ข่าววันนี้
สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) โดย ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการ สอวช. เข้าร่วมพิธีเปิดงาน อว. แฟร์ (SCI POWER FOR FUTURE THAILAND) งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจําปี 2568 (National Science and Technology Fair 2025) และพิธีมอบรางวัล Prime Minister’s Science Award 2025 โดยมี นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดงาน โดยในปีนี้ อว.แฟร์ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Creators of Tomorrow” ที่สะท้อนถึงบทบาทสำคัญของ “นักสร้างสรรค์แห่งอนาคต” โดยการเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และสร้างความร่วมมือในหลากหลายมิติ เพื่อพัฒนาประเทศไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน ซึ่ง สอวช. ได้หยิบยกประเด็นการพัฒนากำลังคนตอบโจทย์ประเทศ มาร่วมออกบูธในงานดังกล่าวด้วย สำหรับบูธของ สอวช. ในปีนี้ เปิดพื้นที่ชวนคนรุ่นใหม่ ครู ผู้ปกครอง นักเรียน นักศึกษา และแรงงานยุคใหม่ มาร่วมค้นหาตัวตน ทักษะ แนวทางการพัฒนาตนเอง เพื่อไปสู่เส้นทางอาชีพที่เป็นที่ต้องการของประเทศที่มั่นคงและยั่ง
สืบเนื่องจากมีข้อมูลจากแพทย์ในพื้นที่แนวชายแดน ซึ่งดูแลอาการของทหารหลายนาย ระบุ นอกจากจะมีอาการการบาดเจ็บจากการปะทะแล้ว ยังมีการติดเชื้อราและติดเชื้อแบคทีเรียจากแผลแมลงกัดต่อยกันเป็นจำนวนมากนั้น ล่าสุด ทางกลุ่มจิตอาสาแพทย์แผนไทย นำโดยทีมแพทย์แผนไทยจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และเครือข่ายศิษย์เก่าแพทย์แผนไทยจากหลากหลายพื้นที่ ช่วยกันคนละไม้ละมือ ผลิต “ยาหม่องสมุนไพรสรรพยา” จำนวน 1,500 กระปุก เพื่อส่งต่อกำลังใจให้กับทหารแนวหน้า และประชาชนผู้อพยพที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา สำหรับ “ยาหม่องสมุนไพรสรรพยา” ดังกล่าว ผลิตจากสารสกัดธรรมชาติที่ทรงคุณค่าทางการแพทย์แผนไทย เช่น ใบพญายอ ฟ้าทะลายโจร ใบพลู และกระดูกไก่ดำ มีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อย เคล็ดขัดยอก แมลงสัตว์กัดต่อย ไล่ยุง รวมถึงบรรเทาผื่นคันจากภูมิแพ้และการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวย โดยสมุนไพรทุกชนิด ผ่านการคัดสรรและอบรมวิธีการผลิตจาก “ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรและภูมิปัญญาสุขภาพบางเดชะ” จังหวัดปราจีนบุรี โดยยาหม่องล็อตแรก จำนวน 800 กระปุก ได้ส่งมอบให้กับ “สำนักงานพัฒนา 5 หน่วยบัญชาการทหารพัฒน
บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ประกาศแต่งตั้ง ดร.ลัษมณ อรรถาพิช ดำรงตำแหน่ง ผู้จัดการใหญ่ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2568 ภายหลังจาก นายสุรพล โอภาสเสถียร ได้ดำรงตำแหน่งผู้จัดการใหญ่ ซึ่งมีวาระการปฏิบัติงานเป็นเวลากว่า 15 ปี โดยจะสานต่อวิสัยทัศน์องค์กร การเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน มีบทบาทสำคัญในการให้บริการข้อมูลเครดิตที่มีคุณภาพ ตลอดจนส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพทางการเงินที่ดี ร่วมสร้างเสริมเสถียรภาพและการเจริญเติบโตให้กับเศรษฐกิจของประเทศ ดร.ลัษมณ อรรถาพิช ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด กล่าวว่า องค์กรให้ความสำคัญสูงสุดกับคุณภาพประสิทธิภาพของระบบข้อมูลเครดิต มุ่งมั่นขับเคลื่อนต่อเนื่องด้วยยุทธศาสตร์ด้านดิจิทัล นวัตกรรม เทคโนโลยี เพื่อยกระดับสุขภาพทางการเงินของประชาชน และสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการโดยเฉพาะเอสเอ็มอีไทย สร้างความเชื่อมั่นให้กับระบบข้อมูลเครดิตในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของระบบการเงิน ร่วมเสริมสร้างเสถียรภาพและการเจริญเติบโตให้กับเศรษฐกิจไทย พร้อมปรับตัวรองรับโลกยุคใหม่ เน้นความยืดหยุ่นและสามารถตอบสนอ
ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จัดงานสัมมนาประจำปี ฉายภาพเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทยให้ลูกค้ารายใหญ่เตรียมแผนธุรกิจ ปรับตัวรับความไม่แน่นอนต่อการค้าโลก ชี้เศรษฐกิจไทยปี 2568 เติบโตชะลอ รอแรงส่งจากดอกเบี้ย ท่องเที่ยว และนโยบายรัฐ ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ และผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยในงานสัมมนาเศรษฐกิจ ‘TRUMP 2.0 Effect ธุรกิจไทยจะกระทบแค่ไหนกัน’ ว่าปี 2568 เป็น “ปีพิเศษ” สำหรับเศรษฐกิจโลกและไทย ที่ต้องเผชิญกับความผันผวนหลายด้าน ทั้งแผ่นดินไหว จำนวนนักท่องเที่ยวจีนลดลง และความไม่แน่นอนทางการเมืองระหว่างประเทศ เศรษฐกิจไทยโตต่อเนื่อง แต่โตช้าลง เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำ จึงจับตาแรงขับเคลื่อนหลักจากนโยบายการเงิน คาดว่าจะลดดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งปิดจบปีนี้ที่ 1.25% โดยมีแรงส่งคือ การใช้จ่ายภาครัฐช่วยพยุง ปัจจัยเสี่ยงครึ่งปีหลัง ราคาน้ำมันที่มีโอกาสขยับขึ้น ไทยเป็นประเทศผู้นำเข้าสุทธิน้ำมัน ย่อมได้รับผลกระทบต้นทุนสูงขึ้น ค่าเงินบาทยังไม่อ่อน แม้เฟดมีแนวโน้มลดดอกเบี้ยกันยายนและธันวาคม และนักท่องเที่ยวจากยุโรปและสหรัฐฯ เข้ามาช่วงปลายปี จะช่วยหนุนให้เงินบาทแข็งค่าได้อี
ข่าวจาก ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย และบริษัทในเครือ แจ้งว่า ทางธนาคารมีนโยบายร่วมเคียงข้างผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือของไทย โดยออกมาตรการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของลูกค้าในช่วงเวลาที่ยากลำบาก ดังนี้ มาตรการช่วยเหลือสำหรับลูกค้าสินเชื่อรายย่อยทุกประเภท • ลดค่างวด หรือขยายระยะเวลาผ่อนชำระ • พักชำระค่างวดได้นานสูงสุด 3 เดือน สามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมมาตรการได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ตุลาคม 2568 มาตรการช่วยเหลือสำหรับลูกค้าสินเชื่อ SME • พักชำระเงินต้นได้นานสูงสุด 6 เดือน สามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมมาตรการได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 สิงหาคม 2568 ข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าใหม่และลูกค้าปัจจุบัน • สินเชื่อบ้านแลกเงิน เพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัย • ดอกเบี้ยคงที่ปีแรกเพียง 0.99% • &nb
ยืนหนึ่งซอสคู่ใจ อยู่คู่ครัวไทยมาตลาด 72 ปี ล่าสุด บริษัท ไทยเทพรส จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายซอสปรุงรสชั้นนำภายใต้แบรนด์ภูเขาทองและซอสพริกศรีราชาพานิช ร่วมกับ มติชนอคาเดมี ผู้บุกเบิกด้านการฝึกอบรมอาชีพมานานกว่า 30 ปี จัดโครงการ “ครัวทำเงิน กับซอสคู่ใจ By ไทยเทพรส” ภายใต้แนวคิด “ปั้นเมนูสตรีตฟู้ด สร้างรายได้สู่สังคม” เปิดเวิร์กช็อปครบสูตร ทั้งการปรุงอาหาร 4 เมนูสร้างสรรค์ พร้อมมอบความรู้การตลาดดิจิทัล เพื่อเสริมศักยภาพให้แก่ผู้ที่สนใจในอาชีพด้านอาหาร รวมถึงผู้ประกอบการรายย่อย ให้นำองค์ความรู้ไปต่อยอดเป็นโอกาสทางธุรกิจในอนาคตได้จริง ภายในงานคึกคักไปด้วยเหล่าผู้ประกอบการร้านอาหารมืออาชีพและมือใหม่ กว่า 40 ราย มาร่วมเสริมทักษะใหม่ๆ กับเชฟโอ๊ต–คุณสุพรรษพงษ์ กุลชนะรมย์ เจ้าของร้าน “คั่วไก่ ไอ้เครา” ที่มาสาธิต 4 เมนูสตรีตฟู้ดทำเงิน ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของไทยเทพรสในการสร้างสรรค์ ได้แก่ หมูทอดหมักซอสลุงหนวด, ผัดหมี่งานวัด ด้วยซอสปรุงรสอาหาร (ซอสลุงหนวด) ตราภูเขาทอง และ บาร์บีคิว, ไก่ทอดซอสบาร์บีคิว ด้วยซอสบาร์บีคิว ตราอีซี่ พร้อมเสริมทักษะด้านการตลาดดิจิทัล จาก คุณอาร์ม–กานต์ชนิต สุรินทร์สภา
ในปี 2567 ที่ผ่านมาเป็นปีที่ธุรกิจอีเวนต์ ธุรกิจ SMEs อย่างเต็มรูปแบบ มีทั้งอีเวนต์บันเทิง การจัดคอนเสิร์ต เฟสติวัล แฟนมีท ทั้งศิลปินไทยและต่างชาติ เพราะนอกจากผู้ชมคนไทย ยังมีผู้ชมต่างชาติเข้ามาชมอย่างล้นหลาม จนเห็นมูลค่าตลาดธุรกิจอีเวนต์อยู่ที่ 15,000 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนที่มีมูลค่าอยู่ที่ 13,000-14,000 ล้านบาท กล่าวคือกลับมาบูมอย่างที่สุดอีกครั้งในรอบ 8 ปี คุณชัชวาล บัวสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอพริ้นท์ จำกัด กล่าวว่า ปี 2568 ธุรกิจอีเวนต์ มีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นอีก จากรูปแบบธุรกิจที่จับมือเพื่อสร้างพันธมิตรธุรกิจร่วมกันของผู้ประกอบการระหว่างธุรกิจอีเวนต์ และธุรกิจผู้ผลิตสื่อและสิ่งพิมพ์สำหรับจัดงาน เนื่องด้วยการจัดอีเวนต์ประเภทต่างๆ ได้ช่วยสร้างการรับรู้เชิงบวกของแบรนด์สูงถึง 74% ของผู้เข้าร่วม และ 96% ของผู้บริโภคที่ได้รับประสบการณ์ที่ดีในงานอีเวนต์มีแนวโน้มที่จะกลับมาซื้อซ้ำ ส่งผลให้อุปกรณ์ออกบูธอีเวนต์ และงานพิมพ์ต่างๆ เป็นเครื่องมือสร้างการรับรู้ของงานอีเวนต์ หรือแม้กระทั่งการออกบูธตามสถานที่ต่างๆ ที่ กลุ่มอีเวนต์มาร์เก็ตติ้ง ต้องใช้เพื่อสื่อสารแบรนด์ และทำ
บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ประกาศความพร้อมในการนำหุ้น “THAI” กลับเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอีกครั้งในวันที่ 4 สิงหาคม 2568 หลังศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯ เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา จากการประสบความสำเร็จในการดำเนินการฟื้นฟูกิจการ ซึ่งได้พลิกโฉมองค์กรสู่การเป็นบริษัทเอกชนที่พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้น และนักลงทุน ด้วยผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและกลยุทธ์ในการสร้างการเติบโตในอนาคตที่ชัดเจน พร้อมที่จะทะยานสู่บทบาทหนี่งในผู้นำในอุตสาหกรรมการบินระดับภูมิภาค