สุขภาพ
ในยุคที่ชีวิตเต็มไปด้วยความรีบร้อน หน้าจอสมาร์ทโฟน และความเครียดที่สะสมโดยไม่รู้ตัว หลายคนอาจกำลังมองหาวิธีรีเซ็ตตัวเอง แต่รู้ไหมว่า สิ่งบำบัดความเหนื่อยล้าที่ดีที่สุด อาจไม่ได้อยู่ในกระปุกยา แต่อยู่ใน “ผืนป่า” และธรรมชาติรอบตัวเรานี่เอง วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปทำความรู้จักกับ “Shinrin-yoku” (ชินรินโยกุ) หรือ “Forest Bathing (การอาบป่า)” เทรนด์ฮีลใจต้นกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น ที่ไม่ใช่แค่การไปเดินเล่นถ่ายรูป แต่คือการเอาตัวเองไปซึมซับพลังแห่งธรรมชาติ เพื่อเยียวยาปอด จิตใจ และร่างกายแบบครบวงจร ป่าช่วยฮีลเราได้ยังไง? เคยสงสัยไหมว่าทำไมเวลาเดินเข้าป่าแล้วรู้สึกสดชื่นทันที นั่นเพราะธรรมชาติมีกลไกซ่อนอยู่ดังนี้ ต้นไม้จะปล่อยสารเคมีที่เรียกว่า Phytoncides เพื่อปกป้องตัวเอง สารนี้ช่วยลดฮอร์โมนความเครียด (Cortisol) ในร่างกายมนุษย์ และช่วยกระตุ้น Natural Killer Cells ซึ่งเป็นเซลล์ภูมิคุ้มกันที่ช่วยปกป้องร่างกายเรา สีเขียวเป็นคลื่นแสง ที่ตาไม่ต้องปรับกล้ามเนื้อเพื่อโฟกัส จึงช่วยให้สายตาได้พักผ่อน อีกทั้งยังช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิต ลวดลายซ้ำๆ ทางธรรมชาติที่พบใ
วัยทำงานหลายคนมาพร้อม “อาการปวด” ตามร่างกาย จนต้องนวดหรือทำกายภาพบำบัดแทบทุกสัปดาห์ ซึ่งอาจช่วยให้ดีขึ้นจริง แต่ผ่านไปไม่กี่วันก็กลับมาปวดที่เดิมอีก วงจรแบบนี้คือชีวิตประจำวันของคนวัยทำงานจำนวนมาก สอดคล้องกับข้อมูลของกรมอนามัยที่ระบุว่าคนวัยทำงานราวร้อยละ 60 มีภาวะออฟฟิศซินโดรม ส่วนหนึ่งเพราะหลายคนยังไม่รู้ว่าต้นเหตุที่แท้จริงคือพฤติกรรมที่ทำอยู่ทุกวันโดยไม่รู้ตัว และหากปล่อยไว้นานไม่ดูแล ในระยะยาวอาจลุกลามเป็นภาวะปวดเรื้อรังและข้อเสื่อมก่อนวัยได้ วันนี้ พญ.พิชชาพร เมฆินทรพันธุ์ แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู รพ.วิมุต พหลโยธิน จะมาไขข้อสงสัยว่าทำไมการนวดถึงเป็นการรักษาที่ปลายเหตุ พร้อมแชร์แนวทางการตรวจด้วยเทคโนโลยี Posture Analysis ที่ช่วยให้ชาวออฟฟิศรู้ต้นเหตุของอาการปวดและรับการรักษาได้อย่างเหมาะสม ทำไม “นวด-กายภาพ” แล้วหาย แต่ไม่กี่วันก็ปวดเหมือนเดิม พญ.พิชชาพร เมฆินทรพันธุ์ อธิบายว่า อาการปวดหลัง คอ บ่า ไหล่ ของคนวัยทำงาน ส่วนใหญ่เกิดจากการเกร็งกล้ามเนื้อในท่าเดิมซ้ำๆ จนเกิดปมตึงตัวขึ้นมา เมื่อนวดหรือทำกายภาพบำบัด ปมเหล่านี้จะคลายตัวและปวดน้อยลง แต่ไม่ได้ช่วยให้หายขาดหากยังมีพฤติ
