Featured
พูดถึงทุเรียนไม่ใช่แค่กินผลสุกๆ เท่านั้น แต่ยังสามารถนำไปแปรรูปเป็นขนมอย่างอื่นได้อีก ที่จะเห็นบ่อยๆ คงเป็นข้าวเหนียวทุเรียน แต่ที่เราจะพูดถึงนี้คือ ขนมเปี๊ยะไส้ทุเรียนหมอนทองไข่เค็ม เหมือนทุเรียนตั้งแต่รูปลักษณ์ภายนอกจนถึงไส้ข้างในเลยทีเดียว ด้วยกำลังเป็นกระแสอยู่นี่เอง เส้นทางเศรษฐีออนไลน์สอบถามไปยัง คุณฝน-พนัชกร ตาคำ วัย 25 ปี เจ้าของไอเดีย ขนมเปี๊ยะไส้ทุเรียนหมอนทองไข่เค็ม ได้ความว่า คุณฝนเปิดร้านเบเกอรี่อยู่แล้วร่วม 3 ปี ส่วนขนมเปี๊ยะทุเรียนเพิ่งเริ่มทำช่วงหน้าทุเรียน “เห็นขนมเปี๊ยะรูปแบบเดียวกันจึงลองทำตาม ทำเสร็จนำไปโพสต์ในกลุ่มเบเกอรี่ ปรากฏว่าได้กระแสตอบรับดีตั้งแต่วันแรกที่ทำขาย” มีเพื่อนๆ ในกลุ่มเข้ามาแชร์เข้ามาสั่งออร์เดอร์ดี เริ่มจากวันละ 100 ชิ้น จากนั้นเพิ่มเป็น สัปดาห์ละ 1-2 พันชิ้น มีทั้งขายปลีก-ส่ง สามารถสร้างรายได้เฉลี่ย 50,000 บาทต่อวัน ความพิเศษของขนมเปี๊ยะทุเรียน อย่างแรกคือ รูปลักษณ์ที่เหมือนทุเรียนอย่างกับโคลนนิ่งมา อย่างที่สองคือ ไส้ ซึ่งใช้เนื้อทุเรียนหมอนทองนำมากวนเป็นไส้จริงๆ ใส่ไข่เค็มเข้าไป เป็นไส้ทุเรียนไข่เค็ม บรรจุใส่กล่องรูปทุเรียนสุดแปลก มี 3 ไซซ์ให้
นายบุญนำ การกร อายุ 61 ปี อยู่หมู่ที่ 9 บ้านหัวทำนบพัฒนา ตำบลกรงรถ อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา อดีตข้าราชการครู หลังเกษียณอายุราชการแล้วได้ใช้ที่นาของตัวเองทดลองปลูกผักและผลไม้ต่างๆแบบผสมผสาน เช่น มะม่วง มะพร้าว กล้วย และพืชผักสวนครัวสารพัดชนิด ปลูกเต็มที่นาขนาด 6 ไร่ นอกจากนี้ยังสร้างบ่อเลี้ยงปลา ซึ่งเป็นการขุดบ่อดินจำนวน 2 บ่อ เพื่อใช้เลี้ยงปลาหมอเทศหารายได้เสริม การเลี้ยงปลาหมอเทศในบ่อดินหรือที่ภาษาชาวบ้านเรียกกันว่า “ปลาหมอแปลงเพศ” วิธีการเลี้ยงจะมีความแตกต่างไปจากการเลี้ยงปลาชนิดอื่นๆ เนื่องจากปลาหมอเทศจะเป็นปลาที่ชอบกระโดดขึ้นมาเหนือน้ำ ทำให้การจัดเตรียมบ่อจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ระดับน้ำในบ่อต้องต่ำกว่าตลิ่งอย่างน้อย 1 เมตร จัดทำท่อน้ำล้นให้รอบบ่อเพื่อป้องกันปลากระโดดออก ใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงเพียงแค่ 6 เดือน ปลาหมอเทศจะมีขนาดกำลังพอดีสามารถจับขายได้ ซึ่งปลาหมอเทศเป็นปลาที่เลี้ยงง่าย โตไว ทำให้มีรายได้ดีกว่าการทำนาเป็นอย่างมาก ในแต่ละครั้งจะสามารถจับขายได้กำไรรอบละกว่า 100,000 บาทเลยทีเดียว ที่มา มติชนออนไลน์
คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ สมาคมเพื่อนชุมชน ธนาคารออมสิน การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่าย ได้จัดพิธีส่งมอบโครงการ สมาคมเพื่อนชุมชนธรรมศาสตร์โมเดลรุ่นที่ 3 และโครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น โดยมีเรือโทศตวรรษ อนันตกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธาน เมื่อวันที่ 31 พ.ค. 2561 ณ ห้องสร้อยเพชร 2 โรงแรมโกลเด้น ซิตี้ ในปีนี้มีวิสาหกิจชุมชนเข้าร่วมโครงการทั้งหมด14 ชุมชนดังนี้ วิสาหกิจชุมชน ศพก.บ้านฉาง วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตภัณฑ์จากผ้าชุมชนมาบชะลูด วิสาหกิจชุมชนมาบตาพุด ลิตเติ้ลเมเมตคอสเมติกส์ วิสาหกิจชุมชนแปรรูปอาหารวัดกรอกยายชา วิสาหกิจชุมชนเขาไผ่น้ำดื่ม วิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลิตภัณฑ์ ป่าชุมชนตำบลเนินพระ วิสาหกิจชุมชนสกรีนเสื้อผ้าตลาดห้วยโป่ง วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตร ตลาดน้ำคลองลัดมะยม วิสาหกิจชุมชนรักษ์คุ้งบางกระเจ้า (ภาคการท่องเที่ยว) วิสาหกิจชุมชนรักษ์คุ้งบางกระเจ้า (ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ) วิสาหกิจชุมชนดารุ้ลอิบาดะห์ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านชุมชนพัฒนาบ่อนไก่ กลุ่มแปรรูผลิตผลทางการเกษตรนิมิตใหม่ กลุ่มอาชีพสหกรณ์ศิลปะประดิษฐ์เกาะเกร็ด
“ตำมั่ว” คือ แบรนด์ร้านอาหารไทย-อีสาน ภาพลักษณ์ทันสมัย มีเอกลักษณ์ และมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาอาหารไทยให้เป็นที่ยอมรับของทั่วโลก จึงมีการขยายแบบธุรกิจในรูปแบบของแฟรนไชส์ “ตำมั่ว” ใช้เวลาก่อร่างสร้างชื่อเสียงมาเกือบสิบปี ปัจจุบันมีกว่า 150 สาขา ใน 4 ประเทศ ยอดขายปีหนึ่งๆ ไม่ธรรมดา จนได้รับฉายาจากสื่อมวลชนหลายแขนง ยกย่องให้เป็นกิจการ “ส้มตำพันล้าน” หากกว่าจะ “เดินทาง” มาถึงวันนี้ เจ้าของกิจการรุ่นสอง ยอมรับไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ด้วยความมุ่งมั่นว่าจะต้อง “ทำให้ได้” และไม่หยุดนิ่งที่จะ “เรียนรู้” ตลอดเวลานั่นเอง ที่เป็น “กุญแจความสำเร็จ” ซึ่งอยากถ่ายทอดให้ผู้ประกอบการน้อยใหญ่ ศึกษาไว้เพื่อนำไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์กับกิจการของตัวเองได้อย่างแน่นอน คุณเบสท์ –ศิรุวัฒน์ ชัชวาลย์ เจ้าของกิจการ “ตำมั่ว” ที่เกริ่นถึง ให้ข้อมูลย้อนความเป็นมาว่า เขาตัดสินใจพลิกโฉม ร้าน “นครพนมอาหารอีสาน” ของคุณแม่ ที่เปิดขายอยู่ห้องแถวริมทางย่านปทุมธานี สู่ร้านส้มตำโมเดิร์น ติดแอร์ แต่ยังคงรสชาติแบบอีสานแท้ ส่วนเหตุผลที่ลาออกจากงานประจำในตำแหน่งระดับผู้บริหาร มาทำธุรกิจของตัวเองนั้น เพราะต้องการความ “มั่งคั่ง”
