ข่าววันนี้
กรุงเทพฯ เมืองหลวงประเทศไทย ผลิตขยะเฉลี่ยวันละ 9,000 ตัน ขยะส่วนใหญ่ถูกส่งไปฝังกลบอย่างไร้ค่า กลายเป็นต้นตอของปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เรื้อรัง “การแยกขยะ” จึงเป็นคำตอบของการแก้ปัญหาที่ต้นทาง กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) บริษัทเอกชนที่มีความมุ่งมั่นในการส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน ในฐานะของสมาชิกโครงการความร่วมมือภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม เพื่อจัดการพลาสติก และขยะอย่างยั่งยืน หรือ PPP Plastics ได้ร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) และภาคีเครือข่าย ในการสนับสนุน “โครงการมือวิเศษกรุงเทพฯ” ตั้งจุดรับขยะพลาสติก 50 เขตทั่วกรุงเทพฯ เพื่อรวบรวมขยะที่ประชาชนคัดแยก โดยเปิดรับพลาสติกทุกประเภทที่ล้างสะอาดและตากแห้ง พร้อมเพิ่ม “ตะแกรงขยะกำพร้า” เพื่อรองรับขยะพลาสติกที่ไม่มีมูลค่าในตลาด คุณเกศทิพย์ หาญณรงค์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ บริษัท ซีโร่ เวสท์ โยโล จำกัด (YOLO) ซึ่งเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมด้านการจัดการขยะ กล่าวว่า ต่างประเทศมีกฎหมายบังคับให้ประชาชนต้องแยกขยะ แต่ประเทศไทยยังไม่มี ใครที่อยากทำ สามารถเริ่มทำด้วยตัวเองก่อน คัดแยก ทำความสะอาด แล้วส่งมาที่สำนักงานเขต เดี๋ยวจะมีคนจัดการต่อให้เอง สำหรับพลาสติก
ศิษย์เก่าจากรั้ววิทยาลัยดนตรี รางวัลศิษย์เก่ายอดเยี่ยม ผู้ประสบความสำเร็จในงานด้านศิลปวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และนวัตกรรม ประจำปี 2566 เป็นที่รู้จักในฐานะนักร้องเสียงดีสไตล์นีโอโซลของวงการดนตรี เส้นทางชีวิตที่น่าสนใจของ เพียว–เอกพันธ์ วรรณสุทธิ์ เด็กร้อยเอ็ด ที่โตมากับเพลงลูกทุ่ง หมอลำ สู่การเป็นนักร้องสายโซล แจ๊ส ระดับประเทศ แต่ละช่วงการเดินทางกว่าจะถึงวันนี้มีหลากหลายเรื่องราวเกิดขึ้นในชีวิตของเพียว ย้อนเวลาสมัยเด็ก เพียว เริ่มต้นจากคุณแม่ชอบฟังเพลงลูกทุ่ง และเปิดเพลงบ่อยครั้งทำให้ได้ยินคุ้นหูและร้องตามตั้งแต่เด็กจนรู้สึกเริ่มสนใจดนตรีขึ้นมา เมื่อเริ่มร้องเพลงได้เข้าสู่เวทีประกวดแนวการร้องทำนองเสนาะก่อน เนื่องจากช่วงวัยนั้นไม่ได้คิดถึงอาชีพนักร้องจริงจัง แต่ได้คำแนะนำจากคุณครูศูนย์ภาษาอังกฤษของคริสเตียนในจังหวัดร้อยเอ็ดแนะนำว่า ถ้าชอบดนตรี ชอบร้องเพลง ลองเรียนดนตรี เรียนวอยซ์ ซึ่งเพียว ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีมหาวิทยาลัยที่สอนเกี่ยวกับดนตรี สอนร้องเพลงจริงจัง จึงเริ่มศึกษาข้อมูลประกอบกับเห็นรายการทีวีที่มีนักศึกษามหาวิทยาลัยมาออกรายการร้องเพลงประสานเสียง รู้สึกชอบและสนใจจึงตัดสินใจสอบตามมหา
เวทีนานาชาติขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพและ BCG Economy ชูไทยสู่ศูนย์กลาง “กัญชง–กัญชา–กระท่อม” แห่งเอเชีย สร้างมูลค่าเพิ่มจากนวัตกรรมและมาตรฐานสากล สมาคมการค้าอุตสาหกรรมกัญชงไทย (TIHTA) จับมือ บริษัท เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด (NEO) เตรียมจัดงาน Asia International Hemp Expo & Forum (AIHEF 2025) ระหว่างวันที่ 5–7 พฤศจิกายน 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายใต้แนวคิด “Making New Waves” งานนี้เป็นเวทีนานาชาติด้าน กัญชง–กัญชา–กระท่อม ครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ครอบคลุม Wellness, Building Materials และ Functional Food คาดดึงดูดผู้เข้าชมกว่า 10,000 คนจากทั่วโลก นายภูมิใจ ขำภโต นายกสมาคม TIHTA เผยว่า ไทยมีศักยภาพสูงในการพัฒนาอุตสาหกรรมพืชเศรษฐกิจสุขภาพและวัสดุทดแทน ภายใต้กรอบกฎหมายและมาตรฐานสากล เช่น Thai Herbal Pharmacopoeia, Premium Herbal Products และ GACP ปี 2567 ตลาดสมุนไพรไทยมีมูลค่า 44,800 ล้านบาท เติบโต 7% โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสมุนไพร มูลค่า 8,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 9% สะท้อนกระแสผู้บริโภคที่หันมาใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติมากขึ้น ขณะเดียวกัน ตลาดวัสด
สมาคมนักวางแผนการเงินไทย จัดงานเสวนา “วันวางแผนการเงินโลก World Financial Planning Day 2025 ครั้งแรกในประเทศไทย ในวันที่ 8 ตุลาคม 2568 ภายใต้แนวคิด “วันวางแผนการเงินโลก : การเงินคนไทยต้องรอด” เพื่อกระตุ้นให้สังคมไทย ตระหนักถึงความสำคัญของการวางแผนการเงิน ขณะที่เศรษฐกิจที่ชะลอตัวเติบโตต่ำ ทำให้ภาคธุรกิจลดต้นทุน-ลดกำลังการผลิต กระทบมาถึงรายได้คนทำงาน โบนัสไม่มี-โอทีไม่ได้-เงินเดือนไม่ขึ้น แถมภาคธุรกิจหันมาใช้ AI ทำงานแทนคนในหลายสาขาอาชีพ ทำให้เสี่ยงตกงาน ท่ามกลางภาระหนี้ท่วมหัว สัดส่วนหนี้ครัวเรือนไทยต่อจีดีพีสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลายองค์กรเริ่มเปิดให้พนักงานสมัครใจเกษียณได้ตั้งแต่อายุ 45 ปี สะท้อนสัญญาณว่าคนไทยอาจต้องเผชิญกับ “ชีวิตการทำงานที่สั้นลง” (20–25 ปี) แต่ “ชีวิตหลังเกษียณที่ยาวนานขึ้น” (35–40 ปี) ปัจจัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นล้วนสั่นคลอนต่อฐานะการเงินของประชาชนคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “คนชั้นกลาง” ซึ่งส่วนใหญ่เป็น “เดอะแบก” ที่มีภาระดูแลพ่อแม่ ขณะเดียวกันก็ต้องรับผิดชอบดูแลครอบครัวตนเอง จากที่เคยมั่นคง อาจกล
ผ่านพ้นไปอย่างอิ่มอก อิ่มใจ และอิ่มท้อง อีกทั้งยังอิ่มบุญกับค่ำคืนดินเนอร์เพื่อการกุศล JOURNEY OF FLAVOR : A TWIST FOR THE BETTER TOGETHER ที่วิทยาลัยดุสิตธานี ร่วมกับ สมาคมศิษย์เก่าวิทยาลัยดุสิตธานี และ โรงแรมดุสิต ปริ๊นเซส ศรีนครินทร์ จัดขึ้น เมื่อคืนวันที่ 3 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ณ ห้องอาหารสแควร์วัน โรงแรมดุสิต ปริ๊นเซส ศรีนครินทร์ ดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟครั้งนี้เป็นครั้งแรกของไทยที่ศิษย์เก่าวิทยาลัยดุสิตธานี ผู้เป็นเซเลบริตี้เชฟ 12 คน ได้แก่ เชฟอาร์-ธีรภัทร ตียาสุนทรานนท์ เชฟโต้ง-ยุทธจักร แสงศาสตรา เชฟปาร์ค-ภัทรวิทย์ จันทร์ไทย เชฟฝ้าย-ศิโรรัตน์ เถาว์โท เชฟกิ๊ก-กมล ชอบดีงาม เชฟบัส-ธวัชชัย อัครวงศ์วัฒนา เชฟเตย-พชรคุน กัลยาณมิตร เชฟภู-ภูรินท์ พัฒนวิริยะวาณิช เชฟปูน-ภูผา ชุณหรัศมิ์ เชฟบอย-ปิยะชาติ พุทธวงษ์ เชฟแอนนี่-อังคณา เอี่ยมสอาด และเชฟเอ็ม-ศิริพงศ์ ชุติธาดากุล มารวมตัวกันเพื่อรังสรรค์เมนูทั้งคาวและหวานในสไตล์ Modern Thai Twist เสมือนพาแขกผู้มีเกียรติเดินทางไปยังภาคต่างๆ ของไทยผ่านรสชาติอาหารไทยทั้ง 5 ภาค “ค่ำคืนนี้เป็นครั้งแรกที่สมาคมศิษย์เก่าวิทยาลัยดุสิตธานีได้รวบรวมเชฟผู้เป็น
การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ด้วยการสานต่อโครงการ “รฟม. ปั้นอาชีพ” เข้าสู่ปีที่4 โดยในปี 2568 จับมือ เทศบาลเมืองลัดหลวง บริษัทที่ปรึกษา PMCSC3 บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และ มติชนอคาเดมี จัดอบรม “ตะกร้าจักสานสร้างอาชีพสร้างรายได้ให้ชุมชน” พร้อมให้ความรู้เรื่องต้นทุน และแหล่งจำหน่ายวัตถุดิบให้แก่ประชาชนในพื้นที่แนวสายทางโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) รวมทั้งผู้บกพร่องทางการเคลื่อนไหวและทางสติปัญญา ในพื้นที่ตำบลบางพึ่ง ตำบลบางครุ และตำบลบางจาก ของเทศบาลเมืองลัดหลวง ได้พัฒนาอาชีพด้านงานจักสานกว่า 50 คน โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อส่งเสริมการสร้างอาชีพและรายได้ ระหว่างวันที่ 23-24 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา ณ เทศบาลเมืองลัดหลวง จังหวัดสมุทรปราการ นายสุทัศน์ สิขเรศ ผู้ช่วยผู้ว่าการ รฟม. กล่าวว่า การดำเนินโครงการ “รฟม. ปั้นอาชีพ” ถือเป็นบทพิสูจน์ถึงความสำเร็จและความตั้งใจจริงของ รฟม. ในการดูแลชุมชนอย่างต่อเนื่อง โดยตลอด 3 ปี ที่ผ่านมา โครงการ “รฟม. ปั้นอาชีพ” ได้จัดอบรมหลาก
‘ล้งเล้ง’ ร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาเจ้าเก่าแก่กว่า 40 ปีในย่านบรรทัดทอง สืบทอดสู่ทายาทรุ่นที่ 2 คือ คุณมุก-มุกรวี หวังเพื่อสุข โดยร้านมีจุดเริ่มต้นจากธุรกิจครอบครัวทางฝั่งคุณแม่ ก่อนจะแยกมาเปิดร้านของตัวเองที่บริเวณตลาดสวนหลวงและได้ย้ายร้านมายังที่ตั้งในปัจจุบัน โดยมีเมนูขึ้นชื่อของร้านคือ เกี๊ยวปลาจัมโบ้ ที่โดดเด่นด้วยไส้แน่น แป้งบาง ทำสดใหม่ทุกวัน นอกจากนี้ ยังมีเมนูยอดนิยมอื่นๆ เช่น บะหมี่เย็นตาโฟ, เกาเหลาเส้นปลาน้ำใส, หนังปลากรอบสูตรล้งเล้ง และเกี๊ยวทอดไส้หมู ต่อมาได้ขยายสาขาที่ 2 ไปยังบริเวณริมถนนพระราม 4 ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากกัน โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อขยายพื้นที่ครัวสำหรับการผลิตลูกชิ้น แม้จะได้รับการติดต่ออยู่หลายครั้ง แต่คุณมุกย้ำว่า “ยังไม่คิดจะขายแฟรนไชส์ เพราะต้องการควบคุมคุณภาพให้ได้มากที่สุด เพื่อคงมาตรฐานของร้านในระยะยาว” โดยเลือกต่อยอดธุรกิจไปสู่แพลตฟอร์มดีลิเวอรีและรับจัดเลี้ยงนอกสถานที่ โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นลูกค้าประจำที่ประทับใจในรสชาติและคุณภาพที่สม่ำเสมอ ในวันที่บรรทัดทอง กลายเป็นจุดเช็กอินของเหล่านักกินและนักท่องเที่ยว การแข่งขันที่สูงขึ้นเป็นเรื่องที่หลีก
บริษัท ดอนเมือง จำกัด ผู้บริหารตลาดสี่มุมเมืองเดินหน้าลงทุนขยาย “ตลาดผักทั่วไป” และ “ตลาดผักปรุงรส” เพิ่มพื้นที่การค้ารองรับการเติบโตของปริมาณผู้ซื้อ และสร้างแต้มต่อให้ผู้ประกอบการทั้งเล็ก กลาง ใหญ่ ให้เข้าถึงแหล่งค้าส่งผัก ผลไม้ และวัตถุดิบอาหารที่มีศักยภาพสูง ด้วยทำเลศักยภาพเพียง 10 นาทีจากสนามบินดอนเมือง ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ที่เชื่อมโยงเกษตรกรเข้ากับผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร โรงแรม ตลาดสด ผู้ส่งออก หรือแม้แต่ผู้ซื้อรายย่อย ให้เข้าถึงวัตถุดิบอาหารคุณภาพในราคาขายส่งที่แข่งขันได้จริง เปิดบริการทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง คุณปณาลี ภัทรประสิทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานกลยุทธ์ธุรกิจ ตลาดสี่มุมเมือง กล่าวว่า “ตลาดผักทั่วไปและตลาดผักปรุงรสโฉมใหม่ ขยายจากพื้นที่เดิม 11,500 ตร.ม. เป็น 21,000 ตร.ม. พร้อมเพิ่มแผงค้ารวม 1,120 แผง และมีผู้ค้าเพิ่มกว่า 630 ราย สามารถรองรับปริมาณสินค้าได้มากถึง 850 ตันต่อวัน เพิ่มขึ้น 40% การเดินหน้าลงทุนครั้งนี้ไม่ได้เพียงขยายพื้นที่ แต่กำลังขยายโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับเกษตรกรไทยให้มีพื้นที่กระจายสินค้าได้มากขึ้นอีกด้วย และสำหร
บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายศรีจันทร์ (SRICHAND) แบรนด์ผลิตภัณฑ์ความงามสัญชาติไทยที่อยู่คู่คนไทยมากว่า 76 ปี และ ศศิ (sasi) ตอกย้ำความเป็นผู้นำ T-Beauty ล่าสุดขึ้นแท่นแบรนด์ไทยอันดับ 1 ในหมวดมอยส์เจอไรเซอร์สำหรับผิวหน้า (Moisturizer for Face) ด้วย “ศรีจันทร์ สกิน มอยส์เจอร์ เบิร์ส เจล ครีม แบบซอง 10 มล.” ที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดด้วย Market Share 3.36% (ข้อมูลจาก NIELSENIQ THAILAND ม.ค. 2025 – มิ.ย. 2025) รวิศ หาญอุตสาหะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด กล่าวว่า ศรีจันทร์เข้าสู่ตลาดสกินแคร์ตั้งแต่ปี 2021 โดยขยายพอร์ตโฟลิโอเป็น SRICHAND IN-SKIN รวม 12 ผลิตภัณฑ์ และเติบโตแบบก้าวกระโดดในปี 2024 ข้อมูลจาก NIELSENIQ THAILAND ม.ค. 2024 – ธ.ค. 2024 ชี้ว่าศรีจันทร์สกินแคร์เติบโตถึง 148% เมื่อเทียบกับปี 2023 โดยตั้งเป้ายอดขายเพิ่มขึ้น 45
เทรนด์การเลือกที่อยู่อาศัยเปลี่ยนไปตามวิถีชีวิตของคนหาบ้าน นอกจากผู้บริโภคจะให้ความสำคัญเรื่องทำเลที่ตั้งแล้ว ความสะดวกสบายเมื่ออยู่อาศัย ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่หลายคนคาดหวัง ข้อมูลจากแบบสอบถามความคิดเห็นของผู้บริโภคที่มีต่อตลาดที่อยู่อาศัย DDproperty Thailand Consumer Sentiment Study พบว่า เกือบ 1 ใน 3 (32%) ของผู้บริโภค มองว่าโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่โครงการถือเป็นปัจจัยภายนอกโครงการที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อและเช่าที่อยู่อาศัย ส่งผลให้ที่อยู่อาศัยรูปแบบใหม่อย่างโครงการมิกซ์ยูส (Mixed-use) กลายมาเป็นเทรนด์ที่ได้รับความสนใจมากขึ้น โครงการมิกซ์ยูส (Mixed-use) คือ โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่รวมโครงการที่อยู่อาศัยและโครงการเพื่อพาณิชยกรรมไว้บนพื้นที่เดียวกัน เน้นการพัฒนาที่ดินให้ใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ผ่านการออกแบบที่มุ่งสร้างสรรค์พื้นที่ให้ตอบโจทย์ทั้งด้านที่อยู่อาศัย, แหล่งช้อปปิ้ง/ย่านการค้า, สถานที่ทำงาน และพื้นที่พักผ่อนไว้ครบจบในที่เดียว โดยภายในโครงการจะประกอบไปด้วยคอนโดมิเนียม, โรงแรม, อาคารสำนักงาน, ศูนย์การค้า และคอมมูนิตี้มอลล์ เป็นต้น
