ข่าววันนี้
เมื่อวันที่ 23 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงายว่า บรรยากาศตามร้านค้าเสื้อผ้าในเขตเทศบาลเมืองราชบุรีได้มีพ่อค้าแม่ค้านำเสื้อผ้ามาวางจำหน่ายให้แก่ประชาชนได้สวมใส่ในงานเทศกาลตรุษจีนกันอย่างคึกคัก โดยแม่ค้าบางรายได้มีการนำเสื้อผ้าสีขาวและดำ ลวดลายมังกรที่เป็นมงคล มีทั้งแบบให้เลือกหลากหลาย ทั้งเป็นชุด เป็นเสื้อเดี่ยวแบบชายและหญิง ซึ่งเป็นสีโทนใหม่พิมพ์ลวยลายมังกรเหินฟ้า ดอกเหมย และดอกไม้ของชาวจีน ลวดลายแบบต่างๆ มาวางจำหน่ายเนื่องจากในช่วงนี้เป็นช่วงแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งมีราคาตั้งแต่ตัวละ 100 บาทไปจนถึง 1,250 บาท นางบุญศรี รัตนไพบูรณ์ อายุ 59 ปี เจ้าของร้านขายเสื้อผ้าเลขที่ 65/138 ถนนคฑาธร อ.เมือง จ.ราชบุรี เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้ไม่เหมือนปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีการเน้นการใส่เสื้อผ้าสีดำ ขาว เพราะประชาชนต้องการสวมใส่ไว้ทุกข์ให้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ส่วนสีอื่นๆ คงมีการซื้ออยู่บ้างแต่ไม่ค่อยนิยมกัน คนส่วนใหญ่จะเน้นใส่เสื้อผ้าสีดำ สีขาว และสีทองเป็นหลัก อย่างปีนี้มีการผลิตเป็นชุดเดรสสีดำ ชุดแซคสีดำ และเป็นเสื้อยืดมีการพิมลวดลายมังกร การเขี
วันที่ 23 มกราคม 2560 เกษตรกรชาวสวนยางพาราในจังหวัดบึงกาฬต้องจำใจกรีดยางพาราทั้งที่ใบของต้นยางร่วงหล่นใกล้จะหมดต้นแล้ว เพราะราคายางพาราในช่วงนี้กำลังดี ถึงแม้จะเสี่ยงต่อการทำให้ต้นยางพาราเกิดอาการเปลือกแห้ง หรือกรีดแล้วไม่มีน้ำยางในระยะเวลา 2-3 ปีข้างหน้า แลกกับราคายางที่สูงขึ้นเพราะหวั่นจะเสียโอกาส ครั้นจะหยุดกรีดก็มีภาระที่จะต้องใช้จ่าย ช่วงปลายเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ของทุกปี จะเป็นช่วงต้นยางพาราผลัดใบ (หรือชาวสวนยางเรียกว่าช่วงปิดหน้ายาง) ประกอบกับสภาพอากาศที่ฝนทิ้งช่วง ฝนไม่ตกลงมายาวนานหลายเดือน ทำให้พื้นดินแห้งแล้งขาดน้ำได้ส่งผลกระทบต่อต้นยางที่เคยมีลำต้นสมบูรณ์เมื่อขาดน้ำนานเข้า ใบก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงและร่วงหล่นลงดิน น้ำยางที่เคยได้ 100% ก็ลดลงมาเหลือประมาณ 50-70 % ทำให้เกษตรกรเสียโอกาสในการสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว แต่ก็ต้องฝืนกรีดยางเพราะราคายางพาราที่สูงขึ้นทุกวัน ขณะที่ราคายางพาราล่าสุดที่ตลาดกลางยางพาราจังหวัดสุราษฎร์ธานี ราคายางแผ่นดิบ 1-3% อยู่ที่กิโลกรัมละ 82.98 บาท ยางแผ่นดิบ 3-5% กิโลกรัมละ 82.78 บาท ยางแผ่นดิบ 5-7% กิโลกรัมละ 81.85 บาท ยางแผ่นรมควันชั้น 3 กิโลกรัมล
เมื่อค่ำวันที่ 22 ม.ค. ‘เฉินหลง’ ซูเปอร์สตาร์ระดับโลก เวทีงาน “ตัดช่วยใต้” ที่ ชั้น 1 สยามพารากอน โดย “เฉินหลง” ได้พูดคุยและสวมกอดนางเอกสาวไทย “ใหม่ ดาวิกา” และ”วู้ดดี้” โดยเฉินหลง เผยว่า “ผมรู้สึกดีใจมากที่ได้มาประเทศไทยในวันนี้ รวมทั้งได้มาร่วมงานนี้ด้วย ซึ่งเป็นงานบุญที่ผมเต็มใจและมีความสุข สำหรับคนที่มาช่วยบริจาคไปก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งทราบว่าเป็นตัวเลขประมาณ 3 ล้านกว่าบาท ผมอยากจะฝากบอกทุกคนว่าเป็นเพราะพวกคุณที่ทำให้โลกของเราถึงได้สวยงามขึ้น” ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางสหมงคลฟิล์มบริจาคเงินให้กับโครงการ 30,000 บาท ทั้งนี้ เฉินหลงได้บริจาคสมทบอีกเป็นเงิน 2.4 ล้านบาท ด้วยเหตุผลที่ว่า “เมื่อสมัยตอนที่ตัวเองยังเป็นเด็กได้อาศัยอยู่เยาวราช แล้วพบว่าน้ำใจของคนไทยล้นพ้นมาก โดยเอาชาดำเย็นมาให้กิน ฉะนั้นในวันนี้อยากจะตอบแทนน้ำใจคืนให้กับคนไทยด้วยการบริจาคเงินครั้งนี้” จากนั้นยอดนักบู๊ระดับโลกได้ร้องเพลงเป็นภาษาอังกฤษว่า ” Because I love you I love thailand love you forever” พร้อมยกมือขอบคุณแฟนชาวไทยทุกคนและกล่าวเป็นภาษาไทยว่า “ฉันรักคุณ ฉันรักคุณ” หลังจากนั้นจึงได้เดินทางกลับ ที่มา : ข่าวสดออนไล
เมื่อวันที่ 22 ม.ค. ที่โรงแรม แกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ นักแสดงบู๊ชื่อดังระดับโลก แจ็คกี้ ชาน (Jackie Chan) หรือที่ชาวไทยรู้จักกันดีในนาม “เฉินหลง” พร้อมด้วยผู้กำกับคู่บุญ สแตนลีย์ ตง ได้เดินทางมาร่วมแถลงข่าวภาพยนตร์เรื่อง KUNG FU YOGA โยคะสู้ฟัด ที่จัดโดยมงคลภาพยนตร์ บริษัทในเครือของ สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล ท่ามกลางบรรยากาศการต้อนรับอย่างอบอุ่นของแฟนๆ และกองทัพสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวอย่างมากมาย โดยภายในงานแถลงข่าว “เฉินหลง” และผู้กำกับ สแตนลีย์ ตง ต่างกล่าวถึงเบื้องลึกเบื้องหลังของการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องโยคะสู้ฟัด ทั้งในแง่ของส่วนผสมลงตัวระหว่างกังฟูและโยคะ, การถ่ายทำในโลเกชั่นที่น่าตื่นตาตื่นใจและเสี่ยงอันตราย ในดินแดนต่างๆทั่วโลก รวมทั้งการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งของทั้งคู่ พร้อมกับการได้ร่วมงานกับทีมนักแสดงจากวงการบอลลีวู้ดระดับแถวหน้า และสร้างเซอร์ไพรส์กับฉากเต้นสไตล์บอลลีวู้ดที่ตระการตา เป็นต้น ก่อนจะเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้ร่วมเก็บภาพอย่างใกล้ชิด เวลา 18.40 น. ที่ ลานพาร์ค พารากอน ศูนย์การค้าสยามพารากอน เฉินหลงยังได้เดินทางร่วมส่งมอบถุงยังชีพ กับบริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเต
วันที่ 22 มกราคม 2560 เมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. ศูนย์วิทยุ 191 กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร ได้รับแจ้งว่ามีผู้พบเงินสดจำนวน 70,000 บาท ตกอยู่ที่บริเวณหน้าธนาคารกสิกรไทย สาขาถนนเอกชัย หมู่ 4 ต.โคกขาม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร จึงประสานไปยังสถานีตำรวจภูธรโคกขามให้เข้าตรวจสอบ โดยทางดาบตำรวจ ดร.ธันยพัฒน์ ปานูต ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.โคกขาม ได้รับมอบหมายให้เดินทางไปที่บริษัท กิฟฟารีน สาขาถนนเอกชัย ซึ่งอยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุและผู้ที่เก็บเงินได้กำลังรออยู่ เพื่อส่งมอบเงินให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเมื่อมาถึงก็พบพลเมืองดีรายนี้คือนางสาวรัตนา ศรีตะวัน อายุ 44 ปี บ้านเลขที่ตามบัตรประชาชน 64 หมู่ 11 ต.เมืองแก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ กับนางจงกร ทับมะโรง อายุ 49 ปี หมู่ 10 ต.ร่อนทอง อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ทั้งสองคนเป็นพนักงานโรงงานของบริษัท ไทยยูเนี่ยนกรุ๊ป จำกัด รอเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมกับเงินสดจำนวน 70,000 บาท นางสาวรัตนาเล่าว่า ตนกับเพื่อนได้นำรถกระบะมาจอดที่บริเวณลานจอดรถด้านข้างของธนาคารกสิกรไทย สาขาถนนเอกชัย เพื่อที่จะเข้าไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มก่อนจะเข้าไปซื้อสินค้าที่บริษัท กิฟฟารีน ซึ่งตน
เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 21 ม.ค. 60 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า มีเด็กนักเรียนชายชั้น ม.3 โรงเรียนประเสริฐอิสลาม ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ป่วยมีโรคประจำตัวหลายโรคอาศัยอยู่กับยาย แม่ และน้องสาว รวม 4 ชีวิต โดยทุกคนมีโรคประจำตัวไม่เว้นแม้แต่น้องสาววัย 3 เดือน ที่มีร่างกายเล็กแกร็น ติดเชื้อไวรัสทางสมองต้องใช้ตัวยาจากต่างประเทศเพื่อทำการรักษา บ้านที่อยู่ต้องอาศัยที่ดินของญาติ ไม่มีแม้แต่ห้องน้ำ ห้องสุขา ให้ได้ใช้ต้องขอเพื่อนบ้านเข้า จึงเดินทางไปตรวจสอบที่โรงเรียนพบนายภูรินทร์ พิงภูงา ครูประจำชั้นของ นายเจริญ หรือน้องดอน เขตต์บุญพร้อม อายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.3/2 โรงเรียนประเสริฐอิสลาม ก่อนที่นายภูรินทร์ จะพาผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านของน้องดอนและพบว่ากำลังสาละวนช่วยนางลัดดา แหยมบาง อายุ 60 ปี ผู้เป็นยาย คัดเศษขวดพลาสติกใส่ถุงเพื่อนำไปขาย โดยมีนางตุ้ม อ้นเรียน อายุ 39 ปี มารดาของน้องดอนอุ้มบุตรสาวคนเล็กวัย 3 เดือน ที่มีร่างกายผ่ายผอม แคระแกร็นยืนอยู่ข้างกองของเก่า นางตุ้ม กล่าวว่า หลังเลิกรากับสามีมา ปัจจุบันพักอยู่ที่บ้านหลังนี้ด้วยกัน 4 ชีวิต มีตน นางลัดดาผู้เป็นแม่ น้องดอนและบุตรสาว
ถ้าพูดถึง “สตาร์ตอัพ” (Startup) คงไม่มีใครไม่รู้จักธุรกิจแนวใหม่ที่เติบโตแบบก้าวกระโดด ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เห็นได้จากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนที่หันมาให้ความสนใจและสนับสนุนธุรกิจนี้อย่างต่อเนื่อง ในระดับโลกมีตัวอย่างสตาร์ตอัพที่ประสบความสำเร็จเป็นแรงผลักดันให้กับสตาร์ตรุ่นใหม่มากมาย อาทิ Google, Facebook, Amazon, Uber ขณะที่ประเทศไทยแม้จะเป็นช่วงเริ่มต้นแต่ก็มีธุรกิจสตาร์ตอัพไทยไม่น้อยที่กำลังเติบโตและเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว รวมถึง วงในดอทคอม (www.wongnai.com) เว็บไซต์รวบรวมรีวิวร้านอาหารโดยผู้ใช้งานจริง เป็นที่นิยมของนักดื่มนักกิน ที่มองหาร้านอาหารดีๆ รสชาติอร่อย หากมองย้อนกลับไปในยุคเริ่มแรกของวงการสตาร์ตอัพไทย เว็บไซต์ “วงใน” ถือกำเนิดขึ้น โดย ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ก่อตั้ง บริษัท วงใน มีเดีย จำกัด พร้อมด้วยกลุ่มเพื่อนสมัยเรียนวิศวกรรมศาสตร์ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอีก 3 คน ในช่วงเริ่มแรกผู้ก่อตั้งทั้ง 4 ต้องทุ่มเทและอดทนอย่างมาก ใช้เวลา 7 ปี ปัจจุบันเว็บไซต์วงในเป็นแอพพลิเคชั่นไลฟ์สไตล์อันดับต้นๆ ของเมืองไทย ที่มีผู้ใช
ตามประสาคนชอบเดินเที่ยวตลาดสด ผมเคยคุยกับเพื่อน ว่าอะไรทำให้การไปตลาดเป็นเรื่องสนุก คุยไปคุยมาก็สรุปได้ว่า อย่างน้อยมันต้องประกอบสร้างจากเหตุสองประการ คือ ความไม่รู้ และความอยากรู้ ไม่รู้ก็คือไม่รู้ว่าตลาดในถิ่นฐานบ้านเมืองอันไม่คุ้นเคยนั้นจะมีอะไรรอเราอยู่ จากนั้นก็อยากรู้ว่าอะไรที่เราไม่รู้จักนั้นมันคืออะไร เอาไปใช้ยังไง กินอร่อยไหม และเมื่อซักถามแม่ค้าจนพอใจ มั่นใจว่าทำได้แน่ๆ ก็ซื้อหามาจัดแจงเสีย ความสนุกสนานของการเดินตลาดสำหรับผม ก็ครบถ้วนกระบวนความได้ง่ายๆ แบบนี้แหละครับ ช่วงปีใหม่เมื่อปีกลาย อากาศเมืองเชียงใหม่เย็นยะเยือก ผมพบตัวเองเดินเตร่ดูแผงผักในกาดเล็กๆ ชานเมือง เห็นบ่าหนุนอ่อน ยอดเซียงดา พวงลูกสะแลสีเขียวๆ กองเป็นกระป๋องๆ แล้วก็นึกไปถึงแกงใส่น้ำปลาร้าใสๆ ซดคล่องๆ คอ แต่จู่ๆ ฝักแบนยาวรีสีเขียวอ่อนๆ ของอะไรสักอย่างที่กองอยู่ตรงหน้าก็ฉกชิงความสนใจทั้งมวลไปเสียสิ้น “ยวมไงล่ะ” คนที่ไปด้วยกันบอก “ออกมากช่วงหน้าหนาวนี้แหละ เอามายำกินอร่อยดี เห็นฝักลีบๆ แบนๆ ยังงี้ แพงเหมือนกันนะ” หลังซักถามแม่ค้าจนเป็นที่พอใจ ในที่สุดเราก็สอยเอาฝักยวมอ่อนพวกนั้นมาจนได้ ผมลองมาค้นข้อมูลดูก็เลยรู้ว
