Uncategorized

TMAN ขยายพอร์ต Longevity สร้าง New S-Curve กลุ่มธุรกิจ Health&Wellness ตั้งเป้ารายได้ 4,000 ล้าน ภายในปี 72

อุตสาหกรรม Health & Wellness ทั่วโลกเข้าสู่ยุคการดูแลชีวิตให้ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ (Longevity) ส่งผลให้มีความต้องการการดูแลในเชิงของการป้องกัน การเข้าสู่สังคมสูงวัย และภาวะโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เป็นปัจจัยสำคัญทำให้ตลาด Healthcare ของประเทศไทยเติบโต โดยประเมินมูลค่าตลาดปี 2569 ไว้ที่ประมาณ 37.65 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 61.38 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2575 เติบโตเฉลี่ย 8.49% ต่อปี

ประพล ฐานะโชติพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ที.แมน ฟาร์มาชูติคอล จำกัด (มหาชน) หรือ TMAN หนึ่งในผู้นำธุรกิจผลิต และจัดจำหน่ายเวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพในประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทฯ รุกสร้าง New S-Curve ในกลุ่มธุรกิจ Health & Wellness ด้วยนวัตกรรม Longevity และการเพิ่มช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดีให้ยาวนาน (Healthspan) โดยนำความเชี่ยวชาญและฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งเป็นแกนหลักขับเคลื่อน

สำหรับแผนธุรกิจการขยายพอร์ตโฟลิโอ Longevity ภายใน 5 ปี จะส่งมอบผลิตภัณฑ์กลุ่มการดูแลสุขภาพที่มุ่งเน้นโซลูชันการดูแลชีวิตให้ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ (Science-backed Longevity Solutions) ประมาณ 15 รายการ (SKUs) ที่ตอบโจทย์การ ดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน, การสูงวัยอย่างมีสุขภาพดีและสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ ครอบคลุมทั้งระบบเผาผลาญและในระดับเซลล์, สุขภาพลำไส้และการอักเสบ, สมองและการนอนหลับ รวมถึงสุขภาพผิว รวมทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีงานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ และในระยะยาวจะพัฒนาสู่ Health Solutions ที่ผสานกับเทคโนโลยี วางเป้าหมายจะมีรายได้จากกลุ่มดังกล่าว 5-10% ของพอร์ตโฟลิโอ ซึ่งจะเป็น Growth Engine ใหม่ ที่เข้ามาเสริมฐานธุรกิจให้แข็งแกร่ง พร้อมวางเป้าหมายยกระดับจากผู้ผลิตและจำหน่ายเวชภัณฑ์ยา สู่การเป็นผู้นำผลิตภัณฑ์สุขภาพครบวงจร ครอบคลุมทั้งการรักษา การป้องกันโรค การดูแลสุขภาพ และคุณภาพชีวิต เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว

ดึงศักยภาพกลุ่มบริษัทในเครือ

ทั้งนี้บริษัทฯ นำศักยภาพกลุ่มบริษัทในเครือ ได้แก่ “ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล” ที่มีเชี่ยวชาญด้านการผลิตยา การควบคุม คุณภาพ และการวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ “โนว่า เฮลธ์” ที่พร้อมเปิดรับนวัตกรรม (Open Innovation) และการสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และธุรกิจใหม่ และ “โรงงานเฮเว่น เฮิร์บ” โดยนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และมาตรฐานระดับอุตสาหกรรมยา งานวิจัย และเทคโนโลยีที่มีศักยภาพมาประยุกต์ใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รุกขยายฐานตลาดทั้งในและต่างประเทศ รับดีมานด์ของอุตสาหกรรมสุขภาพและความงามทั่วโลก ทั้งในรูปแบบการรับจ้างผลิต (OEM) และการออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์ (ODM) สู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนทั้งด้านรายได้และกำไร

“ด้วยศักยภาพและความพร้อมทั้งหมดนี้ ในฐานะผู้ผลิตที่มีประสบการณ์และมาตรฐานการผลิตระดับอุตสาหกรรมยา ทำให้สามารถเข้ามาเชื่อมโยงทุกขั้นตอนได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่งานวิจัย การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การผลิต ไปจนถึงการผลักดันผลิตภัณฑ์จากไทยเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ ในระยะยาว บริษัทฯ พร้อมร่วมมือกับภาครัฐ ภาคการศึกษา นักวิจัย และพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อ ช่วยยกระดับผลิตภัณฑ์สุขภาพของไทยให้มีมาตรฐานและได้รับการยอมรับในระดับสากล และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อน Healthcare Ecosystem ของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็น Global Wellness Hub อย่างเป็นรูปธรรม” ประพล กล่าว

