Featured
หลังกรมราชทัณฑ์ประหารชีวิตนักโทษเด็ดขาดชายคดีฆ่าชิงทรัพย์ 1 รายในรอบ 9 ปี ด้วยการฉีดยา เรื่องนี้ดูเป็นที่ฮือฮาและถกเถียงกันในสังคม เพราะประเทศไทยไม่ได้มีการประหารชีวิตนักโทษมานาน 9 ปี และหากไม่มีโทษประหารชีวิต 10 ปี นับตั้งแต่ประหารชีวิตครั้งสุดท้ายให้ถือว่ายกเลิกโทษประหารชีวิตไปโดยปริยาย ย้อนกลับไปเมื่อ 34 ปีก่อน ในวันที่ 5 ก.พ. 2527 เกิดคดีสะเทือนขวัญเมื่อ สุวรรณี สุคนธา หรือนามปากกาของ สุวรรณี สุคนธ์เที่ยง เจ้าของนิยายดัง พระจันทร์สีน้ำเงิน เสียชีวิตขณะไปจ่ายตลาด โดยกลุ่มวัยรุ่น 2 คน พยายามชิงรถยนต์ BMW เข้าทำร้ายด้วยอาวุธจนเสียชีวิต แล้วนำร่างไปโยนไว้ในพงหญ้าข้างทาง ล่าสุด เมนาท นันทขว้าง ลูกสาว “สุวรรณี สุคนธา” ใช้ชื่อเฟซบุ๊ก Maynart Nantakwang เล่าถึงความหลังสะเทือนใจวินาทีสูญเสียแม่ไปอย่างไม่มีวันกลับ ใจความว่า “คิดถึงแม่…ฉันไม่เคยคิดจะพูดถึงเรื่องนี้ แต่เพื่อประโยชน์ของสังคม ที่นับวันมีคนชั่วมากขึ้น ฉันจึงเขียนมาจากแรงสะเทือนใจ จากร่างที่สั่นสะท้านของฉันที่มาจากความเจ็บปวดในใจ แม้เวลาจะผ่านมานาน…แสนนานแล้วก็ตาม แม่ของฉันแม่ของเรา…ที่เลี้ยงลูกคนเดีย
สติ๊กเกอร์ยังคงเป็นหนึ่งในเครื่องมือสื่อสารสำคัญที่ยังเป็นเทรนด์และเป็นที่นิยมในปัจจุบัน โดยสติ๊กเกอร์ นอกจากจะใช้แทนคำพูดแบบไม่ต้องพิมพ์ยาวๆ แล้วยังช่วยสื่อสารอารมณ์ความรู้สึกได้เข้าใจและชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยภาพรวมความสำเร็จของตลาด LINE CREATORS MARKET ได้สร้างสถิติใหม่ด้วยจำนวนครีเอเตอร์ที่เพิ่มสูงขึ้นกว่า 200% จากปีที่ผ่านมา พบว่ามีผู้ลงทะเบียนครีเอเตอร์ไลน์แล้วกว่า 1.5 ล้านคน (มีครีเอเตอร์คนไทยมากถึง 340,000 คน) และมีสติ๊กเกอร์ให้เลือกใช้กว่า 1.3 ล้านสติ๊กเกอร์ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์มีโอกาสพูดคุยกับครีเอเตอร์สติ๊กเกอร์ไลน์ จาก 4 ประเทศในเอเชีย เริ่มต้นด้วย ตัวแทนครีเอเตอร์จากไทย คุณต้นไม้ มนันห์ตชัย ไพรสินธ์ อายุ 26 ปี เจ้าของสติ๊กเกอร์ชื่อดัง ตัวหมู by ต้นไม้ ที่การันตีรางวัล Rising Star หลายครั้งติดต่อกัน เริ่มจากฐานะยากจน รับจ้างวาดรูป ร้องเพลงตอนกลางคืน และอยากมีอาชีพเสริม จึงเข้าสู่การเป็นนักออกแบบ ซึ่งผลงานที่ออกมาล้วนเป็นที่นิยม โดยเฉพาะสติ๊กเกอร์แนวคู่รัก คุณต้นไม้ เริ่มต้นอาชีพครีเอเตอร์สติ๊กเกอร์ไลน์มาตั้งแต่ปี 2014 มีสติ๊กเกอร์ที่ออกแบบจำนวน 30 ชุด แบ่งเป็น สติ๊กเกอร์แนวสร
ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับ การประกวดแข่งขันทำอาหารจากขนมปังฟาร์มเฮ้าส์ โครงการ Farmhouse Cooking Contest “เมนูดี ชีวิตปัง” ชิงเงินรางวัลรวม 1 แสนบาท ในรอบคัดเลือกที่ มติชน อคาเดมี การแข่งขันดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs และบุคคลทั่วไปที่มีใจรักในการทำอาหาร โดยมีทีมเข้าร่วม 30 ทีม ทีมละ 2 คน มีกติกาหลักคือให้ผู้เข้าแข่งขันทุกทีมใช้ขนมปังฟาร์มเฮ้าส์ชนิดแผ่นแบบไหนก็ได้เป็นวัตถุดิบหลักในการทำอาหาร ซึ่งในวันนี้เป็นการแข่งขันในรอบคัดเลือกเพื่อหาผู้เข้ารอบ 10 ทีม มีดังนี้ ทีม TWIN ชื่อเมนู Morning Obento กิ๋นข้าวบ๋อ เป็นอาหารเช้าสำหรับเด็ก ซึ่งมื้อเช้าเป็นสิ่งสำคัญ ใช้ผัก 5 สี เพื่อดึงดูดให้เด็กอยากทาน ใช้ผลิตภัณฑ์ของฟาร์มเฮ้าส์ทั้งแผ่นโดยไม่เหลือทิ้ง ทีม S&N Home Baking ชื่อเมนู Bread Chesses Cake with Caramel Toast เป็นเจแปนนิสชีสเค้ก นำขนมปังมาบดผสมกับไข่ ผสมชีสเค้กลงไป ส่วนคาราเมลนั้นเป็นความชอบส่วนตัวของเจ้าของเมนู ทีม มาดาม “ชิน” นามอน ชื่อเมนู พิซซ่าสารพัดหน้า ขนมปังฟาร์มเฮ้าส์ เพราะคนไทยชอบขนมปังหน้าหมู ทานอร่อย แต่ทีมนี้นำขนมปังหน้าหมูมาอบเพื่อตัดเรื่องทอด
สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ชาวเฮลท์คิทเช่น ทุกคน เมนูครั้งนี้เราจะใช้มะเขือม่วงมาเป็นพระเอกของงานอีกครั้ง ถ้าเพื่อนๆ จำได้ เจ้ามะเขือยาวนี้วินได้เคยนำมาชวนเพื่อนๆ เข้าครัวกันแล้วหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นพิซซ่ามะเขือม่วง หรือ มีทบอลมะเขือม่วง กันแล้วนั่น ในปัจจุบันคนไทยก็เริ่มหันมารู้จักและนำเจ้ามะเขือม่วงมาทำอาหารกันมากขึ้น วินจึงขอนำเมนูดัดแปลง ทำง่าย ทงคัตซึแบบชาวเฮลท์คิทเช่น กันดีกว่า อยากทานผัก แต่มื้อนี้เบื่อผักสีเขียวจัง เปลี่ยนมาทานเจ้าผักสีม่วงกันดีกว่า เพราะเจ้ามะเขือม่วงนี้อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก วิตามินเอและบี อีกทั้งยังมีสารแอนโทไซยานิน ที่ทำให้เห็นเป็นสีม่วงในมะเขือม่วง ที่มีส่วนช่วยในการต้านอนุมูลอิสระได้ดี ชะลอความเสื่อมของเซลล์และดวงตา ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง และลดการบีบตัวของกล้ามเนื้อ บำรุงหัวใจ และยังทำหน้าที่เหมือนอินซูลิน ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน ช่วยลดปริมาณน้ำตาลในเลือดอีกด้วยนะคะ สรรพคุณดีขนาดนี้ นอกจากนำมะเขือม่วงมาย่าง หรือลวกน้ำ จิ้มน้ำพริกทานแล้ว ขอแนะนำเพื่อนมาทำทงคัตซึฉบับง่ายแสนง่าย ทำเอง อร่อยได้ประโยชน์สไตล์เฮลท์คิทเช่น กันเลยดีกว่าค่า ส่วนผสม
ในสังคมที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญและการแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้น เกษตรกรไทยจึงต้องปรับตัวให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพเพื่อให้ผลิตผลทางการเกษตรของไทยมีที่ยืนในตลาดสากล ดวงพร เวชสิทธิ์ หรือ ปุ้ย Young Smart Farmer รุ่นใหม่วัย 41 ปี เจ้าของ “สวนบุษรา” สวนเกษตรผสมผสานบนเนื้อที่ 30 ไร่ ตั้งอยู่ที่ตำบลพลวง อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี เป็นหนึ่งในเกษตรกรไทยที่มีการปรับตัวให้ก้าวทันกับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งในปัจจุบันสวนแห่งนี้ปลูกต้นมังคุด กล้วยหอม กล้วยไข่และลองกอง โดยมีมังคุดเป็นผลผลิตหลัก คุณปุ้ย จบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาการจัดการคอมพิวเตอร์ หันหลังให้อาชีพมนุษย์เงินเดือน เพื่อกลับมาสานต่อกิจการสวนบุษราซึ่งเป็นรายได้หลักของครอบครัวในฐานะทายาทรุ่นที่ 3 แม้คุณปุ้ยไม่เคยทำการเกษตรมาก่อน แต่ก็พยายามเรียนรู้ฝึกฝนทักษะ จากการขอความช่วยเหลือจากสำนักงานเกษตรจังหวัด และสมัครเข้าร่วมโครงการ Yong Smart Farmer ของกรมส่งเสริมการเกษตร ทำให้มีโอกาสรวมกลุ่มกับเกษตรกรรุ่นใหม่ เธอกล้าคิดวิเคราะห์และลงมือทำ จนได้รับการคัดเลือกให้เป็นประธานกลุ่ม Yong Smart Farmer จังหวัดจันทบุรี ควบตำ
เทรนด์การดูแลสุขภาพด้วยสมุนไพรยังคงได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพตามวิถีธรรมชาติและบำบัดอาการต่างๆ ด้วยพืชสมุนไพร ไม่ว่าจะเป็นสินค้าประเภทอาหารเสริม เครื่องดื่ม ทั้งสำเร็จรูปหรือชาประเภทต่างๆ รวมถึงเครื่องสำอางประทินผิว มีโอกาสมาเยี่ยมชม “เรือนไม้หอม” ศูนย์รวมผลิตภัณฑ์สมุนไพรจากธรรมชาติ มาตรฐาน OTOP ของจังหวัดสมุทรสงคราม มีคุณบุษ – เกวลี ชื่นสงวน ทายาทรุ่นที่ 2 เป็นผู้สานต่อกิจการ คุณบุษ เล่าให้ฟังว่า เรือนไม้หอมก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2538 หลายคนอาจรู้จักในชื่อวิสาหกิจชุมชนเรือนไม้หอม ดำเนินกิจการแปรรูปสมุนไพรและของใช้ในครัวเรือน เช่น แชมพูสมุนไพร น้ำยาล้างจาน น้ำยาซักผ้า และพิมเสนน้ำ มานาน 20 ปี โดยผลิตภัณฑ์ชนิดแรกที่ผลิตคือ แชมพูปะคำดีควาย จากนั้นเรือนไม้หอมได้สานต่อการแปรรูปนำวัตถุดิบในชุมชนอื่นๆ มาเพิ่มมูลค่าอีกมากมาย อาทิ ดอกไม้ ผลไม้ และสมุนไพรพื้นบ้านมาผสมผสานจนได้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น สบู่ก้อนที่ให้กลิ่นหอมและสีสันชวนมอง ส่วนผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคและขายดีที่สุดต้องยกให้ ชาใบขลู่ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากใบขลู่ “ใบขลู่เป็นพืชสมุนไพรพื
