ข่าววันนี้
แม็คโคร จับมือ อาจารย์ธนวันต์ ซินแสตี่ลี่ฮวงจุ้ยชื่อดัง เผย 5 เคล็ดลับจัดร้านอย่างไร “เปิดประตู รอทรัพย์ รับเฮง” เสริมธุรกิจปีขาล แม็คโคร ร่วมมือกับ “อาจารย์ธนวันต์ จิรเจริญเวศน์” ผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์ตี่ลี่ฮวงจุ้ย ที่เน้นการจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมอย่างละเอียดและลึกซึ้ง มาเผยเทคนิคเคล็ดลับดีๆ ในการจัดร้านเสริมดวงธุรกิจให้ผู้ประกอบการ ตั้งรับความเฮง เสริมพลังบวกให้ธุรกิจเล็กๆ มีกำลังสู้ต่อในทุกสถานการณ์ ซึ่งเคล็ดลับสำคัญที่ อาจารย์ธนวันต์ ซินแสตี่ลี่ฮวงจุ้ย บอกว่าควรเตรียมพร้อม เปิดประตู รอทรัพย์ รับเฮง ประกอบด้วย 1. หน้าร้านกว้าง หลังตื้น เป็นลักษณะที่ดีของตัวอาคารสำหรับการทำธุรกิจ ทำให้สามารถโชว์สินค้าต่างๆ ได้ทั้งหมดเลย ลูกค้ามองเห็นสินค้าที่เราต้องการนำเสนอเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าได้มากขึ้น 2. ห้องน้ำ เก็บทรัพย์ ในความหมายของฮวงจุ้ย ตำแหน่งของการเก็บทรัพย์ ก็คือ ห้องน้ำ ถ้าเราทำห้องน้ำให้ดี มีความสะอาด และสามารถทำให้ตำแหน่งของห้องน้ำต่ำลงไปประมาณ 10 เซนติเมตร จะทำให้คนที่มาซื้อของ หรือทำมาค้าขายกับเราได้ใช้ห้องน้ำที่ถูกลักษณะ ทำให้เกิดความประทับใจ และอยากกลับมาใช้บริการอีก 3. การ
ตรวจหา โอมิครอน รู้ผลภายใน 30 นาที แม่นยำกว่า ATK ผลงานสตาร์ตอัพไทย ตลอดเวลาที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ฝ่าฟันกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกเปิดมิติใหม่โดยแทนที่จะผลักดันนักศึกษาให้เป็นสตาร์ตอัพทีละราย สู่การส่งเสริมให้เกิดกลุ่มสตาร์ตอัพ ต่อยอดเทคโนโลยีที่ใช้ประโยชน์ได้จริงแบบบูรณาการ ก่อนการก้าวสู่การเป็นสตาร์ตอัพในสเกลที่ใหญ่ขึ้น หลังสำเร็จการศึกษา ซึ่งจะเป็นการร่วมผลักดันประเทศไทย ให้สามารถก้าวสู่การเป็นประเทศนวัตกรรมได้ทัดเทียมนานาประเทศต่อไป ตัวอย่างที่นับเป็นความภาคภูมิใจของมหาวิทยาลัยมหิดล ได้แก่ กลุ่มสตาร์ตอัพ จากกลุ่มนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล นำโดย คุณกวิน น้าวัฒนไพบูลย์ ที่ได้ต่อยอดพัฒนาชุดตรวจ RT-LAMP ตั้งแต่เมื่อครั้งที่เริ่มมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 จนปัจจุบันได้พัฒนาสู่เวอร์ชั่น 3 ที่สามารถตรวจครอบคลุมสายพันธุ์ OMICRON (โอมิครอน) และสายพันธุ์อื่นๆ ที่ทางองค์การอนามัยโลก ประกาศให้เฝ้าระวัง ได้แก่ DELTA, ALPHA และ BETA ซึ่งเป็นผลงานนวัตกรรมร่วมระหว่างคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และ คณะวิทยาศาสตร์ ประกอบกับการสนับสนุนจาก สถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยี
ใกล้ความจริง? เสี่ยหนู โพสต์ทำเต็มที่ ดัน “กัญชา” เป็นพืชสมุนไพรปลูกได้หลังบ้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก อนุทิน ชาญวีรกูล ระบุว่า “วันนี้ที่ทำเนียบรัฐบาล มีการประชุมของคณะกรรมการยาเสพติดแห่งชาติ เพื่อพิจารณาประกาศของกระทรวงสาธารณสุข ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ที่สุดแล้ว ทางคณะกรรมการท่านพิจารณามีมติให้ผ่านร่างที่สำคัญนี้ ซึ่งระบุชื่อยาเสพติดเป็น 3 ส่วน ส่วนที่ 1. คือพืชฝิ่น 2. เห็ดขี้ควาย และ 3. สารสกัดจากกัญชา กัญชง ที่มีค่า THC กว่า 0.2% ซึ่งเป็นไปตามที่ WHO ให้การยอมรับ เท่ากับอะไรที่นอกเหนือจากนั้น ปลดออกมาแล้ว ขั้นตอนต่อไป ทาง ป.ป.ส. จะนำผลการประชุมไปยืนยัน แล้วส่งมาให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเซ็นอีกครั้ง ก่อนประกาศบังคับใช้ในราชกิจจานุเบกษา ตามกระบวนการกฎหมาย หลังประกาศในราชกิจจาฯ ส่วนที่ 1-2 มีผลทันที เพราะมีโทษชัดเจน แต่ในส่วนที่ 3 หรือสารสกัดจากกัญชา มีผลบังคับหลังจากประกาศราชกิจจาฯ ประกาศใช้ 120 วัน สิ่งที่ต้องทำเลยคือ การวางกฎ ตีกรอบการใช้สารสกัดจากกัญชา
ไขข้อสงสัย คนละครึ่ง เฟส 4 ! คนมีสิทธิเก่าอยู่แล้ว – ไม่ได้รับสิทธิ ต้องทำยังไง คลิก เว็บไซต์ มติชนออนไลน์ รายงานข่าว กรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติกรอบวงเงิน 34,800 ล้านบาท ในโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 หรือ คนละครึ่ง เฟส 4 ระยะเวลาในการดำเนินการ 3 เดือน ระหว่างวันที่ 1 ก.พ.- 30 เม.ย. 65 จำนวน 29 ล้านสิทธิ โดยรัฐบาลจะสนับสนุนวงเงินค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป และบริการนวดสปา ทำผม ทำเล็บ และบริการขนส่งสาธารณะ (ยกเว้นสลากกินแบ่ง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ และสินค้าหรือบริการที่กระทรวงการคลังกำหนด) จากภาครัฐในอัตราร้อยละ 50 แต่ไม่เกิน 150 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,200 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาโครงการ ในส่วนของคนเดิมที่ใช้คนละครึ่ง เฟส 3 อยู่แล้ว สามารถยืนยันสิทธิได้ที่แอพพลิเคชั่น เป๋าตัง ได้เลย อย่างไรก็ตาม ก่อนการใช้สิทธิผู้ที่เคยใช้สิทธิคนละครึ่ง เฟส 3 จำนวน 27.98 ล้านคน ต้องยืนยันสิทธิเข้าโครงการ ผ่านแอพพลิเคชั่นเป๋าตังก่อน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้เป็นต้นไป และจะต้องเริ่มใช้สิทธิภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้ ไม่เกินเวลา 22.59 น. หากพ้นกำหนดดังกล่าวจะถูกตัดสิทธิ
ข้าวต้ม Ready to Eat ข้าวกล้องหอมมะลิผสานนวัตกรรม ฝีมือคนไทย เข้าถึงลูกค้า ขายผ่านร้านเซเว่นฯ “นวัตกรรม” นับเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญในการช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ SMEs เพื่อการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในอนาคต ปัจจุบันมีหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่พร้อมให้การสนับสนุนเรื่องนวัตกรรมแก่ผู้ประกอบการหลายหน่วยงาน โดยหนึ่งในผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่ได้รับการสนับสนุนและน่าจับตามองได้แก่ “Sipso (ซิปโซ่) ผลิตภัณฑ์ข้าวต้มข้าวกล้องหอมมะลิ” ซึ่งผลิตโดย บริษัท ซิปโซ่ท้อปปิคอลดริ๊ง จำกัด ผลิตภัณฑ์ที่นำนวัตกรรมมาช่วยให้ข้าวกล้องหอมมะลิ เมื่อต้มแล้วยังคงความหอม แม้จะบรรจุอยู่ในบรรจุภัณฑ์สำเร็จรูป อีกทั้งยังสามารถคงคุณประโยชน์ของข้าวไว้อย่างครบถ้วน ส่งผลให้ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี แม้เริ่มวางจำหน่ายได้เพียง 4 เดือนเท่านั้น ปัจจุบันมียอดผลิตเพื่อจัดจำหน่ายในเซเว่น อีเลฟเว่น ทั่วประเทศจำนวน 20,000 ถ้วยต่อเดือน ในราคาถ้วยละ 22 บาท คุณพลรชฎ เปียถนอม กรรมการ บริษัท ซิปโซ่ท้อปปิคอลดริ๊ง จำกัด พร้อมด้วย คุณดารารัตน์ เปียถนอม ผู้จัดการโรงงาน เล่าให้ฟังถึงความเป็นมาของผลิ
