ข่าววันนี้
จากวิกฤต “น้ำท่วมภาคใต้” หลายชีวิตกำลังเผชิญสถานการณ์ยากลำบาก จากระดับน้ำที่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากฝนที่ตกลงมาไม่ขาดสาย ทำให้บ้านเรือนได้รับความเสียหาย หลายคนขึ้นไปอยู่บนหลังคารอคอยความช่วยเหลือ การสัญจร น้ำ-ไฟถูกตัดขาด รถยนต์หลายคันจมน้ำ แม้จะมีการเข้าช่วยเหลือและสั่งอพยพคน แต่ก็ยังมีผู้ติดค้างอยู่ในบ้านจำนวนมาก หากเข้าแฮชแท็ก #น้ำท่วมหาดใหญ่ ใน X (ทวิตเตอร์) จะพบว่า ติดเทรนด์อันดับ 1 มียอดการเข้าถึงกว่า 2 ล้านครั้ง แสดงให้เห็นถึงการติดตามข่าวสาร และการช่วยกันกระจายข่าวความช่วยเหลือของคนไทยเป็นจำนวนมาก ทั้งภาคประชาชน ชาวบ้าน คนดัง อินฟลูเอนเซอร์ รวมถึงแบรนด์ต่างๆ รวมตัวกันออกมาช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อนกันเป็นจำนวนมาก สะท้อนให้เห็นถึง “น้ำใจคนไทย” ที่ช่วยเหลือกันในยามยากลำบาก โดยที่ไม่รู้ว่าวิกฤตจะจบสิ้นเมื่อไหร่ อย่างเช่น เซ็นทรัลพัฒนา เปิดพื้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล 3 สาขา เป็นจุดรับบริจาคสิ่งของจำเป็น เพื่อช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ได้แก่ เซ็นทรัล หาดใหญ่, เซ็นทรัล นครศรีธรรมราช และเซ็นทรัล สุราษฎร์ธานี โดยเปิดรับบริจาคสิ่งของ ทั้ง ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม ยารักษาโรค
SABINA ชุดชั้นในแบรนด์ไทย เดินหน้าขยายฐานลูกค้าเซกเมนต์ใหม่ ด้วยการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ เปิดตัว “ชุดชั้นในชาย” คอลเล็กชัน Sabina Men’s Collection เป็นครั้งแรก ส่งท้ายไตรมาสสุดท้ายของปี ด้วยแนวคิด “ความสบายไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้หญิง” นางสาวดวงดาว มหะนาวานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) หรือ SABINA ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ซาบีน่า เปิดเผยว่า SABINA ตอกย้ำความเป็นผู้นำชุดชั้นในแบรนด์ไทย เดินหน้าขยายฐานผู้บริโภคสู่ตลาดชุดชั้นในผู้ชายเป็นครั้งแรก ด้วยการเปิดตัวไลน์สินค้าใหม่ Sabina Men’s Collection ชุดชั้นในชายที่ตอบโจทย์ผู้ชายยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญทั้งเรื่องของดีไซน์ คุณภาพ รวมถึงความรู้สึกสบายในทุกการสวมใส่ เพื่อให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้สัมผัสกับประสบการณ์ความสบายระดับพรีเมียม “จุดเริ่มต้นของคอลเล็กชันนี้ มาจากที่เราคิดว่า ทำไมกางเกงชั้นในนุ่มๆ ใส่สบาย ต้องมีแค่ผู้หญิงเท่านั้น และด้วยความเชี่ยวชาญด้านการผลิตอินเนอร์แวร์ที่มีคุณภาพมาตรฐานมาอย่างยาวนาน เราจึงต่อยอดสู่การออกแบบกางเกงชั้นในผู้ชาย ด้วยเทคโนโลยีที่เรามี ตั้งแต่การเลือกผ้าที่เป็นวัตถุดิบหลัก
กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ เปิดโอกาสทองให้เกษตรกรไทย ขยายช่องทางจำหน่ายผลผลิตผ่านร้านเซเว่นฯ ครอบคลุมกว่า 15,000 สาขาทั่วประเทศ พร้อมส่งเสริมเกษตรกรกว่า 1,500 ราย จาก 47 จังหวัด ก้าวสู่ช่องทาง Modern Trade โดยปี 2568 (ข้อมูล ณ ต.