ตลอดจนการเป็นหนึ่งในบริษัทจดทะเบียนชั้นนำที่มีคุณภาพของตลาดหลักทรัพย์ฯ อีกครั้ง นายลวรณ แสงสนิท ประธานกรรมการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในนามของคณะกรรมการบริษัทชุดใหม่ มีความมุ่งมั่นเพื่อนำการบินไทยก้าวสู่ยุคใหม่แห่งการเป็นสายการบินที่เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพ และถึงพร้อมด้วยธรรมาภิบาลในการบริหารงานแบบองค์กรเอกชน คณะกรรมการชุดนี้มีความพร้อมทั้งในด้านองค์ความรู้ และวิสัยทัศน์ที่จะร่วมผลักดันองค์กรให้เดินหน้าต่อไปอย่างมั่นใจ โดยได้รวมผู้เชี่ยวชาญ
สำนักงาน กสทช. สั่งการค่ายมือถือเปิดสัญญาณมือถือให้เป็นปกติบริเวณพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา สนับสนุนกองกำลังทหารด้านการสื่อสารเป็นกรณีเฉพาะกิจ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมทุกรายเปิดสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้เป็นปกติในพื้นที่แนวชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา เพื่ออำนวยความสะดวก และสนับสนุนภารกิจด้านการสื่อสารให้กับกองกำลังทหารในพื้นที่เป็นกรณีเฉพาะกิจ หลังเกิดเหตุปะทะบริเวณพื้นที่แนวชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ สำนักงาน กสทช. ได้สั่งการให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมลดกำลังสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่บริเวณพื้นที่ชายแดน เพื่อไม่ให้สัญญาณจากไทยล้ำข้ามประเทศ ซึ่งอาจเกิดการนำไปใช้ในการก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ นายไตรรัตน์ เปิดเผยว่า สำนักงาน กสทช. ยังได้ขอความร่วมมือไปยังผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล ให้ช่วยระมัดระวังการนำเสนอข่าวสารที่อาจก่อให้เกิดความสับสนในช่วงนี้ ซึ่งอาจส่งผลต่อการปฏิบัติภารกิจด้านคว
เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ที่สำนักงานใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ถ.วิภาวดีรังสิต นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์กรณีสถานการณ์ความรุนแรงระหว่าง ไทย-กัมพูชา ว่า ล่าสุด ทาง บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ในนามของ สายการบินไทย ได้มีการประเมินสถานการณ์ตั้งแต่ช่วงเช้า และได้ประสานไปยังสถานทูตไทยประจำกัมพูชา เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อจะได้มีการเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ที่รุนแรงมากขึ้น ซึ่งที่กัมพูชา มีพนักงานของ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ประจำอยู่ 3 คน และส่วนใหญ่ เป็นชาวต่างชาติ ซึ่งทางการบินไทย จะคอยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมหารือกับทางสถานทูต รวมถึง หารือกับสายการบินอื่นของประเทศไทยที่มีเที่ยวบินไปกัมพูชาว่าจะต้องมีการเตรียมแผนรับมืออย่างไร ทั้งนี้ หากมีสัญญาณจากทางหน่วยงานภาครัฐในการให้ช่วยเหลือพาคนไทยกลับภูมิลำเนา ทางการบินไทยพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ เที่ยวบินของการบินไทย เส้นทางไทย ไปกัมพูชา ยังบินปกติอยู่ ผู้โดยสารจองเที่ยวบินล่วงหน้าไปในเส้นทางไป-กลับ กรุงพนมเปญ ทั้งหม
