Featured
26 มี.ค. นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตามที่บริษัทฯ ได้จัดโปรโมชั่นบัตรแรบบิท ประเภทเติมเงิน สำหรับการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอส ในส่วนของเส้นทางสัมปทาน สายสุขุมวิท สถานีหมอชิต-สถานีอ่อนนุช และสายสีลม สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ-สถานีสะพานตากสิน ส่วนต่อขยายจาก สถานีสะพานตากสิน-สถานีวงเวียนใหญ่ ไม่รวมส่วนต่อขยายของกรุงเทพมหานคร จากสถานีอ่อนนุช ไปสถานีสำโรง และจากสถานีวงเวียนใหญ่ ไปสถานีบางหว้า จากราคา 16-44 บาท เป็น 15-42 บาท เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2560 และจะหมดโปรโมชั่นในวันที่ 31 มีนาคม 2561 นั้น บริษัทฯ จึงได้จัดโปรโมชั่น ลดราคาค่าโดยสารสำหรับผู้ใช้ ‘บัตรแรบบิท ประเภทเติมเงิน’ ลงเที่ยวละ 1 บาท จาก 16-44 บาท เป็น 15-43 บาท เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2561 จนถึง 31 มีนาคม 2562 เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวก ให้ผู้โดยสารได้เปลี่ยนมาใช้บัตรแรบบิทประเภทเติมเงิน แทนการใช้ตั๋วโดยสารประเภทเที่ยวเดียว ซึ่งเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางและมีความสะดวกรวดเร็วให้กับผู้โดยสาร โดยมีรายละเอียดราคาค่าโดยสารที่ปรับลดลง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านหนองเหล็ก ม.5 ต.ยาง อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ นายคาน แต้มทอง ผู้ใหญ่บ้านหนองเหล็ก พร้อมด้วยคณะกรรมการหมู่บ้าน มีมติร่วมกันให้จำหน่ายบัตรลงแห่จับปลาในหนองน้ำของหมู่บ้าน โดยเปิดจำหน่ายบัตรต่อแหหนึ่งปากต่อหนึ่งคน แหละ 200 บาท เพื่อหารายได้มาพัฒนาหมู่บ้าน และซื้อพันธุ์ปลามาปล่อยไว้ในสระคืนตามเดิม เพื่อจะได้มีปลาไว้จับในปีต่อๆไปได้ โดยมีการจัดคณะกรรมการตั้งโต๊ะเปิดขายบัตรที่ริมหนองน้ำ ให้กับบรรดาเซียนหาปลาทั้งหลายที่พากันหลั่งไหลมาจากทั่วทุกสารทิศจำนวนมาก เมื่อซื้อบัตรเรียบร้อยแล้วเซียนหว่านแหต่างก็พากันเอาแพที่ใช้ยืนหว่านแหลงไปไว้ในหนองน้ำ มีไม่ต่ำกว่าร้อยแพ สำหรับคนที่ไม่มีแพก็พากันยืนหว่านอยู่ริมหนองน้ำ ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ทั้งคนที่มาจับปลาในหนองน้ำและคนนั่งดูนั่งเชียร์ นอกจากนี้ยังส่งผลพลอยได้ให้กับพ่อค้าแม่ค้าไก่ย่าง ส้มตำ ขายดิบขายดีอีกด้วย นายคำรบ มาลี อายุ 48 ปี อยู่เลขที่ 132 บ.กุง ต.ทุ่งชัย อ.อุทุมพร จ.ศรีสะเกษ เซียนหาปลาอีกคนหนึ่งที่เดินทางมากับเพื่อนบ้านอีกสองสามคน ลงหว่านแหได้ปลานิลทั้งเล็กและใหญ่ ปลาที่ได้ไปก็เอาไปประกอบเป็นอาหารแบ่งให้กับเพื่
แม่ทิพย์-สมพงค์ สุวรรณศรี เจ้าของร้านขนมเบื้อง วัย 51 ปี เล่าถึงที่มาให้ฟังว่า ขายขนมเบื้องมาร่วม 25 ปี เรียนรู้สูตรจากเพื่อนที่รู้จัก และดูวิธีทำเพียงครั้งเดียว ด้วยความที่เป็นแม่ค้าอยู่แล้วจึงเรียนรู้เร็ว กลับมาหัดทำด้วยตัวเอง จนสามารถเปิดร้านขายเองได้ เจ้าของร้านคนเก่ง ยังเล่าต่ออีกว่า เมื่อก่อนขายแผ่นใหญ่เหมือนร้านอื่น ภายหลังต้นทุนวัตถุดิบราคาสูงขึ้นจึงต้องปรับเปลี่ยนวิธีการขายด้วยการเปลี่ยนมาทำไซซ์มินิแทน แต่คุณภาพไม่ได้ลดลง ยังคงความอร่อยเหมือนเดิม จุดเด่นของร้านแม่ทิพย์ อยู่ที่ไซซ์มินิพอดีคำ วนแป้งบนเตาขนาดใหญ่ได้ถึง 200 ชิ้น ต่อ 1 ครั้ง ไม่ใส่ครีมเยอะ มีไส้หวานและเค็มเหมือนร้านขนมเบื้องทั่วไป ส่วนรสชาติ แม่ทิพย์ เล่าอย่างถ่อมตัวว่า อร่อยเหมือนร้านอื่นๆ แล้วแต่ลูกค้าชอบ จุดเด่นอีกอย่าง คือ ไม้แซะ ที่แม่ทิพย์และสามีช่วยกันคิดค้นขึ้นมาเพื่อย่นเวลาในการขาย เมื่อขนมเบื้องสุกได้ที่ใช้ไม้แซะๆ ขึ้นจากเตาได้ทีละ 3 แผ่น รวดเร็วทันใจลูกค้า ขายราคาชิ้นละ 1 บาท ร้านขนมเบื้องแม่ทิพย์ไม่มีที่ขายประจำ หากสนใจอยากลองชิมแต่ยังไม่รู้พิกัด สามารถโทรไปสอบถามได้ที่ 087-404-2759 ชื่อร้าน แม่ทิพย์
คุณแพท-ธัญญารัตน์ เธียรอำนาจ และ คุณปุ๊ย-แพรวไพลิน ศิริชัยมนัส สองพาร์ตเนอร์ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ Garden Atlas เริ่มต้นบทสนทนากับทั้งสองท่าน โดยคุณแพทเป็นคนเล่าจุดเริ่มต้น “พวกเราเริ่มทำแบรนด์เมื่อต้นปี 2560 คุณปุ๊ยซึ่งเป็นดีไซเนอร์ชอบที่จะออกแบบผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการปลูกต้นไม้โดยเฉพาะ เราเห็นตรงกันว่า ต้นไม้ที่สวยงามยังไม่มีกระถางที่โดนใจหรือมีทางเลือกมากนัก เน้นสไตล์โมเดิร์น เรียบง่าย โครงสร้างเหล็กเพื่อความแข็งแรง” ส่วนการร่วมงาน คุณแพทกับคุณปุ๊ยรู้จักกันผ่านการทำงาน ด้วยคุณปุ๊ยเป็นดีไซเนอร์ ส่วนคุณแพททำงานแมกกาซีนตกแต่งบ้าน จึงรู้จักกัน โดยในงาน “FUZE” ซึ่งเป็นโปรเจ็กต์พิเศษ ที่รวบรวมผลงานดีไซน์คอลเล็กชั่นพิเศษ ในรูปแบบ POP UP STORE ของดีไซเนอร์ไทยจากโครงการ Talent Thai & designers’ Room Garden Atlas ได้นำผลงานคอลเล็กชั่นพิเศษมาแสดง ผลงานชิ้นดังกล่าวได้แรงบันดาลใจมาจาก “ครก” ซึ่งเป็นงานหัตถกรรมของไทยที่มีเอกลักษณ์มาช้านาน นำงานกลึงในการผลิตครกและวัสดุหินแกรนิตไทย ซึ่งมีจุดเด่นในเรื่องความทนทานและไม่เป็นตะไคร่มาออกแบบให้เป็นกระถางสำหรับต้นบอนไซขนาดเล็ก (มินิบอนไซ) คุณปุ๊ย เล่าต่อ
ปัจจุบันการเลี้ยงโคในประเทศไทยยังมีความนิยมอย่างกว้างขวาง เพราะผู้เลี้ยงนอกจากจะสามารถทำเงินจากการเลี้ยงโคได้แล้ว ยังมีการจัดเวทีประกวดหลากหลายประเภท ที่ทำให้ผู้เลี้ยงสามารถนำโคไปประชันขันแข่งในการกวาดรางวัลในประเภทต่างๆ ได้อีกด้วย ซึ่งสายพันธุ์ของโคที่เลี้ยงก็มีหลากหลายตามความชื่นชอบของผู้เลี้ยงที่แตกต่างกันไป เช่น โคพันธุ์พื้นเมือง โคพันธุ์ชาโรเลส์ โคพันธุ์กำแพงแสน โคพันธุ์อเมริกันบราห์มัน ฯลฯ และตลอดไปถึงโคพันธุ์ลูกผสมต่างๆ ซึ่งการเลือกเลี้ยงแต่ละสายพันธุ์ขึ้นอยู่ที่ความชื่นชอบ และการนำไปใช้ประโยชน์ในด้านนั้นๆ ของผู้เลี้ยง โคพันธุ์อเมริกันบราห์มัน เป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมในการเลี้ยง โดยส่วนมากจะเลี้ยงให้เป็นแบบเลือดร้อยโดยไม่นำสายพันธุ์อื่นเข้ามาผสม ด้วยเอกลักษณ์ประจำพันธุ์ที่โด่ดเด่น คือเป็นโคที่มีรูปร่างใหญ่ปานกลาง ตะโหนกใหญ่พอประมาณ ขนสั้นเกรียนมีสีขาวเทาและสีแดง และที่สำคัญเจริญเติบโตได้ดี หากินเก่ง เลี้ยงง่าย ทนต่อสภาพอากาศและโรคได้ดี คุณวิสิทธิ์ สุดใจ คุณวิสิทธิ์ สุดใจ อยู่บ้านเลขที่ 123 หมู่ที่ 3 ตำบลทับกวาง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี เป็นเกษตรกรที่เลี้ยงโคสายพ
ก่อนเข้าสู่หน้าร้อนอย่างเต็มตัวในเดือนเมษายน ที่อากาศจะเริ่มร้อนจัด มุ่ย-สลิลาพร กองทองมณีโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มี อินฟินิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย จึงแนะนำวิธีเริ่มต้นดูแลสุขภาพง่ายๆ ด้วยการกินอาหารตามธาตุเจ้าเรือน ตามเดือนเกิดของแต่ละคน ซึ่งเชื่อว่า อาหารที่เหมาะกับธาตุเดือนจะช่วยปรับสมดุลของธาตุในร่างกาย ทำให้แข็งแรง พร้อมต่อสู้โรคภัย โดยแบ่งออกเป็น 4 ธาตุ ดังนี้ “ธาตุไฟ” คนที่เกิดในเดือนมกราคม-มีนาคม อารมณ์ของคนธาตุนี้จะขี้ร้อน ขี้หงุดหงิด มักจะปวดหัวและท้องผูกง่าย เพราะมีระบบเผาผลาญดีจนร่างกายไม่เก็บกักน้ำ จึงควรเลี่ยงเมนูหวาน-มันจัด และอาหารปิ้งย่าง ที่จะไปเพิ่มความร้อนในร่างกาย ทำให้เป็นร้อนในได้ง่าย ทำให้ควรจะเลี่ยงผลไม้อย่างลำไย ทุเรียน ไปด้วย เปลี่ยนมาดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ อย่างเก๊กฮวย น้ำอัญชัน น้ำมะระ ก็จะดีกว่า แคร์รอต “ธาตุลม” คนที่เกิดในเดือนเมษายน-มิถุนายน ซึ่งจะมีลมอยู่ในร่างกายเยอะ ทำให้ท้องอืด ปวดหัว นอนไม่หลับ วิงเวียนศีรษะ ส่วนใหญ่จะเป็นคนผอมบาง รับประทานเท่าไรก็ไม่อ้วนจึงไม่ระวังเรื่องการกิน จึ
ข่าวใหญ่ในแวดวงนักชิมในช่วงปลายปีที่ผ่านมาก็คือ มิชลินได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดทำ คู่มือมิชลินไกด์ (Michelin Guide) เล่มสีแดง ฉบับกรุงเทพฯ ประจำปี 2018 (พ.ศ.2561) ขึ้นเป็นครั้งแรก มีร้านอาหารที่ได้รับการคัดเลือกทั้งสิ้น 126 ร้าน มีทั้งรางวัล 2 ดาวมิชลิน (ปีนี้ยังไม่มีร้านไหนได้ถึงระดับสูงสุด 3 ดาวมิชลิน) 1 ดาวมิชลิน บิบ กูร์มองด์ (Bib Gourmand) และมิชลิน เพลท (Michelin Plate) และสิ่งที่สร้างความฮือฮาไปทั่วโลกก็คือ มีร้านประเภท ร้านอาหารริมทาง หรือ สตรีตฟู้ด ได้รับรางวัลมิชลินด้วยถึง 28 เจ้า นำทีมโดยเจ๊ไฝซึ่งคว้าดาวมิชลินไป 1 ดวง นอกนั้นที่เหลือได้รางวัลบิบ กูร์มองด์ และมิชลิน เพลท การจัดทำคู่มือมิชลินไกด์ กรุงเทพฯ นั้น สำหรับปิ่นโตเถาเล็กถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดี เพราะมีนักชิมจากทั่วโลกจำนวนมหาศาลมักจะยึดไกด์บุ๊กชนิดนี้เป็นสรณะในการตระเวนชิมตามประเทศต่างๆ (รวมถึงข้าพเจ้าเองด้วย) จึงนับว่าเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทยเราในด้านอาหารการกินได้อย่างดีเยี่ยม ปิ่นโตเถาเล็กจึงขอพาแฟนๆ ไปท่องกรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมร หาอะไรกินที่ร้านซึ่งได้รางวัลมิชลินกันดีกว่า ช่วงเย็นย
กรณี ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ออกมาเปิดเผยเรื่องพบการระบาดของโรคไข้หวัดนกในสัตว์ปีกบางพื้นที่ แต่หน่วยราชการที่รับผิดชอบกลับไม่กระตือรือร้นที่จะแจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกังวลว่าหากไม่ดำเนินการใดๆ ก็เสี่ยงต่อการระบาดที่รุนแรงนั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการเผยแพร่รายงานข้อมูลการระบาดของโรคไข้หวัดนกในสัตว์ปีกช่วงเดือนสิงหาคม และเดือนกันยายน 2560 และเป็นที่มาของการสืบสวน จนในที่สุดมีการยอมรับว่าระบาดไปหลาย 10 จังหวัด โดยสถานการณ์ไข้หวัดนก สายพันธุ์ H5N1 ในสวนสัตว์ ยืนยันผลตรวจจากศูนย์วิจัยสุขภาพสัตว์ภาคอีสานตอนล่าง (สุรินทร์) กรมปศุสัตว์ พบการระบาดในสัตว์ ในเขต 3 โซนสัตว์กินเนื้อขนาดเล็ก (small carnivores) มีสัตว์ทั้งหมด 50 ตัว พบสัตว์ป่วยและตายตัวแรก เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2560 สัตว์ป่วยประกอบด้วย อีเห็นธรรมดา ชะมดเช็ด อีเห็นหูด่าง พังพอนกินปู เสือปลา และเสือกระต่าย ทั้งหมด 19 ตัว ตาย 15 ตัว ได้ส่งตรวจสัตว์ที่ตาย 6 ตัว พบเชื้อ H5N1 ทั้งหมด ปศุสัตว์รับทราบข้อมูลแล้ว
