Featured
วันที่ 22 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มี 2 ฝรั่งชาวเนเธอร์แลนด์ ชื่อนายอีมิล ราเตแบนด์ นักธุรกิจ และนายเออร์วิน ดี สมิต พิธีกรชื่อดังในประเทศเนเธอร์แลนด์ เกิดเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา หลังศึกษาพระธรรมวินัยมานานหลายปี ทำให้เกิดความสุขสงบในจิตใจและสามารถดับทุกข์ได้และมีสมาธิ เกิดปัญญาในการประกอบธุรกิจ จึงตัดสินใจเดินทางมาบวชพระ ณ วัดแสงธรรมสุทธาราม ต.ชุมแสง อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ โดยตั้งใจบวชเป็นเวลา 1 พรรษา ซึ่งระหว่างการแห่นาคเข้าโบสถ์นั้น นาคทั้ง 2 ได้นั่งอยู่บนหลังช้าง มีทั้งวงแคนร่วมขบวนแห่นาค นางฟ้ารำวงในขบวน ชาวบ้านในพื้นที่ที่ทราบข่าวแห่เข้ามาร่วมพิธีกันอย่างคึกคัก เป็นสีสันของพิธีทางศาสนาพุทธในครั้งนี้ ทำให้รอบๆ โบสถ์เนืองแน่นไปทั่วบริเวณ และก่อนที่นาคจะเข้าโบสถ์นั้นได้ทำการหว่านทานซึ่งมีทั้งธนบัตรใบละ 100-1,000 บาท เหรียญ 1-10 บาท จำนวนมาก รวมเกือบ 3 แสนบาท ทำใหฟ้ชาวบ้านที่มาร่วมพิธีต่างรุมแย่งเงินหว่านทานกันอย่างโกลาหล โดยหลายคนสามารถเก็บทานได้นับพันบาทเลยทีเดียว เบื้องต้นพระใหม่ทั้ง 2 รูปนี้ จะปฏิบัติธรรมตามหลักพระพุทธศาสนาที่ประเทศไทยเป็นเวลา 1 พรรษา และจะนำหลักคำสอนของศาสนาพุทธ
วัดไทยยุค 4.0 ทำบุญไม่ต้องพกเงิน ก็สามารถร่วมทำบุญ ผ่านระบบคิวอาร์โค้ด และพร้อมเพย์ ได้ที่วัดเพลง (อุโบสถ์สีชมภู) จ.นนทบุรี นำร่อง ร่วมบุญบูรณะพระอุโบสถ์ คิวอาร์โค้ด และพร้อมเพย์ ของระบบการโอนเงิน และรับเงินโอนแบบใหม่ ที่ทุกธนาคารกำลังรุกตลาดยุค 4.0 นี้ กำลังคึกคัก ร้านค้า หรือวัด กำลังเป็นพื้นที่นำร่อง ที่ให้ผู้มีจิตศรัทธา ได้ร่วมบุญที่บริเวณตู้รับบริจาค และจุดต่างๆของทางวัดเพลง (อุโบสถสีชมพู) ต.ไทรม้า อ.เมือง จ.นนทบุรี เพื่อให้ผู้ที่จะทำบุญบริจาคเงิน สามารถทำรายการโอนเงินบริจาคผ่านมือถือด้วยระบบ E-Banking ได้ในทันที พระครูสังฆรักษ์ประสิทธิ์ สิทธิโก หรือหลวงพ่อประสิทธิ เจ้าอาวาสวัดเพลง (อุโบสถสีชมพู) เปิดเผยว่า ปัจจุบันนี้วิวัฒนาการก้าวไกล โดยทางธนาคาร ได้มาแนะนำการใช้ระบบ E-Banking ให้ประชาชนที่มีศรัทธาไม่ว่าขะอยู่ที่ไหนทั่วประเทศหรือทั่วโลก ก็สามารถ ร่วมทำบุญบริจาคโดยไม่ต้องใช้เงินสด อาตามเห็นว่าเป็นระบบที่ดี และสะดวกกับทางญาติโยม ที่ปัจจุบันนี้ ก็มีการใช้โทรศัพท์มือถือกันเป็นส่วนใหญ่ และถือว่าเป็นการร่วมบุญ ตามวัตถุประสงค์ของผู้ที่ทำบุญกับทางวัด ขจัดปัญหาความไม่โปร่งใส ในการจัดเก็บ
อีกหนึ่งเรื่องราวที่ชวนยิ้ม และเป็นกำลังใจให้กับผู้ที่อยากเลิกสูบบุหรี่หลายท่าน หลังจากที่มีแฟนเพจเฟซบุ๊ก Thai Social ได้แชร์เรื่องราวของผู้ใช้เฟซบุ๊กท่านหนึ่งที่โพสต์คลิปวิดีโอ พร้อมระบุข้อความว่า เลิกสูบบุหรี่หันมาอดออม ก็จะเป็นอย่างที่เห็น เลิกสูบบุหรี่มา 1 ปี พร้อมกับหยอดเงินลงกล่องเหล้าแทนค่าเหล้าค่าบุหรี่ ผลออกมาเป็นแบบนี้ครับ ไม่ได้โชว์หรือสร้างภาพแค่จะให้ทุกคนรู้จักการออมเงินไว้ใช้ยามฉุกเฉิน วิธีการเก็บ เก็บตามยอดขาย ขายได้มากหยอดมาก ได้น้อยหยอดน้อย เริ่มที่วันละ 100 บาท ลองทำกันดูนะครับ แล้วจะเห็นลัพธ์ที่น่าตกใจ ชอบกดถูกใจ ใช่กดแชร์ เป็นกำลังใจให้ทุกคนครับสู้ๆ โดยได้รับคำชมจากโลกโซเชียลเป็นจำนวนมาก ที่มา ข่าวสดออนไลน์
อีกคลิปวิดีโอที่คนรักแมวอาจจะริอาจทำตาม ทั้งที่ไม่น่าจะง่ายแน่ๆ (ฮา) หลังจากที่มีแฟนเพจเฟซบุ๊ก คลิปรอบโลก ได้แชร์คลิปวิดีโอหนึ่งลงแฟนเพจ พร้อมระบุข้อความว่า รักจะอยู่บ้านนี้ ต้องมีระเบียบ โดยในคลิปดังกล่าวเป็นภาพหญิงสาวผมสั้นคนหนึ่งกำลังแปรงขนให้เจ้าเหมียวสีน้ำตาลที่นอนให้ทำความสะอาดตัวอย่างว่านอนสอนง่าย โดยมีเจ้าเหมียวอีก 5 ตัวต่อแถวรอทำความสะอาดอย่างเป็นระเบียบ ซึ่งหากตัวไหนหลุดออกจากแถว “ทาสแมว” ก็จะไปจับมานั่งรออยู่ในแถวเช่นเดิม โดยได้รับคำชมจากโลกโซเชียลอย่างมากมายถึงความน่ารักของเจ้าเหมียว รวมถึงเจ้าของ ที่มา ข่าวสดออนไลน์
ตลาดจุดผ่อนปรนชายแดนไทย-ลาวของจังหวัดหนองคายช่วงนี้คึกคักเป็นพิเศษ เนื่องจากพ่อค้าแม่ค้ามารับซื้อกุกจี่เบ้าไปขายต่อเป็นจำนวนมาก โดยมีขายอยู่ 4 จุด คือ อำเภอสังคม, บ้านหม้อ อำเภอศรีเชียงใหม่, อำเภอโพนพิสัย และ บ้านเปงจาน อ.รัตนวาปี แต่จะจุดเปิดขาย 2 วันต่อสัปดาห์ สำหรับ กุดจี่เบ้า หรือที่ชาวอีสานเรียกว่า “บักเบ้า” กำลังได้รับความนิยมมากเป็นพิเศษ เนื่องจากช่วงเดือนกุมภาพันธ์เป็นช่วงที่มีกุดจี้เบ้ามากที่สุด กุดจี่เบ้า เกิดจากในช่วงฤดูฝนตัวแมงกุดจี่จะออกไข่ใต้กองขี้ควาย จากนั้นแมงกุดจี้จะกลิ้งก้อนขี้ควายที่ไข้ไว้ไปมาจนเป็นทรงกลมหมกไว้ใต้ดิน ผ่านไปสักระยะไข่ที่อยู่ข้างในจะเจริญเติบโตเป็นตัวหนอน จากหนอนกลายเป็นดักแด้ เจริญเติบโตเป็นกุดจี่ตัวเต็มวัย แล้วเจาะเบ้าออกมา ใน 1 เบ้าจะมี 1 ตัวเท่านั้น โดยพื้นใต้ดินหนึ่งจุดอาจมีมากกว่า 10 เบ้า ช่วงที่ชาวบ้านนิยมนำมารับประทานคือช่วงที่เป็นหนอนก่อนจะกลายเป็นตัวดักแด้ ซึ่งช่วงที่เป็นดักแด้ ชาวบ้านเรียกว่า “ตัวท้าวตัวนาง” นำไปปรุงอาหารได้หลากหลาย อาทิ หมก, อ่อม, ยำ, ผัด และจิ้มแจ่วแบบสดๆ เป็นต้น อีกเมนูยอดนิยมคือนำมาก้อยแบบเดียวกับก้อยไข่มดแดง ราคาขายที่
