ข่าววันนี้
“ตลาดบิวตี้ไทย” ถือเป็นอีกหนึ่งตลาดที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด เพื่อรับมือกับการแข่งขันที่เกิดขึ้น LINE ประเทศไทย จัดงาน LINE BEAUTY TECH 2025 เวทีเสวนาเปิดโลกธุรกิจความงามในมุมมองใหม่ รวมผู้นำจากวงการความงามระดับโลกและไทย ร่วมถอดบทเรียนและอัปเดตเทรนด์สำคัญแห่งปี ตลาดความงามไทยแตะ 1.7 แสนล้าน คุณเปรียว คเนจร ณ อยุธยา หัวหน้าทีมที่ปรึกษาธุรกิจ Personal Care, LINE ประเทศไทย เปิดเผยว่า “ข้อมูลจาก Custom Market Insight ตลาดความงามของไทยในปีนี้มีมูลค่าอยู่ที่กว่า 170,000 ล้านบาท และคาดจะเติบโตต่อเนื่องจนถึงปี 2034 ในอัตรา 5.45% ต่อปี โดยแบรนด์ต้องเผชิญการแข่งขันที่ซับซ้อนขึ้น ทั้งจากแบรนด์ระดับโลกและแบรนด์ไทยที่ต่างพัฒนาเทคโนโลยีใหม่เพื่อแย่งชิงความสนใจของผู้บริโภค ขณะที่เทรนด์ Health & Self-Care ทำให้ผู้บริโภคทั้งชายหญิงและในหลากหลายช่วงอายุหันมาใส่ใจสุขภาพและความงามมากขึ้น ส่งผลให้ตลาดมีความหลากหลายและเปลี่ยนแปลงรวดเร็วกว่าเดิม จนแบรนด์ต้องหันมาแข่งขันกันที่ “ความเข้าใจ” เพื่อสร้าง “ความสัมพันธ์” การทำ CRM จึงกลายเป็นสมรภูมิใหม่ที่แบรนด์ควรใส่ใจอ
บอส คอฟฟี่ กาแฟพร้อมดื่ม ภายใต้เครื่องหมายการค้า บอส (BOSS) โดยบริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด เอาใจคอกาแฟสายเข้ม เปิดตัวกาแฟพร้อมดื่มระดับพรีเมียมสูตรใหม่ล่าสุด “บอส คอฟฟี่ ดับเบิ้ล เอสเพรสโซ” (BOSS Coffee Double Espresso) พร้อมส่งมอบประสบการณ์ เข้มขั้นสุด สมูทแบบมีระดับ ของการดื่มด่ำความเข้ม x2 จากเมล็ดกาแฟอาราบิก้าแท้ 100% การันตีด้วยยอดขายอันดับ 1 ของกาแฟพร้อมดื่มในประเทศญี่ปุ่น(1) ผลิตด้วยเทคนิคการสกัดแบบชงร้อนและล็อกเย็นผ่านกรรมวิธี แฟลช บริว (Flash Brew) ซึ่งจะช่วยสกัดความเข้มข้น รสชาติละมุน และล็อกความหอมกรุ่นจากกาแฟไว้ได้อย่างลงตัว มอบรสสัมผัสที่นุ่มลื่น ดื่มง่าย และกลมกล่อมในทุกอณู เพื่อคอกาแฟที่หลงใหลในรสชาติเอสเพรสโซแท้ พร้อมเติมเต็มทุกช่วงเวลาของวันให้พร้อมอย่างมีสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นตอนเช้าที่เร่งรีบ ก่อนประชุมสำคัญ หรือช่วงบ่ายที่ต้องการเติมพลัง บอส คอฟฟี่ ดับเบิ้ล เอสเพรสโซ คือเพื่อนคู่ใจที่พร้อมอยู่เคียงข้างคุณในทุกช่วงเวลาสำคัญในทุกๆ วัน ร่วมสัมผัสอีกขั้นของประสบการณ์เอสเพรสโซจากเมล็ดกาแฟอาราบิก้าคุณภาพดี กับ บอส คอฟฟี่ ดับเบิ้ล เอสเพรสโซ ได้แล้
เพราะเราเชื่อว่าความยั่งยืนเริ่มต้นจาก “คน” บ้านปู ร่วมเดินเคียงข้างผู้ประกอบการกิจการเพื่อสังคม ด้วยพลังของการโค้ชชิ่งเชิงลึก สู่การปลดล็อกศักยภาพ “เพลินไพร” ธุรกิจชุมชนที่มีความโดดเด่นด้านภูมิปัญญาสมุนไพรและแนวคิดเกษตรอินทรีย์ สู่การสร้างแบรนด์ให้เติบโตไปพร้อมชุมชนได้อย่างยั่งยืน ตลอดระยะเวลา 14 ปีที่ผ่านมา โครงการ Banpu Champions for Change (BC4C) ไม่ได้เพียงบ่มเพาะผู้ประกอบการเพื่อสังคมในระยะเริ่มต้น (Incubation Program) เท่านั้น แต่ยังเน้น “เร่งศักยภาพการเติบโต” ของผู้ประกอบการในระยะขยายผล (Acceleration Program) ให้สามารถยกระดับการดำเนินงานและสร้างผลลัพธ์ทางสังคมที่กว้างขวางและยั่งยืนยิ่งขึ้น ในปีนี้ โครงการฯ ได้ปรับรูปแบบ Acceleration Program จากกิจกรรมที่เน้นการเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับนักลงทุน มาสู่การพัฒนา “คุณภาพการเติบโต” ของกิจการในเชิงลึก ผ่านแนวทาง โค้ชชิ่งเชิงลึก (Precision Coaching) หรือการ “โค้ชแบบเฉพาะบุคคล” ที่ออกแบบกระบวนการให้เหมาะกับแต่ละกิจการ โดยอาศัยการวิเคราะห์จุดแข็งและโอกาสในการพัฒนา พร้อมการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างผู้เชี่ยวชาญและผู้ประกอบการ เพื่อค้นห
#NEWSUPDATE กับแวดวงธุรกิจสมุนไพรไทยมูลค่านับแสนล้าน ล่าสุด คุณสิทธิชัย แดงประเสริฐ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมสมุนไพร สภาอุตสาหกรรม กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดเผยผลการตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ยาดมสมุนไพร ที่สุ่มเก็บตัวอย่างพบการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ในรายการ Total Aerobic Microbial Count, Total Combined Yeasts and Mould Count และ Clostridium spp. ซึ่งมีปริมาณเกินกว่าค่ามาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2564 ว่า ทางกลุ่มอุตสาหกรรมสมุนไพร ในสภาอุตสาหกรรม ได้ร่วมกันหารือแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการด้านสมุนไพรเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น เนื่องจากปกติผลิตภัณฑ์หลายประเภท เช่น เครื่องสำอาง อาหาร และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ รวมถึงผลิตภัณฑ์สมุนไพร ต้องผ่านการฆ่าเชื้อด้วยการฉายรังสี ซึ่งปัจจุบันเครื่องฉายรังสีในประเทศไทย มีอยู่จำนวน 10 เครื่อง ในขณะที่ตลาดสมุนไพรในประเทศไทย เติบโตอย่างมาก และได้รับการตอบรับจากต่างประเทศ ทำให้ความต้องการใช้บริการเครื่องมีมากกว่าจำนวนเครื่อง ดังนั้น ทางกลุ่มอุตสาหกรรมสมุนไพร ในสภาอุตสาหกรรม จึงจะเข้ามาเป็นตัวกลางในการรวบรวมผู้ให้บริการเครื่องฉายรังส
ข่าวแจ้งว่า ศูนย์เครื่องมือวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศูนย์มาตรฐานฮาลาล วิทยาลัยเภสัชศาสตร์ และวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต จัดโครงการอบรม “การผลิตและควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์สมุนไพร ประเภทยาดมสมุนไพร” สำหรับผู้ประกอบการรายย่อย วิสาหกิจชุมชน และ OTOP โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ในวันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน 2568 เวลา 08.00-12.00 น. ออนไลน์ผ่านโปรแกรมซูม สำหรับผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 รับจำนวนจำกัด 100 ท่าน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0-2997-2222 ต่อ 3750 (เวลา 09.00-16.30 น.) Facebook : SunHerb Manufacturing หรือ E-mail : [email protected]