ปัจจุบันคนทั่วโลกมีภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยกรมควบคุมโรคคาดการณ์ว่าในปี 2578 จะมีผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนกว่า 1.9 พันล้านคน ส่วนประเทศไทยเองก็มีคนที่อยู่ในกลุ่มนี้เกือบครึ่งประเทศ อ้างอิงจากผลสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 7 (พ.ศ. 2567–2568) ที่พบว่าคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปมีภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนถึงร้อยละ 45.0 และอ้วนลงพุงร้อยละ 44.7 ซึ่งครึ่งหนึ่งของคนอ้วนในไทยเป็นกลุ่มวัยทำงาน โดยเมื่อน้ำหนักเริ่มขึ้น คนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ก็มักเริ่มจากการกินให้น้อยลงและออกกำลังกายให้หนักขึ้นเพื่อให้เห็นผลเร็วที่สุด ซึ่งฟังดูสมเหตุสมผล แต่กลับเป็นวิธีที่ทำให้ลดน้ำหนักไม่สำเร็จในระยะยาว วันนี้ พญ.ธนพร พุทธานุภาพ แพทย์เฉพาะทางโรคเบาหวานและต่อมไร้ท่อ รพ.วิมุต พหลโยธิน จะมาแชร์วิธีลดน้ำหนักที่ไม่ต้องอดอาหารจนเสียสุขภาพ ซึ่งต้องเริ่มจากการเข้าใจว่าอะไรทำให้ร่างกายของเราอ้วนง่ายและลดยาก ส่องสาเหตุใกล้ตัวที่ทำให้ “วัยทำงานอ้วนง่าย” พญ.ธนพร พุทธานุภาพ อธิบายว่า “วัยทำงานมีหลายปัจจัยที่ทำให้น้ำหนักขึ้นง่ายและลดยาก ได้แก่ การเผาผลาญลดลงจากอายุที่มากขึ้น ก
เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569 ที่สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ ชั้น 5 งาน “Thailand Healthcare 2026 : Longevity อยู่ดี แฮปปี้นาน” มหกรรมสุขภาพอันดับ 1 ของประเทศ เข้าสู่วันสุดท้ายของการจัดงาน แต่สาระความรู้ยังอัดแน่นจัดเต็ม กล้อง – อาริยะ คําภิโล CEO & Founder แบรนด์โจนส์สลัด กล่าวบนเวที Health Talk : กินเปลี่ยนเซลล์ – เคล็ดลับอาหารชะลอวัย สไตล์โจนส์สลัด ว่า “สุขภาพดี” ไม่ได้วัดกันที่กล้ามใหญ่ หรือวิ่งได้ไกล แต่คือ “ร่างกายที่ทำงานได้ปกติ” ถ้าตั้งเป้าอยากสุขภาพดีภายในหนึ่งเดือนทุกคนสามารถทำได้ แต่ถ้าตั้งเป้าอยากสุขภาพดีให้ถึงร้อยปี เป็นเรื่องยากและท้าทาย โรค NCDs ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ไม่ได้เป็นโรคที่เกิดขึ้นบ่อยในสมัยก่อน เช่นในยุคหินมนุษย์ต้องเดินเป็นสิบกิโลเพื่อหาอาหาร เจอปลากินปลา เจอผลไม้ก็กินไปเรื่อย ทำให้ร่างกายถูกกำหนดให้กินหลากหลาย กระทั่งเข้าสู่ยุคเกษตรกรรม ทำให้มนุษย์กินหลากหลายน้อยลง และกินหลากหลายน้อยลงอีกเมื่อเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม มีการผลิตแป้งและขนมต่างๆ ส่งผลให้ร่างกายติดบั๊ก เพราะกินอาหารที่เป็น Real Food มานาน จึงไม่ชินกับอาหารใหม่ๆ เท่าไหร่&nb
ในยุคที่ผู้คนหันมาให้ความสำคัญกับ “Longevity” หรือการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ การดูแลสุขภาพจึงไม่ได้หมายถึงแค่การเข้ายิมหรือออกกำลังกายหนักเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการดูแลสุขภาพใจ การจัดการความเครียด การนอนหลับที่มีคุณภาพ และการสร้างบาลานซ์ให้กับชีวิต ผ่านศาสตร์แห่งการบำบัด เริ่มต้นด้วย “Ikigai” (อิคิไก) แนวคิดหรือปรัชญาการค้นหาความหมายของชีวิตของชาวญี่ปุ่น มาจากสองคำรวมกัน คือ “อิคิรุ” แปลว่า การใช้ชีวิต และ “ไก” แปลว่า คุณค่า ปรัชญานี้สอนให้มนุษย์ “รู้จักเห็นคุณค่าของชีวิต” รู้จักชื่นชมความงามของสิ่งรอบตัว ไม่ว่าจะทำอาชีพอะไรหรือเป็นใครก็ตาม โดยเฉพาะในยุคที่เต็มไปด้วยความกดดัน หลายคนเกิดความเครียด และหมดไฟในการทำงาน ปรัชญานี้สามารถเข้าไปช่วยเติมพลังใจ สร้างความสุขให้เราได้ ผ่านหลักการ 4 ข้อ 1. อะไรคือสิ่งที่เรารัก 2. อะไรคือสิ่งที่เราทำได้ดี 3. สิ่งที่ทำให้เกิดรายได้ และ 4. สิ่งที่สังคมต้องการ ซึ่งในชีวิตคนเราสามารถพบอิคิไกได้เยอะมาก เช่น รู้สึกดีใจที่เรายังมีชีวิตอยู่ ได้มานั่งทานขนมหรืออาหารอร่อยที่แม่ตั้งใจทำ แค่นี้ก็เกิดเป็นความสุขเล็กๆ ในแต่ละวัน
ทุกวันนี้ “การออกกำลังกาย” ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมดูแลสุขภาพ แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งในไลฟ์สไตล์ของคนยุคนี้ หลายคนเปลี่ยนจากการนัดกินข้าวหรือสังสรรค์ ปาร์ตี้หลังเลิกงาน มาเป็นการชวนกันวิ่ง หรือชวนกันเข้าคลาส สิ่งที่น่าสนใจคือ ผู้คนไม่ได้มองการออกกำลังกายเป็นแค่เครื่องมือสร้างความฟิตหรือความแข็งแรงให้ร่างกาย แต่มองเป็นพื้นที่สร้างความสัมพันธ์ เป็น “คอมมูนิตี้” ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้พบปะ พูดคุย และเชื่อมต่อกับคนที่มีความสนใจคล้ายกัน รวมเทรนด์คอมมูนิตี้สายเฮลท์ เทรนด์ออกกำลังกายที่เติบโตควบคู่ไปกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่มีด้วยกันหลากหลาย เริ่มตั้งแต่ “Run Club” คอมมูนิตี้ที่พัฒนามาจากกลุ่มวิ่งเล็กๆ ของคนรักการวิ่ง ด้วยรูปแบบกิจกรรมที่ “เข้าถึงง่าย” ไม่ได้จริงจังเรื่องความเร็ว ความเก่ง หรือการแข่งขันเพื่อสร้างสถิติ แต่เป็นการวิ่งที่เน้นการเข้าสังคม ความสนุก ใครจะวิ่งช้าหรือเร็วก็สามารถไปด้วยกันได้ ดังนั้นจึงไม่จำกัดว่าต้องเป็นนักวิ่งมืออาชีพ แต่มือใหม่ก็สามารถเข้าร่วมได้เช่นกัน ตามด้วย “HYROX” การแข่งขันฟิตเนสระดับโลกที่ผสมผสานการวิ่งกับฐานออกกำลังกายสุดโหดที่ใช้ร่างกายครบทุกมิ
“ซึมเศร้าหลังหยุดยาว เพราะร่างกายชินกับการพักผ่อน ไม่พร้อมกลับมาเริ่มงาน” รู้จักกับ Post Vacation Blues หรืออาการเฉาหลังหยุดยาว วันหยุดยาวเป็นช่วงเวลาที่หลายคนรอคอย ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อนที่บ้าน การออกเดินทางไปเที่ยวยังสถานที่ต่างๆ หรือใช้เวลากับเพื่อน กับครอบครัว ปาร์ตี้สังสรรค์จนไม่อยากกลับไปทำงานเพราะยังคงสนุกกับสิ่งเหล่านี้อยู่ ทำให้เมื่อวันหยุดยาวสิ้นสุดลง หลายคนต้องเผชิญกับความรู้สึกเศร้าหมอง หรือที่เรียกว่า Post Vacation Blues หรืออาการเฉาหลังหยุดยาว ซึ่งเป็นภาวะอารมณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากกลับสู่ชีวิตประจำวัน สามารถพบได้ในทุกวัย ในกลุ่มคนที่มีความเบื่อหน่ายงานของตัวเอง ระยะของอาการจะเป็นอยู่ 2-3 วัน จากนั้นก็จะเข้าสู่ภาวะปกติ Post Vacation Blues คืออะไร? ตามหลักจิตวิทยา ภาวะ Post Vacation Blues ไม่ใช่โรคทางจิตเวช แต่เป็นการตอบสนองของร่างกายและจิตใจต่อการเปลี่ยนแปลงของกิจวัตรและสภาพแวดล้อม ส่วนมากจะมีอาการหมดพลัง ขาดแรงจูงใจ หรือมีความเครียดเมื่อต้องกลับไปเผชิญกับงานหรือกิจวัตรประจำวัน ที่ไม่ได้เต็มไปด้วยความสนุกสนานเหมือนกับช่วงวันหยุด อาการของ Post Vacation Blues 1. เหนื่อยล้าและห
ในยุคที่เทรนด์ออกกำลังกายกำลังมาแรง หลายปีที่ผ่านมาเราจึงได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าตื่นเต้น โดยเฉพาะกับคนรุ่นใหม่ที่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ไม่ได้นัดกันไปเที่ยวแค่ตามคาเฟ่หรือร้านนั่งชิลล์เท่านั้น เพราะนาทีนี้สิ่งที่กำลังมาแรงมากที่สุดนั่นคือ “เต้นแอโรบิกที่สวนลุม” ซึ่งกลายเป็นจุดเช็กอินยอดฮิตที่คนรุ่นใหม่นัดกันมาขยับร่างกาย เป็นการมาเต้นแอโรบิกกันในช่วงเย็นกันอย่างเต็มพื้นที่ ทำไมแอโรบิกสวนลุมถึงแมส? ปรากฏการณ์นี้ส่วนหนึ่งมาจากกระแสใน TikTok ที่โชว์สเต็ปการเต้นสุดมันส์ประกอบจังหวะดนตรีเร้าใจ จนเกิดเป็นไวรัลให้คนอยากมาจอย แถมยังมีศิลปินเกาหลีชื่อดังอย่าง “แทยง NCT” ที่เคยแวะมาเช็กอินและคอนเฟิร์มว่า สเต็ปที่นี่ไม่ง่าย! อีกหนึ่งสิ่งที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้คนรุ่นใหม่หันมาให้ความสำคัญกับเรื่อง Wellness มากขึ้น จนเกิดเป็นปรากฏการณ์การรวมตัวเต้นแอโรบิกที่สวนลุมพินี ส่วนหนึ่งมาจากการโหยหาคอมมูนิตี้ที่เชื่อมโยงทั้งสุขภาพกายและจิตใจเข้าด้วยกัน เช่นเดียวกับความไวรัลที่ผ่านมา อย่าง Hyrox ที่แมสมากจนเรียกได้ว่าเลื่อนฟีดไปทางไหนก็เจอ รวมไปถึง Run Club หรือ Social Club ที่มาแรงและยังคงนิยมอย
ในปัจจุบันเรียกได้ว่า ‘เทรนด์สุขภาพ’ มาแรงมาก สังเกตได้จากการที่คนรุ่นใหม่แต่งชุดออกกำลังกายไปวิ่งหรือเข้าฟิตเนสกันอย่างคึกคัก ซึ่งจากผลสำรวจพบว่า คนไทยมีแนวโน้มออกกำลังกายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ โดยในปี 2025 ผู้ที่ออกกำลังกายในฟิตเนสมีจำนวน 60.2% ขณะที่ 39.8% ออกกำลังกายในสถานที่อื่นๆ อีกหนึ่งเทรนด์ที่มาแรงในตอนนี้นั่นคืออีเวนต์กีฬาระดับโลกอย่าง ‘HYROX Bangkok 2026’ สนามแข่งขันฟิตเนสที่ครองไทม์ไลน์ในช่วงนี้ โดยเป็นการจัดขึ้นครั้งที่ 2 ของประเทศไทย สำหรับการแข่งขันในปีนี้มียอดผู้ลงทะเบียนเข้าแข่งขันกว่า 17,500 คน โดยมีคนดารา-อินฟลูเอนเซอร์เข้าแข่งขันกันเป็นจำนวนมาก อาทิ ณเดชน์ , แอน ทองประสม, ชมพู่ อารยา, เจมส์ จิรายุ, หมาก ปริญ และครีเอเตอร์สายอาหารชื่อดัง อย่าง KP ตะลอนแหลก หรือจะเป็นคุณรวิศ CEO แบรนด์ศรีจันทร์ & Mission To The Moon ก็เข้าร่วมกิจกรรมนี้เช่นกัน นอกจากนี้ ภายในงานไม่ได้รวมแต่คนรักการออกกำลังกายเท่านั้น แต่ยังมีหลายแบรนด์ที่เข้าร่วมอีเวนต์นี้กันอย่างคึกคัก และอีเวนต์นี้มีการเปิดขายบัตรให้บุคคลทั่วไป สามารถเข้ามาชมได้ในราคาเพียงหลักร
ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในกรุงเทพฯ และหลายพื้นที่ของประเทศไทยพุ่งสูงเกินค่ามาตรฐานอย่างต่อเนื่อง โดยบางจุดวัดได้ถึง 60–90 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หน่วยงานรัฐจึงออกคำเตือนให้หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งที่ใช้แรงหนัก ขณะเดียวกันองค์การอนามัยโลก (WHO) ย้ำชัดว่า ไม่มีระดับของฝุ่น PM2.5 ที่ “ปลอดภัยจริง” ยิ่งตอกย้ำความจำเป็นของการเลือกสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยในการออกกำลังกาย วินัยยุคฝุ่น คือการบริหารความเสี่ยง ไม่ใช่การฝืน แนวโน้มนี้ยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อ HYROX Bangkok เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย และสามารถดึงผู้เข้าร่วมการแข่งขันและผู้ชมรวมราว 15,000 คนภายใน 2 วัน สะท้อนความต้องการของผู้บริโภคต่อการออกกำลังกายแบบอินดอร์ที่มีโครงสร้างชัด วัดผลได้จริง และอยู่ภายใต้สภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้ ผู้บริโภคจำนวนมากจึงหันมาใส่ใจ “วินัยการออกกำลังกาย” ที่ยืดหยุ่นและปลอดภัย มากขึ้น โดยเลือกกิจกรรมให้เหมาะกับสภาพร่างกายและคุณภาพอากาศในแต่ละวัน เช่น โอกาสทางธุรกิจฟิตเนส จาก “สถานที่” สู่ “โซลูชันสุขภาพ” การย้ายจาก Outdoor สู่ Indoor ทำให้อุปสงค์ด้านฟิตเนสในร่ม เติบโตควบคู่กับการใช้จ่ายด้านสุขภาพ ข้อมูลล่
