคี้ยว มักมีถุงโตแต่พอเปิดออกกลับมีแต่ลม ส่วนขนมในถุงมักมีนิดเดียว ไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์ของห่อ ว่า หากสังเกตให้รอบด้าน ผู้บริโภคจะพบว่า ไม่ใช่มีแต่ “เลย์” เท่านั้นที่มีลมเยอะ ไม่ว่าขนมขบเคี้ยว ยี่ห้อไหนก็ต้องมีลมแบบนี้ ซึ่งในส่วนของ “เลย์” นั้น เกิดจากหลักการที่ว่า เครื่องบรรจุซองอัตโนมัติ จะทำงานด้วยสปีดที่เร็วมาก ร้อยกว่าซองต่อนาที เครื่องรุ่นใหม่ อาจขึ้นไปถึง 120 ซองต่อนาที และจังหวะเวลาขนมลงถุง สแน๊กทุกตัวทำงานเหมือนกันหมด คือ เป็นการโปรยลงมา แต่ด้วยสปีดที่เร็วมาก หากไม่มี “เฮด สเปซ”หรือ ที่ว่างด้านบน ให้เลย เวลาเครื่องทำการซีลปากถุงและตัดไปห่อปั๊บ จะตัดโดนขนมเลย นั่นคือเหตุผลทำไมต้องมีลมด้านบน อีกทั้งเวลาขนส่ง ถ้าไม่มีลม คนจะจับโดนหมด และมันจะแตก ทำให้คุณภาพลดต่ำลงไปได้ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ “เลย์” ใส่ลงไปในถุงนั้น ไม่ใช่อากาศปกติ แต่เป็นการใส่ “ก๊าซไนโตนเจน
วันที่ 23 มกราคม 2560 จากภาวะน้ำท่วมถึง 2 ครั้งในจังหวัดตรัง ช่วงเดือนธันวาคม 2559 และเดือนมกราคม 2560 ซึ่งกินระยะเวลายาวนานมากว่า 1 เดือน และอาจจะมีครั้งที่ 3 อีกครั้ง รวมทั้งยังคงมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง และมีคำเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยามาเป็นระยะๆ นั้น ได้สร้างผลกระทบให้กับเกษตรกรชาวสวนยางเป็นอย่างมาก เนื่องจากขณะนี้สวนหลายแห่งยังคงมีน้ำท่วมขัง ส่งผลให้ไม่สามารถกรีดยางได้ ส่วนสวนอีกหลายแห่งที่แม้น้ำจะแห้งไปแล้ว กลับเจอฝนตกในช่วงดึก หรือช่วงเช้า จนไม่อาจจะกรีดยางได้เช่นกัน นางพันวิรา วงศ์มาลามาศ ชาวบ้านหมู่ 9 ตำบลคลองปาง อำเภอรัษฎา จังหวัดตรัง กล่าวว่า ฝนที่ตกลงมาบ่อยครั้งในระยะนี้ ทั้งที่ปกติทุกปีจะแล้งไปนานแล้ว ทำให้เกษตรกรในพื้นที่ต่างๆ ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากไม่สามารถกรีดยางได้ตามปกติ และไม่มีเงินไปใช้จ่าย ต่อให้ยางปรับราคาขึ้นไปถึงกิโลกรัมละ 100 บาท ก็ไม่มีผลอะไร เพราะทุกวันนี้ยังคงมีฝนตกจนน้ำท่วมมา 3 รอบแล้ว เฉพาะครอบครัวของตนต้องขาดรายได้ไปวันละประมาณ 1,000 บาท และไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครในยามทุกข์ร้อนเช่นนี้ นายบุญเจือ สมทิพย์ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดตรัง กล่าวว่า จ
ปภ.รายงานยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 7 จังหวัดใต้ เตือนปชช.รับมือฝนตกหนักในช่วงวันที่ 23-25 ม.ค. ประสานจังหวัด 6 จังหวัดใต้เตรียมรับมือฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่มในพื้นที่เสี่ยงภัย เมื่อวันที่ 23 ม.ค. นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยถึงสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ว่า ฝนที่ตกหนักตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.59 ถึงวันที่ 23 ม.ค.60 ส่งผลให้เกิดอุทกภัย วาตภัย น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ภาคใต้และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมีจังหวัดได้รับผลกระทบ 12 จังหวัด รวม 124 อำเภอ 778 ตำบล 6,031 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 582,725 ครัวเรือน 1,784,942 คน ผู้เสียชีวิต 85 ราย ผู้สูญหาย 4 ราย ถนน 4,314 จุด คอสะพาน 348 แห่ง ท่อระบายน้ำ 243 แห่ง ฝาย 126 แห่ง อ่างเก็บน้ำ 2 แห่ง สถานที่ราชการเสียหาย 25 แห่ง โรงเรียน 2,336 แห่ง ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายอยู่ระหว่างการฟื้นฟู 5 จังหวัด ได้แก่ ระนอง กระบี่ ตรัง ชุมพร และประจวบคีรีขันธ์ ยังคงมีสถานการณ์ใน 7 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี พัทลุง ยะลา สงขลา ปัตตานี และนราธิวาส รวม 35 อำ
วันที่ 23 มกราคม 2560 ส.อ.สมจิตร ฟูธรรม นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ร่มเย็น อ.เชียงคำ จ.พะเยา กล่าวว่า ภาพรวมของพื้นที่เกษตรกรของ ต.ร่มเย็น ในปี 2560 นี้ พบว่า พื้นที่เดิมที่เกษตรกรเคยปลูกหอมแดงเป็นประจำนั้น ได้เปลี่ยนมาเป็นการปลูกข้าวโพดและมันอะลูหรือมันฝรั่งกว่าร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ เนื่องจากปีที่ผ่านมาข้าวโพดได้ราคาดี กก.ละไม่ต่ำกว่า 9 บาท ทำให้เกษตรกรจึงหันมาปลูกข้าวโพดกันมากขึ้น รวมทั้งมันฝรั่งนิยมปลูกกันมาก 1-2 ปีมาแล้ว เนื่องจากมีการประกันราคาจากกลุ่มที่นำพันธุ์มาให้ เกษตรกรจึงสนใจปลูกมันฝรั่ง ขณะเดียวกันได้ลดพื้นที่การปลูกหอมแดงลง ปรากฏว่าปีนี้หอมแดงราคาสูงตั้งแต่ต้นฤดูกาล จะมีเพียงพื้นที่บางส่วนที่ปลูกหอมแดงไว้บริโภคซึ่งจะเก็บเกี่ยวได้ช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน 2560 ด้านนางศรีประภา มีสุข รองนายก อบต.แม่ลาว อ.เชียงคำ จ.พะเยา กล่าวว่า ในพื้นที่ ต.แม่ลาว ทุกหมู่บ้านมีการปลูกมันฝรั่งทั้งหมด เนื่องจากมีกลุ่มทุนจากบริษัทเอกชนรายใหญ่ระดับประเทศ และทุนใหญ่จากประเทศมาเลเซีย นำสายพันธุ์มันฝรั่งมาให้ปลูกและรับซื้อผลผลิตกลับคืนเพื่อนำไปแปรรูปเป็นมันฝรั่งทอดหรือทำประโยชน์ด้านอื่น เนื่อง