“สมูทโตะ” (SMOOTO) ผลิตภัณฑ์ความงามสไตล์เกาหลี ธุรกิจนี้เริ่มต้นจากเงินลงทุนประมาณหลักล้านบาท แต่สามารถคืนทุนได้ในเวลาเพียงปีครึ่ง ปัจจุบันขายดิบขายดี มีช่องทางจำหน่ายหลากหลาย ทั้ง แคตตาล็อกออนไลน์ เว็บไซต์ แอพพลิเคชั่น เคเบิ้ลทีวี รวมทั้งวางบนเชลฟ์ของร้านสะดวกซื้อนับพันสาขา ทำให้กลายเป็นสินค้ายอดขายแตะหลักร้อยล้านบาทได้ในเวลาเพียง 3 ปีเท่านั้น คุณปุ๊ก – ภญ.อัญชลี ชุติไพจิตร ตัวแทนเจ้าของผลิตภัณฑ์ “สมูทโตะ” ดังแนะนำมาข้างต้น เกริ่นให้ฟัง ธุรกิจนี้ เกิดจากการรวมตัวกันของเพื่อนร่วมสถาบัน เป็นเภสัชกรทั้ง 3 คน รวมกันก่อตั้ง บริษัท โกลบอล เมดดิคัล (ประเทศไทย) จำกัด เพราะอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง “พวกเราเป็นเภสัชกร ทำงานในสายวิจัยและพัฒนาเครื่องสำอางมาตลอด ความสุขในการทำงาน คือ เห็นสินค้าที่เราคิดสูตรทำออกมา แล้วมีคนชอบ ทั้งๆ ที่ตัวเองไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับสินค้าบนเชลฟ์นั้นเลย แม้จะมีคนใช้ คนชอบ หรือขายดี แค่ไหนก็ตาม” คุณปุ๊ก เผยเริ่มต้น เมื่อรู้สึกว่าสินค้าที่คิดค้นสูตรออกมาคือ “ลูก” เภสัชกรผู้ร่วมก่อตั้ง จึงชวนกัน “ทุบหม้อข้าว” ก้าวขาออกจากงานประจำในตำแหน่งนักวิจัย ออกมาสร้างธ
พ.ศ.นี้หลายคนบอก เป็นยุคเบเกอรี่ “เบ่งบาน” ผ่านไปทางไหน มักเห็นแต่ ร้านกาแฟ-เค้ก แทรกตัวอยู่ในแทบทุกทำเล ส่วนพฤติกรรมการรับประทาน “ขนมไทย” นั้น นับวันยิ่งห่างหายไปจากชีวิตตามปกติ ถ้าจะมีคงเป็นช่วงงานบุญ อย่าง ขึ้นบ้านใหม่ แต่งงาน ฯลฯ ซึ่งยังพอมี “พื้นที่” ให้กับของหวานคู่บ้านคู่เมืองได้อวดโฉมกันอยู่บ้าง หลายวันก่อนมีโอกาสไปเห็นอีเว้นต์น่าสนใจเลยเข้าไปสังเกตการณ์ ก่อนปรี่เข้าไปร้านขายขนมหวานเจ้าหนึ่ง ซึ่งเรียกตัวเองว่า “ดี’เสริฐ” กับสโลแกนแปลเป็นไทย “ขนมไทยรูปทรงใหม่ – New Look of Thai Dessert” มี คุณคิ้ม-ทิพย์ดา จันทจรูญพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดี แคเทอริ่ง จำกัด ผู้ประกอบการด้านการจัดเลี้ยงในนาม “ดี แคเทอริ่ง” และเจ้าของกิจการขนมไทยสไตล์ใหม่ “ดี’เสริฐ” มาเป็นตัวแทนให้ข้อมูล เริ่มจากการแนะนำตัวให้รู้จักกันมากขึ้น จบปริญญาตรี ด้านเศรษฐศาสตร์ ปริญญาโท ด้านการบริหารกิจการ ที่ผ่านมาทำงานด้านการตลาดมาตลอด ก่อนออกมาช่วยกิจการของทางบ้านสามี – คุณวิทวัส จันทจรูญพงษ์ ซึ่งเป็นร้านอาหารเก่าแก่อายุไม่ต่ำกว่า 50 ปี ชื่อ “ดีพร้อม” ปัจจุบันยังเปิดให้บริการอยู่ที่บางแสน จังหวัดชลบุรี
การทำข้าวเม่ามีมาตั้งแต่สมัยโบราณซึ่งเรียกว่าประเพณีตำข้าวเม่า โดยนำเอาข้าวห่ามที่เปลือกข้าวเป็นสีเขียวเข้มข้น นำมาคั่วจนสุก แล้วนำมาตำจนเปลือกข้าวกะเทาะออกจากเมล็ดแล้วนำมาฝัดเอาเปลือกออก จะเหลือแต่เมล็ดข้าวสีเขียวลักษณะอ่อนนิ่ม มีกลิ่นหอมและมีรสหวานในตัว นิยมนำมารับประทานเปล่าๆ และทำเป็นขนมหวานโดยคลุกเคล้ากับน้ำตาลและมะพร้าวขูดทึนทึก และด้วยคุณสมบัติของข้าวเม่านี่เอง พรเจริญเบเกอรี่ จึงนำข้าวเม่ามาแปรรูป ทำเป็นเค้กข้าวเม่า บอกได้เลยว่า ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน คุณรณภพ เถาว์โท หรือ คุณปืน อายุ 48 ปี เจ้าของร้าน พรเจริญเบเกอรี่ เล่าให้ฟังตั้งแต่สมัยยังเด็ก หลายคนชอบกินข้าวเม่า และในอีสานเองก็มีประเพณีตำข้าวเม่า ซึ่งประเพณีนี้กำลังสูญหายไปตามกาลเวลา คุณปืน บอกว่า บังเอิญไปเจอหมู่บ้านทำข้าวเม่าขายตลอดปีที่จังหวัดอุดรธานี ซึ่งตนทำร้านเบเกอรี่อยู่แล้ว จึงคิดสร้างรายได้ให้ชาวบ้าน ด้วยการเพิ่มมูลค่าข้าวเม่า นำมาทำเป็นเค้กให้ร่วมสมัย ให้เด็กรุ่นใหม่ได้รู้จักข้าวเม่า และเป็นการรักษาประเพณีนี้ไปในตัว “ตอนนี้ 1 ปีแล้ว สำหรับเค้กข้าวเม่า ทำขายสบายๆ ตัดปัญหาเรื่องคู่แข่งไปได้เลย เพราะเราเป็นเจ้าเดียว
ข้อคิดดีๆ จากสาวผู้มากประสบการณ์ คุณหนึ่งฤทัย แพรสีทอง อดีตบัณฑิตคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้ผันตัวมาเป็นสื่อมวลชน และมีไร่มะละกอ พร้อมทั้งรับซื้อมะละกอ ป้อนเข้าสู่ตลาดไท และอีกหลายสายการบิน เธอพบเห็นปัญหาในวงการเกษตรมานับไม่ถ้วน และวันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ขอนำคำแนะนำดีๆ ของเธอมาแบ่งปัน โดยคุณหนึ่งฤทัย ออกมาเตือน คนที่อยากลาออกจากมนุษย์เงินเดือน เพื่อมาทำการเกษตร ดังนี้ “เห็นเพื่อนๆ หลายคน อยากลาออกมาทำเกษตรแล้วบอกตรงๆ ว่า….ห่วง…ค่ะ … จะลาออกมาด้วยเหตุผลของความเบื่องานประจำ อยากมีอิสระ แรงกดดันหรือแรงบันดาลใจอะไรก็ตาม อยากให้กลับไปคิดดีๆ ก่อนค่ะ ตีลังกาคิดอีก 100 ตลบค่ะ เพราะมันไม่ง่าย…. คำถามที่ยากที่สุดก็คือ….ปลูกอะไรดี…. เพราะการทำอาชีพเกษตรที่หวังรายได้จากพืชเกษตรที่เราทำ….มันไม่ใช่อะไรก็ได้ค่ะ ….แต่ถ้าคิดจะทำเกษตรเพื่อความสุข เพื่อกินเอง เพื่อแบ่งปัน….เป้าหมายมันต่างกัน…. อะไรก็ได้….เป้าหมายคุณอยู่ที่ไหนค่ะ ความสำเร็จในอาชีพเกษตรในวันนี้…มันไม่ง่ายเหมือน 2-3 ปีที่ผ่านมา คนที่สำเร็จกับอาชีพเก
