ข่าววันนี้
ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี เปิดอินไซต์มนุษย์เงินเดือน “เดอะแบกตัวจริง” โดยผลสำรวจข้อมูลของมนุษย์เงินเดือนในประเทศไทย พบว่า 8 ใน 10 หรือกว่า 82% ของมนุษย์เงินเดือน มีภาระหนี้สิน ซึ่งเกิดจากปัจจัยรอบตัวที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็น เศรษฐกิจผันผวน ความไม่แน่นอนของการเมือง การเลิกจ้างก่อนวัยเกษียณ ไปจนถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่อาจเข้ามาแทนแรงงานคน รวมทั้งมนุษย์เงินเดือนจำนวนมาก ที่แม้จะมีรายได้แน่นอน แต่ยังต้องเผชิญความท้าทายทางการเงินอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) และ ttb analytics ณ เดือนมิถุนายน 2567 ชี้ว่า คนไทยเกือบ 40% มีหนี้ในระบบ เฉลี่ยสูงกว่า 5 แสนบาทต่อคน โดยเฉพาะกลุ่มวัยสร้างครอบครัวอายุ 35-60 ปี ที่มีภาระหนี้สูงที่สุด ขณะที่หนี้สินเชื่อส่วนบุคคลยังคงเป็นภาระของทุกช่วงวัย แม้กระทั่งในวัยเกษียณ ล่าสุด ทีทีบี เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกครั้งแรก จากการทำ ttb financial health check หรือโปรแกรมตรวจสุขภาพทางการเงินออนไลน์ของมนุษย์เงินเดือนในประเทศไทยกว่า 96,000 คน ระหว่างเดือนสิงหาคม 2566 – กุมภาพันธ์ 2568 พบว่า 8 ใน 10 หรือกว่า 82% ของมนุษ
นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า การกลับมาของโครงการคนละครึ่งพลัสในปีนี้ แกร็บเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคนไทยผู้ได้รับสิทธิกว่า 20 ล้านคนทั่วประเทศ ให้เข้าถึงสิทธิประโยชน์ได้อย่างง่ายดายผ่านแอปพลิเคชันแกร็บ พร้อมกันนี้ เรายังเดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการร้านอาหาร ที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากโครงการฯ นี้ กว่า 800,000 รายทั่วประเทศ ผ่านแคมเปญพิเศษที่จัดเต็มสิทธิประโยชน์และโปรแกรมส่งเสริมการขายตลอดโครงการมากถึง 9 เด้ง ควบคู่กับการพัฒนาระบบให้ร้านค้าใช้งานได้ง่าย ทั้งการสมัคร การรับออร์เดอร์ ไปจนถึงรายงานการขาย ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการสร้างยอดขายให้เติบโตแบบไม่มีสะดุด ทั้งหมดนี้เพื่อกระตุ้นการบริโภคและเพิ่มยอดขายให้กับร้านอาหารโดยตรง ซึ่งจะช่วยกระจายรายได้อย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็น ผู้ประกอบการร้านอาหารทั้งรายเล็กและรายย่อย ไรเดอร์ รวมไปถึงทุกภาคส่วนในห่วงโซ่ธุรกิจร้านอาหาร เพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศตามนโยบาย Quick Big Win ของทางภาครัฐ ภายใต้แคมเปญ “GrabFood X คนละครึ่งพลัส ดันยอดโตสูงสุด 9 เด้ง” แกร็บเตรียมมอ
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), สมาคมภัตตาคารไทย และพันธมิตร ร่วมกันจัดการแข่งขัน การประกวดสุดยอดแชมป์ข้าวแกงไทยสู่สากล “Khao Gaeng” Thai Curry Rice Championship 2025 หรือการแข่งขันสุดยอดแชมป์ข้าวแกงแห่งประเทศไทย ชิงถ้วย ฯพณฯ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในระหว่างวันที่ 17-19 ตุลาคม 2568 ณ Phenix ประตูน้ำ ที่ผ่านมา นับเป็นการแข่งขันชิงแชมป์ข้าวแกงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของประเทศไทย นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ข้าวแกงนับเป็นเสน่ห์ของอาหารไทย ถ้ามาเมืองไทย ต้องมาชิมร้านข้าวแกงไทย ทั้งสามารถพบเจอได้ทุกที่ ตั้งแต่สตรีตฟู้ดไปจนถึงร้านหรูๆ นับว่าเป็นข้าวแกงที่อร่อยล้ำเลิศที่สุดไม่แพ้อาหารชาติใดในโลก โดยในปีนี้ไทยยังคว้าแชมป์ “ประเทศที่มีอาหารดีที่สุดในโลกประจำปี 2025” จากผลโหวตผู้อ่าน Condé Nast Traveler อีกด้วย โดยผลการตัดสิน ผู้ชนะเลิศ ได้แก่ ร้านอุทยานข้าวแกง จ.ขอนแก่น ได้รับเงินรางวัล 100,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ จาก ฯพณฯ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ร้านข้าวแกงบ้านจิตประภัสสร กรุงเทพฯ เงินรางวัล 50
“ลงมือทำ สำคัญที่สุด” คือประโยคสั้นๆ ที่สรุปเส้นทางชีวิตของ “แต๊งค์ -พงศกร มหาเปารยะ” อดีตนักแสดงหนุ่ม ที่วันนี้หันมาทอดหมูก้อนส่งดีลิเวอรี ด้วยความเชื่อว่า “ของอร่อย ต้องมีตัวตนของคนทำ” และถ้าใครจำได้ เมื่อไม่นานมานี้ “แต๊งค์” เคยผันตัวเข้าสู่วงการโหราศาสตร์ รับเปิดไพ่ดูหมอ ให้ผู้สนใจ ในฐานะ “หมอดูหนุ่ม หน้าตาดี” มาแล้ว “การเป็นหมอดู ไม่ได้มาจากการเลือก แต่เป็นบทบาทที่โอกาสพาเข้ามา มีคนเข้ามาหาเราแล้วเขาสบายใจ แต่จริงๆ เราไม่มีความสุข” แต๊งค์ เล่าย้อนอย่างนั้น และว่า แม้จะช่วยเหลือคนอื่นได้ แต่กลับต้องรับฟังทุกข์ รับฟังปัญหามากมาย จนเหมือนพลังชีวิตถูกดูดออกไปเรื่อยๆ “ยืนทอดหมูทั้งวัน ยังไม่เหนื่อยเท่ากับดูดวงให้คนเดียว” เขาบอกจริงจัง และว่า วันนี้ถึงเวลาค่อยๆ ถอยออกจากวงการดูดวง และมองหาความสุขแท้จริงของชีวิต “ถึงเวลาแล้วที่จะทำสิ่งที่อยากทำมานาน” เขาว่า และสิ่งนั้นคือ “ศิลปะ” ที่ผ่านมา แต๊งค์เคยจัดแสดงผลงานศิลปะมาแล้ว และเขามองว่า “การทำอาหาร” ก็เป็นงานศิลปะแบบหนึ่ง รากฐานเริ่มต้นจากเมนูโปรดของคุณย่า “หมูก้อนทอด” เมนูที่เรียนรู้ตั้งแต่เด็ก และหาซื้อจากร้านไหนก็ไม่เคยเจอรสชาติที่ใช่ “
บริษัท ออโรร่า เทรดดิ้ง จำกัด ผู้ประกอบธุรกิจจำหน่ายทองคำออนไลน์ในประเทศไทย เดินหน้าขยายช่องทางการให้บริการสู่โลกดิจิทัล เปิดตัวแอปพลิเคชัน “ALLGOLD” แพลตฟอร์ม ซื้อ-ขาย-ถอน ทองคำ 96.5% และ 99.99% ในรูปแบบออนไลน์แบบครบวงจร ตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัล ที่ต้องการความสะดวกสบายในการลงทุนทองคำโดยไม่ต้องเดินทางมาหน้าร้าน แอปพลิเคชัน ALLGOLD เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่มาใช้บริการที่สาขาห้างทองออโรร่า โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ วัยทำงาน ที่มีข้อจำกัดในเรื่องของเวลา และอยากเริ่มต้นลงทุนทองคำในจำนวนเงินที่ไม่มาก อีกทั้งยังเห็นโอกาสจากการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมการขาย และตอบสนองความต้องการของลูกค้ายุคใหม่ ที่ต้องการความสะดวกสบาย รวดเร็ว และสามารถเข้าถึงการลงทุนซื้อ-ขาย-ถอน ทองคำ แบบราคาเรียลไทม์ ALLGOLD ถือกำเนิดขึ้นในฐานะแพลตฟอร์มการซื้อขายทองคำที่ครบครัน ไม่ใช่เพียงแค่ช่องทางการซื้อขายทองคำออนไลน์ธรรมดา แต่เป็นเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อให้นักลงทุนสามารถบริหารจัดการการลงทุนทองคำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยฟีเจอร์เด่นของแอปพลิเคชัน AL