เมื่อช่วงค่ำวันที่ 25 มี.ค. ที่บริเวณปลายแหลมสะพานหิน ต. ตลาดใหญ่ อ.เมืองภูเก็ต กลุ่มนักตกปลา จำนวน 33 ทีมที่เข้าร่วม ในการแข่งขันตกปลาจังหวัดภูเก็ตครั้งที่ 9 ทยอยลำเลียงปลาที่ตกได้จากเรือ 3 ประเภท ทั้งเรือเร็ว เรือยนต์และเรือหางยาว เข้าฝั่งส่งให้คณะกรรมการทำการชั่งน้ำหนักก่อนการประกาศผลรางวัลชนะเลิศในประเภทต่าง ๆ รวม 4 ประเภท ได้แก่ ประเภทปลาน้ำหนักสูงสุด 11 ชนิด , ประเภทปลาเกมส์รวมมากชนิด , ประเภทปลารวมน้ำหนักสูงสุด และ ประเภทปลาพิเศษน้ำหนักสูงสุด ทั้งนี้ หลังการชั่งน้ำหนักปลาประเภทต่างๆแล้วเสร็จ ได้มีการนำปลาทั้งหมดมาแขวน ที่ราวแขวนด้านข้างเวทีเพื่อให้ประชาชนได้ชม ก่อนจะมีพิธีเปิดการแข่งขันตกปลาครั้งที่ 9 โดยนาย ถาวรวัฒน์ คงแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เดินทางมาเป็นประธาน มีนางสาว สมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต นายสุรศักดิ์ รักญาติ ผู้ตรวจการอัยการ นายก่อเกียรติ อุณหะไวทยะ ประธานชมรมตกปลาจังหวัดภูเก็ต นายสมคิด แซ่ฉั้ว ประธานชมรมกอจ๊าน รองนายกเทศมนตรี ปลัดเทศบาล ผู้แทนทัพเรือภาค 3 ซึ่งมีการนำปลาทั้งหมดขึ้นประมูล นำรายได้ทั้งหมดมอบเป็นทุนการศึกษาและสมทบทุนสร้างโรงพยาบาลฉ
“แก่งสาวน้อย” หนองคายอันซีนเมืองหมีชม ความงามแก่งสาวน้อย แหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนคลายเล่นน้ำยามเย็น จังหวัดหนองคาย เปิดให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ในพื้นที่อันซีน ตำบลเมืองหมี อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย ชมความงดงามของ “แก่งสาวน้อย” กลางแม่น้ำโขง ลักษณะของที่นี่จะเป็นแก่งมีโขดหินเรียงรายกันสวยงาม มีน้ำโขงไหลผ่าน ซึ่งเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวมาสัมผัสบรรยากาศ กลายเป็นสถานที่พักผ่อน แช่น้ำเย็นๆ คลายร้อนในช่วงฤดูร้อนแบบนี้ #การเดินทาง “แก่งสาวน้อย” อยู่ห่างจากตัวจังหวัดหนองคาย เพียง 10 กิโลเมตร มาได้ 2 ทาง โดยใช้เส้นทางมุ่งหน้าอำเภอท่าบ่อ ใช้ถนนหมายเลข 242 เรียบถนนพนังชลประทานมาทางบ้านหนองบัว – สะเงียว อีกทาง ถนนหมายเลข 2024 ทางหลวงชนบทผ่านบ้านหนองแจ้ง – ท่าดอกคำ โดยทั้งสองทางระยะทางเท่าๆกัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที ขอบคุณเพจ สถานีหนองคาย
