ข่าววันนี้
เกษตรกรเร่งสร้างมาตรฐานความปลอดภัย ใช้สารเคมีอย่างปลอดภัยแบบ GAP คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ เครือข่ายชุมชนจังหวัดน่าน และซินเจนทา สรุปผลโครงการ “รักษ์เกษตรและสิ่งแวดล้อม” สร้างมาตรฐานความปลอดภัยการใช้สารกำจัดวัชพืชและศัตรูพืชภาคเกษตรกรรม โดยได้ผลตอบรับดีเยี่ยม ประสบความสำเร็จ หวังขยายผลสู่จังหวัดอื่นๆ เพื่อให้ผลผลิตปลอดภัยได้มาตรฐาน GAP ลดผลกระทบต่อสุขภาพ และสิ่งแวดล้อม รศ.ดร.สรา อาภรณ์ ผู้อำนวยการโครงการ รักษ์เกษตรและสิ่งแวดล้อม ภาควิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการ 3 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562-2564 ได้ดำเนินงานร่วมกันในหลายภาคส่วนจากเครือข่ายชุมชนจังหวัดน่าน และบริษัท ซินเจนทาฯ เกิดเครือข่ายที่เข้มแข็ง ไม่ว่าจะเป็น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล สำนักงานสหกรณ์จังหวัดน่าน กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดน่าน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จังหวัดน่าน รวมทั้ง สร้างเครือข่าย อาสาสมัคร และวิทยากรมืออาชีพ ให้ความรู้ สนับสนุนการทำงาน และติดตามผลการทำงานของเกษตรกรเรื่องความปลอดภัยใ
เปิดหลักเกณฑ์ ลดค่าน้ำ-ค่าไฟ ให้ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เริ่ม ต.ค.นี้ วันที่ 22 ก.ย. 2564 นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2564 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการขยายระยะเวลามาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยมีรายละเอียด ดังนี้ มาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปา มีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ได้แก่ ค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรฯ) อย่างต่อเนื่องและครอบคลุมผู้มีบัตรฯ ให้สามารถได้รับประโยชน์จากมาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปา (มาตรการฯ) ดังกล่าวให้มากขึ้น ระยะเวลาดำเนินมาตรการฯ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 ถึงเดือนกันยายน 2565 (ระยะเวลา 12 เดือน) โดยมีการปรับเปลี่ยนหลักการของมาตรการฯ ดังนี้ 1. ค่าไฟฟ้า ปัจจุบันประชาชนทั่วไปจะได้รับการสนับสนุนค่าไฟฟ้าจากมาตรการของรัฐบาล โดยการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งมีเงื่อนไขว่า หากประชาชนใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 50 หน่วยต่อเดือน ติดต่อ
กินมากเสี่ยงอ้วน! กรมอนามัย เตือน ขนมไหว้พระจันทร์ แป้ง-น้ำตาล สูง ชี้ ไส้เม็ดบัว-ไข่ ให้พลังงานสูงสุด เว็บไซต์ กรมอนามัย เผย นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า เทศกาลไหว้พระจันทร์ เป็นเทศกาลของชาวจีนสำหรับระลึกถึงเทพธิดาแห่งพระจันทร์ โดยสิ่งที่ขาดไม่ได้ในเทศกาลนี้ คือ “ขนมไหว้พระจันทร์” ที่ใช้เป็นเครื่องเซ่นไหว้ แต่ขนมไหว้พระจันทร์มักมีแป้งและน้ำตาลเป็นส่วนประกอบหลัก อีกทั้งยังมีน้ำมัน น้ำเชื่อม และเมื่อมาผสมกับไส้ต่างๆ ที่มีรสชาติหวาน จึงทำให้เป็นขนมที่ให้พลังงานสูงมาก โดยปกติขนมไหว้พระจันทร์ขนาด 1 ชิ้น มีน้ำหนัก 166 กรัม ให้พลังงานสูงถึง 