ข่าววันนี้
เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. เครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทย ออกแถลงการณ์ จากกรณีที่ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขีดเส้น 45 วัน นำกัญชากลับสู่บัญชียาเสพติดหลังพรรคภูมิใจไทยถอนตัวจากรัฐบาล เครือข่ายฯ มองว่า การดำเนินการของ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน เดินอยู่บนเส้นทางของข้อเท็จจริงหรือฉวยจังหวะแก้แค้นพรรคภูมิใจไทย เรื่องนี้นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะหากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ใช้การเอาชนะทางการเมืองมากำหนดสถานะของพืชสมุนไพรกัญชา จะทำให้ทุกอย่างเบี่ยงเบนจากเส้นทางที่ถูกต้อง “นายสมศักดิ์ มีความพยายามอย่างหนักก่อนหน้านี้ในการนำกัญชากลับสู่ยาเสพติด แต่ไม่ประสบความสำเร็จ หลังจากนั้น นายสมศักดิ์ ก็ไม่ได้ทำอะไรอีกเลยเรื่องกัญชา ที่พยายามพูดกับประชาชนว่ากัญชาอันตรายร้ายแรง แต่ตัวเองกลับเมินเฉยไม่มีมาตรการใดออกมาเลยแม้สักนิดเดียว แต่พอพรรคภูมิใจไทยถอนตัวจากรัฐบาล สมศักดิ์ กลับมาพูดประโยคเดิมอีกครั้งคือกัญชาอันตราย ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนมากมาย เพื่อเป้าหมายเดียวคือนำกัญชากลับสู่ยาเสพติดอีกครั้ง” แถลงการณ์ ระบุ นอกจากนี้ ทันทีที่พรรคภูมิใจไทยลาออกจากรัฐบาล นายสมศักดิ์ ดำ
ปฏิเสธไม่ได้ว่ากระแส “กล่องสุ่มฟีเวอร์” ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้ขยับจากความชื่นชอบเฉพาะกลุ่มของนักสะสม สู่เทรนด์กระแสหลักที่มาแรงแบบฉุดไม่อยู่ และผู้อยู่เบื้องหลังปรากฏการณ์นี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก POP MART แบรนด์อาร์ตทอยระดับโลก ผู้จุดกระแสนิยมผ่านคาแร็กเตอร์เอ็กซ์คลูซีฟ แรร์ไอเทมที่ใครๆ ก็อยากได้ ไปจนถึงกิจกรรมออฟไลน์ที่เชื่อมโลกแห่งจินตนาการสู่ประสบการณ์จริง ปัจจุบัน POP MART ได้นำโลกของตัวละครขวัญใจอย่าง MOLLY, DIMOO และ SKULLPANDA เข้ามาใกล้ชิดบรรดาแฟนมากยิ่งขึ้น ผ่าน LazMall บนลาซาด้า ไม่ว่าจะเป็นเซอร์ไพรส์ดรอปสุดตื่นเต้น ประสบการณ์แกะกล่องที่หลายคนรอคอย ตลอดจนกิจกรรมกับคอมมูนิตี้ของกลุ่มแฟนพันธุ์แท้ การเปิดร้านบน LazMall ช่วยให้ POP MART เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น นับตั้งแต่เปิดตัวบนแพลตฟอร์มในปี 2566 แบรนด์สามารถเติบโตอย่างก้าวกระโดดกว่า 5 เท่า กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ของเล่นที่เติบโตเร็วที่สุดบน LazMall สะท้อนถึงความหลงใหลของผู้บริโภคในภูมิภาคที่มีต่อของสะสมและการเล่าเรื่องราวผ่านตัวละครที่น่าสนใจ ตั้งแต่การแกะกล่องผ่านไลฟ์สตรีม ไปจนถึงการเปิดตัวสินค้าใหม่ด้
นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า กรมศิลปากร เปิดเว็บไซต์ Fine Arts Souvenir รวบรวมต้นแบบผลิตภัณฑ์จากทุนทางวัฒนธรรม ผลงานการออกแบบและจัดทำโดยสำนักช่างสิบหมู่ สอดแทรกกลิ่นอายของศิลปกรรมในแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโบราณสถาน โบราณวัตถุในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ผ่านการศึกษา วิเคราะห์สู่การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ผสานภูมิปัญญาช่างศิลป์ไทย ทั้งงานประณีตศิลป์ งานจิตรกรรมและงานประติมากรรม รวมทั้งงานศิลปะประยุกต์ ด้วยเทคนิค ความชำนาญเฉพาะด้าน