ข่าววันนี้
วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 เมื่อช่วงเช้า ที่ตลาดสดโพธิ์ชัย ในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย นายทวีทรัพย์ พุฒิสันติกุล อายุ 65 ปี พร้อมด้วยนางคมคาย พุฒิสันติกุล อายุ 64 ปี ภรรยา ที่ขายข้าวโซย อาหารสุขภาพขึ้นชื่อของชาวเวียดนามมากว่า 40 ปี และเป็นต้นตำรับในจังหวัดหนองคาย ได้ร่วมกันแจกข้าวโซย ให้กับประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อสินค้าภายในตลาด คนละ 2 ห่อ มีประชาชนที่มาจับจ่ายตลาดต่อแถวยาวเพื่อรับข้าวโซยเป็นจำนวนมาก ในขณะที่นักท่องเที่ยวหลายคนที่เดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดหนองคาย ต้องการที่จะมาซื้อข้าวโซย แต่วันนี้ไม่ขาย ก็ได้ต่อแถวเพื่อรับแจกฟรีเช่นเดียวกัน นายทวีทรัพย์ กล่าวว่า ที่ตนแจกข้าวโซยครั้งนี้เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ได้พึ่งใต้ร่มโพธิสมภาร ที่ตนได้อาศัยในประเทศไทยมาเป็นระยะเวลากว่า 65 ปี ตนรักและเทิดทูนพระองค์ท่านมาก จึงอยากทำความดีเพื่อท่าน ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้ว และจะทำอีกครั้งในวันที่ 5 ธันวาคม 2559 และวันที่ครบ 50 วัน 100 วัน ที่พระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย ที่มา มติชนออนไลน์
วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 เมื่อช่วงเช้า ที่ตลาดสดโพธิ์ชัย ในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย นายทวีทรัพย์ พุฒิสันติกุล อายุ 65 ปี พร้อมด้วยนางคมคาย พุฒิสันติกุล อายุ 64 ปี ภรรยา ที่ขายข้าวโซย อาหารสุขภาพขึ้นชื่อของชาวเวียดนามมากว่า 40 ปี และเป็นต้นตำรับในจังหวัดหนองคาย ได้ร่วมกันแจกข้าวโซยให้กับประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อสินค้าภายในตลาด คนละ 2 ห่อ มีประชาชนที่มาจับจ่ายตลาดต่อแถวยาวเพื่อรับข้าวโซยเป็นจำนวนมาก ในขณะที่นักท่องเที่ยวหลายคนที่เดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดหนองคาย ต้องการที่จะมาซื้อข้าวโซย แต่วันนี้ไม่ขาย ก็ได้ต่อแถวเพื่อรับแจกฟรีเช่นเดียวกัน นายทวีทรัพย์กล่าวว่า ที่ตนแจกข้าวโซยครั้งนี้เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ได้พึ่งใต้ร่มโพธิสมภาร อาศัยในประเทศไทยมาเป็นระยะเวลากว่า 65 ปี ตนรักและเทิดทูนพระองค์ท่านมาก จึงอยากทำความดีเพื่อท่าน ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้ว และจะทำอีกครั้งในวันที่ 5 ธันวาคม 2559 และวันที่ครบ 50 วัน 100 วัน ที่พระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย ที่มา มติชนออนไลน์
สร้างปรากฏการณ์อันน่าตกตะลึงไปอย่างมาก เมื่อประชาชนชาวไทยหลายชีวิตมาร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ณ บริเวณท้องสนามหลวงเมื่อวันที่ 22 ต.ค. ที่ ‘ท่านมุ้ย’ ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล และทีมงานพลังของแผ่นดินจัดทำในรูปแบบภาพยนตร์เพื่อนำไปฉายทั่วประเทศ ล่าสุด ม.ร.ว.ศรีคำรุ้ง ยุคล หรือ ‘คุณหญิงแมงมุม’ ธิดาของ ‘ท่านมุ้ย’ ซึ่งดูแลงานด้านโปรดักชั่นในการถ่ายทำภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ได้โพสต์คลิปเบื้องหลังการถ่ายทำ ที่ประชาชนร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ที่บริเวณหน้าพระลาน กำแพงพระบรมมหาราชวัง และท้องสนามหลวงผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว Srikhumrung Yukol Rattakul โดยระบุว่า “Behind the scene vdo มี version ของทางเรา (ทีมพลังของแผ่นดิน) อันนี้อันเดียวเท่านั้นนะคะ สำหรับพี่ๆสื่อมวลชน ใครอยากได้ file ภาพนิ่งและ vdo กรุณาติดต่อที่กรมประชาสัมพันธ์ค่ะ” และนี่คือภาพเบื้องหลัง ที่แสดงให้เห้นถึงความจงรักภักดี และหัวใจอันยิ่งใหญ่ของพสกนิกรชาวไทยที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อย่างหาที่สุดมิได้ ที่มา : มติชนออนไลน์
ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของประชาชนชาวไทยจากการเสด็จสู่สวรรคาลัยของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมา ประชาชนจิตอาสาจำนวนมากหลั่งไหล่สู่ท้องสนามหลวงเพื่อแจกสิ่งของ อาหาร ให้กับประชาชนที่เดินทางมาถวายอาลัยแบบฟรีๆ อย่างไรก็ตามได้มีกลุ่มผู้อาศัยช่วงเวลาอันโศกเศร้าหาประโยชน์เข้ากระเป๋าตนเอง โดยเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊ก ตนหาข่าว จิตอาสา ได้โพสต์รูปภาพหญิง-ชาย คู่หนึ่ง ถูกเจ้าหน้าที่จับกุม ตั้งแต่เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม พร้อมด้วย สิ่งของ อาหาร ขนม วางกองรวมอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฟซบุ๊ก ตนหาข่าว จิตอาสา โพสต์ข้อความระบุว่า “จิตใต้สำนึกคนเรามันแตกต่างกัน เดินรับอาหารสิ่งของบริจาคที่สนามหลวง ตกเย็นมีรถมารับไปขายต่อ ขอบคุณเครดิตภาพ #เลวถึงไส้ถึงพุงดีจัง” ขณะที่มีผู้แสดงความคิดเห็นและแชร์โพสต์ดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ที่มา มติชนออนไลน์
ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของประชาชนชาวไทยจากการเสด็จสู่สวรรคาลัยของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมา ประชาชนจิตอาสาจำนวนมากหลั่งไหล่สู่ท้องสนามหลวงเพื่อแจกสิ่งของ อาหาร ให้กับประชาชนที่เดินทางมาถวายอาลัยแบบฟรีๆ อย่างไรก็ตามได้มีกลุ่มผู้อาศัยช่วงเวลาอันโศกเศร้าหาประโยชน์เข้ากระเป๋าตนเอง โดยเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊ก ตนหาข่าว จิตอาสา ได้โพสต์รูปภาพหญิง-ชาย คู่หนึ่ง ถูกเจ้าหน้าที่จับกุม ตั้งแต่เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม พร้อมด้วย สิ่งของ อาหาร ขนม วางกองรวมอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฟซบุ๊ก ตนหาข่าว จิตอาสา โพสต์ข้อความระบุว่า “จิตใต้สำนึกคนเรามันแตกต่างกัน เดินรับอาหารสิ่งของบริจาคที่สนามหลวง ตกเย็นมีรถมารับไปขายต่อ ขอบคุณเครดิตภาพ #เลวถึงไส้ถึงพุงดีจัง” ขณะที่มีผู้แสดงความคิดเห็นและแชร์โพสต์ดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ที่มา มติชนออนไลน์