บริษัท ดอนเมือง จำกัด ผู้บริหารตลาดสี่มุมเมือง เดินหน้าตอกย้ำเบอร์ 1 “ศูนย์กลางตลาดค้าส่งผักที่ครบที่สุดในประเทศ” ชูจุดแข็ง “ตลาดผักต่างประเทศและโซนผักสลัด” ซึ่งเป็นพื้นที่จัดจำหน่ายผักสุขภาพครบถ้วนและครบวงจรแห่งเดียวในไทยที่รวบรวมผักนำเข้า ผักสายพันธุ์ต่างประเทศและผักสลัดไว้มากที่สุด ครอบคลุมพื้นที่กว่า 4,700 ตารางเมตร รองรับการค้าส่งในปริมาณรวมกว่า 1,000 ตันต่อวัน และมีเม็ดเงินหมุนเวียนกว่า 86 ล้านบาทต่อวัน สะท้อนบทบาทของตลาดสี่มุมเมืองในฐานะผู้นำตลาดค้าส่งผักสุขภาพของไทยและอาเซียน ที่เติบโตต่อเนื่องในยุคอาหารเพื่อสุขภาพ คุณปณาลี ภัทรประสิทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานกลยุทธ์ธุรกิจ ตลาดสี่มุมเมือง เผยว่า “ตลาดผักต่างประเทศและโซนผักสลัดของตลาดสี่มุมเมืองถือเป็นอีกหนึ่งโซนที่มีศักยภาพสูงของตลาดฯ ด้วยปริมาณสินค้าเฉพาะกว่า 1,000 ตันต่อวัน มากถึง 12.5% ของ 8,000 ตัน ที่เข้าสู่ตลาดในแต่ละวัน และอัตราการเติบโตของตลาดผักต่างประเทศและโซนผักสลัดมากกว่า 20% ต่อปี ปัจจุบันมีผู้ค้ารวมกว่า 83 ราย และแผงค้ากว่า 180 แผง โดยมีผักยอดนิยมที่ขายดีที่สุดในประเทศ ได้แก่ กลุ่มผักสลัด-เรดโอ๊ก, กรีนโอ
ท่ามกลางกระแสโลกที่มุ่งสู่ความยั่งยืน การขยับตัวของภาคการเมืองในการรับมือกับปัญหาสิ่งแวดล้อมจึงเป็นเรื่องที่น่าจับตามอง เมื่อเร็วๆ นี้ นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งสตาร์ตอัปนวัตกรรมไทย “ShooShoke (ชูชก)” ได้ส่งมอบเครื่องย่อยเศษอาหาร “ShooShoke Home Mini” (ขนาด 1–3 กิโลกรัม) ให้กับพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อติดตั้งและใช้งานจริงภายในที่ทำการพรรคฯ โดยเป็นการส่งสัญญาณเชิงสัญลักษณ์ว่า การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมต้องเริ่มจากองค์กร ครัวเรือน ก่อนจะขยายผลไปสู่นโยบายระดับมหภาค ซึ่งเป็นวาระเร่งด่วนของประเทศ นายกรณ์ กล่าวว่า เหตุผลที่เรื่องนี้ต้องเป็นวาระเร่งด่วน เพราะข้อมูลจาก Food Waste Index 2024 ระบุตัวเลขที่น่าตกใจว่า คนไทยสร้างขยะอาหารเฉลี่ยสูงถึง 86 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลก ที่อยู่ที่ 79 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ส่งผลให้ไทยครองแชมป์อันดับ 2 ของอาเซียนในเรื่องการสร้างขยะอาหาร “ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่แค่สถิติ แต่คือสัญญาณเตือนภัยที่องค์การสหประชาชาติ กำหนดเป้าหมาย SDGs ให้ทุกประเทศต้อง ลดปริมาณขยะอาหารลง 50% ภายในปี 2030 นั่นหมาย
นายสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร กล่าวว่า ขอขอบคุณรัฐบาลชุดนี้ และนายกฯ อนุทิน รวมถึงคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่เข้าใจสถานการณ์และบริบทของประเทศไทยในปัจจุบัน ขอชื่นชมในด้านวิสัยทัศน์และการเข้าใจบริบทของกฎหมายที่ล้าหลัง โดยเฉพาะเป็นคำสั่งคณะปฏิวัติ 2515 ซึ่งใช้มายาวนานกว่า 53 ปี ทางชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร ได้เรียกร้องไปก่อนหน้านั้นหลายครั้ง ว่าประเทศไทยเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยเฉพาะปัจจุบันมีการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวของแต่ละประเทศ และยิ่งปลายปีเป็นช่วงไฮซีซัน ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวเลือกเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยด้วย และเข้าใจว่ามีหน่วยงานมีความกังวลว่าจะมีผลกระทบต่อเยาวชน ซึ่งทางชมรมฯ ขอให้มั่นใจว่าจะไม่มีผลกระทบต่อเยาวชนใดๆ ทั้งสิ้น โดยเฉพาะกฏหมายฉบับนี้ได้เพิ่มบทลงโทษสำหรับร้านค้าที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้ามาด้วย “เรามีกฎหมายในการดูแลหลายฉบับทับซ้อน ตัวอย่าง ไม่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับผู้ที่อายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ กฎหมายเมาแล้วขับก็ครอบคลุมในส่วนตรงนี้อยู่แล้ว ที่สำคัญ ผมได้เน้น
ผู้สื่อข่าวมติชนออนไลน์รายงานว่า เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 13 พฤศจิกายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ ครั้งที่ 2/2568 ว่า หลายคนเป็นห่วงเรื่องเทศกาลท่องเที่ยวในช่วงปีใหม่ และสงกรานต์ หากเราบังคับใช้กฎหมายจะเป็นเหตุให้นักท่องเที่ยวไม่มาเที่ยวประเทศไทย หรือไม่มีการจับจ่ายใช้สอยในประเทศ จึงให้นโยบายว่าในช่วงเวลาที่ห้ามจำหน่ายสุรา 14.00–17.00 น. ที่ในอดีตที่ห้ามเพราะไม่อยากให้ข้าราชการไปดื่มสุรา จึงได้กำหนดออกมาว่าห้ามดื่ม ตนจึงบอกไปว่าตอนนี้มันหมดยุคแล้ว ยุคนี้ข้าราชการไม่มีไปดื่มสุราในช่วงบ่าย ฉะนั้น ควรจะยกเลิก ส่วนเรื่องขยายเวลาทางภาคท่องเที่ยวอยากให้ยาวไปถึงเวลา 04.00 น. ส่วนทางกระทรวงสาธารณสุขและแพทย์ระบุว่า ไม่ได้ เพราะถ้าไปดูสถิติของการเกิดอุบัติเหตุช่วงเวลา 02.00–03.00 น. จะเกิดจำนวนมาก ตนได้ให้คณะกรรมการฯ ไปคุยกัน ส่วนเรื่องของสถานประกอบการนั้น ความจริงมีกฎหมายของกระทรวงมหาดไทยอยู่ ซึ่งเป็นสถานประกอบการที่กระทรวงมหาดไทยควบคุมได้ โดยกำหนดไว้ว่าเวลาไหนดื่มได้ เวลาไหนดื่มไม่ได้ นายโสภณ กล่
โมเดล Food Upcycle คือการนำวัตถุดิบเหลือกลับมาใช้ซ้ำ (Recycle) พร้อมเพิ่มมูลค่า (Upcycle) เปลี่ยนสิ่งที่ต้องถูกทิ้ง ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีคุณค่าทั้งในเชิงเศรษฐกิจ ภาพลักษณ์แบรนด์ และความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมในระยะยาวจากการช่วยลดปริมาณขยะอาหาร โดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า Food Upcycle จะช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นให้ธุรกิจร้านอาหารประมาณ 4% จากเฉลี่ย 31.8% เป็นเฉลี่ย 35.8% จากการลดต้นทุนอาหารส่วนเกินที่เคยต้องทิ้งไป และมีรายได้เพิ่มเติมจากผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เกิดจากการแปรรูป อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการร้านอาหารต้องพิจารณาความคุ้มค่าในการทำ Food Upcycle สำหรับธุรกิจตัวเอง เพราะการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่จากอาหารส่วนเกิน จะมีต้นทุนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ดังนั้น ควรจะต้องพิจารณา “การลดต้นทุนของเสีย” และ “การลงทุนสร้างมูลค่าใหม่” ตัวอย่างการทำ Food Upcycle ในไทย เช่น แกงโฮะ อาหารของภาคเหนือ ที่นำแกงต่างๆ ที่เหลือจากการทำบุญมารวมกัน แล้วเติมวัตถุดิบอื่นๆ ลงไป เพื่อสร้างเป็นเมนูใหม่ที่มีมูลค่าเพิ่มเป็น 120-200 บาทต่อจาน สำหรับการเติบโตของ Food Upcycle ในไทย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเม
