ข่าววันนี้
นี่อาจะเป็น “ลาเต้แห่งอนาคต” เมื่อบริษัทอาหารยักษ์ใหญ่สัญชาติญี่ปุ่น “อายิโนะโมะโต๊ะ กรุ๊ป” (Ajinomoto Group) ได้เปิดตัวเครื่องดื่มกาแฟรูปแบบใหม่ภายใต้ชื่อ GRe:en Drop Coffee ในสิงคโปร์ โดยนำเสนอนวัตกรรมที่มุ่งเน้นความยั่งยืนด้วยการใช้กาแฟที่ผลิตโดยปราศจากเมล็ดกาแฟ และโปรตีนแก๊สที่ผลิตจากคาร์บอนไดออกไซด์ เครื่องดื่มซีรีส์ใหม่นี้อยู่ภายใต้แบรนด์ Atlr.72 ของอายิโนะโมะโต๊ะ ซึ่งมุ่งเน้นการใช้ส่วนผสมที่มาจากพืช (plant-based) เซลล์ (cell-based) และจุลินทรีย์ (microbial) เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจสีเขียวของบริษัท โดยเป็นความร่วมมือกับสองสตาร์ทอัพด้านอาหารแห่งอนาคต ได้แก่ Solar Foods ผู้ผลิตโปรตีนแก๊สจากฟินแลนด์ และ Prefer ผู้ผลิตกาแฟทางเลือกที่ปราศจากเมล็ดกาแฟจากสิงคโปร์ โดยเครื่องดื่ม GRe:en Drop Coffee คือนวัตกรรมเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย กาแฟกรอง (batch-brewed filter coffee) กาแฟลาเต้ โดยใช้ส่วนผสม PreferRoast ของแบรนด์ Prefer ทดแทนกาแฟแบบดั้งเดิม 30% โดยใช้กระบวนการหมักจุลินทรีย์ จากผลพลอยได้ของอุตสาหกรรมอาหาร เช่น ข้าวหัก และถั่วชิกพีช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้ถึง 8.8 เท่า เมื่อเที
จากการขยายตัวอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ในประเทศไทย ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าถึง 6.45 แสนล้านบาท (16.9 พันล้านยูโร) ภายในปี 2573 บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ โลจิสติกส์ (“BJL”) บริษัทในเครือ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ บีเจซี และบริษัท ดีเอชแอล ซัพพลายเชน (ประเทศไทย) จึงได้ประกาศจัดตั้งบริษัทร่วมทุน เพื่อยกระดับการดำเนินงานด้านโลจิสติกส์ของกลุ่มบีเจซี บิ๊กซี สู่มาตรฐานสากล คุณฐาปณี เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า “บีเจซีดำเนินธุรกิจเฮลธ์แคร์มา 60 ปี ความร่วมมือกับดีเอชแอลซึ่งเป็นผู้นำด้านโลจิสติกส์ระดับโลก ทำให้เราสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว รวมถึงขยายฐานลูกค้าไปสู่ลูกค้าต่างประเทศ และนำเสนอโซลูชันระดับโลกที่รองรับความต้องการด้านสุขภาพที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องของประเทศไทย บริษัทร่วมทุนนี้จะช่วยให้เรายกระดับการบริการ ทั้งในด้วนคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และความถูกต้องตามกฎระเบียบที่ผู้ป่วยและผู้ให้บริการด้านเฮลธ์แคร์ควรได้รับ พร้อมทั้งผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางทา
สื่อต่างประเทศ รายงานว่า บริษัท Flash Express ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์และจัดส่งพัสดุจากประเทศไทย เปิดเผยว่า จะปิดกิจการในมาเลเซีย ในวันที่ 31 มกราคมนี้ ซึ่งเป็นการถอนตัวออกจากตลาดที่บริษัทเพิ่งมาได้ไม่กี่ปีอย่างไม่คาดคิด การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง และการขาดทุนอย่างต่อเนื่องในภาคธุรกิจดีลิเวอรี บริษัทได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “ธุรกิจของเราในมาเลเซียจะปิดตัวลงอย่างถาวรในวันที่ 31 มกราคม 2026 ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา” ตามข้อมูลภายในบริษัทที่เผยแพร่กัน Flash Express Malaysia จะหยุดรับคำจัดส่งตั้งแต่ 15 มกราคม เป็นต้นไป โดยจะยังคงส่งพัสุดที่จองไว้ก่อนวันดังกล่าวต่อไป บริษัทระบุว่า จะใช้เวลาที่เหลืออยู่ในการชำระบัญชีลูกค้า ติดตามการจัดส่งที่ค้าง และดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในกระบวนการปิดกิจการ Flash Express Malaysia เริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการ เมื่อ 25 ตุลาคม 2021 เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธการขยายธุรกิจไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ Flash โดยสาขาในมาเลเซียก่อตั้งขึ้นเพื่อให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจร โดยเน้นบริการรับสินค้าถึงบ้านฟรี
นับเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ SMEs ที่สะท้อนพลังของความตั้งใจ คือ “ไร่ทับทิมสยาม” แบรนด์ผลไม้อบแห้งจากเพชรบุรี ที่เริ่มต้นจากครอบครัวเล็กๆ ที่ปลูกกล้วยจนล้นสวน แล้วพลิกวิกฤตให้กลายเป็นโอกาส คุณกุลยา กนกวรกาญจน์ ลูกสาวของผู้ก่อตั้ง เล่าว่า เดิมทีคุณพ่อเพียงอยากทำเกษตรหลังเกษียณ อยากหาซื้อที่ดินเพื่อปลูกกล้วย มะละกอ และส้มโอ แต่ผลผลิตกลับมีมากเกินความต้องการ จึงเริ่มทดลองทำ “กล้วยตากอบแห้ง” ขายออนไลน์และออกบูธต่างๆ จนได้เข้าสู่เชลฟ์เซเว่นฯ เมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา จนเป็นที่รู้จักของลูกค้าต่างชาติอย่างเวียดนามและยุโรป “เราไม่ได้มาจากสายอาหารเลยค่ะ พื้นเพเป็นคนสุพรรณบุรีโตมาจากธุรกิจผลิตเบาะนั่ง รถทัวร์ รถบัส แต่พอตัดสินใจลงมือทำธุรกิจอาหารก็รู้เลยว่ามันท้าทายมาก ต้องใส่ใจทุกขั้นตอน ตั้งแต่คัดกล้วยไปจนถึงการออกแบบแพ็กเกจจิ้ง ส่งผลให้กล้วยตากสูตรบ้านๆ กลายเป็น “กล้วยสติ๊กอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์” และต่อยอดด้วยไอเดียใหม่ๆ เพื่อให้เหมาะกับตลาดยุคใหม่ ทั้งกล้วยสติ๊กเคลือบช็อกโกแลต และล่าสุดคือ “กล้วยสติ๊กเคลือบนมรสสตรอเบอร์รี” ที่เปิดตัวในเซเว่นฯ
ในงาน “มติชน” ฉลองก้าวสู่ปีที่ 49 ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่น และการรวมตัวของบุคคลจากหลากหลายวงการที่มาร่วมแสดงความยินดี หนึ่งในไฮไลต์ของงาน คือการร่วมคอลแลปกับ “SILPIN” แบรนด์ไทยระดับพรีเมียม ผู้บุกเบิกนวัตกรรม Flavour จากพืช ผัก ผลไม้ และวัตถุดิบทางการเกษตรของไทยอย่างแท้จริง โดยได้เปิดตัวประสบการณ์ใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในวงการสื่อไทยกับแนวคิด “สำนักข่าวที่ดื่มได้” ตัวแทนจาก SILPIN กล่าวว่า เนื่องในโอกาสฉลองก้าวสู่ปีที่ 49 ของมติชน SILPIN ได้ร่วมสร้างสรรค์เครื่องดื่มสุดพิเศษให้กับมติชน คือ “Thai Malai Drink” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากพวงมาลัยของไทย อันเป็นสัญลักษณ์ของการต้อนรับและการอวยพรตามวัฒนธรรมไทย โดย SILPIN ได้สกัดกลิ่นของดอกไม้ที่ใช้ในพวงมาลัยไทย อย่าง ดอกรัก ดอกมะลิ และดอกกุหลาบ เป็นไซรัป Malai Syrup และออนท็อปด้วย Edible Perfume กลิ่นมาลัย เพื่อเติมกลิ่นอายความเป็นไทย และให้ความสดชื่น ตามมาด้วยเครื่องดื่มสุดพิเศษ “Hom Mali Highball” ซึ่งใช้ไซรัปกลิ่นข้าวหอมมะลิ สื่อถึงเอกลักษณ์ของความเป็นไทย และสะท้อนภาพมติชนในฐานะสำนักข่าวไทยที่อยู่คู่สังคมไทยมาอย่างยาวนาน และ “Tom Yum T
กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกโซเชียลทันที เมื่อเพจดังอย่าง “อีซ้อขยี้ข่าว” ได้ออกมาโพสต์เรื่องราวของนักท่องเที่ยวรายหนึ่งที่ไปใช้บริการที่ตลาดน้ำชื่อดังอย่าง ตลาดน้ำดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี แต่กลับต้องเจอราคาอาหารที่แพงจนน่าตกใจ โดยเฉพาะเมนูพื้นฐานอย่าง “ข้าวผัดไข่” ที่พุ่งสูงถึงจานละ 1,400 บาท โดยได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า “เจ้าของโพสต์ไปทริปตลาดน้ำดำเนินสะดวกเจอราคาค่าอาหารถึงกับช็อก! ไข่เจียวธรรมดา 400 ข้าวผัดไข่ จานใหญ่ 1,400 ทั้งที่มีแค่ไข่กับผัก ไม่มีเนื้อสัตว์ ปริมาณที่เห็นประเมินแล้วไม่น่าเกิน 600 เจ้าของโพสต์เผย ปัจจุบันกินอยู่ภูเก็ต ยังไม่เคยเจอไข่เจียวราคาแรงขนาดนี้ ของแพงพอถูไถได้ถ้าอร่อย แต่ร้านนี้คือ “ไม่ผ่านทุกอย่าง” ยิ่งเจ็บใจเมื่อคนขับเรือแนะนำว่าอร่อยที่สุด สุดท้ายสิ่งที่กินได้มากสุดคือ…ไข่เจียว ตั้งแต่ค่าเรือ ของฝาก ยันอาหาร ราคาชวนอึ้ง ญาติๆ บอกไม่เป็นไร แต่เจ้าตัวขอเก็บความรู้สึกนี้ไว้เป็นบทเรียน และคงไม่คิดกลับไปซ้ำอีก…” หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นในเชิงลบ เช่น หลายคนตั้งคำถามถึงการทำงานของหน่วยงานที่รับผิดชอบว่าปล่อยให้มีกา
#MadeinThailand เรื่องราวสินค้าแบรนด์ไทยที่น่าจับตารายนี้ เป็นเรื่องราวจากอาชีพผู้รับเหมาตกแต่งภายในสู่ธุรกิจเกษตรอนาคตไกล ซึ่งฟังดูอาจเป็นเส้นทางที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลยสักนิด แต่สำหรับ คุณณิชชา สารพุทธิเดชา นี่คือจังหวะที่โชคชะตาและโอกาสเดินเข้ามาพบกันพอดี จุดที่ทำให้เธอก้าวเข้าสู่วงการ “ดอกไม้กินได้” และล่าสุด กลายเป็นแบรนด์เบอร์ต้นๆ ของตลาด โดยใช้เวลาไม่นานนัก คุณณิชชา เล่าให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ฟังว่า ย้อนไปราว 2 ปีก่อน มีโอกาสไปดูงาน Pitching อาชีพ ที่มหาวิทยาลัยราชมงคลธัญบุรี เป็นงานที่รวมเอาความคิดสร้างสรรค์และอาชีพรูปแบบใหม่จากคนรุ่นใหม่หลายกลุ่มเข้าด้วยกัน และที่นั่นเอง เธอเจอ “น้องๆ 2 คน” ที่ตั้งใจจะปลูกดอกไม้ขายโดยมีนวัตกรรมยืดอายุการจัดเก็บเข้ามาเพิ่มมูลค่า เป็นไอเดียที่ทั้งสดใหม่และน่าจะไปได้ไกล เธอจึงตัดสินใจชวนมาทำบริษัทด้วยกัน กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ แบรนด์ At Flower-Edible Flower Farm อย่างไรก็ตาม เธอยอมรับว่าช่วงเวลานั้นแทบไม่รู้จักธุรกิจนี้เลย รู้เพียงว่า “ดอกไม้กินได้” เริ่มเป็นที่นิยมในโรงแรม ร้านอาหาร คาเฟ่ระดับพรีเมียม แต่หากนำมาผสานกับนวัตกรร
นายสรเทพ สตีฟ ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมโฮสเทล ประเทศไทย กล่าวว่า หลายปีที่ผ่านจนถึงวันนี้ เครื่องยนต์ระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยติดๆ ดับๆ หรือดูเหมือนไม่มีคนขับที่มีความสามารถ และตั้งใจในการนำพาประเทศให้เดินหน้าเหมือนประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนเลย แต่กำลังเกียร์ว่างหรือปล่อยประเทศไหลไปเองแบบเครื่องยนต์ใกล้ดับ ไม่ว่าจะเป็น GDP ที่โตรั้งท้ายไม่ถึง 2% มาหลายปี หรือหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นทุกปี, การท่องเที่ยวที่ชะลอตัวต่อเนื่อง ทั้งๆ ที่เพื่อนบ้านเติบโตอย่างต่อเนื่อง และธุรกิจ SMEs ที่ล้มตายไปมากมาย ในภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจร้านอาหาร อยากเห็นรัฐบาลที่มีความเข้าใจและมีความตั้งใจเข้ามาบริหารบ้านเมือง ไม่ใช่แค่เข้ามาบริหารการเมืองกันอย่างเดียว อยากได้รัฐบาลที่หาทีมเศรษฐกิจที่เป็นมืออาชีพมาเเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและแบบบูรณาการ ไม่ใช่แค่เข้ามาเพื่อเน้นจัดงานอีเวนต์หรือหยอดน้ำมันเครื่องให้เครื่องเดินแบบชั่วคราว แต่ต้องมีแผนมียุทธศาสตร์ในการทำงานอย่างตั้งใจและมีความรู้ความสามารถ โดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจ ที่ต้องรู้ถึงปัญหาที่แท้จริงและแก้ไขอย่างจริงจัง เช่น การแ
ใครที่กำลังมองหาสถานที่เคานต์ดาวน์ปีใหม่ 2026 ชมพลุสวยๆ ดูแสงสีแบบจัดเต็ม เพจกรุงเทพมหานคร ได้โพสต์แจกพิกัดชมพลุสวยๆ ทั่วกรุงเทพฯ ที่ได้รับอนุญาต เพื่อเตรียมนับถอยหลังสู่ปีใหม่ สำหรับคืนวันที่ 31 ธ.ค. – 1 ม.ค. ดังนี้
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้วิเคราะห์ข้อมูลการจดทะเบียนนิติบุคคลและผลการดำเนินงานของภาคธุรกิจในปี 2568 พบว่า แนวโน้มเศรษฐกิจของไทยในปี 2569 ยังมีแรงขับเคลื่อนจากกลุ่มธุรกิจที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคในยุคดิจิทัล รองรับสังคมผู้สูงอายุ การเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี และไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โดยจัดอันดับ 3 กลุ่มธุรกิจดาวรุ่ง 10 ประเภทธุรกิจ ที่พร้อมจะเติบโตในปี 2569 ได้ ดังนี้ กลุ่มธุรกิจดิจิทัล 1. ธุรกิจค้าปลีกทางอินเทอร์เน็ต หรือ e-Commerce ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล และเป็นช่องทางใหม่ที่ช่วยสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการรายย่อย โดยปี 2568 (ม.ค. – พ.ย.) มีการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคล 1,702 ราย ลดลง 269 ราย คิดเป็น 13.6% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567 (ม.ค. – พ.ย. 67 จัดตั้ง 1,971 ราย) ขณะที่ทุนจดทะเบียนจัดตั้งใหม่ มีมูลค่า 7,204 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,524 ล้