ขอเป็นอีกแรงช่วยชาวนาที่ราคาข้าวตกต่ำ ถึงกับต้องออกมาขายข้าวเอง เมื่อดาราสาว ช่อง7 จั๊กจั่น-อคัมย์สิริ โพสต์ในไอจีของตัวเอง ประกาศรับออกแบบโลโก้ข้าวให้พี่ชาวนาฟรี พร้อมข้อความว่า “ข้าวนาไหนยังไม่มีโลโก้ติดถุงข้าวขาย ส่งรายละเอียดมาตามที่จั่นบอกไว้ในภาพนะคะ #เฉพาะใต้ภาพนี้นะคะ จะได้ไม่ตกหล่น จั่นกับน้องคลับจั่นจะทำให้ค่ะ #พี่ๆชาวนาที่เดือดร้อนฝากร้านฝากเบอร์ติดต่อขายข้าวใต้ภาพนี้ได้เลยค่ะ ร้านอื่นขอความกรุณา”งดฝาก”นะคะ ขอช่วยพี่ๆชาวนาก่อน” ขณะที่ ดาราหนุ่มช่อง 3 ป๋อ-ณัฐวุฒิ ก็โพสต์ไอจีเช่นกันว่า “แท็กมาเลย ผมไม่ลบทิ้ง เฟสบุ๊ค ไอจี ได้หมดขอแค่พี่ๆชาวนาช่วยรักษาคุณภาพข้าวให้ผู้บริโภคได้ทานข้าวอร่อยๆนะครับ ช่วยกันครับ #รับฝากชาวนาขายข้าวเอง” “รับฝากขายข้าวครับ ขายในนี้ได้เลย เบอร์โทรศัพท์เขียนชัดๆ รูปถ่ายสวยๆนะครับ คุณภาพและความซื่อสัตย์สุจริตคือสิ่งที่เราต้องเน้นนะครับ ช่วยกันครับ #รบกวนไม่ฝากร้านอื่นนะจ๊ะ จะได้ไม่งงครับ” “กลับทางๆ ก็เขียนความต้องการมานะครับ ว่าใครที่ต้องการข้าวแบบไหน อย่างไร หรือมีแถวไหนที่สามารถเอาข้าวไปวางขายได้เยอะๆ ก็แจ้งมานะครับ ลูกหลานชาวนาก็ลองติดต่อเสนอไปก็แล้วก
จากปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ทำให้ชาวนาเดือดร้อนกันถ้วนทั่วนั้น ดาราหนุ่ม “ป๋อ ณัฐวุฒิ” ก็ประกาศผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว @poh_natthawut ให้ชาวนา ฝากร้าน ผ่านอินสตาแกรม ของตนเอง เพื่อช่วยในแง่การตลาดได้อีกทางหนึ่ง รวมทั้ง ฝากถึงผู้บริโภคด้วยว่า ใครต้องการข้าวแบบไหน หรือใครพอจะทราบสถานที่วางขายได้เยอะๆ ก็ช่วยๆ กันแจ้งพิกัดเข้ามา ใครที่สนใจ ช่องทางการตลาดนี้ ก็เข้าไปดูได้ที่ อินสตาแกรม ของหนุ่มป๋อได้ ขอบคุณภาพ จากอินสตาแกรม ป๋อ ณัฐวุฒิ
แห่สะสมเหรียญ ธนบัตร แสตมป์ ในหลวง ร.9 เก็บเป็นที่ระลึกและบูชาเป็นสิริมงคล คนกรุง.-ตจว.เข้าคิวยาวเหยียดตามจุดแลกซื้อจนหลายแห่งหมดเกลี้ยง ส่งผลราคาเหรียญ-ธนบัตร พุ่ง 3-5 เท่าตัว พ่อค้าสบช่องฟันกำไร ปีหน้าธนารักษ์เตรียมเปิดจ่ายแลกเหรียญที่ระลึกรุ่นพิเศษ พสกนิกรทั่วประเทศยังร่วมแสดงความไว้อาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชอย่างต่อเนื่องนอกจากร่วมกิจกรรมที่หน่วยงานภาครัฐจัดขึ้นทั้งในส่วนกลางและต่างจังหวัดแล้วประชาชนจำนวนมากยังพากันซื้อหาพระบรมสาทิสลักษณ์ หนังสือ ของที่ระลึก แสตมป์ เหรียญ ธนบัตร ฯลฯ ที่หน่วยงานรัฐ ธนาคารรัฐและธนาคารพาณิชย์ ผู้ค้าผู้ประกอบการนำออกจำหน่าย เพื่อเป็นที่ระลึกและบูชาเป็นสิริมงคล ส่งผลให้ตลาดของที่ระลึกของสะสมที่เกี่ยวเนื่องกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเคลื่อนไหวคึกคักทั้งในกรุงเทพมหานครต่างจังหวัด โดยเฉพาะเหรียญที่ระลึกและธนบัตรเป็นที่ต้องการของตลาดมากเป็นพิเศษ เหรียญ-แบงก์ ราคาพุ่ง 3-5 เท่า ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสำรวจการซื้อขายเหรียญที่ระลึกและธนบัตรที่ระลึกที่เกี่ยวเนื่องกับ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่กรมธนารักษ์ กับธ
ตลาดกวางทองช่วยชาวนาที่ราคาข้าวตกต่ำ เปิดพื้นที่ให้ชาวนาขายข้าวฟรี โดยเมื่อวันที่ 30ต.ค. นายอภิวัฒน์ แสงพัทธสีมา เจ้าของตลาดกวางทอง โพสต์ผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัวว่า “มอบนโยบายเปิดพื้นที่ขายฟรีในตลาดสำหรับชาวนาที่ต้องการขายข้าวสารเองโดยตรงโซนสระบุรีหรือใกล้เคียง เริ่ม อังคารหน้าน่ะครับ ตอนนี้คนจัดตลาดรับทราบแล้ว ขายจนกว่าข้าวของท่านจะหมด ใครมีเครือข่ายก็บอกต่อๆกันไปได้นะครับ ชื่อตลาดกวางทอง อยู่ ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ติดต่อ คุณอุบล (คนจัดตลาดนัด ) เบอร์โทร 081-3856041 ครับ” นายอภิวัฒน์ แสงพัทธสีมา เจ้าของตลาดกวางทอง ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี กล่าวว่า ตนตามข่าวแล้วทราบว่าตอนนี้มีเรื่องราคาข้าวตกต่ำ ในฐานะที่ทำพื้นที่ตลาดอยู่ จึงคิดว่าอยากจะช่วยอะไรได้บ้าง ในช่วงนี้นอกจากการขายข้าวในอินเตอร์เน็ตแล้วต้องขายในพื้นที่จริงด้วย ในพื้นที่จังหวัดสระบุรีมีเกษตรกรเยอะ ที่ตลาดก็มีคนค้าขายเยอะ จึงคุยกับคนจัดพื้นที่ตลาดว่าให้ช่วยจัดเตรียมพื้นที่ สำหรับชาวนาที่ประสงค์อยากปล่อยข้าวของตัวเองโดยไม่ผ่านคนกลาง ทั้งนี้ได้ประสานทางกลุ่มเครือข่ายเกษตรกรในพื้นที่สระบุรีไป และมีเกษตรกรบางส่วนได้ติด
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 31 ตุลาคม พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวกรณีที่มีประชาชนบางกลุ่มกักตุนสิ่งของที่จิตอาสานำมาแจกในพื้นที่ท้องสนามหลวงว่า ตนอยากให้กลุ่มหรือบุคคลเหล่านั้นมีจิตสำนึก เพราะคนที่นำมาแจกนั่นเขาต้องการให้ประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะได้รับอาหารหรือของใช้อย่างทั่วถึง ถึงแม้อาจจะไม่ผิดกฎหมาย แต่ตนก็กำลังพิจารณาข้อกฎหมายว่าสามารถเอาผิดกลุ่มหรือบุคคลดังกล่าวอย่างไรได้บ้าง อาจจะมีการนำประมวลกฎอาญามาตราที่ 397 ที่ระบุผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆ ต่อผู้อื่น อันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือกระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท มาใช้ ทั้งนี้ตนไม่อยากให้มีการพิจารณาเอาผิดแต่เพื่อเป็นการปรามกลุ่มบุคคลดังกล่าวก็อาจจะต้องพิจารณาใช้ ซึ่งเบื้องต้นตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจตราบุคคลที่มีพฤติกรรมเข้าข่าย หรือประชาชนที่พบเห็นก็สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ที่อยู่ใกล้เคียงได้ ที่มา มติชนออนไลน์
