ข่าววันนี้
หนังสือพิมพ์อาซาฮีชิมบุนของญี่ปุ่นรายงานข่าวชวนตะลึงเกี่ยวกับปัญหาที่มาจากวัฒนธรรมการทำงานอย่างหนักในสังคมญี่ปุ่นว่าได้กลายเป็นสาเหตุให้คนทำงานฆ่าตัวตายเพราะทำงานหนักเกินไป โดยกรณีล่าสุดเกิดกับน.ส.มิตซูริ ทาคาฮาชิ วัย 24 ปี ที่สำนักงานตรวจสอบมาตรฐานแรงงานมิตะในกรุงโตเกียว เพิ่งออกมาแถลงว่าทาคาฮาชิซึ่งทำงานให้กับเดนท์สุ บริษัทโฆษณายักษ์ใหญ่ขอบญี่ปุ่น เสียชีวิตเนื่องจากทำงานมากเกินไปหลังพบข้อมูลว่าเธอทำงานล่วงเวลามากถึง 105 ชั่วโมงภายในเวลาไม่ถึงเดือน ทาคาฮาชิเริ่มทำงานกับบริษัทเดนท์สุหลังเรียนจบในปี 2558 ในแผนกลูกค้าดิจิตอลของบริษัทโดยรับผิดชอบงานโฆษณาออนไลน์ ซึ่งตามข้อมูลของทนายที่ครอบครัวแต่งตั้งขึ้นการทำงานหนักของเธอเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคมปีเดียวกัน โดยเพียงในระหว่างวันที่ 9 ตุลาคม – 7 พฤศจิกายน เธอต้องทำงานล่วงเวลามากถึง 105 ชั่วโมง ทั้งนี้ทากาฮาชิได้ฆ่าตัวตายที่หอพักสตรีของบริษัทเดนท์สุเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2558 ซึ่งก่อนหน้าที่จะตัดสินใจจบชีวิตตัวเองเธอได้ติดต่อเพื่อนร่วมงานและเพื่อนๆ ผ่านโซเชียลมีเดียและส่งข้อความแสดงถึงความเครียดว่าอยากตาย เจ้าหน้าที่ของมิตะตรวจสอบข้อมูลต่างๆก่อ
เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม เวลา 19.00 น. ที่ศาลากลางจังหวัดนครพนม นายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย นางปัทมา วิทย์ดำรงค์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครพนม เป็นประธาน นำข้าราชการ เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง และประชาชน ร่วมพิธีเปิดงานประเพณีออกพรรษาไหลเรือไฟ และงานกาชาด ประจำปี 2559 โดยจะจัดขึ้นวันที่ 9 – 17 ตุลาคม 2559 เพื่อเสืบสานอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นที่สืบทอดมาจากอดีตถึงปัจจุบัน โดยในปีนี้ถือว่าจัดยิ่งใหญ่กว่าทุกปีเพื่อฉลองเปิดตัวเมืองเขตเศรษฐกิจพิเศษ และเมืองเศรษฐกิจการค้า การท่องเที่ยว ชายแดนที่สำคัญของอีสาน และฉลองการก่อสร้างแลนด์มาร์คพญานาคศักดิ์สิทธิ์ หรือพญาศรีสัตตนาคราช ที่สร้างขึ้นบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงเป็นที่สักการบูชา และเป็นที่ยึดเหนี่ยวยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวนครพนม โดยหลังการเปิดงานคืนแรกได้มีการจัดเรือไฟไหลโชว์คืนละ 2 ลำ ให้ประชาชนนักท่องเที่ยวได้มาเที่ยวชมความสวยงามก่อนวันประกวดไหลเรือไฟ รวมถึงมีปล่อยกระทงสายหรือไข่พญานาค นับหมื่นดวงไหลไปตามแม่น้ำโขง ถวายเป็นพุทธบูชาต่อองค์พญนาคและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามลำแม่น้ำโขง และตลอดแนวริมฝั่งแม่น้ำโขงจะ