614-772 กิโลแคลอรี ซึ่งสูงกว่าอาหารมื้อหลัก อย่างเช่น ข้าวผัดหมู ผัดไทยกุ้งสด ข้าวผัดกะเพราไก่ไข่ดาว หรือเส้นใหญ่ผัดซีอิ๊ว 1 จาน แม้จะตัดแบ่งออกเป็นส่วนๆ ได้ 6 ชิ้นเล็กๆ ก็ยังให้พลังงานถึง 96-120 กิโลแคลอรี ซึ่งจากข้อมูลแสดงคุณค่าทางโภชนาการของขนมไหว้พระจันทร์ไส้ต่างๆ ในปริมาณ 100 กรัม พบว่า แต่ละไส้ให้พลังงานแตกต่างกัน หากเป็นไส้พุทราให้พลังงาน 338 กิโลแคลอรี ไส้ทุเรียนให้พลังงาน 345 กิโลแคลอรี ไส้ทุเรียนและไข่ให้พลังงาน
CPF หนุน Open Innovation เปิดโอกาสทั่วโลกร่วมวิจัย เดินหน้า นวัตกรรมอาหาร ตอบเทรนด์โลกอนาคต บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ให้ความสำคัญกับการวิจัยพัฒนาในทุกขั้นตอนตลอดห่วงโซ่การผลิตโดยใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหารแทรกอยู่ในกระบวนการทำงานทุกขั้นตอนเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อตอบโจทย์เทรนด์อาหารโลก หลังประสบความสำเร็จกับ Plant Based เนื้อจากพืชที่ได้รับการตอบรับอย่างกว้างขวาง ล่าสุด เดินหน้าวิจัยขั้นสูง โดยชูแนวคิด Open Innovation พร้อมร่วมงานสถาบันวิจัย และ Startup ทั่วโลก สร้างสรรค์สิ่งที่ดีที่สุดเพื่อผู้บริโภคทุกกลุ่ม ดร.ลลานา ธีระนุสรณ์กิจ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านนวัตกรรมและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหาร หรือ CPF RD Center ทำหน้าที่สร้างสรรค์ นวัตกรรมอาหารให้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม โดยการวิจัย พัฒนานั้นต้องตอบโจทย์ได้จริง “งานวิจัยด้านอาหารต่างๆ ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงเชิงศึกษาวิจัยเท่านั้นแต่ต้องต่อยอดพัฒนาในเชิงอุตสาหกรรม เพื่อตอบสน
LINE MAN ลุย คนละครึ่ง รองรับดีลิเวอรี่ ดึง พิมรี่พาย เป็นพรีเซ็นเตอร์ กระตุ้นยอดขายร้านอาหาร วันที่ 20 ก.ย. 2564 คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า โครงการคนละครึ่งเป็นกุญแจสำคัญ ที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากการระบาดของโควิด-19 ต้องขอบคุณกระทรวงการคลัง ที่ปรับเปลี่ยนนโยบายให้คนละครึ่งเฟส 3 สามารถใช้กับบริการฟู้ดดีลิเวอรี่ได้แล้ว ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคสั่งอาหาร โดยจ่ายผ่านคนละครึ่งแบบไม่ต้องไปซื้อเองที่หน้าร้าน และกระจายรายได้ไปยังผู้ประกอบการร้านอาหาร และไรเดอร์ จำนวนมาก LINE MAN ในฐานะผู้นำแพลตฟอร์มฟู้ดดีลิเวอรี่ยินดีสนับสนุนนโยบายนี้ และได้เตรียมความพร้อม เชื่อมระบบกับโครงการคนละครึ่งเฟส 3 ของกระทรวงการคลังมาตั้งแต่แรก LINE MAN เตรียมเปิดแคมเปญการตลาดครั้งใหญ่ในชื่อแคมเปญว่า “คุ้มคนละชั้น” โดยดึง “พิมรี่พาย” แม่ค้าตัวจริง และเน็ตไอดอลชื่อดังขวัญใจมหาชนมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ประเดิมภารกิจแรก ช่วยกระตุ้นยอดขายให้ร้านอาหารที่สมัครขาย “คนละครึ่ง” กับ LINE MAN ให้ปังต่อเนื่อง รวมถึงปรับลดค่า GP สูงสุด ไม่เกิน 20% สำหรับออร์เดอร์จากโครงการคนละ
ออมสิน ผุด สินเชื่อไทรทองอเนกประสงค์ ใช้บ้าน-ที่ดิน-ที่สวนไร่นา-คอนโด ค้ำประกัน เสริมสภาพคล่อง-ปิดบัญชีหนี้ ลดภาระค่าใช้จ่ายช่วงโควิด-19 นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะการผ่อนชำระหนี้ต่างๆ ที่อัตราดอกเบี้ยสูง ธนาคารจึงได้เปิดให้กู้ สินเชื่อไทรทองอเนกประสงค์ เพื่อเสริมสภาพคล่อง หรือนำไปไถ่ถอนจำนองสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคจากสถาบันการเงินอื่น ซึ่งผ่อนปรนให้ใช้หลักทรัพย์หลายประเภทมาค้ำประกันเงินกู้ ภายใต้แคมเปญ “กู้ปีนี้ ผ่อนปีหน้า” โดย 6 เดือนแรก ไม่ต้องชำระเงินต้นและดอกเบี้ย เพื่อให้คลายกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในช่วงที่ยังคงต้องเผชิญกับสถานการณ์โควิด-19 เมื่อกู้กับธนาคารออมสิน สินเชื่อไทรทองอเนกประสงค์ เป็นสินเชื่อที่สามารถเปลี่ยนทรัพย์สินที่มีอยู่ให้เป็นเงินช่วยเสริมสภาพคล่องในยามฉุกเฉิน โดยใช้บ้าน ที่ดิน สวนไร่นา หรือคอนโด ที่ปลอดภาระจำนองเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน วงเงินกู้สูงสุด 10 ล้านบาท ระยะเวลาผ่อนชำระนานสูงสุด 25 ปี ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 6 เดือนแรก เดือนที่ 7-24 ผ่อนชำระเ
หน่วยบริหารและจัดการทุนและนวัตกรรมด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) จับมือ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กวาดล้างความจนชายแดนใต้ วันที่ 20 ก.ย. 2564 นายกิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนและนวัตกรรมด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า บพท. ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อร่วมมือกับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ในการแก้ไขปัญหาความยากจนและบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ โดยที่ บพท. จะมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนองค์ความรู้จากงานศึกษาวิจัยทางวิชาการ และประสบการณ์ที่ดำเนินการผ่านกลไกมหาวิทยาลัยพัฒนาพื้นที่อย่างได้ผลมาแล้วในพื้นที่ 10 จังหวัดเมื่อปี 2563 และอยู่ระหว่างการดำเนินงานเพิ่มเติมอีกในพื้นที่ 10 จังหวัดในปี 2564 นี้ ขณะที่ ศอ.บต. ในฐานะผู้รับผิดชอบงานพัฒนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ จะมีบทบาทสำคัญยิ่งในการประสานการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาความยากจนให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ไม่น้อยกว่า
ทำน้ำเต้าหู้ เรียนหมอดู ดีกว่าอยู่เฉยๆ สจ๊วต ปลื้มได้ช่วยงานโรงพยาบาลสนาม ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดแบบเต็มๆ สำหรับกลุ่มอาชีพสายการบิน แต่ใช่ว่าจะยอมแพ้กันง่ายๆ คือเรื่องราวของ คุณสรรธร ไกรยูรเสน อดีตสจ๊วตวัยสี่สิบเศษ ซึ่งผ่านงานสายการบินดังมาแล้วหลายแบรนด์ ทั้งไทยและต่างประเทศ “ไม่คิดว่าโควิด จะแย่ขนาดนี้ ยาวนานขนาดนี้ คิดว่าไม่กี่เดือนคงดีขึ้น ช่วงแรกรอไปเรื่อยๆ อยู่บ้านเฉยๆ หลังจากนั้น ก็ เอ๊ะเริ่มนาน สงสัยต้องหาอะไรทำ ทำนั่นนี่ แต่ก็ยังไม่มีรายได้หลัก” คุณสรร เริ่มต้นบทสนทนากับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ อย่างนั้น ก่อนเล่าให้ฟังต่อ ช่วงว่างงาน ไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านไปเฉยๆ พยายามหางานที่คิดว่าทำได้ อย่าง ไปเรียนทำน้ำเต้าหู้ ปรับปรุงสูตรลงตัว แต่ไม่รู้จะไปส่งที่ไหน ร้านรับซื้อไม่เปิด ร้านที่เปิดก็ไม่รับเจ้าเล็กๆ อย่างเขา ครั้นจะไปขายตามตลาดก็ลำบาก เลยหันไปเรียนวิชาดูหมอ เพราะคิดว่าดีกว่าอยู่เปล่าๆ “ลองไปเรียนศาสตร์ตัวเลข เป็นการดูตามตำราแล้วตีความ ดูไป ดูมา เกิดความเครียดกว่าเดิม คือ ตัวเราเครียดเอง เพราะสงสารชีวิตคนมาดู” คุณสรร เล่าก่อนหัวเราะอารมณ์ดี กระทั่งล่าสุด คุณสรร ได้สมัครเข้า
“สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังคงน่าเป็นห่วงแต่เราก็ยังเชื่อมั่นในกันและกันว่า ประเทศไทยของเราจะจับมือผ่านสถานการณ์วิกฤตินี้ไปได้ โดยเฉพาะในส่วนของการเคหะแห่งชาติ (กคช.) ได้เร่งให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชน กลุ่มเปราะบาง และลูกบ้านการเคหะฯ ที่อยู่ในความดูแลทั่วประเทศกว่า 700 ชุมชน อย่างเต็มกำลังความสามารถ” นี่เป็นเสียงยืนยันจาก ทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ ที่บอกเล่าถึงมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด – 19 ในชุมชนการเคหะแห่งชาติ ที่ดำเนินการอย่างเข้มข้นมาโดยตลอด โดยเน้นย้ำไปยังสำนักงานเคหะนครหลวงและสำนักงานเคหะจังหวัดทั่วประเทศ ให้ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดตามนโยบายของรัฐบาล มีการเว้นระยะห่างสำหรับผู้ที่มาติดต่องานราชการ การติดตั้งเครื่องวัดอุณหภูมิร่างกาย การติดตั้งเจลแอลกอฮอล์ล้างมือตามสำนักงานและอาคารพักอาศัย การฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อบริเวณพื้นที่ส่วนกลางบริเวณพื้นที่อาคารพักอาศัย และตลาดสดในชุมชน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด นอกจากนี้ภายในชุมชนยังมีคณะกรรมการชุมชน ผู้นำชุมชน และนิติบุคคลที่คอยรายงานสถานการณ์ผู้ติดเชื้อในชุมชน และหากพบ
โควิด ตัวเร่งตลาดอีคอมเมิร์ซ โตกระฉูด-แข่งขันเดือด พ่อค้าแม่ขาย ต้องรับมือยังไง? ต้องยอมรับว่าปัจจุบันนี้ โควิด-19 ถือเป็นตัวเร่งให้มูลค่าตลาด B2C e-Commerce ปี 2564 มีมูลค่าสูงถึงประมาณ 300,000 ล้านบาท หรือมีการขยายตัวสูงถึง 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังคงใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง ปัญหาที่ตามมา คือ การแข่งขันที่มีความยากและรุนแรงขึ้นสำหรับพ่อค้าแม่ขาย นั่นเอง ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จึงมองว่า ท่ามกลางการแข่งขันที่สูง ผู้ประกอบการจึงต้องปรับตัว เพื่อสู้กับคู่แข่งขันให้ได้ โดยได้แนะนำ How To ปรับตัวรับการแข่งขันไว้ ดังนี้ 1. ทำการตลาดแบบ Omni-channel ต้องมีการวางแผนและปรับตัวในแต่ละช่องทางการขาย เชื่อมแพลตฟอร์มออนไลน์-ออฟไลน์ เข้าด้วยกัน เพื่อรับมือกับพฤติกรรมการซื้อสินค้าที่เปลี่ยนไป 2. สร้างฐานข้อมูลไว้ใช้วางแผนธุรกิจ ด้วยการลงทุนเรื่อง Big data เพราะเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งผลที่จะได้รับจากการลงทุนเรื่อง Big data นั้นจะทำให้เราเห็นภาพธุรกิจชัดเจนมากขึ้น 3. ขยายคลังสินค้าหรือศูนย์กระจายสินค้าไปยังพื้นที่ศักยภาพใหม่ เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคได้เพิ่มขึ้น 4. รักษาความเชื่อม