ข้าวมันไก่ เป็นอาหารที่คนไทยรู้จักกันดี ไปที่ไหนก็มีขาย แต่ ถ้าจะบอกว่า มีร้านข้าวมันไก่ ที่มีจุดขายอันโดดเด่น ไม่เหมือนใคร อย่างนี้ล่ะ น่าสนใจไหม จุดขายอันโดดเด่น ไม่เหมือนใครที่ว่าก็คือ เลี้ยงไก่เอง ตั้งแต่ยังเป็นลูกเจี๊ยบ ขุนจนได้ที่ นำมาเชือด ต้ม สับ และขายเป็นข้าวมันไก่รสชาติที่แตกต่างออกไป ที่สำคัญ ร้านนี้ขาย 4 สัปดาห์ หยุด 3 สัปดาห์ สลับกันไป ทำไมต้องหยุด… ก็หยุดไปขุนไก่ให้ได้ที่ แล้วมาขายต่อ ดังนั้น ใครที่จะไปรับประทานข้าวมันไก่ร้านนี้ ต้องโทรศัพท์ไปถามก่อน ก็จะแน่นอนที่สุด เพราะถ้าจะดุ่มๆ เข้าไป อาจมีผิดหวังกลับมา ข้าวมันไก่ร้านนี้ อยู่ที่ จ.สมุทรสาคร บนถนนเลียบคลองบางน้ำจืด ซอยจากถนนพระราม 2 ไปสนามกอล์ฟเอกชัย (จะมีเบอร์โทร.อยู่ท้ายบทความนี้) ร้านนี้มีชื่อว่า ข้าวมันไก่นายโฮ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้มีโอกาสพูดคุยกับเจ้าของร้าน คุณวรรณี โฮ วัย 72 ปี คุณวรรณี เล่าว่า เริ่มต้นเลี้ยงไก่มา 30 ปีแล้ว เลี้ยงไป ขายไป การตลาดไก่สดไม่แน่นอน ก็เลยคิดว่าจะทำยังไงดี เลยมาลงตัวที่ เอาไก่ที่เลี้ยง มาทำข้าวมันไก่ขายเองเลยดีกว่า โดยขายมาแล้วกว่า 17 ปี ทำครั้งแรกๆ ไม่ติดตลาด เนื่
ยามนี้ “ปัว” อำเภอเล็กๆที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาของจังหวัดน่าน กำลังเพิ่มระดับความนิยมมากขึ้นตามลำดับ สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวหนุ่ม-สาว ชาวฮิปสเตอร์จากทั่วสารทิศ ให้เดินทางไปเยี่ยมเยือนกันไม่ขาดสาย ความโดดเด่นของพื้นที่อันเป็น“จุดหมายปลายทาง”ของใครหลายคนนี้ น่าจะอยู่ที่ความงามตามธรรมชาติของ ท้องฟ้า แม่น้ำ ภูเขา ต้นไม้ รวมทั้งสีเขียวขจีของ “ทุ่งนา”ที่สามารถทอดมองไปได้ไกลจนสุดลูกหูลูกตา ร้านกาแฟ บ้านไทลื้อ ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลศิลาแลง อำเภอปัว นับเป็นอีกหนึ่ง “ไฮไลต์”ของอำเภอน่าเที่ยวแห่งนี้ เพราะนอกจากรสชาติของเครื่องดื่มจะถูกปากบรรดาคอกาแฟแถมราคาไม่แพงด้วยแล้ว ร้านกาแฟบรรยากาศสุดชิคนี้ ยังมีซุ้มไม้มุงจาก ทอดยาวเรียงรายลงไปในผืนนา รอให้บรรดาอาคันตุกะจากต่างถิ่นเดินเลาะไปตามทางบนสะพานไม้ไผ่ก่อนไปนั่งรับลม ชมวิวกันแบบชิว-ชิว ได้แบบไม่คิดตังค์เพิ่ม เรียกว่าซื้อกาแฟแก้วละไม่กี่สิบบบาท แต่สามารถนั่งชมวิว “หลักล้าน”กันได้เลยทีเดียว คุณพนม แก้วเทพ อายุ 47 ปี เจ้าของกิจการ “ลำดวนผ้าทอ” ร้านจำหน่ายผ้าทอลายน้ำไหลไทลื้อ และสินค้าของฝากจากเมืองน่าน และกิจการร้านกาแฟ บ้านไทลื้อ สละเวลามาให้ข้อมูลก
เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ สำหรับเทศกาลฟุตบอลโลก 2018 ที่ครั้งนี้ มีประเทศรัสเซีย เป็นเจ้าภาพ เวลาถ่ายทอดการเข่งขันหลายคู่ จึงไม่ดึกดื่นค่อนคืนนัก บรรดาแฟนบอลน้อยใหญ่บ้านเรา จึงเฝ้าติดตามลุ้นกันแบบไม่ต้องอดหลับอดนอนเกินไป ไล่มาดูสินค้าที่สนับสนุนแมตช์ถ่ายทอด ซึ่งเป็นธรรมดาที่ส่วนใหญ่ต้องมุ่งเจาะ “กลุ่มคนดู” ที่มีทั้งของกิน ของใช้ แต่ยังมีผู้ประกอบการบางราย อาจมองเห็น “ช่องทาง” ทำเงินในช่วงเทศกาลนี้ โดยโฟกัสไปที่ “กลุ่มน้องหมา” แทน เสื้อทีมชาติ-ทีมโปรด สำหรับน้องหมา มีทั้ง โปรตุเกสยอรมัน อาร์เจนตินา อังกฤษ บราซิล และอีกหลายๆทีม ตัดออกมาแบบขำๆ ไม่จำเป็นต้องเหมือนเป๊ะ-เหมือนเปี๊ยบ หากใครทำออกมาขายรับเทศกาลบอลโลก ตอนที่การแข่งขันกำลัง “ฟีเวอร์” อยู่นี้ อาจโกยกำไรได้สบายๆ แบบไม่ต้องรอให้กรรมการเป่านกหวีดหมดเวลาก่อน ก็เป็นได้
ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร เลขาธิการมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรฯ เผยว่า อภัยภูเบศร ได้ร่วมจัดงานกับทาง บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) คือ งานมหกรรมสุขภาพ หรือ งานเฮลท์แคร์ มาอย่างต่อเนื่อง ด้วยความตั้งใจอยากให้ “คนเมือง” ได้สัมผัสและเข้าถึงกับการดูแลสุขภาพในรูปแบบของธรรมชาติและการใช้สมุนไพรรอบตัวมาช่วยดูแลตนเอง ดูแลคนรอบข้างได้ โดยปีนี้ นำแนวคิดของการมีสุขภาพดีแบบ “เบญจกัลยาณี” ที่ไม่ได้หมายถึงผู้หญิงสวย แต่หมายถึงคนมีสุขภาพดีในทุกระบบตั้งแต่ ผิว ผม เล็บ ตา ฟัน และ กระดูก ซึ่งนับเป็นปัญหาสุขภาพที่พบมากในระบบสาธารณสุข ดังนั้น ถ้าประชาชนได้รู้จักการดูแลรักษาในระบบดังกล่าว ด้วยการใช้สมุนไพรหรือศาสตร์การแพทย์แผนไทย ก็จะสามารช่วยให้เกิดการพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน ลดการเข้าไปแออัดในสถานพยาบาลได้ ภญ.ดร.สุภาภรณ์ กล่าวต่อว่า กิจกรรมภายในบู๊ธอภัยภูเบศรปีนี้ เรียกว่า “จัดเต็มที่” เพื่อประชาชนในกรุงเทพและพื้นที่ใกล้เคียงที่สะดวกสามารถมาร่วมกิจกรรมกันได้ โดยเริ่มจากการแจกต้นพันธุ์สมุนไพรวันละ 100 ต้น ได้แก่ ว่านเปราะหอม รักษาสิวฝ้า ต้นอัญชัน แก้ปัญหาสายตา ต้นเพชรสังฆาต บำรุงกระดูกแก้ปวดข้อ
