ข่าววันนี้
เพาะไม้ด่าง อาชีพนี้ไม่ต้องมีพื้นฐาน ขอแค่ใจรัก กำไรเดือนหลักล้าน เรื่องจริง เชฟปิง-สุรกิจ เข็มแก้ว เชฟหนุ่มคนดังที่โดนพิษโควิดจนจำใจต้องแขวนกระทะ ก่อนหันมายึดอาชีพเพาะไม้ด่าง กล่าวตอนหนึ่งในงานสัมมนา Move On ฝ่าวิกฤตโควิด เศรษฐกิจต้องเดินหน้า ช่วงเอสเอ็มอี ทอล์ก หัวข้อ เอสเอ็มอี ตัวจริง เจ็บจริง ไม่มีสแตนด์อิน ว่า ก่อนหน้านี้งานในสายเชฟของเขา ทำรายได้ได้ดี แต่เมื่อเกิดโควิด ทุกอย่างชะงัก ไม่มีงานเลย เงินที่วางแผนไว้หมดทุกบาท ผลกระทบรุนแรงเกินกว่าที่คิดไว้ มีความสามารถด้านอาหาร ทำไมไม่ขายอาหารหารายได้ เชฟปิง บอก ช่วงแรกเคยคิดเหมือนกัน แต่ตลาดอาหารดีลิเวอรี่ยากทุกอย่าง ทั้งแพ็กเกจ ค่าจีพี และทุกคนลงมาเล่นกันหมด เลยคิดน่าจะไปทำอย่างอื่น กระทั่งได้คำแนะนำจากเคน ภูภูมิ ดาราหนุ่ม ซึ่งเป็นเพื่อนกัน เหมือนเป็นการจุดประกาย ทำให้เข้าวงการไม้ใบ ไม้ด่าง มาถึงทุกวันนี้ “อาชีพนี้ ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานอะไร ขอแค่ใจรักและใส่ใจเป็นหลัก ผมเพาะไม้ด่างมาปีนึงแล้ว ซึ่งต้องบอกว่ายังเป็นอาชีพเสริม แต่ทำรายได้ดีกว่าก่อนโควิดอีก กำไรเดือนๆ นึงก็เจ็ดหลัก” เชฟปิง เผยอย่างนั้น ถามว่า เทรนด์ไม้ใบ ไม้ด่าง จะยืนระย
โชห่วย 4 แสนร้านค้า แข่งค้าปลีกสมัยใหม่ไม่ไหว เร่งถ่ายทอดความรู้เพื่อได้ไปต่อ จากการสัมมนา Move On ฝ่าวิกฤตโควิด เศรษฐกิจต้องเดินหน้า จัดโดย เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ช่วง Exclusive Talk หัวข้อ ร้านถูกดี มีมาตรฐาน ร้านค้าของชุมชน โดยชุมชน เพื่อชุมชน กับ คุณเสถียร เศรษฐสิทธิ์ ประธานกรรมการ บริษัท ทีดี ตะวันแดง จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจร้านค้าปลีก ถูกดี มีมาตรฐาน โดยมี คุณสรกล อดุลยานนท์ คอลัมนิสต์ชื่อดัง เจ้าของเพจหนุ่มเมืองจันท์ เป็นผู้ดำเนินการสนทนา คุณเสถียร กล่าวตอนหนึ่งว่า ทำเครื่องดื่มคาราบาวแดง มาเกือบ 20 ปี ดิวกับโชห่วยซึ่งมากกว่า 4 แสนร้านค้า ภาพรวมๆ คือว่า ร้านเหล่านี้ ไม่ได้อยู่ในภาวะที่จะแข่งขันกับธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ เลยมีความคิดว่าถ้าปล่อยให้ร้านโชห่วยซึ่งเป็นธุรกิจฐานรากของประเทศเรา อ่อนแอลงไปเรื่อยๆ ธุรกิจคงมีปัญหาในภาพรวมทั้งประเทศ เลยคิดว่าจะทำยังไงให้ ร้านโชห่วย สามารถที่จะแข่งขันกับร้านค้าปลีกสมัยใหม่ให้ได้ สิ่งแรกเลย คือ ต้องเอาความรู้ในการบริหารจัดการร้านค้าปลีกสมัยใหม่ ไปให้กับร้านโชห่วยเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นความรู้เรื่องจัดการบริหารร้าน ทำอย่างไรให้ร้านมีดี
ไปต่อไม่รอแล้ว! สุกี้ตี๋น้อย ผุด Food Truck บุก ตลาด ตจว. ปูพรมขยายกิจการหลังหมดวิกฤต เมื่อวันที่ 25 ส.ค. ที่ห้องประชุมอาคารสำนักงานใหญ่ หนังสือพิมพ์ข่าวสด มีงานสัมมนารูปแบบ Live Streaming จัดโดย เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เครือมติชน ภายใต้หัวข้อ Move On ฝ่าวิกฤตโควิด เศรษฐกิจต้องเดินหน้า คุณเฟิร์น-นัทธมน พิศาลกิจวนิช ผู้บริหารร้านสุกี้ตี๋น้อย กล่าวในช่วง SMEs Talk “เอสเอ็มอี ตัวจริง เจ็บจริง ไม่มีสแตนด์อิน” ของงานสัมมนา Move on ฝ่าวิกฤตโควิด เศรษฐกิจต้องเดินหน้า เกี่ยวกับแผนการดำเนินธุรกิจท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 ที่ลากยาวมากว่า 2 ปี โดยเธอเผยในตอนหนึ่งว่า ช่วงแรกที่ธุรกิจของเธอประสบกับสถานการณ์โควิด ทำให้รายได้ของเธอหายไปกว่า 90% แต่ด้วยสถานการณ์ทำให้ต้องสู้ต่อ เธอจึงมานั่งคิดว่าจะทำอย่างไร เพราะจุดขายของสุกี้ตี๋น้อย คือความคุ้มค่าในราคา 199 บาท จึงตกผลึกมาทำ หมี่หยกกล่องราคา 39 บาท และการขายสุกี้แบบ Take Away 179 บาท คิดราคาตามน้ำหนัก ก็ทำให้ผ่านวิกฤตไปได้ในทุกๆ ครั้ง “คือวิกฤตครั้งนี้ มันทำให้เราไม่รู้ว่า สถานการณ์ต่อจากนี้ไป มันจะเป็นยังไงต่อ เราก็เลยต้องมานั่งคิดนั่งตามข
ประธาน กขค. ชี้ เทคโนโลยี-กฎหมายการค้า เป็นสิ่งที่ SMEs ต้องเรียนรู้ สำหรับการทำธุรกิจไร้พรมแดน ในอนาคต เมื่อวันที่ 25 ส.ค. ที่ห้องประชุมอาคารสำนักงานใหญ่ หนังสือพิมพ์ข่าวสด มีงานสัมมนารูปแบบ Live Streaming จัดโดย เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เครือมติชน ภายใต้หัวข้อ Move On ฝ่าวิกฤตโควิด เศรษฐกิจต้องเดินหน้า ศ.ดร.สกนธ์ วรัญญูวัฒนา ประธานกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) กล่าวในตอนหนึ่งของช่วง Guru Talk “ต่อลมหายใจ SMEs” ในงาน “Move On ฝ่าวิกฤตโควิด เศรษฐกิจต้องเดินหน้า” เกี่ยวกับ การปรับตัวของ SMEs ในการค้าขายช่วงวิกฤตนี้ว่า SMEs ไม่ใช่เพียงผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อย แต่ SMEs นั้นมีความสำคัญในภาคเศรษฐกิจอย่างยิ่ง และเป็นผู้ประกอบการที่อยู่ในทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรมธุรกิจ ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ทั้งในเรื่อง รายได้ การจ้างงาน และการส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจของประเทศ “ปัจจุบัน SMEs ไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 เพียงอย่างเดียว แต่ผลกระทบต่อ SMEs มีการส่งสัญญาณมาได้ระยะหนึ่งแล้ว ทั้งเรื่องสินเชื่อต่างๆ แรงงาน และการใช้เทคโนโลยีแบบเก่า” “ดังนั้น เมื่อเราเ
EXIM BANK หนุน SMEs ไทย ส่งออกตลาดโลก ช่วยทั้งเงินทุน เติมความรู้ ต่อยอด วันที่ 25 ส.ค. 2564 ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) กล่าวบนเวทีสัมมนา Guru Talk “ต่อลมหายใจ SMEs” ในงาน “Move On ฝ่าวิกฤตโควิด เศรษฐกิจต้องเดินหน้า” ถึงภาคการส่งออกของธุรกิจ SMEs ว่า EXIM BANK ตั้งใจช่วยผู้ประกอบการ SMEs ไทย จะทำอย่างไรให้เอสเอ็มอีไทยซึ่งมีประมาณ 3 ล้านราย ที่มีที่ยืนในเวทีโลกเพียง 1% หรือไม่ถึง 3 หมื่นราย ให้สามารถส่งออกได้เพิ่มขึ้นเป็น 10% ในระยะเวลาที่เร็วที่สุด โดยสิ่งที่ EXIM BANK ทำตอนนี้ คือ การเติมความรู้ หรือเรียกว่าการบ่มเพาะ เช่น ฯพณฯ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ บอกว่า ตอนนี้คนจีน คนอินเดีย มีพฤติกรรมเปลี่ยนไปจากเดิมเยอะมาก เราสามารถช่วงชิงเปิดการค้ากับประเทศเหล่านั้นได้หรือไม่ จากเมื่อก่อนยึดโยงแค่อเมริกา หรือยุโรป จากนั้นคือการต่อยอด ทำ Business Matching หากถ้าทำเกษตรแปรรูป EXIM BANK จะหาประเทศเป้าหมายที่ชื่นชอบผลไม้อบแห้งให้ จัดอีเว้นต์กับกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ทำ Busin
จุรินทร์ มั่นใจ เอสเอ็มอีไทย ยังมีอนาคต แต่ต้องขวนขวาย ไม่มีอะไรง่ายชั่วลัดฝ่ามือ เมื่อวันที่ 25 ส.ค. ที่ห้องประชุมอาคารสำนักงานใหญ่ หนังสือพิมพ์ข่าวสด มีงานสัมมนารูปแบบ Live Streaming จัดโดย เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เครือมติชน ภายใต้หัวข้อ Move On ฝ่าวิกฤตโควิด เศรษฐกิจต้องเดินหน้า เวลา 13.00 น. ฯพณฯ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวปาฐกถาหัวข้อ วิกฤตโควิด เอสเอ็มอี จะ Move On ได้อย่างไร ตอนหนึ่งว่า ตัวเลขเอสเอ็มอีของไทยในปัจจุบัน มีอยู่ประมาณ 3.1 ล้านราย มากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของธุรกิจทั้งประเทศ และที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์มีถึง 8 แสนราย เอสเอ็มอีในวันนี้ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะมีส่วนสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ และมีความสำคัญกับเศรษฐกิจฐานรากของทุกประเทศในโลก กลไกการค้าระดับโลกจึงล้วนให้ความสำคัญกับเอสเอ็มอี ล่าสุด ในการประชุมเอเปค เมื่อ มิ.ย. ที่ผ่านมา ประทศนิวซีแลนด์เป็นเจ้าภาพ มติที่สำคัญที่สุดของเอเปคเกี่ยวข้องกับเอสเอ็มอี บรรจุไว้ในแถลงการณ์ร่วมของเอเปคว่า สมาชิกเอเปค ต้องให้การสนับสนุน การเสริมสร้างศักยภาพของเอสเอ็มอี
แม็คโคร จัด “วันโชห่วยไทย” รูปแบบออนไลน์ ลดต้นทุน ช่วยผู้ประกอบการ นับเป็นปรากฏการณ์สำคัญสำหรับผู้ประกอบการค้าปลีกรายย่อย หรือ โชห่วย ทั่วประเทศ เพราะ “แม็คโคร” ได้ผนึกพันธมิตรทางธุรกิจจัดงาน “วันโชห่วยไทย ชี้ช่องรวย โชห่วยไทย วิถีใหม่” ในวันที่ 25-31 สิงหาคมนี้ ผ่านเฟซบุ๊ก แม็คโครคู่คิดธุรกิจคุณ เชื่อมต่อช่องทางทั้งออนไลน์และออฟไลน์ คือทุกสาขาของแม็คโครทั่วประเทศเข้าด้วยกัน เพื่อกระจายการเข้าถึงและช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยที่เป็นร้านค้าปลีกในชุมชน ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังคงรุนแรง งานนี้จะทำให้ผู้ประกอบการโชห่วย เข้าถึง “โอกาส” การสร้างรายได้ ลดต้นทุน จากสินค้าหลากหลายรายการจากพันธมิตรที่ขนทัพมาลดราคาเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายเล็ก พร้อมจัดช่วงคืนกำไร ด้วยสินค้านาทีทอง ให้ CF กันสนุกๆ รวมทั้งยังมีผู้เชี่ยวชาญของศูนย์แม็คโครมิตรแท้โชห่วย มาบอกเทคนิคการปรับปรุงร้านค้าสู่การเป็นสมาร์ทโชห่วย เพิ่มรายได้จากเทคโนโลยี และทางเลือกใหม่ๆ เสริมความรู้ให้โชห่วยไทยแข็งแกร่งขึ้น “วันโชห่วยไทย” มีกำหนด ไลฟ์สด ทางเฟซบุ๊ก แม็คโครคู่คิดธุรกิจคุณ เติมเต็มความรู้และเทคนิคการจัดการร้
วิกฤตดันธุรกิจ ฟู้ดดีลิเวอรี่ โต ปี 64 คนสั่งอาหารไม่น้อยกว่า 120 ล้านครั้ง การยกระดับมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด ซึ่งรวมถึงการจำกัดการให้บริการของร้านอาหารเหลือเพียงช่องทางการสั่งซื้อที่หน้าร้าน คาดว่าจะส่งผลให้รายได้ของธุรกิจร้านอาหารทั้งปี 64 หายไปไม่ต่ำกว่า 6.0 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ ยังส่งผลให้ธุรกิจจัดส่งอาหาร หรือ ฟู้ดดีลิเวอรี่ กลายเป็นช่องทางการสร้างรายได้หลักของผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหาร ในขณะที่การทำตลาดของผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์จัดส่งอาหาร ไม่ว่าจะเป็นการจัดโปรโมชั่นมอบส่วนลดและยกเว้นค่าธรรมเนียมการจัดส่ง ยังเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยดึงดูดผู้บริโภครายใหม่และเพิ่มความถี่ในการใช้งานของผู้บริโภครายเดิม ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ในปี 64 ปริมาณการสั่งอาหารจัดส่งที่บ้านน่าจะมีจำนวนไม่น้อยกว่า 120 ล้านครั้ง หรือเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าตัว เมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิดในปี 62 ที่มีจำนวนประมาณ 35-45 ล้านครั้ง โดยมีมูลค่าธุรกิจรวมสูงถึง 5.31–5.58 หมื่นล้านบาท หรือขยายตัวสูงถึง 18.4–24.4% เมื่อเทียบกับปี 63 ทั้งนี้ วิถีการใช้ชีวิตประจำวันในช่วงการระบาดยังส่งผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภค
ซีพี เปิด 4 กลยุทธ์รับมือโลกหลังวิกฤต เร่งเชื่อม SMEs ไทย เข้าถึงตลาดต่างประเทศ วันที่ 24 ส.ค. 2564 นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) กล่าวว่า “การระบาดครั้งใหญ่ของโควิด-19 ทำให้สภาพแวดล้อมทางธุรกิจเปลี่ยนแปลงไป ส่งผลกระทบเสียหายอย่างรุนแรงต่อธุรกิจ SMEs ในประเทศไทย และในขณะเดียวกัน ก็สร้างผลกระทบอีกด้านหนึ่ง กล่าวคือ ทำให้เกิด ‘บริษัทยักษ์ใหญ่’ ในระดับนานาชาติจำนวนมาก ที่ปัจจุบันกลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าทางธุรกิจมากกว่า GDP ของหลายประเทศในโลก ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจทั้ง 2 ด้าน ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยบนเวทีระดับโลก อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจในประเทศ จากการที่ SMEs ไทยอ่อนแอลง โดยเครือซีพีจะขับเคลื่อนธุรกิจต่อไปข้างหน้าด้วย 4 กลยุทธ์สำคัญ ได้แก่ 1. เร่งเครื่องการลงทุน 2. เร่งเครื่องการเดินหน้าบนเวทีโลก 3. ลดความซับซ้อนของโครงสร้างธุรกิจของเครือเพื่อเพิ่มความคล่องตัวและความรวดเร็วในการดำเนินธุรกิจ และ 4. สร้างแพลตฟอร์มทางธุรกิจเพื่อขยายความร่วมมือกับธุรกิจ ผู้ประกอบการอื่นๆ ของไทย ร
เจาะกลยุทธ์ “บ้านทองหยอด” แบรนด์ขนมไทยชื่อดัง โตแรงในเซเว่นฯ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในทุกบริบทของโลกการค้าในปัจจุบัน คนรุ่นใหม่กลายเป็นความหวังหรืออนาคตของหลายๆ ครอบครัว หลายๆ ธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจ SMEs ที่ปัจจุบันต้องการแนวคิดและมุมมองของคนรุ่นใหม่มาช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้ก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ได้อย่างทันท่วงที จนสามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างน่าชื่นชม บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่นอีเลฟเว่น และเซเว่น ดีลิเวอรี่ ในฐานะหนึ่งในผู้นำที่ให้การสนับสนุนและส่งเสริมกลุ่มธุรกิจ SMEs มาตลอด จึงได้นำแนวคิดตลอดจนกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของ “บ้านทองหยอด” แบรนด์ขนมไทยที่มีชื่อเสียงยาวนานกว่า 40 ปี มาแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ที่น่าสนใจให้กับ NEW GEN SMEs ค้นหาจุดแข็ง รักษามาตรฐาน พัฒนาต่อเนื่อง แม้วันนี้ธุรกิจขนมไทย ภายใต้แบรนด์ “บ้านทองหยอด” จะถูกส่งไม้ต่อให้กับทายาทรุ่นที่ 3 แต่คุณภาพและรสชาติยังคงไม่เปลี่ยนแปลง แม้ว่ากาลเวลาจะล่วงเลยมากว่า 40 ปีแล้วก็ตาม คุณภาณุวัฒก์ เงินศรีสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีทีวาย ฟู้ด จำกัด เจเนอเรชั่นที่ 3 ของผลิ