ทุ่ม 70 ล้าน ซื้อแบรนด์ “ละมุน”

ล่าสุด การลงทุน 70 ล้านบาท เข้าซื้อแบรนด์ “ละมุน” (lamoon) ผลิตภัณฑ์ดูแลแม่และเด็กออร์แกนิกที่สกัดจากธรรมชาติ เพื่อเติมเต็มพอร์ต Health & Wellness ให้ครอบคลุมการดูแลสุขภาพตั้งแต่แม่ตั้งครรภ์ ทารก เด็กเล็ก เป็นการลงทุนในแบรนด์ที่มีศักยภาพเติบโตสูง แข็งแกร่งทั้งด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์ ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และมีฐานลูกค้ากลุ่มพรีเมียมที่โตต่อเนื่อง

ผลประกอบการ

2566 รายได้ 1,980 ล้านบาท กำไร 431 ล้านบาท

2567 รายได้ 2,226 ล้านบาท กำไร 450 ล้านบาท

2568 รายได้ 2,690 ล้านบาท กำไร 523 ล้านบาท

2569 2 ไตรมาส รายได้ 1,228 ล้านบาท กำไร 212 ล้านบาท

เปิดโรงงานเฮเว่น เฮิร์บ

โรงงานเฮเว่น เฮิร์บ เป็นฐานการผลิตที่ครบวงจรที่สุดในอุตสาหกรรมเพื่อสุขภาพและความงาม ตั้งแต่การสกัดสารสำคัญจากสมุนไพร การพัฒนาและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาต่อยอดจากสมุนไพรในรูปแบบที่มีมาตรฐานสูงขึ้น ตลอดจนการผลิตกลุ่มผลิตภัณฑ์ Health & Wellness และ Preventive Healthcare ที่มีศักยภาพเติบโตในอนาคต ด้วยมาตรฐานการผลิตระดับสากล อาทิ GMP PIC/S เป็นมาตรฐานการผลิตยาและเวชภัณฑ์ที่ดีในระดับสากล, ISO 22716 มาตรฐานเฉพาะสำหรับ อุตสาหกรรมเครื่องสำอาง, ISO 22000 มาตรฐานระบบการจัดการความปลอดภัยด้านอาหารระดับสากล ตอกย้ำการเป็นศูนย์กลางผลิต (Hub) ที่มีคุณภาพ ความปลอดภัยที่ตอบโจทย์ครอบคลุมทุกมิติทั้งอุตสาหกรรมสุขภาพ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และความงามในระดับ Regional

บริษัทฯ วางแผนทรานส์ฟอร์มโรงงานเฮเว่น เฮิร์บอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างรากฐานการผลิตให้แข็งแกร่งก้าวสู่ Smart Factory อย่างเต็มรูปแบบ รองรับการขยายตลาดในอนาคต โดยภายในโรงงานขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและเครื่องจักรที่ทันสมัย การขยายกำลังการผลิต ตลอดจนระบบควบคุมคุณภาพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต สร้างความสม่ำเสมอของคุณภาพ เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตให้สอดคล้องกับแนวโน้มของอุตสาหกรรมสุขภาพ

พร้อมทั้งมุ่งบริหารต้นทุนได้อย่างคุ้มค่าสูงสุด โดยให้ความสำคัญกับการรักษาสมดุลระหว่างอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) ประสิทธิภาพด้านต้นทุน (Cost Efficiency) และความพร้อมด้านกำลังการผลิต (Capacity Readiness) เพื่อรองรับการเติบโตของผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Health

ตั้งงบลงทุน 50 ล้านบาทต่อปี พร้อมทั้งวางเป้ารายได้ 4,000 ล้านบาท ภายในปี 2572

Related Posts

5 CEO เปิดวิสัยทัศน์ “ความยั่งยืน” ไม่ใช่เพียงเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่เป็น “กลยุทธ์ทางธุรกิจ”