ค.) รับซื้อผลผลิตทางการเกษตรรวมกว่า 200 ล้านชิ้น ร้อยตรี จักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ ให้ความสำคัญกับการดูแลเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร และการช่วยเหลือเกษตรกรให้สามารถแข่งขันได้ในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสนับสนุนให้เกษตรกร ปรับตัวสู่ช่องทางการตลาดที่หลากหลายและมีรายได้ที่มั่นคง รวมทั้งการจำหน่ายผลผลิตให้แก่ Modern Trade ซึ่งไม่ใช่แค่การปลูกและเก็บเกี่ยวเหมือนในอดีต แต่ต้องมีการพัฒนาไปสู่การผลิตที่มีมาตรฐาน การจัดการหลังการเก็บเกี่ยวที่มีประสิทธิภาพ การแปรรูปเพิ่มมูลค่า โดยกระทรวงพาณิชย์ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างเกษตรกรกับภาคธุรกิจ อำนวยความสะดวกในการสร้างเครือข่ายการค้า และส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ และเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อการยกระดับศ
คุณบัณยดา อินทาปัจ ผู้ช่วยผู้จัดการทีม Business Development จาก LINE ประเทศไทย กล่าวว่า การแชต ถือเป็นหัวใจสำคัญของตลาด Commerce ไทย เนื่องจากผู้บริโภคมีพฤติกรรมชอบพูดคุยสอบถามก่อนการซื้อขาย เห็นได้จากมูลค่าตลาด Chat Commerce ที่คาดว่าจะเพิ่มจาก 493 พันล้านบาทในปี 2024 สู่ 1.16 ล้านล้านบาทในปี 2029 หรือมีการเติบโตเฉลี่ย 18.8% ต่อปี พร้อมทั้งยังพบว่า 81% ของผู้บริโภคเลือกทักไปพูดคุยสอบถามร้านค้าในช่องทาง Official อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง” จากพฤติกรรมดังกล่าว ทำให้ LINE เป็นหนึ่งในกลยุทธ์การทำ Chat Commerce ที่หลากหลายธุรกิจเลือกใช้ เนื่องจากมีฐานผู้ใช้งานชาวไทยกว่า 56 ล้านคน ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ในวงกว้าง ขณะเดียวกันผู้ใช้งาน LINE ยังมีความสนใจในหมวดหมู่ธุรกิจเกี่ยวกับ อาหารและเครื่องดื่ม 45% สุขภาพและความงาม 36% และแฟชั่น 32% ซึ่งเป็นหมวดหมู่ยอดนิยม ที่มีการทำการตลาดและปิดการขายผ่านแชตอยู่แล้ว ทำให้ LINE OA มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยปัจจุบัน แบรนด์มีการเปิดใช้งาน LINE OA รวมเกิน 7 ล้านบัญชี และคาดว่าภายในปีนี้จะเติบโตเพิ่มขึ้น 16% จากปีก่อน แสดงถึงความเชื่อมั่นของผ
“ย้อยหย่อย” คือร้านขนมไทยฟิวชัน คูหาเล็กๆ อยู่ในตัวเมืองจังหวัดนครปฐม ที่อบอวลด้วยความหอมหวานของกะทิและความตั้งใจของคนทำ ล่าสุด “ย้อยหย่อย” ได้รับการคัดเลือกให้เป็น “ของดีนครปฐม” อย่างเป็นทางการ โดยคณะกรรมการหอการค้าจังหวัดนครปฐม เห็นตรงกันว่า เป็นกิจการที่โดดเด่นทั้งรสชาติ รูปลักษณ์ และบรรยากาศอันอบอุ่น ทำให้ลูกค้าอยากมาเยือน สำหรับเจ้าของเรื่องราว คอลัมน์ #FamilyBIZ ครั้งนี้ คือ คุณออม–โชติกา ถิระกิตติกุล เชฟสาวผู้เติบโตมาในครอบครัวค้าขายลอดช่อง ฐานะปานกลาง เคยฝันอยากเป็นแอร์โฮสเตส ไม่เคยนึกภาพตัวเองว่าจะมาทำขนมหรือเปิดร้านอาหารเหมือนแม่ และพ่อแม่เองรู้ดีว่าเส้นทางนี้อาจเหนื่อยจนลูกไม่ควรต้องเจอ จึงไม่เคยผลักดันให้เธอเดินทางสายนี้เลย แต่บางครั้งเส้นทางชีวิตเหมือนค่อยๆ ผลักเราไปในสิ่งที่โอบรับเราที่สุด คุณออมรักการเข้าครัวมาตั้งแต่เด็ก ก่อนจะตัดสินใจครั้งใหญ่ เปลี่ยนจากสายภาษา ไปเรียนด้านอาหารอย่างจริงจัง จบสาขาการจัดการครัวของวิทยาลัยดุสิตธานีเพื่อให้มี “วิชาชีพ” ติดตัว เป็นพื้นที่ให้เธอเติบโตด้วยสองมือของตัวเอง ระหว่างเรียน เธอได้ฝึกทั้งการจัดการคน การทำงานเป็นทีม และควา
กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน และ Outsourcing Service เปิดศูนย์บริการพิเศษ เพื่อให้คำปรึกษา แนะนำ และอำนวยความสะดวกแก่ นายจ้าง ผู้ดำเนินการแทน และ บริษัทนำเข้าคนต่างด้าวฯ (บนจ.) ที่ต้องการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว ผ่านระบบ e-Work Permit บริเวณ ชั้น 1 กระทรวงแรงงาน ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ สะท้อนความต้องการการสนับสนุนเชิงรุกของผู้ใช้งานเป็นจำนวนมาก โดยระบบ โดยมีผู้เข้าใช้บริการ ทั้งสิ้น 617 เคส แบ่งเป็นผู้ใช้บริการในวันเสาร์ จำนวน 315 เคส และวันอาทิตย์ 292 เคส รวมรายชื่อแรงงานต่างด้าวที่ นายจ้าง ผู้ดำเนินการแทน และ บนจ. นำไปใช้บริการกว่า 9,000 รายชื่อ การให้บริการพิเศษนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Outsourcing Service และ กระทรวงแรงงานในการให้บริการ ให้คำปรึกษา และอำนวยความสะดวก แก่ผู้ใช้บริการระบบ e-WorkPermit ในการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว ให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง อย่างเต็มที่ การให้บริการพิเศษเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีผู้ใช้บริการเดินทางเข้ามาติดต่ออย่างต่อเนื่อง และเจ้าหน้าที่พร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มความสามารถ ตอกย้ำเจตนารมณ์ของกรมการจัดหางาน และโครงการ e-WorkPermit ในการพัฒน
เมื่อเร็วๆ นี้ จังหวัดปราจีนบุรี จัดพิธีเปิดการแข่งขันกีฬา “ทวารวดีเกมส์” การแข่งขันนักเรียน–นักศึกษา แห่งชาติ ครั้งที่ 45 รอบคัดเลือกนักกีฬาตัวแทนระดับเขตการแข่งขัน เขต 6 ที่สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี อำเภอเมืองปราจีนบุรี บรรยากาศคึกคักด้วยนักกีฬา เขตภาคตะวันออก 9 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี, นครนายก, สระแก้ว, ระยอง, ชลบุรี, จันทบุรี, ตราด, สมุทรปราการ และ ฉะเชิงเทรา ที่ทยอยเดินทางเข้าร่วมตั้งแต่เช้า ไฮไลต์สำคัญในปีนี้คือการเข้าร่วมของ ทีมหมอนทอง จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ทีมกีฬาชื่อดังของภาคตะวันออก ที่ได้รับเกียรติเป็นผู้เปิดการแข่งขัน พร้อมเดินพาเหรดร่วมกับนักกีฬาจากจังหวัดต่างๆ เพื่อแสดงพลังและความสามัคคีของเยาวชนไทย พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก นางจารุณี กาวิล รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เป็นประธาน พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนภาคเอกชน และผู้บริหารสถานศึกษาเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ขณะที่ มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี ก็เดินหน้าตอกย้ำบทบาทการเป็นผู้นำสมุนไพรไทยและการแพทย์แผนไทยเชิงวิทยาศาสตร์ ได้ร่วมสนับสนุนสุขภาพนักกีฬาในงานแข่งขันในครั้งนี้ด้วย
เมื่อเร็วๆ นี้ คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โพสต์ข้อความเกี่ยวกับเทรนด์วัฒนธรรมใหม่ของคนไทย ที่ส่งผลให้บรรดาผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว พากันปรับตัวกันอย่างกว้างขวาง ไว้อย่างน่าสนใจ “TGM Research ระบุว่า กว่า 70% ของครัวเรือนไทยมีสัตว์เลี้ยง สอดคล้องกับผลสำรวจของ CRC Voice Share ที่พบว่า กว่า 65% ของคนที่เลี้ยงสัตว์ มองว่าสัตว์เลี้ยง คือสมาชิกในครอบครัว ทำให้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเราเริ่มเห็นภาพการท่องเที่ยวที่มีสัตว์เลี้ยงออกเดินทางไปพร้อมกับเจ้าของเพิ่มมากขึ้น เทรนด์นี้สะท้อนวัฒนธรรมใหม่ของคนไทยที่มองว่าสัตว์เลี้ยงไม่ใช่แค่ “สิ่งที่เลี้ยงเอาไว้” แต่คือ “สมาชิกในครอบครัว” โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y และ Gen Z ที่เริ่มใช้ชีวิตกับสัตว์เลี้ยงในฐานะครอบครัว หลายคนเลือกไม่แต่งงาน หรือยังไม่อยากมีลูก แต่กลับทุ่มเทเวลาและเงินให้กับสัตว์เลี้ยงแทน ส่งผลให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีการปรับตัว เปลี่ยนธุรกิจให้เป็น Pet-Friendly ตั้งแต่ ร้านอาหาร หรือคาเฟ่ที่มีโซนสำหรับสัตว์เลี้ยง รีสอร์ตที่เปิดให้สัตว์เลี้ยงเข้าพักได้ ไปจนถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่เปิดก
บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ผู้นำด้านอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน เชิญชวนทุกคนมาเติมความสุขรับลมหนาว ท่ามกลางความงดงามของ ทุ่งดอกทานตะวันบานสะพรั่งกว่า 5 ไร่ ในงาน “ทานตะวันบานสะพรั่งทั่วระแหง ครั้งที่ 6” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 ณ สำนักงานใหญ่ บริษัท ซีพีแรม จำกัด จังหวัดปทุมธานี ซึ่งอยู่ใกล้กรุงเทพฯ เพียง 45 นาที! งานนี้ เข้าชมฟรีทุกวัน! ภายในงาน ทุกคนจะได้เพลิดเพลินไปกับทุ่งทานตะวันสีเหลืองสดใส โซนจัดแสดงพืชผักและไม้ดอกหลากหลายชนิด ฐานการเรียนรู้ด้านการเกษตร และโซนสินค้าชุมชนคุณภาพดีให้เลือกช้อปอย่างเพลิดเพลิน งานนี้เป็นอีกหนึ่งจุดเช็กอินรับลมหนาวที่เหมาะสำหรับทั้งครอบครัว คนรัก และกลุ่มเพื่อนสายคอนเทนต์ที่ชอบเก็บภาพ เพราะทุกมุมของงานอบอวลไปด้วยความสดชื่นและบรรยากาศที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม พิเศษ! ผู้เข้าชมยังสามารถรับ ต้นกล้าผักและไม้ดอกหลากหลายพันธุ์ฟรี เพื่อนำกลับไปปลูกที่บ้าน เสริมพื้นที่สีเขียว และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นให้เติบโตอย่างยั่งยืน สายคอนเทนต์ต้องไม่พลาด! นอกจากจะได้รูปสวยๆ ท่ามกลางทุ่งทานตะวันแล้ว
จากการแถลงข่าว โดยสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) เรื่อง “โครงการสร้างอาชีพและต่อยอดภูมิปัญญาวัฒนธรรมอาหารพื้นถิ่น กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง 13 สาขา” นายโสวัฒน์ อยู่คงดี ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ กล่าวว่า โครงการที่เกิดขึ้นครั้งนี้ มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก สร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับชุมชนท้องถิ่น มุ่งส่งเสริมพัฒนาศักยภาพกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ให้สามารถพึ่งพาตนเอง สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และลดความเหลื่อมล้ำของประเทศ ทั้งนี้ ในการส่งเสริมและพัฒนากองทุนหมู่บ้านในแต่ละพื้นที่ มีกลไกในการบริหารจัดการที่มีมาตรฐาน สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญในการสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ตามวิถีและภูมิปัญญาตนเองของชุมชน เพื่อลดความไม่เสมอภาคในการกระจายรายได้ และการพัฒนาเมืองให้มีความน่าอยู่ยั่งยืน พร้อมรับมือและปรับตัวท่ามกลางสภาพสิ่งแวดล้อม สังคม วัฒนธรรม ที่เทคโนโลยีสารสนเทศเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้น กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ที่เข้าร่วมโครงการ จะได้รับความรู้และการเสริมทักษะที่สำคัญ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประเภทอาหา