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์ เพื่อจัดทำ บัตรอวยพร ปี 2560 รวม 4 แบบ เพื่อนำรายได้จากการจำหน่ายทูลเกล้าทูลกระหม่อม ถวายเป็นพระราชกุศลใน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมทบทุน ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ โดยได้ทรงวาดภาพ และทรงเขียนคำอำนวยพร และหลักปรัชญาในการปฏิบัติตนเพื่อให้เกิดความสุข ซึ่งภาพวาดฝีพระหัตถ์ทุกภาพ จะมีภาพบ้าน ต้นคริสต์มาส ตุ๊กตาหิมะ กล่องของขวัญ คนที่กำลังมีความสุข และสุนัข โดยบัตรอวยพรแบบแรก ยังมีภาพพระพุทธรูป และคนที่กำลังสักการะ พร้อมข้อความ “ดับทุกข์ ดับโศก ดับโรค ดับภัย ด้วยใจ หนักแน่น มีจิตและศีลสังวร สมาธิแนบแน่น สงบ และเจริญปัญญา ความสุขมีแน่ ค่อยเป็นค่อยไป” ส่วนที่ด้านข้างมีข้อความ “ส.ค.ส. ส่ง ความสุข ด้วยใจรัก หวังดีต่อกัน คิดดี ๆ สุขใจจริง ๆ” พร้อมภาพเทวดา มีดาว และโทรศัพท์” ที่ด้านล่างมีข้อความ “ส่งความสุข เพิ่มพูนสติ สร้างปัญญา มุ่งเดินหน้า ด้วยคิดดี เมตตา และรอบคอบ เพื่อความสุขที่ถาวร คิดฝันเพียงพอเพียง” พร้อมกับทรงลงพระปรมาภิไธย วันที่ 1 ม.ค. 2560 และล่างสุดมีคำว่า “Merry Christmas & Happy New Year 2017” พร้อมด้วย
“พะเยา” ประกาศภัยพิบัติ “หอมแดง” 13 หมู่บ้าน มูลค่าเสียหาย 2.3 ล้านบาท กว่า 1,400 ไร่ จังหวัดเร่งหาทางเยียวยาเกษตรกร 807 ราย ไร่ละ 1,690 บาท วันที่ 21 มกราคม 2560 ว่าที่ ร.ต.สมัย คำชมพู ปลัดจังหวัดพะเยา เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากในพื้นที่ปลูกหอมแดง ต.จำป่าหวาย อ.เมืองพะเยา จ.พะเยา ได้เกิดภัยพิบัติโรคระบาดในแปลงปลูกหอมแดงจำนวน 13 หมู่บ้าน ส่งผลกระทบต่อผลผลิตหอมแดงเสียหายจำนวน 1,405 ไร่ เกษตรกรได้รับผลกระทบจำนวน 807 ราย มูลค่าความเสียหาย 2,374,450 บาท จากสถานการณ์ปัญหาดังกล่าว ทางจังหวัดได้ประชุมหารือเพื่อหาทางออกและช่วยเหลือเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ โดยคณะกรรมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติระดับจังหวัด (ก.ช.ภ.จ.)พะเยา ได้มีมติเห็นชอบประกาศให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน โรคระบาดพืชในเขต ต.จำป่าหวาย ปลัดจังหวัดพะเยา กล่าวต่อว่า รอผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยาลงนามในประกาศแล้ว เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว จะได้รับเงินทดรองราชการ ชดเชยค่าเสียหายในอัตราไร่ละ 1,690 บาท ซึ่งจังหวัดจะเร่งดำเนินการในความช่วยเหลือครั้งนี้อย่างเร่งด่วนต่อไป ที่มา มติชนออนไลน์