และความคิดสร้างสรรค์ เพื่อนําเสนอผลงานที่มีความสวยงาม ร่วมสมัย ใช้งานได้จริง เหมาะสำหรับเป็นของขวัญ ของสะสม ของฝาก เผยแพร่ และจำหน่ายให้แก่ประชาชนทั่วไป เว็บไซต์ Fine Arts Souvenir รวบรวมผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลาย กว่า 100 รายการ จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี แบ่งเป็นหมวดเครื่องประดับ เครื่องใช้ และของที่ระลึก อาทิ แหวนรูปงูสมัยทวารวดี แหวนเงินอักษรมงคล ต่างหูกินรี ที่วางโทรศัพท์รูปคันฉ่อง ปลามงคลหล่อโล
“การท่องเที่ยวที่มันน้อยลง ไม่ใช่เพราะเอกชนเลยนะ เอกชนทำดีที่สุดแล้ว แต่คิดว่าคนที่บอกว่าเป็นผู้นำหรือรัฐบาล เขาไม่โฟกัสกับปัญหา ทั้งที่ต้องทำอะไรที่ชัดเจนกับนโยบายการท่องเที่ยว เพื่อที่ให้ทุกคนเดินต่อไปได้” คือประโยคสนทนา เมื่อ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ตั้งประเด็นเกี่ยวกับภาพรวมเศรษฐกิจไทยเวลานี้ จากคุณอลิสา พันธุศักดิ์ คุนผลิน ผู้บริหารหญิงแห่งเทิฟฟานี่ โชว์ แหล่งท่องเที่ยวระดับโลก ของไทย จากนั้นเธอจึงขยายความต่อ “พวกเขาไม่โฟกัส ว่าปัญหาคืออะไร แล้วมันควรไปแก้ที่ปลายเหตุหรือต้นเหตุ แล้วต้นเหตุคืออะไร การแก้ปัญหาปลายเหตุ ด้วยการโฆษณา-ประชาสัมพันธ์ มันไม่ใช่ ต้นเหตุมันคือความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เพราะทุกวันนี้นักท่องเที่ยวรู้สึกว่า หนึ่ง ไทยไม่ปลอดภัย สองคือ ไทยทำไมแพง ขณะที่ประเทศคือเราควบคุมตัวเองไม่ได้ ในเรื่องของเงินเฟ้อ ประชาชนรายได้ไม่พอ” นักธุรกิจหญิงคนดัง กล่าวต่อว่า ถึงเวลานี้แล้ว ผู้นำ ควรไปโฟกัสการลดรายจ่ายของประชาชน เพราะทางแก้มีอยู่ 2 ด้าน ในเมื่อเพิ่มรายได้ไม่ได้ ก็ต้องไปลดรายจ่าย จึงคิดว่าผู้นำแก้ปัญหาไม่ถูกจุด อีกทั้งยังจะทำแต่เรื่องที่ไม่จำเป็
พญ.ชนิดา สยุมภูริจินันท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวในการเป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร ครั้งที่ 2 ควบคู่กับมหกรรมคุณภาพโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ภายใต้เป้าหมายสำคัญในการขับเคลื่อนบูรณาการการแพทย์แผนไทยเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพ เขตสุขภาพที่ 6 ตอนหนึ่งว่า แพทย์แผนไทย ไม่ได้หมายถึงเพียงการนวดหรือสมุนไพรเท่านั้น หากแต่ประกอบด้วยหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นบริการการแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือก ตำรับยา อาหารท้องถิ่นที่มีส่วนผสมของสมุนไพร ไปจนถึงแนวทางการรักษาเฉพาะโรค ทั้งนี้ อภัยภูเบศรก้าวสู่การรับรองมาตรฐานเฉพาะโรค เฉพาะระบบ หรือ PDSC (Program and Disease Specific Certification) ของ สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) เป็นโรงพยาบาลแรก แต่ปัจจุบันแทบทุกโรงพยาบาลตั้งแต่ระดับชุมชนขึ้นไป ล้วนมีหน่วยงานด้านแพทย์แผนไทยอยู่แล้ว นอกจากนี้ ในโลกยุคปัจจุบันกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เงินทองอาจไม่สำคัญเท่าความมั่นคงทางยา ทางอาหาร การปลูกผักไว้กินใช้เองอาจเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด และการวางมาตรฐานขั้นต่ำที่เหมาะสมของแพทย์แผนไทย คือประตูบานแรกสู่ความม
จากกรณีผู้เข้าสอบใบประกอบวิชาชีพครู ถูกยุติการสอบ หลังแต่งกายไม่ตรงตาม “เพศกำเนิด” ทั้งที่ระเบียบไม่ได้ระบุชัดเจน โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ประสบการณ์ขณะเข้าสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู แต่กลับถูกยุติการสอบกลางคัน โดยคณะกรรมการคุมสอบให้เหตุผล ผู้เข้าสอบท่านนั้น ”แต่งกายไม่ตรงตามเพศสภาพที่ปรากฏในเอกสารทางราชการ” แม้เจ้าตัวจะแต่งกายด้วยชุดที่สุภาพและเหมาะสมตามที่ระเบียบการสอบระบุไว้ โพสต์ดังกล่าวระบุด้วยว่า ผู้เข้าสอบกรณีนี้ ใช้คำนำหน้า “นาย” แต่เลือกใส่กระโปรงมาสอบ ซึ่งถูกมองว่าไม่ตรงกับเพศกำเนิด แม้ในระเบียบของคุรุสภาจะระบุให้ “แต่งกายสุภาพ หรือชุดนักศึกษาตามที่สถาบันการศึกษากำหนด” โดย ไม่มีการระบุชัดเจนว่าให้แต่งกายตามเพศกำเนิด ทั้งนี้ ผู้เข้าสอบรายนี้ จึงตั้งคำถามต่อการปฏิบัติงานของกรรมการคุมสอบที่ ปล่อยให้เข้าสอบไปแล้วกว่า 30 นาที ก่อนจะมาแจ้งให้ยุติการสอบ ทั้งยังชี้ว่า หากมีแนวปฏิบัติที่เพิ่มเติม ควรแจ้งให้ชัดเจนและรัดกุม ไม่ใช่อ้างอิงเพียงการประกาศบนเว็บไซต์ที่ไม่ปรากฏรายละเอียดครบถ้วน และกรณีดังกล่าว กำลังกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคมออนไลน์ โดย
เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2568 สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า มีการจัดงานแสดงสินค้าท็อป ไทย แบรนด์ คุนหมิง (Top Thai Brands Kunming) ปี 2025 ที่ศูนย์การประชุมและนิทรรศการนานาชาติคุนหมิง เตียนฉือ ในเมืองคุนหมิง มณฑลอวิ๋นหนาน (ยูนนาน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ระหว่างวันที่ 19-24 มิ.ย. เพื่อส่งเสริมสินค้าไทยสู่ตลาดจีน โดยมีบริษัทผู้ประกอบการ 73 แห่ง ซึ่งแบ่งเป็นบริษัทผู้ประกอบการไทย 61 แห่ง และบริษัทนำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าไทย 12 แห่ง เข้าร่วมนำเสนอสินค้าหลากหลายรายการ ทั้งอาหารและเครื่องดื่ม สินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม เสื้อผ้าและเครื่องประดับ เครื่องเรือนและของตกแต่งบ้าน คุณพรวิช ศิลาอ่อน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า งานนี้นำพาบริษัทผู้ประกอบการชั้นนำเจ้าของแบรนด์ไทยอันเป็นที่รู้จักดี รวมถึงวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เจ้าของแบรนด์ที่มีศักยภาพ พบปะกับกลุ่มผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายสินค้าไทยในจีนเพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ อนึ่ง ปริมาณการค้าระหว่างไทยกับมณฑลอวิ๋นหนาน ช่วงเดือนมกราคม-เมษายน รวมอยู่ที่ 3.41 พันล้านหยวน (ราว 1.56 หมื่นล้านบาท) โดยการส่งออกจากไทยสู่อวิ๋นหนาน
ไปรษณีย์ไทย ร่วมกับ กรมการค้าภายใน เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการบริหารจัดการผลไม้ไทยต่อเนื่อง สนับสนุนเกษตรกรชาวสวน เพื่อช่วยกระจายผลผลิตผลไม้คุณภาพ จากแหล่งผลิต สู่ผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ แจกกล่องผลไม้ DIT พร้อมจัดส่ง EMS ส่งด่วนผลไม้ ฟรี! ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า “ไปรษณีย์ไทยมุ่งมั่นใช้ศักยภาพเครือข่ายการจัดส่งที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ร่วมขับเคลื่อนโครงการบริหารจัดการผลไม้ร่วมกับกรมการค้าภายในอย่างต่อเนื่อง เพื่อบริหารจัดการผลไม้ไม่ให้เกิดปัญหาราคาตกต่ำและสินค้าตกค้างในช่วงที่มีผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก ช่วยลดปัญหาผลผลิตล้นตลาด รวมถึงช่วยให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงระบบขนส่งที่รวดเร็ว ปลอดภัย คงคุณภาพและความสดใหม่ตั้งแต่ต้นทางถึงมือผู้บริโภคทั่วประเทศ ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญ ที่ไปรษณีย์ไทยดำเนินการร่วมกับกรมการค้าภายในอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2564 โดยจัดทำกล่องผลไม้กระจายไปยังพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อแจกจ่ายให้กับเกษตรกรสามารถนำผลผลิตมาส่ง EMS ส่งด่วนผลไม้ที่ไปรษณีย์ไทยทั่วประเทศ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย” ทั
“ชาไทย” กลับมาสร้างกระแสในตลาดเครื่องดื่มจีนอีกครั้งในช่วงฤดูร้อนปีนี้ โดยมีแบรนด์ทั้งในและต่างประเทศนำเสนอผลิตภัณฑ์ชาไทยรูปแบบใหม่ๆ เช่น ชาไทยชีส ที่ทำยอดขายสูงถึง 200,000 แก้วภายใน 3 สัปดาห์ในจีน และเมนูนี้ยังได้รับความนิยมบนแอปพลิเคชัน RedNote โดยมียอดวิวเนื้อหาเกี่ยวกับชาไทยมากกว่า 260 ล้านครั้ง และมียอดคลิปวิดีโอสั้นผ่านแอปพลิเคชัน TikTok สูงถึง 750 ล้านครั้ง ด้วยเป็นเครื่องดื่มที่ถูกปากผู้บริโภคเป็นอย่างมาก เนื่องจากรสชาติที่หอมหวาน และสามารถทำเมนูได้หลากหลาย เมื่อวิเคราะห์สถานการณ์ที่ชาไทยกลับมาเป็นกระแสในจีนอีกครั้ง พบว่า ชาไทย มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งรสชาติหอมหวาน เข้มข้น สีสันสวยสะดุดตา ทำให้กลายเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมในหมู่ผู้บริโภคจีน ที่สำคัญ ยังสามารถปรับสูตรให้เข้ากับความนิยมและพฤติกรรมผู้บริโภคแต่ละพื้นที่ได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็น การผสมกับวัตถุดิบท้องถิ่นอย่างกาแฟ น้ำมะพร้าว หรือน้ำผลไม้ เลยไม่แปลกที่ชาไทยจะกลายเป็นกระแสใหม่ที่ร้านเครื่องดื่มต่างๆ ให้ความสนใจ และสามารถนำไปต่อยอดสร้างเมนูใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง เช่น เต้าฮวยนมสดชาไทย ชาไทยไอศกรีมโฟลท และชาไทยชีสห
คุณวาริสฐา เกียรติภิญโญชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลาซาด้า ประเทศไทย กล่าวว่า “LazTravel ไม่เพียงช่วยให้การจองทริปเป็นเรื่องง่ายและคุ้มค่า แต่ยังเป็นช่องทางสำคัญในการส่งเสริมและโปรโมตแหล่งท่องเที่ยวไทย ทั้งเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยว ช่วยเปิดประสบการณ์และถ่ายทอดเสน่ห์ความเป็นไทยสู่สายตานักเดินทาง ผ่านบริการท่องเที่ยวแบบครบวงจรบนแพลตฟอร์มของเรา ซึ่งเข้าถึงฐานผู้ใช้ได้มากขึ้นในระดับภูมิภาค ตอกย้ำประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางยอดนิยมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Thailand as a popular destination in Southeast Asia) ขณะเดียวกัน ความร่วมมือกับ ททท. ในครั้งนี้ยังช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายคุณภาพได้กว้างขึ้น ในฐานะผู้นำด้านอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคนี้ เราภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ระบุว่า ในปี 2567 ประเทศไทย ต้อนรับนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคอาเซียนกว่า 10.6 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 30% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด ขณะที่รายงานจาก Visa ยังชี้ว่า นักท่องเที่ยวจาก สิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม
