ข่าววันนี้
เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 1 พ.ย. พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รรท.รองผบช.น. ดูแลงานจราจร เปิดเผยว่า กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้ประชุมหารือเรื่องการทดลองปิดสะพานข้ามแยกรัชโยธิน เพื่อก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือสัญญาที่ 1 ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่ โดยในที่ประชุมทางผู้รับเหมาแจ้งกับทางบช.น. เพื่อจะเตรียมพร้อมเพื่อดำเนินการทดลองปิดสะพานข้ามแยกรัชโยธินทุกทิศทางห้ามรถทุกชนิดผ่านโดยจะเริ่มทดลองตั้งแต่เวลา 23.00 น.ของวันที่ 16 พ.ย.59 จนถึงเวลา 22.00 น. ของวันที่ 21 พ.ย.59 ระยะเวลาประมาณ 5 วัน เพื่อทดลองจัดรูปแบบการจราจรรองรับปริมาณรถและแก้ไขปัญหารถติด ก่อนที่จะมีการทุบสะพาน เพื่อก่อสร้างรถไฟฟ้าและสร้างอุโมงค์ลอดทางแยกระยะทาง 1.1 กิโลเมตรทดแทน โดยทางบช.น. เตรียมเเผนเพื่อรองรับหากปิดสะพานทดลองตามแผนของผู้เหมาก่อสร้าง โดยหลังจากที่มีการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว โดยได้ขอให้ทางผู้รับเหมาช่วยจัดทีมนับจำนวนการจราจรทั้ง 4 ด้านบริเวณแยกรัชโยธิน เพื่อทำการคำนวณการเปิดปิดสัญญาณไฟจราจร หากเสนอให้ปิดเส้นทางดังกล่าว รวมถึงใช้ภาพจำลองก่อนปิดถนน เตรียมความพร้อมแก้ปัญหาการจราจรดังกล่าว พล.ต.ต.จิรพั
เว็บไซต์ ไลฟ์ ของรัสเซียรายงานว่า น.ส.มาดีนา โชคีโรวา ลูกสาวของ นายอิลฮอม โชคีรอฟ นักธุรกิจพันล้านจากทาจิกิสถาน จูงมือเข้าพิธีวิวาห์กับหนุ่มคนรัก นายซาร์ดอร์ ภายในห้องจัดเลี้ยงโรงแรม เรดิสสันรอยัล ที่กรุงมอสโกของรัสเซีย เมื่อค่ำวันที่ 31 ต.ค. ครอบครัวเจ้าสาวจัดงานแต่งงานอย่างอลังการและต่อเนื่องหลายวัน โดยเชิญแขกผู้มีเกียรติมาร่วมงานมากถึง 900 คน พร้อมเสิร์ฟอาหารพื้นบ้านเอเชียกลาง เหล้าชั้นหรู และเค้กจากเชฟชื่อดัง แถมมีศิลปินนักร้องและนักบัลเล่ต์ชื่อดังมาสร้างสีสันด้วย หมดค่าใช้จ่ายงานแต่งงานราว 30 ล้านรูเบิล (16 ล้านบาท) แต่ไฮไลต์เด่นสุดๆ หนีไม่พ้น ชุดกระโปรงของเจ้าสาว โดยสั่งตัดเย็บพิเศษกับแบรนด์หรู Ralph & Russo เป็นชุดกระโปรงสุ่มฟูฟ่องหลายชั้น ใช้เส้นด้ายโลหะเงินเย็บกลีบดอกไม้ที่ทอจากผ้าไหมแก้ว พร้อมฝังไข่มุกและคริสตัลหลายพันเม็ดจากแบรนด์หรู Swarovski รวมแล้ว ราคา 40 ล้านรูเบิล หรือ 22 ล้านบาท! ก่อนหน้านี้ น.ส.มาดีนา ชวนเพื่อนสนิทนั่งเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวไปฉลองปาร์ตี้สละโสด บนเรือยอร์ชที่เมืองชายฝั่งมาร์เบย่า ทางใต้ของสเปน และจัดงานเลี้ยงอาหารทะเลรสเลิศที่ภัตตาคารหรูกลางกรุงมอสโ
เมื่อเวลา 16.15 น. วันที่ 1 พฤศจิกายน พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ในฐานะองค์นายกกิติมศักดิ์ตลอดชีพ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ทรงรถยนต์พระที่นั่งส่วนพระองค์มายังรถเคลื่อนที่มูลนิธิเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก หน้ากรมศิลปากร ถนนหน้าพระธาตุ เพื่อทรงทอดไก่หมักทรงเครื่องประทานพร้อมข้าวเหนียว ซึ่งวันนี้ได้เตรียมไก่ทอดประทาน จำนวน 1,100 กิโลกรัม และข้าวเหนียวประทาน จำนวน 500 กิโลกรัม พร้อมทั้งแอปเปิ้ล ขนุน มะม่วง โดยมีพสกนิกรเดินทางมายืนเฝ้ารอชื่นชมพระบารมีอย่างเนืองแน่น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงทอดไก่นั้น ทรงพระแย้มพระสรวลและมีพระปฎิสันถารกับประชาชนที่มารอคิวอย่างไม่ถือพระองค์ สร้างความปลื้มปิติให้ประชาชนเป็นอย่างมาก การนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงจุดเตาทอดไก่ด้วยพระองค์เอง จากนั้นเสด็จลงจากรถเพื่อประทานข้าวเหนียวไก่ทอดด้วยพระองค์เอง พร้อมรับสั่งกับประชาชนว่า “รับแอปเปิ้ลพร้อมกันเลยค่ะ” และทรงขอความร่วมมือให้ประชาชนที่รับอาหารเดินวนขวาเพื่อเปิดทางให
เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ พสกนิกรเข้าถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยในช่วงเย็นยังคงมีพสกนิกรที่ส่วนมากมากันเป็นครอบครัว อุ้มลูกจูงหลาน เดินทางมาสักการะพระบรมศพอย่างต่อเนื่อง บางรายที่เข้าถวายสักการะพระบรมศพแล้วก็พากันมาถ่ายภาพความสวยงามของพระบรมมหาราชวัง เก็บไว้เป็นที่ระลึก ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นางกิมไล้ แสงนาค อายุ 96 ปี หรือยายครก บ้านเกิดอยู่ ต.สี่ร้อย อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง คุณยาย 5 แผ่นดิน ที่ปัจจุบันอาศัยอยู่ย่านวงเวียนใหญ่ ก็เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพพร้อมลูกชาย และหลานสาวด้วย นางกิมไล้ กล่าวว่า ตนมีชีวิตอยู่มาตั้งแต่สมัยปลายรัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นช่วงที่มีการเลิกทาส ชีวิตความเป็นอยู่ของเด็กสมัยก่อน เมื่อตกเย็นพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย จะเรียกคนที่อยู่ในละแวกเดียวกันมานั่งพูดคุย เพื่ออบรมสั่งสอนเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ฟัง จนโตขึ้นมาย้ายมาอยู่กับหลวงวิจิตรยุทธศาสตร์ ย่านเทเวศน์ ตอนนั้นเหตุการณ์สำคัญคงเป็นเรื
เมื่อเวลา 18.54 น. วันที่ 1 พฤศจิกายน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ในการพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทั้งนี้ ขณะทรงบำเพ็ญพระราชกุศล สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพด้วย ที่มา มติชนออนไลน์
นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 นายประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใช้มาตรา 44 เพื่อประกาศคงภาษีมูลค่าเพิ่ม(แวต) 7% ออกไปอีก 1 ปี มีผลย้อนหลังเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2559 -30 กันยายน 2560 หากไม่มีการประกาศดังกล่าวแวตต้องกลับไปเก็บตามกฎหมาย 10% ทันที อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาหลายรัฐบาลคงแวต 7% มานานหลายปี และในรัฐบาลชุดนี้เองประกาศชัดเจนว่าจะคงแวตออกไปอีก 1 ปี ถึง 30 กันยายน 2560 นายประสงค์ กล่าวว่า ยืนยันว่าแม้จะประกาศคงแวตย้อนหลัง แต่ยังไม่มีการแอบปรับขึ้นแวตในสินค้าและบริการ เนื่องจากการปรับขึ้นแวตในสินค้าและบริการต้องมีการปรับระบบของบริษัทห้างร้าน ที่ผ่านมารัฐบาลและกระทรวงการคลังได้ส่งสัญญาณมาตลอดว่าจะคงแวต ดังนั้นร้านค้ารู้ดีว่าแวตจะไม่ปรับขึ้น จึงยืนยันว่าในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาที่แวตหมดอายุ 7% นั้นร้านค้าต่างๆ ยังไม่มีการปรับขึ้นแวตกับผู้บริโภค และถ้ามีการปรับขึ้นสรรพากรสามารถตรวจสอบได้ทันที จากการยื่นแวตของบริษัทต่อสรรพากรทุกวันที่ 15 ของเดือนถัดไป โดยการยื่นแวตในเดือนตุลาคม คือวันที่ 15 พฤศจิกายน 2559 ที่มา มติชนออนไลน์
นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กลุ่ม ปตท. พร้อมสนับสนุนนโยบายรัฐ ช่วยแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำ จึงจัดโครงการรวมพลังซื้อข้าวจากชาวนา ในสถานีบริการน้ำมัน (ปั๊ม) ปตท. ที่ร่วมโครงการทั่วประเทศ ให้เกษตรกรสามารถนำข้าวสารมาจำหน่ายแก่ผู้บริโภคได้โดยตรงโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อให้เกษตรกรและประชาชนสามารถซื้อขายข้าวสารได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยเกษตรกร ตัวแทนกลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ชุมชม โรงสีข้าวชุมชน หรือโรงสีข้าวสหกรณ์ สามารถติดต่อเพื่อนำข้าวสารมาวางจำหน่ายที่ปั๊มน้ำมัน ปตท. ในพื้นที่ของตนเอง ล่าสุดมีเจ้าของปั๊มน้ำมันในจังหวัดบุรีรัมย์ และร้อยเอ็ดได้ติดต่อชาวนาในพื้นที่ นำข้าวสารมาวางขายที่ปั๊มบ้างแล้ว นายเทวินทร์กล่าวว่า นอกจากนี้ ปตท.