“จุดเริ่มมาจากการที่ผมไปร้านกาแฟ Specialty Coffee แล้วชอบเมล็ดกาแฟเขามาก ร้านเขาอยู่เชียงใหม่ ส่วนผมอยู่กรุงเทพฯ เลยถามว่าถ้ากลับไปที่บ้านแล้วสั่งซื้อได้ยังไง เขาบอกให้ไปซื้อในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซแบรนด์หนึ่งได้เลย ผมรู้สึกแปลกใจ ในเมื่อลูกค้ามาอยู่ตรงนี้แล้ว ทำไมเขาไม่มีหน้าร้านออนไลน์ที่สามารถซื้อได้ โดยที่เขาไม่ต้องไปเสียค่าธรรมเนียมให้แพลตฟอร์มนั้น ตั้ง 20%” คือ ข้อมูลจาก คุณต้น-ณัฐวุฒิ ชื่นมะนา ผู้ร่วมพัฒนา แอป Shop Online ที่คิดขึ้นมาเพื่อผู้ประกอบการ SMEs ก่อน คุณต้น แนะนำตัวให้รู้จักกันมากขึ้น ปัจจุบันอายุ 40 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผ่านการทำงานมาแล้วหลายองค์กรชั้นนำ ปัจจุบันมีอาชีพหลักเกี่ยวกับธุรกิจซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ส่วนการทำ แอป Shop Online นี้ มาจากประสบการณ์ตรงดังเกริ่นมาตอนต้น ก่อนนำมาคิดต่อยอดร่วมกับเพื่อนสนิท คือ คุณชนาพัทธ์ สุนทรวงศ์ นักพัฒนาซอฟต์แวร์อิสระ ซึ่งหารายได้เสริมจากการรับจ้างเขียนเว็บ ตั้งแต่สมัยเรียน ม.ปลาย “เรา 2 คน มองเห็นปัญหาที่แทบทุกผู้ประกอบการเจอเหมือนกัน คืออยากขายออนไลน์ แต่ไม่มีเวลาหรือควา
คุณธนดล พิทยานุวัฒน์ กรรมการบริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท ไอเดียแล็บ จำกัด (IdeasLabs) MarTech สัญชาติไทย กล่าวว่า ปรากฏการณ์ “เจนนี่ ไลฟ์” ที่เป็นกระแสอยู่ในช่วงนี้ตอกย้ำแนวโน้มที่เกิดขึ้นชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ในวงการ Influencer Marketing นั่นคือ Live Commerce ไม่ใช่แค่การขายของผ่านจอมือถือ แต่เป็นสนามแข่งขันเชิงกลยุทธ์ ที่วัดกันด้วย Conversion (อัตราการเปลี่ยนผู้ชมเป็นผู้ซื้อ), ROI (Return on Investment หรือ ผลตอบแทนจากการลงทุน) และ Data-Driven Value (มูลค่าที่วัดผลได้จริงจากข้อมูล) ส่งผลให้โมเดลการประเมินมูลค่า KOL ในยุคใหม่กำลังเปลี่ยนผ่าน จากการวัดด้วยยอดผู้ติดตาม มาสู่การวัดด้วย ยอดขายต่อบาทที่แบรนด์ลงทุน ซึ่งชี้วัดศักยภาพเชิงธุรกิจได้ชัดเจนกว่าเดิม “โมเดลค่าตัวแบบ Fixed Rate บวก Commission กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของวงการ KOL เพราะสร้างแรงจูงใจที่เป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย และเปิดโอกาสให้แบรนด์ได้เห็นผลลัพธ์แบบวัดได้จริง สะท้อนให้เห็นภาพ Influencer และ KOL จากความดัง สู่ความคุ้มค่า” ทั้งนี้ Influencer และ KOL ต้องเปลี่ยนบทบาทจากผู้แนะนำสินค้า เป็น นักขายมืออาชีพ ที่เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค เลื
ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ประกาศอย่างเป็นทางการถึงการแต่งตั้ง ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล ในฐานะ “Amazing Thailand Ambassador” เพื่อเป็นตัวแทนในการถ่ายทอดเสน่ห์ของไทยสู่สายตาชาวโลก โดยการร่วมงานกับลิซ่าในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ ททท. มุ่งหวังจะนำเสนอภาพลักษณ์ของประเทศไทย ช่วยนำเสนอเสน่ห์ ความหลากหลายและความมหัศจรรย์ของเมืองไทยในมุมมองใหม่ ที่จะกระตุ้นให้ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติร่วมกันค้นพบไปพร้อมกับ Amazing Thailand คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิใจต้อนรับ “ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล” ในบทบาท Amazing Thailand Ambassador ตัวแทนส่งต่อเสน่ห์ ความมหัศจรรย์ และเอกลักษณ์ของประเทศไทยสู่สายตานักท่องเที่ยว ลิซ่าจะถ่ายทอดเรื่องราวของความงดงามและเอกลักษณ์ของเมืองไทย ในฐานะที่เมืองไทยคือจุดหมายปลายทางคุณภาพระดับโลก (Quality Leisure Destination) ที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยรอยยิ้ม ความอบอุ่น และวัฒนธรรมไทยที่งดงามเหนือกาลเวลา ททท. เชื่อว่า การร่วมงานในครั้งนี้คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญ ที่จะท
นีเวีย เปิดเผยผลการศึกษา NIVEA CONNECT Compass 2025 ชี้ “ความเหงา” ภัยเงียบในโลกยุคใหม่ที่คืบคลานเข้าสู่ชีวิตของผู้คนทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง รวมถึงประเทศไทยที่มีระดับความรู้สึกเหงาสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมสานต่อโครงการ NIVEA CONNECT: Together We Fight Social Isolation มุ่งสร้างความตระหนักรู้และร่วมต่อสู้กับปัญหาความเหงาและความรู้สึกโดดเดี่ยวในสังคม สะท้อนจุดยืนของนีเวียที่เป็นมากกว่าแบรนด์สกินแคร์ แต่คือพลังแห่งการดูแลคุณภาพชีวิตของผู้คน ผ่านการสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมาย เข้าใจซึ่งกันและกัน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนสังคมที่ทุกคนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งอย่างแท้จริง นีเวีย ได้เผยผลการวิจัย NIVEA CONNECT COMPASS เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นการศึกษาระดับโลกว่าด้วยความเหงาและการแยกตัวออกจากสังคม งานวิจัยนี้จัดทำขึ้นใน 13 ประเทศ ครอบคลุม 5 ทวีป พบว่าความเหงาเป็นปรากฏการณ์ระดับโลกที่ส่งผลกระทบต่อผู้คนนับล้าน และกำลังกลายเป็นวิกฤติที่สร้างผลกระทบลึกซึ้งทั้งต่อสุขภาพจิตและสุขภาพกายมากกว่าครึ่งของผู้ตอบแบบสอบถาม (56%) ยอมรับว่ามีความรู้สึกเหงาอย่างน้อยเป็นบางครั้ง 57% ระบุว่ามีช่วงเวลาที่รู้สึ
โรงเรียนพระดาบส สังกัดมูลนิธิพระดาบส ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2519 เป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ดำเนินการสนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีพระประสงค์จะช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา ขาดแคลนทุนทรัพย์ ให้เยาวชนได้มีวิชาชีพติดตัว และทำมาหารายได้เลี้ยงตนเองได้ มุ่งเน้นการเรียนการสอนในรูปแบบการศึกษานอกระบบ ด้วยหลักสูตรประจำระยะเวลา 1 ปี เน้นการฝึกทักษะวิชาชีพควบคู่กับการฝึกวินัยและคุณธรรม ใช้ชีวิตแบบอยู่ประจำ และไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ผู้เรียนได้รับพระราชทานทุนการศึกษาครอบคลุมทั้งค่าเล่าเรียน อุปกรณ์การเรียน อาหาร และที่พักอาศัย ปัจจุบัน โรงเรียนพระดาบส มี 2 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนพระดาบส อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ และโรงเรียนพระดาบสจังหวัดชายแดนภาคใต้ จ.ยะลา ที่ต่อยอดจากโรงเรียนพระดาบสในส่วนกลาง สู่พื้นที่ห่างไกลและเปราะบาง เปิดรับนักเรียนจาก 5 จังหวัดชายแดนใต้ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สตูล และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา ได้แก่ เทพา สะบ้าย้อย จะนะ และนาทวี โรงเรียนพระดาบส เปิดสอนหลากหลายสาขาอาชีพที่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน ประกอบด้วยหลักสูตรช่าง 7