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดหนองคายว่า เกษตรกรชาวอำเภอรัตนวาปี จังหวัดหนองคาย โค่นต้นยางพารา หันกลับมาทำสวนมังคุดขายในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง ได้ดีไม่มีปัญหาเรื่องการตลาด ให้ผลผลิตไวกว่าพื้นที่อื่นๆ ทำให้ไม่มีคู่แข่ง อีกทั้งยังขายผ่านโลกโซเชียล นายกฤษฎา นิลแสง อายุ 45 ปี และนางจุฬารัตน์ นิลแสง อายุ 44 ปี สองสามีภรรยา เจ้าของไร่นิลแสง บ้านโป่งสำราญ ต.พระบาทนาสิงห์ อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย เปิดเผยถึงความเป็นมาในการปลูกมังคุดว่า เดิมนั้นตนมีพื้นที่ทั้งหมด 35 ไร่ก่อนหน้านั้นเป็นสวนยางพารา แล้วมีการปลูกมังคุดแซม ปลูกมาแล้วเป็นระยะเวลา 15 ปี แต่ไม่ได้มีการบำรุงรักษาและไม่ได้ให้ความสำคัญมังคุดที่ปลูกไว้เลย ต่อมาเมื่อ 2 ปีย้อนหลัง ราคายางพาราไม่ดี จึงได้ตัดสินใจโค่นต้นยางพาราขาย แล้วหันมาดูแลและบำรุงรักษาต้นมังคุดอย่างจริงจัง จนมังคุดเริ่มให้ผลผลิต ซึ่งพบว่ามังคุดในสวนมีรสชาติดี สมบูรณ์เกือบทุกผล และที่สำคัญให้ผลผลิตก่อนมังคุดที่อื่น โดยเฉพาะออกผลก่อนมังคุดที่ปลูกในภาคตะวันออกประมาณ 3 เดือน จึงทำให้ไม่มีคู่แข่ง ได้ราคาสูง ราคาขายออกจากสวนอยู่ที่ 60 – 65 บาท/กิโลกรัม ในส่วนของการตลาด นอกจากจะขายท
คุณแนน – วัชราภรณ์ คล้ายเนียม เจ้าของ “รถนิยม CAR BAR MILK” กิจการขายอาหาร-เครื่องดื่มประเภทนมชง ขนมปังปิ้ง สเต๊ก และ อาหารไทยจานหลักหลากหลาย ซึ่งกำลังได้รับความนิยมจากลูกค้าในเมืองมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร ทุกเพศ-วัย กรุณาสละเวลามาให้ข้อมูลด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส เธอเริ่มต้นด้วยการแนะนำตัว ปัจจุบันอายุสามสิบเศษ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ก่อนหน้านี้ทำงานประจำอยู่ฝ่ายการตลาดของหมู่บ้านจัดสรร ส่วนแฟนหนุ่มซึ่งเป็นหุ้นส่วนคนสำคัญ คือ คุณต้อม –อนุรักษ์ สุดดี ทำงานในตำแหน่งเป็นวิศวกรไฟฟ้าประจำห้องเย็นแห่งหนึ่งในมหาชัยนี้เอง ทำงานกันมาได้พักใหญ่ เธอเกิดความคิดอยากให้แฟนหนุ่มออกจากงานประจำมาหาอะไรทำที่ได้เงินมากกว่าเดือนละหมื่นกว่าบาท เพราะแม้จะทำโอทีหนักหน่วงแค่ไหน ก็ได้ค่าตอบแทนไม่เกินเดือนละสองหมื่นบาท คุณแนน เจ้าของกิจการ “ตอนนั้นที่กรุงเทพฯ กำลังฮิตรถโฟล์กตู้ มาแต่งแล้วเปิดเป็นร้านขายนมปั่น-ขนมปังปิ้ง เลยตัดสินให้แฟนลาออกมาทำรถนม บ้างดีกว่า แต่เราไม่มีรถโฟล์กตู้ มีแต่รถกระบะเก่าคันหนึ่ง ซื้อมาสะสมไว้นานแล้ว เลยคิดนำมาดัดแปลงเป็นหน้าร้านหาเงินดีกว่า” คุ