จะเพิ่มช่องทางอื่นๆ โดยจะประสานกับเครือข่ายทางธุรกิจและเกษตรกรเพื่อนำข้าวสารมาจำหน่วยในบริเวณอาคาร ปตท. สำนักงานใหญ่ และอาคาร เอเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ ถนนวิภาวดี ให้แก่พนักงาน ปตท. และบริษัทในกลุ่ม รวมทั้งข้าราชการในกระทรวงพลังงาน ตลอดจนผู้มาติดต่อทั่วไป นอกจากนี้ ปตท. ยังมีแผนรับซื้อข้าวสารจากชาวนาเพื่อมามอบ
เมื่อวันที่ 1 พ.ย. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ว่า การก่อสร้างพระเมรุมาศ คาดว่าจะเริ่มประมาณช่วงปีใหม่ ซึ่งเราต้องเตรียมพื้นที่สนามหลวงก่อน โดยกทม.ได้รับการประสานจากสำนักพระราชวัง ในการใช้พื้นที่ท้องสนามหลวงจัดงานพระราชพิธีประมาณ 40 กว่าไร่ เกือบ 2 ใน 3 ของพื้นที่สนามหลวง ต้องเคลื่อนย้ายเต็นท์และอุปกรณ์ต่างๆที่อยู่ทางทิศใต้ของสนามหลวงออกให้หมด แล้วนำไปไว้ที่ทิศเหนือ ขณะนี้กทม.กำลังวางแผนว่าจะจัดแผนภูมิอย่างไร พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวต่อว่า สำหรับการตั้งเต็นท์รอบสนามหลวง และที่พักของประชาชนที่มากราบพระบรมศพ รวมถึงรถสุขา ทั้งหมดที่จะดำเนินการไม่น่ามีปัญหาอะไร และจะแล้วเสร็จก่อนช่วงปีใหม่ สำหรับการเปิดให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้าไปในวัดพระแก้วนั้น ยังไม่มีปัญหาอะไร และค่อนข้างราบรื่น มีบางจุดที่ต้องแก้ไขเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
พล.ต.อ.อำนาจ อันอาตม์งาม รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับนายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)ว่า รฟท.ตกลงที่จะให้ บขส.ใช้พื้นที่เดิมต่อไป แต่ต้องปรับลดขนาดพื้นที่เหลือเพียง 50 ไร่ จากปัจจุบัน 75 ไร่ โดยจะคืนพื้นที่บริเวณสถานีขาเข้าบางส่วนให้รฟท. ทั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมช.คมนาคม ที่ต้องการให้ บขส.อยู่ในพื้นที่เดิม รวมทั้งมีแนวคิดปรับแบบก่อสร้างพื้นที่เดินรถจากความสูง 5 ชั้นเหลือเพียง 2 ชั้น เพื่อลดภาระงบประมาณลง “การไม่ย้ายสถานีหมอชิตคาดว่าจะเกิดประโยชน์กับประชาชนผู้ที่เข้ามาใช้บริการขนส่งมาก เพราะปัจจุบันมีผู้ใช้บริการภายในสถานีจำนวนมาก เฉลี่ยวันละ 1.5 แสนคน และยังมีผู้ใช้บริการรถตู้หมวด 2 ที่ย้ายมาจากอนุสาวรีย์ชัยฯอีกวันละ 5หมื่นคน”พล.ต.อ.อำนาจ กล่าวและว่า ทั้งนี้บขส.จะไม่ทุบรื้อย้ายอาคารสถานีและอาคารสำนักงานแห่งเดิม แต่จะปรับปรุงสถานีให้สวยงามและใช้ประโยชน์ให้ได้สูงสุด ขณะเดียวกันจะพิจารณาใช้ประโยชน์จากพื้นที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส บริเวณตรงข้ามตลาดนัดจตุจักร ซึ่ง บขส.สงวนสิทธิ์ขอใช้พื้นที่ดั
เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สื่อสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพถ่ายก้อนเมฆประหลาดที่พบเห็นได้หลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครในช่วงเย็น ซึ่งผู้ที่พบเห็นได้ถ่ายภาพและมีการโพสต์ลงในเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ โดยมีผู้ที่ถ่ายก้อนเมฆประหลาดได้หลายจุด อาทิ บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ รามคำแหง วงเวียนใหญ่ ปิ่นเกล้า สถานีขนส่งหมอชิต เป็นต้น อย่างไรก็ดี ขณะนี้คงต้องรอนักวิชาการออกมาอธิบายปรากฏการณ์ธรรมชาติดังกล่าว ภาพจากเฟซบุ๊ก Mei Jaa ภาพจากเฟซบุ๊กBankmaster Masters เครดิตภาพ: Miall Es. @chanikandrtn ที่มา มติชนออนไลน์
