ข่าววันนี้
เฟซบุ๊ก Queen Sirikit Museum of Textiles ได้มีการประกาศเชิญชวนให้ประชาชนได้เข้ามาร่วมชื่นชมความงดงามของฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งนอกจากจะได้ชื่นชมความงดงามของฉลองพระองค์แล้ว จะได้เรียนรู้พระราชกรณียกิจด้านศิลปวัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอนุรักษ์หัตถศิลป์ไทย ตลอดจนการพัฒนาอาชีพของราษฎร โดยจะมีการจัดแสดง “ชุดไทย : จากราชสำนักสู่ราชนิยม” จัดแสดงฉลองพระองค์ชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง และ “สิริราชพัสตราบรมราชินีนาถ” จัดแสดงฉลองพระองค์แบบสากลตัดเย็บจากผ้าไทย ตั้งแต่ พ.ศ. 2503–2543 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงให้ความสำคัญกับผ้าไทย จนเกิดเป็นโครงการส่งเสริมศิลปาชีพ เพื่อส่งเสริมอาชีพให้สมาชิกในโครงการฯ และราษฎรในพื้นที่มีรายได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยต่อยอดงานด้านศิลปาชีพการทอผ้าไหม และส่งเสริมให้สมาชิกในโครงการดำเนินการ ปลูกหม่อน เลี้ยงไหม และมีการจัดฝึกอบรม เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ให้กับครอบครัว การเปิดให้ประชาชนเข้าชมพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริ
วันที่ 26 ตุลาคม 2568 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่บริเวณถนนราชดำเนินเริ่มจากราชดำเนินใน ราชดำเนินกลาง ราชดำเนินนอก ต่อเนื่องไปถนนศรีอยุธยา และพื้นที่โดยรอบที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อตรวจความพร้อมเส้นทางขบวนเคลื่อนพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยจะเริ่มเคลื่อนขบวน ในวันนี้ เวลา 16.00 น. ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ในภาพรวมการเตรียมความพร้อมเส้นทาง เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ตั้งแต่เมื่อวานต่อเนื่องตลอดทั้งคืนเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ รวมถึงได้มีการปรับเปลี่ยนพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในซุ้มเฉลิมพระเกียรติบริเวณถนนราชดำเนินเรียบร้อยแล้ว และตลอดเส้นทางที่ขบวนพระบรมศพเคลื่อนผ่านก็จะมีการตั้งรถสุขาประจำจุดต่างๆ ให้บริการประชาชนด้วย กรุงเทพมหานครขอเชิญชวนทุกคนร่วมรับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปในการอัญเชิญพร
เรียกเสียงฮือฮาไปไม่น้อย เมื่อพรรคการเมืองระดับตำนาน อย่าง “ประชาธิปัตย์” ทำการสังคายนาครั้งใหญ่ กระทั่งได้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับมานั่งเก้าอี้หัวหน้าอีกครั้ง และมีชื่อของ “จูรี นิ่มแก้ว” อินฟลูฯ สายใต้ชื่อดัง เป็น 1 ใน 8 รองหัวหน้าพรรค ทำหน้าที่ดูแลด้านสื่อสารองค์กรนั้น ล่าสุด เพจ จูรี นุ่มแก้ว ออกมาโพสต์ เกี่ยวกับแนวทางกำหนดนโยบายด้านเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์ โดยทางคุณกรณ์ จาติกวณิช ในฐานะหัวหน้าทีมนโยบายของพรรค มีความสนใจในเรื่องของการทำตลาดออนไลน์ ติ๊กต็อก และวิธีการของ “กระแสเจนนี่” เขาจึงอธิบายไปว่า “โอกาสของชาวบ้านโดยใช้ออนไลน์เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนสำคัญมาก” เรามีสินค้าที่ชาวบ้านผลิตได้เองในชุมชน ในวิสาหกิจ SMEs ทั้งของกิน ของใช้ที่ดีจำนวนมากมหาศาล แต่เขาแปลงเป็นเงินไม่ได้ หาที่ขายไม่ได้ และทำยอดไม่ได้ รัฐ สามารถส่งเสริมเครื่องมือออนไลน์เป็นตลาดกลางให้ชาวบ้าน หรือรัฐหาช่องทางหาวิธีขายให้ชาวบ้านซึ่งสามารถบรรลุผลได้มากกว่าแค่การทุ่มงบจัดงานเรียกชาวบ้านมา-เชิญคนมาเดิน (ยกตัวอย่างเทศกาลเจนนี่ กับการล้างสต๊อกสินค้าชาวบ้าน ชุมชน SMEs) ถ้าเราไว เราใช้โอกาสนี้ ดึงรายได้กลับเข้า
ทราบกันไปเมื่อวันก่อน สำหรับตำแหน่งชนะเลิศสุดยอดแชมป์ข้าวแกงไทยสู่สากล “Khao Gaeng” Thai Curry Rice Championship 2025 ตกเป็นของร้านอุทยานข้าวแกง จ.ขอนแก่น ซึ่งมี เชฟจากัวร์-ธีรวีร์ ดิษยะไชยพงษ์ เป็นเจ้าของกิจการ อ่านข่าวเกี่ยวข้อง : https://www.khaosod.co.th/sentangsedtee/featured/article_316115 ล่าสุด เฟซบุ๊กส่วนตัวของ เชฟจากัวร์ ธีรวีร์ ดิษยะไชยพงษ์ โพสต์ความรู้สึกภายหลังคว้ารางวัล “แชมป์ข้าวแกง” ระดับชาติ ตอนหนึ่งว่า “โดยปกติอาชีพข้าวแกง หลายคนชอบมองว่ามีเกียรติศักดิ์ศรีน้อย (เนื่องจากเคยถูกว่าผมเป็นเชฟข้าวแกง) แต่หากมาเก็บข้อมูลไปทำงานวิจัยแล้ว จะรู้ว่าอาชีพข้าวแกง ไม่ใช่คนทำอาหารเป็นจะทำได้ เพราะต้องผลิตปริมาณมาก แต่กลับทำทีละจาน จะต้องใช้ทักษะ ความรู้จริง ประสบการณ์การสังเกตเก็บข้อมูลลูกค้าตลอดเวลาว่าชอบอะไรบ้าง คนในครอบครัวลูกค้ามีช่วงวัยอะไรบ้าง เพราะเมนูข้าวแกง ต้องมีเมนูทุกช่วงวัยของครอบครัว การขายข้าวแกง เป็นอาชีพที่หนักหนาสาหัส ตอนเตรียมตอนทำ ต้องตื่นมาทำตั้งแต่เที่ยงคืนไปตลาด มาหั่นตัดแต่งตี 2 ตี 3 ทำเพื่อเปิดร้านตี 4 ตี 5 กว่าจะขายเสร็จก็บ่าย 2 บ่าย 3 กว่าจะล้างจานล้างหม้
วันที่ 24 ต.ค. เพจกลุ่มปิดซึ่งมีสมาชิก 2.3 แสนแอคเคาต์ อย่าง INTO THE BORDERLAND โพสต์ภาพของ Rosé หนึ่งในสมาชิกวงแบล็กพิงค์ ขณะกำลังถือจานผัดไทยและแก้วชาเย็นตราชาตรามือ ในบรรยากาศที่ดูเหมือนเบื้องหลังเวทีคอนเสิร์ต พร้อมระบุ “เมนูคอนฯ ที่ไทยวันแรก โรเซ่ขอเสนอเมนูผัดไทย + ชาตรามือเมนูชาเย็นจ้า” อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบ ไม่พบว่าภาพดังกล่าวมาจากโพสต์อย่างเป็นทางการของ Rosé หรือ YG Entertainment แต่เป็นภาพที่แฟนคลับถ่ายจากจอระหว่างคอนเสิร์ตวันแรก BORN PINK World Tour in Bangkok แล้วแชร์ต่อในเพจแฟนคลับหลายแห่ง โดยแฟนบรรดาแฟนเพจตีความว่าเป็น “เมนูที่เธอเลือกหรือเสนอ” จนกลายเป็นไวรัลในหมู่แฟนคลับ ถามว่า เหตุใดศิลปินระดับโลก จึงเลือกชิมและโชว์ “ผัดไทย” และ “ชาตรามือ” หลายคนคงเห็นพ้องกันว่า “ผัดไทย” นั้น เป็นอาหารที่โดดเด่นในรสชาติแบบไทยแท้ เปรี้ยว หวาน เค็ม กลมกล่อมในจานเดียว เป็นเมนูที่ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติรู้จักกันดี ส่วน “ชาตรามือ” ก็ถือเป็นสัญลักษณ์ของความหอมหวานแบบไทย ที่เวลานี้ใครได้ลองก็ต้องหลงรัก ต่อคิวกันยาวเหยียดแทบทุกสาขา นอกจากนี้ หลายคนอาจตีความว่า การเลือกทั้ง 2
เมื่อไม่นานมานี้ มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เข้าร่วมจัดแสดงผลงานในการประชุมวิชาการประจำปีของ ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย (Royal College of Orthopaedic Surgeons of Thailand – RCOST 2025) ครั้งที่ 47 โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกและข้อจากทั่วประเทศเข้าร่วมกว่า 2,000 คน ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมสำคัญ อาทิ President’s Talk การบรรยายพิเศษจากวิทยากรชั้นนำระดับประเทศและนานาชาติ รวมถึงนิทรรศการแสดงนวัตกรรมยา เวชภัณฑ์ และเครื่องมือแพทย์จากบริษัททั้งในและต่างประเทศ ในส่วนของบูธอภัยภูเบศร ตั้งอยู่ในโซนกลางของเครือข่ายราชวิทยาลัยฯ ร่วมกับหน่วยงานชั้นนำ อาทิ องค์การเภสัชกรรม (GPO) โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ และศูนย์เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์สมุนไพร “มัสคูลสเปรย์ (MusCool Spray)” เป็นจุดเด่นของงาน สำหรับ มัสคูลสเปรย์ เป็นยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติที่สามารถเบิกจ่ายได้ทุกสิทธิการรักษา โดยภายในบูธได้จัดแสดงเส้นทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่ต้นสมุนไพร “กระดูกไก่ดำ (Justicia gendarussa)” ทั้งในรูปต้นจริงและต้นแห้ง กระบวนการสกัดสารสำคัญ กา
MK Restaurants เผยความสำเร็จของโมเดลบุฟเฟต์ที่ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้บริโภคทั่วประเทศ หลังเปิดให้บริการในหลายสาขา ทั้ง MK คุ้มเกินคุ้ม 299 บาท และ MK Premium Buffet 499, 699, 899 บาท ที่เพิ่งเปิดให้บริการในเดือนกันยายนที่ผ่านมา เพื่อตอบโจทย์เทรนด์ Value for Money ของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการความคุ้มค่าและประสบการณ์การรับประทานที่หลากหลาย MK คุ้มเกินคุ้ม 299 บาท สร้างปรากฏการณ์ความสนใจต่อเนื่องทั่วประเทศ กว่า 312 สาขา ตั้งแต่ คุ้มคุ้ม อิ่มไม่อั้น (เวอร์ชัน 1) เดือนมิถุนายน ทำให้ยอดขายรวมเติบโต 12.2% และ คุ้มเกินคุ้ม (เวอร์ชัน 2) เดือนกันยายน โตขึ้นอีก โดยมียอดขายรวมเติบโต 14.3% แม้จะเปิดให้บริการมายาวนานหลายเดือน แต่ยังคงสามารถรักษาตำแหน่งครองใจลูกค้า ทำให้ปัจจุบันมีลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำสูงถึง 41% และมากสุดถึง 69 ครั้ง นอกจากนี้ ยังสร้างเสียงเชิงบวกบนโซเชียลอย่างมากมาย จากทั้งฐานลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ โดยเฉพาะ คุ้มเกินคุ้ม (เวอร์ชัน 2) ลูกค้าชื่นชอบการปรับเพิ่มเมนูใหม่ และเมนู Add on อย่างกุ้งสด MK ทำให้ยอดขายเฉพาะสาขาบุฟเฟต์ เติบโตถึง 32% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่