สมุนไพรไทย ต้านซึมเศร้า มีผลวิจัยยืนยัน ทั้ง ขมิ้นชัน บัวบก น้ำมันรำข้าว ฟักทอง โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ให้ความรู้เรื่องสมุนไพรต้านซึมเศร้า โดย ภญ.อาสาฬา เชาวน์เจริญ เภสัชกรชำนาญการ กล่าวว่า โรคซึมเศร้า กำลังเป็นปัญหาสำคัญในสังคมยุคปัจจุบันมากขึ้น และทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ สมุนไพรจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ที่สามารถใช้ป้องกันหรือบรรเทาอาการดังกล่าวได้ จึงขอยก 4 สมุนไพร ที่มีข้อมูลว่าสามารถช่วยต้านโรคซึมเศร้า และหาได้ง่ายคือ หนึ่ง ขมิ้นชัน มีการศึกษาทางคลินิกในผู้ป่วยซึมเศร้า เปรียบเทียบการใช้สารสกัดขมิ้นชัน 500 มก. หลังอาหารเช้าและเย็น และยาต้านซึมเศร้า (Fluoxetine 20 mg) เป็นเวลา 6 สัปดาห์ เปอร์เซ็นต์การตอบสนองผลการรักษาของผู้ป่วย ยาต้านซึมเศร้า 64.7% สารสกัดขมิ้นชัน 62.5% และเมื่อใช้ร่วมกันทั้ง ยาต้านซึมเศร้า และสารสกัดขมิ้นชัน จะให้ผลตอบสนอง 77.8% ปัจจุบันขมิ้นชัน จะมีทั้งแบบสกัดและแบบผงแห้ง โดยขนาดการรับประทานแบบผงแห้งคือ ยาแคปซูลขมิ้นชัน 2 แคปซูล หลังอาหาร เช้า กลางวัน เย็น และก่อนนอน อย่างไรก็ตาม มีข้อควรระวังในการใช้ในผู้ป่วยโรคนิ่วในถุงน้ำดี หญิงตั้งครรภ์ ยกเว้นภายใต้การดู
ธนาคารกรุงเทพ เครื่องร้อน รุกเปิดให้บริการ dStatement ทั้งรับ-ส่งข้อมูลรายการเดินบัญชีเงินฝากผ่านระบบดิจิทัล ตอบโจทย์ สะดวก-ประหยัดเวลา-ลดค่าใช้จ่าย หนุนคนไทยเข้าถึงสินเชื่อง่ายขึ้น ธนาคารกรุงเทพ เปิดให้บริการ dStatement เพิ่มความสะดวกลูกค้า ทั้งรับ-ส่งข้อมูลรายการเดินบัญชีเงินฝาก ผ่านดิจิทัล แทนการขอข้อมูลแบบกระดาษ ประหยัดเวลา-ลดค่าใช้จ่าย คิกออฟพร้อมให้บริการตั้งแต่ 24 ม.ค. 65 เป็นต้นไป มั่นใจช่วยให้คนไทยเข้าถึงสินเชื่อง่ายขึ้น ย้ำนโยบายรุกพัฒนาบริการผ่านช่องทางดิจิทัล มอบประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้า นายทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารกรุงเทพได้เปิด “บริการเรียกขอและรับส่งข้อมูลรายการเคลื่อนไหวบัญชีเงินฝาก ในรูปแบบข้อมูลดิจิทัลระหว่างธนาคาร” หรือ dStatement นับเป็นทางเลือกใหม่ในการส่งข้อมูลและอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าที่ต้องการสมัครสินเชื่อ สามารถเรียกใช้เอกสารรายการเดินบัญชีเงินฝากจากต่างธนาคาร เพื่อนำมาประกอบการสมัครสินเชื่อ ซึ่งจะเป็นรูปแบบการส่งข้อมูลแบบดิจิทัลระหว่างธนาคารโดยตรง จึงช่วยลูกค้าลดขั้นตอน ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย
ทันใช้ตรุษจีน! คนละครึ่ง เฟส 4 ได้ 1,200 บาท / คน เริ่มใช้ 1 ก.พ. นี้ วันที่ 24 มกราคม 2565 เว็บไซต์ ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ รายงานว่า ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ที่ห้องศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี (PMOC) บนตึกไทยคู่ฟ้า หนึ่งในวาระที่น่าจับตาคือ การรายงานการใช้เงินกู้ โดยคณะกรรมการกลั่นกรอง ที่มีเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นประธาน ลำดับ 3 ผลการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ในคราวประชุม ครั้งที่ 2/2565 (คกง.) ล่าสุด ที่ประชุมอนุมัติโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 ของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง กรอบวงเงิน 34,800 ล้านบาท โดยให้ใช้จ่ายจากเงินกู้ภายใต้แผนงาน/โครการกลุ่มที่ 3 ตามบัญชีท้ายพระราชกำหนดฯ เพิ่มเติม พ.ศ. 2564 โดยรัฐสนับสนุนเงินค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป และบริการนวดสปา ทำผม ทำเล็บ และบริการขนส่งสาธารณะจากภาครัฐ ในอัตราร้อยละ 50 ทั้งนี้ ไม่เกิน 150 บาทต่อคนต่อวัน หรือไม่เกิน 1,200 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาโครงการ (1 ก
เปิดอันดับ 5 e-Marketplace ยอดนิยม ของ ผู้ซื้อ ตรงกับการขาย ของผู้ค้าออนไลน์บ้างไหมนะ? ปัจจุบัน ช่องทางออนไลน์ ถือเป็นช่องทางยอดนิยม ที่ไม่ว่าผู้ซื้อหรือผู้ขายต่างต้องรู้จักและเคยใช้ในการซื้อ-ขายสินค้า ซึ่งช่องทางออนไลน์ก็มีมากมายเสียเหลือเกิน จนบางครั้ง ผู้ขายลงขายสินค้าไปแต่ไม่มีผู้ซื้อ หรือผู้ซื้อต้องการสินค้าชิ้นนั้นๆ แต่กลับหาผู้ขายไม่เจอ เพจ K SME ได้เผยข้อมูลจาก ETDA ว่า ช่องทางที่ผู้ซื้อนิยมซื้อสินค้า/บริการออนไลน์มากที่สุด คือ ซื้อผ่านแพลตฟอร์ม e-Marketplace สูงสุด คือ เป็นแพลตฟอร์มที่สินค้ามีราคาถูก คุ้มค่ากับการซื้อ ใช้งานง่าย สินค้ามีความหลากหลาย ผู้ซื้อมีความเชื่อมั่นในระบบชำระเงินของแพลตฟอร์ม มีโปรโมชั่นในช่วงวันสำคัญต่างๆ ในแต่ละเดือนอย่างต่อเนื่อง โดยแบ่งเป็น 1. Shopee คิดเป็น 89.7% 2. Lazada คิดเป็น 74.0% 3. Facebook คิดเป็น 61.2% 4. Line คิดเป็น 38.5% 5. อินสตาแกรม คิดเป็น 29.1% ซึ่งในฝั่งของ ผู้ขาย ส่วนใหญ่เลือกแพลตฟอร์มที่ใช้งานง่าย มีชื่อเสียง สามารถทำการตลาดได้ตรงตามวัตถุประสงค์และตรงกลุ่มเป้าหมาย ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการถูก และมีช่องทางการชำระเงินที่หลากหลาย โดยแ
ฟู้ดดีลิเวอรี่ ก่อขยะพลาสติกมหาศาล เทียบเท่าน้ำหนักช้าง 1.3 หมื่นเชือก ในช่วงที่ 2 ปีที่ผ่านมานี้ ความนิยมในการบริการสั่งอาหารแบบส่งตรงถึงที่พักหรือฟู้ดดีลิเวอรี่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเกิดจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมถึงมาตรการ Work From Home ที่ทำให้ประชาชนนิยมสั่งอาหารไปรับประทานที่บ้าน ซึ่งการขยายตัวของฟู้ดดีลิเวอรี่ดังกล่าว มาพร้อมกับผลกระทบต่อปริมาณขยะพลาสติกที่เพิ่มสูงขึ้น จากข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษ พบว่า ในช่วงเดือน ม.ค.- เม.ย. 2564 ปริมาณขยะได้เพิ่มขึ้นเป็น 9,600 ตัน/วัน จาก 8,800 ตัน/วัน เมื่อเทียบในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยอัตราการเกิดขยะพลาสติกเพิ่มขึ้นจาก 96 กรัม/คน/วัน ในช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโควิดในปี 2562 เป็น 139 กรัม/คน/วัน ในปัจจุบัน หรือหากเทียบเคียงจำนวนชิ้นของขยะพลาสติก พบว่า อัตราเฉลี่ยได้เพิ่มขึ้นจาก 7 ชิ้น เป็น 9 ชิ้น ซึ่งขยะพลาสติกดังกล่าวสามารถนำกลับไปใช้ประโยชน์ได้เพียงร้อยละ 25 ของปริมาณขยะพลาสติกหลังการบริโภค ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ประมาณการการขยายตัวของธุรกิจฟู้ดดีลิเวอรี่ในปี 2565 อยู่ที่ร้อยละ 4.5 โดยมีมูลค่าสูงถึง 7.9 หมื่นล้านบาท ซึ่