หากย้อนไปเมื่อราวสิบปีก่อน ต้องยอมรับว่า สินค้าประเภทเครื่องดื่ม-ขนมปัง ภายใต้แบรนด์ “Love Milk” สามารถ เรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อย อาจเพราะเป็นเจ้าบุกเบิกอันดับต้นๆ สำหรับแนวคิดทางธุรกิจ “ขายนมบนรถตู้” จากจุดเริ่มเพียงทดลอง “ขายเล่น-เล่น” โดยมีจุดเด่นเป็น รถตู้ยี่ห้อคลาสสิก ปรากฏลูกค้าสนใจล้นหลาม จนรายรับจากผลประกอบการดีเกินคาด ส่งผลให้เจ้าของไอเดีย เดินหน้าอย่างจริงจัง กระทั่งผ่านไปเพียงปีเศษ สามารถสร้างร้านต้นแบบก่อนขยายรูปแบบออกเป็น “แฟรนไชส์” ปัจจุบัน ร้านนมรถตู้ สีชมพู หวานๆ ทั้งแบบขับได้และขับไม่ได้ ทำการขยายสาขาไปหลายแห่ง รวมถึงเปิดขายแฟรนไชส์ไปทั่วประเทศ กว่า 300 สาขา ทั้งยังมีสินค้าที่หลากหมายมากขึ้นด้วย คุณนุ-ปรีดา มอญปาน เจ้าของกิจการ “Love Milk” เริ่มต้นด้วยการย้อนความเป็นมาให้ฟังพอสังเขป อาชีพดั้งเดิมเป็นนักดนตรี และมีเครื่องดนตรี-ลำโพงให้เช่า รวมทั้งมีรถตู้ไว้คอยขนเครื่องดนตรีไปตามงานแสดงต่างๆ จากนั้นลงทุนทำผับ โดยนำรถตู้มาตกแต่งหลังเวทีในร้าน เปิดได้ไม่นานมีปัญหากับเจ้าหน้าที่บ้านเมือง เรื่องเปิดผับเกินเวลา เลยมาทบทวน ก่อน “กลับวิธีคิด” หันมา “ขายของ” ที่สังคมส่งเสริม
น้ำผลไม้ปั่นยังคงได้รับความนิยมและเป็นที่ชื่นชอบของคนไทยอยู่เสมอ ด้วยบรรยากาศที่ร้อนอบอ้าวตลอดทั้งวัน ทำให้ธุรกิจขายนำในรูปแบบต่างๆ เปิดตลาดให้เห็นตลอดเวลา และแน่นอนหากจะทำธุรกิจนี้รสชาติอร่อยอย่างเดียวคงอยู่ไม่ได้ เจ้าของธุรกิจต้องสร้างความแปลกใหม่ เติมไอเดียสร้างสรรค์เพื่อกระตุ้นความซื้อของลูกค้าอีกทางด้วย Pineapple Beach Hua Hin ร้านขายน้ำสับปะรดปั่น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมเสิร์ฟในลูก ชูจุดเด่นเรื่องรสชาติและความสดใหม่ของสับปะรดจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดตลาด 7 เดือน สร้างยอดขายไม่ต่ำกว่า 100 ลูกในหนึ่งวัน ทำกันสดๆ หน้าร้านทุกวัน น้ำสับปะรดปั่นพร้อมเสิร์ฟในลูกที่ว่า เป็นไอเดียสร้างสรรค์ของ คุณสุนิสา ชนะเสนา หรือ แหม่ม วัย 33 ปี เธอเล่าว่า เป็นคนชอบทำงานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ หรืองานแฮนเมดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว หลังเรียนจบจากคณะบริหารธุรกิจ สาขาระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยรังสิต จึงหันมาทำธุรกิจนาฬิกาแฮนเมดขาย แต่ด้วยไอเดียไม่หยุดนิ่งและอยากหาอาชีพอื่นทำเพิ่ม จึงเริ่มมองหาวัตถุดิบที่มีในท้องถิ่นมาดัดแปลงเป็นธุรกิจดู “ในประจวบฯ มีสับปะรดค่อนข้างเยอะ แหม่มหาไอเดียนำมาทำเป็นน้
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 21 ก.พ. 2561 ที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ นายธนวรรธน์ พลวิชัย กรรมการและโฆษกคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยถึงกรณีที่มีผู้นำสลากปลอมมาขึ้นรางวัล ที่ จ. สมุทรสาคร ทำให้มีผู้เสียหาย ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว จากการสันนิษฐานเบื้องต้น คาดว่าจะเป็นการนำสลากที่ตัดแปะแก้ไขตัวเลขและคิวอาร์โค้ด มาขึ้นเงินรางวัล ประกอบกับมีการนำมาขึ้นรางวัลหลายใบพร้อมกัน ทำให้ผู้รับซื้อรางวัลอาจไม่ได้ตรวจสอบสลากทุกใบอย่างละเอียด จึงขอให้ผู้มีอาชีพรับซื้อรางวัลโปรดใช้ความระมัดระวังและตรวจสอบสลากด้วยความรอบคอบ สำนักงานสลากฯ จะเร่งตรวจสอบ หากพบผู้กระทำผิดก็พร้อมจะประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินการตามกฎหมาย โฆษกคณะกรรมการสลากฯ กล่าวว่า ขณะนี้มีมิจฉาชีพมากขึ้น ขอให้ผู้ประกอบอาชีพรับซื้อรางวัล ใช้ความระมัดระวังตรวจสอบสลากอย่างละเอียดถี่ถ้วนมากขึ้น โดยในเบื้องต้นให้ใช้วิธีการเปรียบเทียบกับสลากของจริงของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลในงวดนั้นๆ เพื่อหาความแตกต่างกับสลากที่ต้องการตรวจพิสูจน์ เช่น ตรวจดูคุณลักษณะทั่วไปของสลาก คือความหนาบางของกระดาษ
เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนาง ติ๋ม ฐานทอง หรือ ป้าอ้อย อายุ 54 ปี แม่ค้าขายอาหารลิงแสม ที่เขาช่องกระจก เขตเทศบาลเมืองประจวบ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาชมวิวทิวทัศน์ของตัวเมืองในมุมสูง และยังเป็นที่อยู่อาศัยของลิงแสมเกือบ 3 พันตัว โดยนางติ๋ม เล่าให้ฟังว่า ตนยึดอาชีพขายอาหารลิงให้กับนักท่องเที่ยวหรือประชาชน มานานกว่า 27 ปีแล้ว โดยจะอยู่ที่บริเวณฝั่งตรงข้ามศาลากลางจังหวัดประจวบฯ และวัดธรรมิการามวรวิหารเป็นหลัก ยอมรับว่าสมัยก่อนเคยขายอาหารลิงได้วันละพันกว่าบาท ซึ่งถือเป็นรายได้ที่ดี เลี้ยงครอบครัวได้ แต่พบว่าปริมาณประชากรลิงแสมเพิ่มมากขึ้นทุกปีจากแค่มีลิงไม่กี่ร้อยตัวจนปัจจุปันมีลิงแสมมากเกือบ 3 พันตัว ประกอบกับเศรษฐกิจย่ำแย่ส่งผลให้รายได้ลดน้อยลง นักท่องเที่ยวและชาวประจวบที่มาเที่ยวเขาช่องกระจกมีจำนวนลดลงอย่างเห็นได้ชัด และไม่นิยมซื้ออาหารเลี้ยงลิงแสมเหมือนในอดีต ทุกวันนี้มีรายได้จากการขายอาหารลิงแสม เพียงวันละ 100-200บาทเท่านั้น ซึ่งน้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำเสียอีก นางติ๋ม เล่าต่อว่า ที่สำคัญลิงแสมเกือบ 3พันตัว บนเขาช่องกระจกแบ่
เฟซบุ๊กเพจ Sukan Star TV – sstv.my จากประเทศมาเลเซีย เผยแพร่คลิปวิดีโอการฝึกซ้อมวอลเลย์บอลในสนามที่เป็นดินแดงของเยาวชนชาย 3-4 คน โดยที่พิเศษคือใช้อุปกรณ์ช่วยในการซ้อมลูกตบหน้าเน็ต โดยเป็นเครื่องที่ใช้การประดิษฐ์แบบง่ายๆ ด้วยการปล่อยให้ลูกไหลลงมาระหว่างตัวหนีบ จากนั้นให้นักกีฬากระโดดตีลูกจากเครื่องดังกล่าว ซึ่งจากคลิปวิดีโอการซ้อมจะเห็นได้ว่าเครื่องดังกล่าวสามารถใช้งานได้เป็นอย่างดี และทำให้การซ้อมทำได้อย่างต่อเนื่อง หลังคลิปวิดีโอนี้ถูกเผยแพร่ออกไปมีผู้เข้าชมหลายล้านคน และแชร์ต่อออกไปเป็นจำนวนมาก ที่มา ข่าวสดออนไลน์
