สุขภาพ
จากผลการสำรวจของกระทรวงสาธารณสุขพบว่าเด็กไทยยังสูงไม่มาก องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ผู้ผลิตนมไทย-เดนมาร์ค จัดเสวนาเรื่อง “คุณค่านมโคสดๆ ไม่ต้องผสม เพื่อเด็กไทยโตสมวัย” พร้อมจัดแคมเปญ “มองหาสัญลักษณ์ไม่ผสมนมผง” เพื่อรณรงค์ให้เด็กไทยเลือกดื่มนมโคสดๆ ไม่ต้องผสมนมผงปรุงแต่ง ผศ.ดร.เรวดี จงสุวัฒน์ หัวหน้าภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ผลสำรวจการบริโภคนมของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรปี 2558 พบว่าคนไทยดื่มนมเฉลี่ยคนละ 14 ลิตรต่อปี หรือ 30 มิลลิลิตรต่อวัน ทั้งๆ ที่ปริมาณที่แนะนำให้ดื่มคือ 200 มิลลิลิตรต่อวัน ปริมาณนมที่คนไทยดื่มนั้นน้อยกว่าประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และทั่วโลก 4-7 เท่า ซึ่งการดื่มนมเป็นปัจจัยหนึ่งที่สัมพันธ์กับส่วนสูง ด้วยผลการสำรวจของกระทรวงสาธารณสุขในคนไทยวัย 19 ปี พบว่าผู้ชายสูงเฉลี่ย 169.5 ซม. ผู้หญิงสูงเฉลี่ย 157.7 ซม. “สาเหตุทำให้เด็กไทยดื่มนมน้อย เพราะพ่อแม่มักให้ลูกดื่มน้ำหวาน นมเปรี้ยว หรือน้ำผลไม้เร็วเกินไป เด็กจึงติดรสหวาน และปฏิเสธนม แม่ที่มีลูกวัยก่อนเข้าอนุบาลหรือวัยอนุบาล ควรเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีรสหวาน แ
วันที่ 3 กุมภาพันธ์ นพ.วิษณุ ธรรมลิขิตกุล ศาสตราจารย์สาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวในเวทีประชุมนานาชาติเครือข่ายมหาวิทยาลัยเพื่อสุขภาพหนึ่งเดียวแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ซีโอฮุน) ครั้งที่ 1 จัดขึ้นในงานประชุมนานาชาติเจ้าฟ้ามหิดลประจำปี 2560 ว่า องค์การอนามัยโลกได้ทำการศึกษาเรื่องการป้องกันและควบคุมการดื้อยาต้านจุลชีพของประชากรทั่วโลก พบว่าประชากรในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีภาวะปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรียอีโคไลดื้อยาในร่างกายสูงที่สุดในโลกถึงร้อยละ 70 ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่มีในลำไส้ของมนุษย์ ทำให้ท้องเสียแต่ไม่รุนแรง เพราะปกติร่างกายคนเราจะมีภูมิคุ้มกันอยู่แล้ว แต่การพบเชื้อดื้อยาตรงนี้สะท้อนถึงการปนเปื้อนในดิน น้ำและอากาศ และกำลังส่งผลกระทบกับผลิตผลเกษตร การเกษตร และปศุสัตว์ และก่อให้เกิดปัญหาภาวะสุขภาพของทั้งคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม ดังนั้น ทุกฝ่ายต้องให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาร่วมกัน โดยเฉพาะการเข้าถึงยาปฏิชีวนะง่ายและใช้ไม่สมเหตุผล นพ.วิษณุกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังพบว่าในทวีปยุโรปมีการแพร่ระบาดของเชื้อแบคทีเรียอีโคไล และซาโมเนลลา ทำให้มีคนเสี
เรื่องโดย : นายแพทย์กิตติ โตเต็มโชคชัยการ มีผู้เป็นโรคเกาต์จำนวนมาก ยังใช้ชีวิตแบบปกติ หรือเรียกว่าไม่ดูแลตัวเอง และสุดท้ายโรคนี้ก็ไม่หาย แถมยังกำเริบหนักขึ้น นายแพทย์กิตติ โตเต็มโชคชัยการ มี 6 สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับโรคเกาต์มาบอก รู้ไว้….จะได้เท่าทันโรค ปัจจุบันคนไทยเป็นโรคเกาต์มากขึ้น เนื่องจากลักษณะการรับประทานอาหารและการใช้ชีวิตเปลี่ยนแปลงไป อีกทั้งคนไทยยังมีอายุยืนขึ้น จำนวนผู้สูงอายุจึงเพิ่มขึ้น ซึ่งโรคเกาต์เป็นโรคที่เกิดกับผู้ค่อนข้างมีอายุ ปัจจุบัน โรคเกาต์เป็นโรคที่สนใจในวงการแพทย์ เป็นโรคที่ยังมีการศึกษาวิจัยอย่างลึกซึ้ง ทั้งในแง่ของการเกิดโรค การดำเนินโรค การวินิจฉัยโรค รวมไปถึงการค้นคว้ายาใหม่ๆ ที่จะนำมาใช้รักษาโรคเกาต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้น จึงอาจมีสิ่งที่คุณยังไม่รู้เกี่ยวกับโรคเกาต์อยู่ไม่น้อย ดังนี้ 1. การดื่มน้ำผลไม้หรือรับประทานผลไม้มาก อาจทำให้เป็นโรคเกาต์หรือโรคเกาต์กำเริบขึ้นได้ เนื่องจากน้ำตาลจากผลไม้คือน้ำตาลฟรักโทส (fructose) เป็นสารต้นกำเนิดอย่างหนึ่งในกระบวนการสร้างกรดยูริก (uric acid) ที่เป็นสารที่เกิดขึ้นในร่างกาย หรือได้รับมาจากภายนอก ซ
ยังคงรณรงค์อย่างต่อเนื่องสำหรับโรคมะเร็งปากมดลูก เพราะยังมีผู้หญิงไทยเป็นผู้ป่วยรายใหม่มากถึงปีละ 8,000 กว่าคน สมาคมมะเร็งนรีเวชไทยและโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เปิดตัวโครงการ “Stop Cervical Cancer มะเร็งปากมดลูกป้องกันง่ายกว่ารักษา” และได้เชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเสวนาเกี่ยวกับอันตรายของเชื้อไวรัสเอชพีวี และวิธีป้องกันหญิงไทยให้ห่างไกลจากโรคมะเร็งปากมดลูก ศ.พญ.สฤกพรรณ วิไลลักษณ์ นายกสมาคมมะเร็งนรีเวชไทย และแพทย์เฉพาะทางสาขามะเร็งวิทยานรีเวช คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า ปัจจุบันสถิติผู้หญิงไทยที่เป็นโรคมะเร็งปากมดลูกรายใหม่มีมากถึง 8,184 คนต่อปี ซึ่งเป็นตัวเลขที่ยังน่าเป็นห่วง การป้องกันตัวเองจากโรคนี้สามารถทำได้โดยการเข้ารับวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสเอชพีวี ซึ่งมีประสิทธิภาพป้องกันได้ถึงมากกว่าร้อยละ 90 ของเชื้อเอชพีวีสายพันธุ์ 16 และ 18 ที่เป็นสาเหตุหลักในการก่อมะเร็งปากมดลูก นอกจากการสร้างการรับรู้และความเข้าใจแก่กลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้หญิงแล้ว การบอกต่อให้แก่คนใกล้ชิดโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับครอบครัวที่มีลูกสาว เพราะวัคซีนป้องกันไวรัสเอชพีวีสามารถฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9 ปีขึ้นไป และเป็นการป้อง
เป็นผลิตภัณฑ์เสริมความงามอีกแบรนด์ที่เข้าไปทำตลาดในประเทศเพื่อนบ้านอย่างสปป.ลาว นั่นคือ “แองเจิลส์ มาร์ค” ที่มี“คุณพัชราวีร์ พินิจโชติอักษร” หรือคุณอ้อย นั่งเก้าอี้กรรมการผู้จัดการ บริษัท แองเจิลส์ มาร์ค อินเตอร์เทรดดิ้ง จำกัด ซึ่งล่าสุดเมื่อปลายเดือนธันวาคม 2559 เธอและทีมงานได้ไปเปิดตัวสินค้าของแบรนด์อย่างเป็นทางการที่ศูนย์การค้าเวียงจันทน์ เซ็นเตอร์ โดยได้เชิญนักแสดงหน้าใหม่ของช่อง3 ที่กำลังมาแรงอย่าง นิวส์ “นริศสันต์ โลกวิทย์” พระเอกละครเรื่องลูกผู้ชายเลือดเดือด ไปร่วมโชว์ตัวครั้งนี้ พร้อมด้วยนักร้องชื่อดังหญิง-ชายของทางสปป.ลาวไปร้องเพลงให้แฟนๆฟัง คุณพัชราวีร์กล่าวว่า ปัจจุบัน“แองเจิลส์ มาร์ค” มีสินค้า2ตัวคือ แองเจิลส์ มาร์ค ฮังการี วอร์เตอร์ เซรั่ม ราคาขวดละ 980 บาท ซึ่งเป็นสุดยอดของเอ็นไซม์เข้มข้นที่ได้จากการหมักพืชและดอกไม้เมืองหนาวนานาพันธุ์ กว่า 8 ชนิด มีความเป็นธรรมชาติ “ฮังการี วอร์เตอร์” นับเป็นเครื่องสำอางอย่างแรกของโลก โดยสมเด็จพระนางเจ้า อลิซาเบธแห่งฮังการีได้ทรงคิดข้นขึ้นในราชสำนักมีคุณค่าและปลอดภัยสูง และ“แองเจิลส์ มาร์ค เดย์-ไนท์ ครีม” ราคา กระปุกละ 950 บาท ซึ่
เพื่อให้เข้าใจวัยรุ่นทำไมถึงมีพฤติกรรมเสี่ยง ตั้งแต่ติดเหล้า เมายา สูบบุหรี่ ตลอดจนคดีอาชญากรรมจากวัยรุ่นต่างๆ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขอย่างถูกวิธี แผนงานภาคีวิชาการสารเสพติด (ภวส.) จึงร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเวทีเปิดผลสำรวจพฤติกรรมเสี่ยงของเยาวชนทั้งในและนอกสถานศึกษา ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ กรุงเทพฯ งานวิจัยระบุถึงการดื่มสุราเป็นพฤติกรรมเสี่ยงที่สุด รองลงมาคือสูบบุหรี่ การพนัน ติดเกม นอกจากนี้ยังชี้ถึงเด็กผู้หญิงที่ช่วงหลังมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป หันมาดื่มสุรามากขึ้น สูบบุหรี่มากขึ้น สวนทางกับเด็กผู้ชายที่มีพฤติกรรมเสี่ยงเหล่านี้ลดลง และได้สำรวจเยาวชนนอกระบบการศึกษา พบสาเหตุที่ทำให้ต้องออกเรียนกลางคันมากที่สุดคือติดเพื่อนติดแฟน รองลงมาคือขาดความอบอุ่นจากครอบครัว มีปัญหาการเงิน เรียนรู้ช้ากว่าคนอื่น และมีพฤติกรรมเสี่ยงเป็นเหตุให้ถูกขับออกจากโรงเรียน ผศ.สุชาดา ภัยหลีกลี้ อาจารย์ประจำภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า งานศึกษาระบุว่ากลุ่มเด็กผู้หญิงมีพฤติกรรม ทั้งพฤติกรรมการดื่มหนัก ดื่มบ่อย ดื่มจนเมาเยอะขึ้น โดยเฉพาะนักเรียนหญิงสาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการแจ้งเตือนประชาสัมพันธ์ โดยเพจโรงพยาบาลส่งเสริมตำบลดงมูลเหล็ก เพชรบูรณ์ ซึ่งระบุว่า มีเจ้าหน้าทีี่เภสัชกรรม เสียชีวิตจากการกินยาลดน้ำหนักที่ได้มีการเพิกถอนทะเบียนไปแล้วในประเทศไทย เนื่องจากพบว่าเป็นยาอันตราย แต่ยังพบว่ามีการลักลอบขายและปลอมทะเบียนอยู่ โดยระบุว่า “ขออนุญาตแจ้งข่าวประชาสัมพันธ์นะคะ… มี case เสียชีวิตจากผลิตภัณ์เสริมอาหารที่ใช้ลดความอ้วน ชื่อ Mang Luk เกิดขึ้นกับน้องจพ.เภสัชฯ รพ.แห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น …เริ่มต้นจากน้องมีอาการชัก น้ำลายฟูมปาก เป็นลม หมดสติ คลำชีพจรไม่เจอ หมอ พยาบาล จนท. ช่วยกัน CPR ร่วม 2 ชั่วโมงสุดท้ายยื้อไว้ไม่ได้ เบื้องต้นแพทย์วินิจฉัย MI , sudden cardiac arrest โดยยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด หลังจากสืบสาวราวเรืองและเชื่อมโยงข้อมูลแล้ว พบว่าสาเหตุเกิดจากยาลดนน.ยี่ห้อแมงลัก ซึ่งผสม sibutramine ซึ่งผลิตภัณฑ์นี้ “แมงลัก” เป็นอาหารเสริมผสมยาอันตรายที่เพิกถอนไปแล้วในไทย กำลังระบาดหนักในกลุ่มผู้บริโภคที่หวังลดน้ำหนักซึ่งพบว่าผู้ที่ขายส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุข สสจ.ขอนแก่นได้ดำเนินคดีตัวแทนจำหน่ายรายใหญ่ไปแล้ว ซึ่งเป็นเจ้าหน้า
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ แนะนำประชาชนบริโภค ‘ข้าวกล้อง’ ตามรอยเบื้องพระยุคลบาทในหลวง รัชกาลที่ 9 ชี้ เส้นใยมาก มีวิตามินต้านอนุมูลอิสระ กินทุกมื้อสุขภาพดี ป้องกันเหน็บชา ปากนกกระจอก เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจขาดเลือด มะเร็งลำไส้ใหญ่ เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน นพ. วิศิษฎ์ ตั้งนภากร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า สบส. ได้เร่งเผยแพร่ความรู้ในการบริโภคข้าวเพื่อสุขภาพที่ดี ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงให้ความสำคัญต่อประโยชน์ของข้าวกล้องและเสวยข้าวกล้องทุกวัน ดั่งกระแสพระราชดำรัสเมื่อ พ.ศ. 2541 ว่า “ข้าวกล้องนี่ เรากินทุกวัน เพราะว่ามีประโยชน์ ร่างกายแข็งแรง ข้าวขาวนี้ เอาของดีออกไปหมด และข้าวกล้องนี่ดี คนบอกว่ากินข้าวกล้องแล้วเป็นคนจน เรานี่เป็นคนจน” สบส. จึงได้อัญเชิญและน้อมนำกระแสพระราชดำรัสมาเป็นแนวทางปลูกฝังพฤติกรรมคนไทยหันมาบริโภคสิ่งที่เป็นประโยชน์และมีอยู่แล้วในประเทศ เพื่อเดินตามรอยเบื้องพระยุคลบาท นพ. วิศิษฎ์ กล่าวว่า ข้าวกล้องผ่านกระบวนการขัดสีเพียงครั้งเดียว ทำให้ยังมีจมูกข้าวและเยื่อหุ้มเมล็ดข้าวที่อุดมไปด้วยวิตามิน
ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ รศ.พญ.งามจิตต์ เกษตรสุวรรณ หัวหน้าศูนย์เลเซอร์สายตา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า โรคกระจกตาโก่งเกิดจากเส้นใยคอลลาเจนในกระจกตาอ่อนแอ ซึ่งยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด คาดว่ามีความสัมพันธ์กับโรคภูมิแพ้ เพราะมีการขยี้ดวงตาอย่างแรงโดยใช้ข้อนิ้ว ซึ่งก็สันนิษฐานว่าการกด ขยี้ดวงตาอย่างแรงนั้นเป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้เส้นใยคอลลาเจนอ่อนแอลง จนทำให้ความดันในลูกตาซึ่งเป็นความดันปกตินั้นสามารถดันกระจกตาให้โก่งขึ้นในลักษณะบิด เบี้ยว เกิดการหักเหของแสงมากเกินไป กระทบกับการมองเห็นทั้งสายตาสั้น สายตาเอียง หากไม่ได้รับการรักษาจะทำให้กระจกตาแตกทำให้น้ำในลูกตาซึมเข้าไป ทำให้เกิดเป็นฝ้าขาว ขุ่น อักเสบบวม เป็นแผลเป็น อาจจะทำให้กระจกตาพิการ มีปัญหาเรื่องการมองเห็น รศ.พญ.งามจิตต์ กล่าวว่า ผู้ป่วยโรคนี้แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มคือ 1. อายุ 10-20 ปี กลุ่มนี้โรคมักมีอาการรุนแรง 2. อายุ 20-30 ปี โรคจะนิ่งๆ ไม่เป็นมาก และ 3 กลุ่มที่ไม่แสดงอาการ รู้ตัวเมื่อตรวจสอบด้วยเครื่องตรวจวัดทางจักษุแพทย์ สำหรับการรักษา มีอยู่ 5 วิธี คือ 1. การสวมแว่นสายตา 2.คอนแทคเลนส์ 3.การฉายแสงอัลตร้าไวโอเลตเอ (Crosslinking) ผสมกับ
ปกติแล้วนักเรียนแพทย์จะถูกสอนว่า การประเมินสภาพผู้ป่วยควรทำไปตามลำดับขั้นตอนที่แยกออกจากกันอย่างชัดเจน โดยเริ่มต้นจากการซักประวัติผู้ป่วย การตรวจร่างกาย ทำการทดสอบต่างๆ และวิเคราะห์ผลตรวจ แพทย์ต้องรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเสียก่อน แล้วจึงจะสามารถตั้งสมมุติฐานเกี่ยวกับความผิดปกติของผู้ป่วย จากนั้นค่อยตัดสมมุติฐานแต่ละข้อทิ้งไปจนเหลือแต่ข้อที่เป็นไปได้มากที่สุด โดยการคำนวณหาค่าความน่าจะเป็นของความผิดปกติ และผลตรวจจากห้องปฏิบัติการ จากฐานข้อมูลที่มีอยู่ วิธีดังกล่าวมีชื่อว่าหลักการวิเคราะห์แบบเบย์ (Bayesian analysis) ซึ่งเป็นหลักในการตัดสินใจที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่หมอที่ยึดถือข้อมูลสถิติ แต่ในความเป็นจริงแล้ว แทบไม่มีหมอคนไหนเลยที่ทำงานตามกรอบความคิดดังกล่าว หมอส่วนใหญ่เริ่มพิจารณาคนไข้ด้วยสายตา ขณะที่คนไข้ก้าวเท้าเข้ามาในห้องตรวจ สมมุติฐานจะผุดขึ้นมาในหัวของหมอก่อนที่เขาจะเอ่ยปากซักประวัติด้วยซ้ำ วิธีที่เราจะสามารถรู้ได้ว่าหมอคิดอะไรก็โดยการสังเกตจากวิธีที่เขาพูดและฟัง นอกเหนือไปจากคำถาม คำตอบ คำพูดคำจาที่สื่อสารกันระหว่างหมอกับคนไข้แล้ว ยังรู้ได้จากภาษากายของทั้งคนไข้และตัวหมอเอง ไม่ว