เมื่อเร็วๆ นี้ นิสิตศศินทร์ ได้เข้าร่วมกับ “ปันกัน” เพื่อสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม โดยเปิดรับบริจาค สิ่งของจากพนักงานศศินทร์ ครอบครัว เพื่อนๆ และเครือข่ายองค์กรธุรกิจ เพื่อรวบรวมนำมาร่วมจัดกิจกรรม Good Society ที่ Lido Connect สยามสแควร์ โดยรายได้จากการจำหน่ายสิ่งของที่ได้รับบริจาคมานั้น จะรวบรวมนำไปมอบให้กับ “ปันกัน” แปลงเป็นทุนการศึกษาให้เด็กที่ขาดแคลนในความดูแลของมูลนิธิยุวพัฒน์ รศ.ดร.กฤตินี ณัฏฐวุฒิสิทธิ์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาการตลาด สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Sasin School of Management) ซึ่งเป็นอาจารย์ผู้สอนวิชา Consumption and Marketing ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า การเรียนการสอนของศศินทร์ เน้นการเรียนรู้แบบปฏิบัติจริง การมีส่วนร่วมของนิสิตศศินทร์ กับ “ร้านปันกัน” เริ่มจากการนำวิชา Consumption and Marketing ของ MBA และ Executive MBA มาให้นิสิตได้ฝึกการนำสิ่งที่เรียนรู้จากห้องเรียนไปทดลองทำจริง ทุกปีจึงมีการทำงานร่วมกับกิจการเพื่อสังคม เพื่อเป็นพื้นที่และโอกาสต่อยอดการศึกษาเชิงธุรกิจพร้อมกันกับการตอบโจทย์เชิงสังคม โดยมุ่งหวังให้นิสิตเกิดกระบวนการเรียนรู้ที
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ “ตลาดร้านเครื่องดื่ม” ทั้งปี 2568 จะมีมูลค่าอยู่ที่ 56,900 ล้านบาท เติบโต 5.0% จากปี 2567 เนื่องจากราคาเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้นตามต้นทุนที่สูง และมีร้านเปิดใหม่กลุ่มพรีเมียมเข้ามาในตลาด แต่เป็นการเติบโตที่ไม่ทั่วถึง โดยคาดการณ์จำนวนร้านเครื่องดื่มปี 2568 เปิดใหม่เพิ่มขึ้น 4.8% มีจำนวนสะสม 131,000 ร้าน ส่วนในปี 2569 มูลค่าตลาดน่าจะยังเติบโตที่ประมาณ 2% จากปี 2568 แต่เป็นการเติบโตที่ชะลอลง ท่ามกลางปัจจัยท้าทาย ดังนี้
ข่าวแจ้งว่า อิเกีย ร่วมกับ แม็คโคร จัดแคมเปญการแข่งขันทำอาหาร “ยาย Chef / Granny Cooking Competition” เพื่อเฉลิมฉลองความสำคัญของการทำอาหาร การรับประทานอาหาร และครัว ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการทำอาหาร และเน้นบทบาทของคุณพ่อคุณแม่ คุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยาย ผู้เป็นศูนย์กลางของการแข่งขัน และการรวมตัวของครอบครัวผ่านอาหารประจำบ้าน ชิงรางวัลใหญ่ สร้างครัวในฝันให้เป็นจริง สำหรับคุณสมบัติผู้เข้าร่วม เปิดรับเชฟวัยเก๋า อายุ 60 ปีขึ้นไป ทุกเพศ โดย 1 ทีม ประกอบด้วยสมาชิกไม่เกิน 2 คน ได้แก่ ผู้สูงอายุ 1 คนเป็นผู้ทำอาหารหลัก (เชฟวัยเก๋า) และสมาชิกครอบครัวอีก 1 คนทำหน้าที่เป็นผู้ช่วย ส่วนเมนูที่ใช้เข้าร่วมสนุก ให้ส่งเมนูลับประจำบ้าน 1 เมนู พร้อมรูปภาพและเรื่องราวสั้นๆ อธิบายว่าทำไมเมนูนี้ถึงสำคัญ ทั้งนี้ มีเงื่อนไขการเข้าร่วมกิจกรรมคือ การเข้าร่วมกิจกรรมนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่จำเป็นต้องมีการซื้อสินค้าใดๆ ผลงานที่ส่งผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการ (สมัครผ่าน QR code ที่กำหนด) ภายในระยะเวลาที่กำหนดจะได้รับการพิจารณา โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมรับรองว่าสูตรอาหารและเรื่องราวที่ส่งเข้ามาเป็นผลงานต้นฉบับ และไม่ละเมิด