เจอปัญหาเศรษฐกิจ จนถูกปลดออกจากงาน หนุ่มสกลนครหนีกลับบ้านเกิดพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ทำกระเป๋าส่งขาย รายได้ปีละล้าน สร้างอาชีพและรายได้แก่ชุมชนจนเข้มแข็ง นายชัย สว่างวงศ์ อยู่บ้านเลขที่ 201 หมู่ 15 บ้านสุวรรณคีรี ต.วานรนิวาส อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร เปิดเผยว่า เมื่อก่อนก็เหมือนคนชนบทบ้านนอกทั่วไป ที่มุ่งเข้าหางานทำใน กทม. และจากที่เรียนรู้เร็วขึ้นได้เป็นหัวหน้าควบคุมการผลิตกระเป๋า ทุกชนิดในโรงงานแห่งหนึ่ง ทำงานอยู่หลายปี แต่ต่อมาเมื่อปี 2544 เศรษฐกิจย่ำแย่ ที่เรียกกันว่า ฟองสบู่แตก ห้างร้าน โรงงานมีการปลดคนงานออก ซึ่งก็เป็นหนึ่งในนั้น จึงได้เดินทางกลับบ้านที่สกลนคร ต่อมาก็มีเจ้าของโรงงานติดต่อมาว่า น่าจะนำงาน เช่น เย็บกระเป๋าที่บ้านจะดีกว่า จึงได้กลับมาทำกระเป๋าที่บ้าน ตั้งแต่นั้นมา หลังจากที่งานมีมากจนทำไม่ไหว จึงกระจายงานไปยังกลุ่มแม่บ้านต่างๆ ในพื้นที่ เพื่อสร้างงานและให้ผู้หญิงได้มีงานทำด้วย นายชัย กล่าวอีกว่า ได้ออกชักชวนช่างเย็บผ้ากลุ่มแม่บ้านในพื้นที่และใกล้เคียงมาเรียนรู้เพิ่มเติมจนชำนาญให้ค่าจ้างใบละ 6 บาท เริ่มแรกตระเวนออกขายตามตลาดนัดและสถานที่ต่างๆ กระทั่งรู้จักแม่ค้าและส่งขายต่อยัง
เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ เรื่องพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จมาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ฉบับที่ 37 ความว่า วันนี้ คณะแพทยผู้ถวายการรักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้รายงานว่า ในวันที่ 8 ตุลาคม 2559 คณะแพทย์ฯ ได้ขอพระราชทานถวายใส่สายสวนเข้าหลอดพระโลหิตดำเพื่อเตรียมการสำหรับการฟอกพระโลหิต (Hemodialysis) ระยะยาว และเปลี่ยนสายระบบน้ำไขสันหลังในโพรงพระสมองบริเวณบั้นพระองค์ (เอว) ตั้งแต่เวลา 14 นาฬิกาถึง 16 นาฬิกา 40 นาที ปรากฎภายหลังว่า มีความดันพระโลหิตลดต่ำลงเป็นครั้งคราว คณะแพทย์ฯ จึงได้ถวายพระโอสถและได้ใช้เครื่องช่วยหายพระทัย (Ventilator) เพื่อทำให้ความดันพระโลหิตกลับสู่ระดับปรกติ จนกระทั่งเวลา 3 นาฬิกาวันนี้ มีพระชีพจรเร็วขึ้น ความดันพระโลหิตลดลง ผลการตรวจพระโลหิตพบว่า พระโลหิตมีความเป็นกรดเพิ่มขึ้น ผลการตรวจพระหทัยด้วยคลื่นเสียงสะท้อน (Echocardiography) พบว่า ปริมาณพระโลหิตที่เข้าสู่พระหทัยด้านซ้ายช่องล่างลดลงมาก อันเป็นผลจากการที่มีความดันพระโลหิตในพระปัปผาสะ (ปอด) สูง คณะแพทย์ฯ ได้ถวายพระโอสถขยายหลอดพระโลหิตในพระปัปผาสะ (ปอด) เมื่อเวลา 15 นาฬิกา ทำให้พระชี
เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่โลกโซเชียลเน็ตเวิร์กได้แชร์ภาพการนวดซึ่งเรียกกันว่าการนวดเปิดสมอง ซึ่งทำให้ผู้ถูกนวดมีอาการชักกระตุกหมดสติลงเหมือนจะตายและต่อมากลับฟื้นขึ้นมาใหม่ จนประชาชนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างตกใจกันเป็นอย่างมาก ซึ่งมีประชาชนเข้ามากดเข้าไปดูเป็นล้านวิวนั้น พ.ต.ท.ปรากฏ นาคใหญ่ สว.สส.สภ.คูคต พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.คูคต เข้าตรวจสอบร้านนวดดังกล่าวชื่อ 99 หมอขวัญนวดจับเส้น (แก้อาการ) อยู่ที่หมู่ 3 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ที่เกิดเหตุเป็นบ้านสองชั้นบริเวณด้านหน้ามีป้ายบอกเปิดให้เป็นสถานที่บริการนวดอย่างชัดเจน ทางด้านเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.คูคต จึงได้ดำเนินการเข้าจับกุมนายวิสุทธิชัย วรรณดี อายุ 39 ปี ชาว อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ซึ่งเป็นเจ้าของร้านผู้ให้บริการและผู้ดูแลสถานที่ร้านนวดดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอตรวจสอบใบอนุญาตเปิดร้านนวด ทางนายวิสุทธิชัยไม่มีใบอนุญาตมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงนำตัวมาสอบสวนและดำเนินคดีที่ สภ.คูคต ด้าน พ.ต.อ.เศรษฐณันฐ์ ทิมวัฒน์ ผกก.สภ.คูคต กล่าวว่า หลังจากทราบจากโซเชียลเน็ตเวิร์กว่ามีร้านนวดจับเส้นที่ผิ
นักวิจัย 3 สถาบันเจ๋ง ร่วมคิดค้นนวัตกรรม “PMK Glasses Navigator” แว่นตานำทางให้ผู้ป่วยทางสายตาได้สำเร็จ ต้นทุนการผลิตชุดละ 5,000-6,000 บาท แต่ช่วยนำทางผู้ป่วยทางสายตาได้ดีเกินคาด อุปกรณ์มีขนาดกระทัดรัด พกพาได้สะดวกทำให้ผู้ที่มองไม่เห็นสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น เรื่องราวนวัตกรรมแว่นตานำทางผู้ป่วยทางสายตา ฝีมือนักวิจัยไทยถูกเปิดเผยโดย พ.อ.นพ.อารมย์ ขุนภาษี ผู้อำนวยการกองเวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า กล่าวว่า เนื่องจากโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้ามีทหารที่ได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะและใบหน้า ในบางรายนอกจากบาดเจ็บทางสมองแล้วอาจสูญเสียการมองเห็น ดังนั้นตนจึงได้ร่วมกับคณะนักวิจัยจากสถาบันต่าง ๆ ประกอบด้วยนายเดชฤทธิ์ มณีธรรม หัวหน้าสาขาวิศวกรรมแมคคาทรอนิกส์ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี นางสาวเบญจลักษณ์ เมืองมีศรี มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ และพ.อ.นพ.สุธี พานิชกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนานวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า คิดค้นนวัตกรรม “PMK Glasses Navigator” แว่นตานำทางให้ผู้ป่วยทางสายตาขึ้น ซึ
ได้ยินเรื่องคาเวียร์ เมนูสุดหรูกันคุ้นหู เพราะเป็นเมนูในประวัติศาสตร์โลกที่บรรดาชนชั้นนำ-ผู้ปกครองในอดีตทางฝั่งยุโรปนิยมรับประทานกันอย่างมาก กระทั่งแพร่หลายในบรรดาผู้มีฐานะทั่วโลก โดยคาเวียร์ได้มีการโฆษณาและได้ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในอาหารที่อร่อยที่สุดในโลกและเป็นเมนูราคาสูงอันดับต้นๆของโลกเช่นกัน เพราะราคาซื้อขายก็แพงในหลักกิโลกรัมละเป็นล้านบาท สำหรับบ้านเราช่วงนี้กระแสข่าวยังพูดกันให้ได้ยินกันบ่อยๆ เราลองมาดูธุรกิจฟาร์มคาเวียร์กันบ้างว่าเขาผลิตคาเวียร์ โดยไม่ล่าปลาได้อย่างไร เพราะทราบกันดีว่า “คาเวียร์” หรือไข่ปลาคาเวียร์นั้น เป็นไข่ปลาที่ผ่านการปรุงรสมาแล้ว โดยไข่มาจากปลาหลากหลายประเภท ส่วนมากนิยมนำมาจากไข่ปลาสเตอร์เจียน สำหรับแหล่งที่ขึ้นชื่อว่ามีปลาสเตอร์เจียนชุกชุม คือทะเลสาบแคสเปียน ทำให้มีการล่ากันเป็นจำนวนมาก กระทั่งมีการออกกฎหมายห้ามจับปลาเกินกำหนด และให้ทุกประเทศที่รายรอบทะเลสาบแคสเปียนปฏิบัติตาม ซึ่งเมื่อปลาสเตอร์เจียนตามธรรมชาติ หาได้ยากขึ้นก็ยิ่งทำให้เกิดดีมานด์ทำให้ราคาพุ่งขึ้นไปอีก แต่ด้านหนึ่งก็มีการรับมือและบริหารจัดการของเอกชนบางแห่ง ที่มีการ
กลายเป็นกระเเสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ เมื่อ MDsurfer สมาชิกเว็บไซต์พันทิป ได้ตั้งกระทู้ชื่อ “ต่อไปคงจะไม่หยิบของจากชั้นล่างๆ ใน 7-11 อีกแล้ว…” โดยระบุว่า ประมาณ 5 ทุ่ม ลงไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง ได้เจอกับคุณป้าวัยกลางคนจูงหมาตัวใหญ่ตัวหนึ่งเข้ามาในร้าน แล้วก็ไปที่ตู้แช่สินค้าประเภทนม “เจ้าหมายักษ์ของป้าก็เอาจมูกไปดมๆ เอาลิ้นเลียๆ สินค้าที่อยู่โซนล่างๆ ไปทั่วแบบมีความสุขมาก แถมตอนนั้นก็เป็นจังหวะที่สาขานั้นวางลังสินค้าเตรียมเอาขึ้นตู้แช่อยู่พอดี หางอันฟูฟ่องของเจ้าหมายักษ์ตัวนี้ก็สะบัดไปมาอยู่บนของพวกนั้นเหมือนที่ปัดน้ำฝนเปิดโหมดเร็วที่สุด ซึ่งของที่โดนแบบเต็มๆ ก็เป็นพวกไข่ โยเกิร์ตและนม (ที่ไม่มีฝาแข็งๆ ปิดด้านบน เป็นแบบเจาะหลอดแล้วดูดเลย) และไส้กรอก ฯลฯ” เเล้วก็เห็นพนักงานที่ดูแลอยู่แถวนั้นก็มองป้าคนนี้ แต่ป้าก็ไม่ได้สนใจอะไร ผมก็เลยเข้าไปถามพนักงานคนนั้น โดยที่ป้ายืนอยู่ข้างๆ ว่า: “สาขานี้เอาหมาเข้ามาเดินได้ด้วยเหรอครับ? ผมว่ามันไม่โอเคนะครับ ทำไมพนักงานถึงไม่แจ้งลูกค้าให้ทราบถึงเรื่องนี้ครับ?” ซึ่งคุณป้าคนนั้นได้ยินผมแน่นอน แต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ คือเพิกเฉยต่อค
จากการสำรวจโดยแบงก์สวิสถึงตลาดสินค้าและบริการลักเซอรี่ จัดให้เซี่ยงไฮ้เป็นมหานครที่ไฮโซในด้านนี้ที่สุดในเอเชีย โดยพิจารณาจากไลฟ์สไตล์ด้านการบริโภคสินค้า-บริการ ส่วนอันดับสองคือสิงคโปร์ตามมาด้วยฮ่องกงอันดับสาม เซี่ยงไฮ้ครองตำแหน่งค่าใช้จ่ายด้านลักเซอรี่สูงสุดในเอเชียติดต่อกันเป็นปีที่สอง โดยเซี่ยงไฮ้ครองส่วนแบ่งตลาดรถหรู กระเป๋าแบรนด์เนมและอสังหาริมทรัพย์ โดยราคาสินค้า-บริการจะมีต้นทุนจากภาษีทำให้มีราคาสูงกว่าเมืองอื่นๆในเอเชีย อาทิ นาฬิกาแบรนด์โรเล็กซ์ที่เซี่ยงไฮ้ขายในราคา 38,880 เหรียญสหรัฐ ขณะที่ในกัวลาลัมเปอร์ราคา 28,500 เหรียญสหรัฐ หรืออย่างครีมมอยเจอไรเซอร์ระดับพรีเมี่ยม La Prairie ที่เซี่ยงไฮ้ถูกระบุว่าเมื่อคำนวณแล้วจะเป็นครีมที่แพงที่สุดถ้าซื้อที่นี่ ขณะที่เมืองอื่นๆในเอเชียที่ติดอันดับต้นๆยังมี จาการ์ตา โซล ไทเป ที่มา ประชาชาติธุรกิจ
น.ส.กันยาณี ยะวิญชาญ ผู้อำนวยการสำนักพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีประชาชนส่งต่อข้อความผ่านทางเครือข่ายสังคมออนไลน์ ระบุว่า ปี2559 อากาศจะหนาวจัด หนาวกว่า 2-3 ปีที่ผ่านมา จากกรณีดังกล่าวเป็นเรื่องจริง น.ส.กันยาณี กล่าวว่า ตามคาดหมายลักษณะอากาศช่วงฤดูหนาวของประเทศไทย พ.ศ.2559-2560 ของกรมอุตุนิยมวิทยา ที่ได้ออกประกาศเผยแพร่ไปเมื่อวันที่ 27 กันยายน โดยระบุว่าฤดูหนาวปีนี้ กรมอุตุฯคาดว่า ประเทศไทยตอนบนฤดูหนาวปีนี้จะเริ่มต้นประมาณสัปดาห์ที่ 4 ของเดือนตุลาคม2559 และสิ้นสุดประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์2560 อุณภูมิที่ต่ำสุดเฉลี่ยประเทศไทยตอนบนจะมีอุณภูมิเฉลี่ย 19-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุดของประเทศราว 6-7 องศาเซลเซียสในบริเวณภาคเหนือและภาคอีสาน สำหรับภาคกลาง กรุงเทพฯ และปริมณฑลอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 14-15 องศาเซลเซียส “ช่วงเวลาที่มีอากาศหนาวที่สุดจะอยู่ประมาณครึ่งหลังของเดือนธันวาคม2559 ถึงกลางเดือนมกราคม2560 ส่วนยอดดอย และยอดภูเมื่อมีอากาศหนาวจัด อาจมียอดน้ำค้างแข็งได้ ด้วยสภาวะอากาศเช่นนี้ จึงถือได้ว่าฤดูหนาวของประเทศไทยในปีจะหนาวเย็นที่สุดในรอบ 2-3 ปีที่ผ่านมา” น.ส.กันย
