Featured
ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ปัญหาโรคระบาดในไก่เกิดขึ้น ทำให้หลายฟาร์มประสบกับภาวะสูญเสียจำนวนหนึ่ง แต่ก็ยังมีผู้เลี้ยงอีกจำนวนหนึ่งไม่ได้รับผลกระทบ เพราะการดูแลอย่างเป็นระบบภายในฟาร์ม การทำความสะอาด การให้วัคซีนที่ถูกต้อง ส่งผลให้โรคแพร่กระจายไม่ถึง ซึ่งในพื้นที่ตำบลพักทัน อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี เกษตรกรที่เลี้ยงไก่พื้นบ้านเป็นอาชีพหลัก ทั้งยังมีลูกฟาร์มกระจายออกไปทั้งในจังหวัดสิงห์บุรีและต่างจังหวัด อีก 14 แห่ง ก็ไม่ประสบปัญหาโรคระบาดเช่นเดียวกัน เพราะการดูแลอย่างเป็นระบบตามที่กล่าวมา คุณเกรียงไกร โพธิ์ดี เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่พื้นบ้าน 4 สายพันธุ์หลัก ได้แก่ เหลืองหางขาว ประดู่หางดำ เขียวหางดำ และเทาทอง คลุกคลีในวงการไก่พื้นบ้านมานาน 12 ปี ตลอดเวลา 12 ปี เป็นประสบการณ์ที่ทำให้วันนี้ คุณเกรียงไกร เป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่พื้นบ้านมือหนึ่งของจังหวัดสิงห์บุรี เพราะนอกจากจะเป็นผู้เลี้ยง เพาะ ขยายพันธุ์ อนุรักษ์สายพันธุ์ ทำการตลาดในประเทศและต่างประเทศแล้ว ยังสร้างอาชีพเสริมให้กับเกษตรกรด้วยกัน ให้ไก่ไปเลี้ยงแล้วรับซื้อลูกไก่ประกันราคาอีกด้วย คุณเกรียงไกร โพธิ์ดี (ขวา) และ คุณศิริวัฒน์ อินทร์บุญ
ทายาทธุรกิจผลิตครก เติมไอเดียครกหินดีไซน์เก๋ มีหูหิ้ว มีที่วางสากป้องกันสากกลิ้ง ขนาดกะทัดรัด ถูกจริตคนรุ่นใหม่และโดนใจชาวต่างชาติให้หันมาทำกับข้าวมากขึ้น นับเป็นการฟื้นคืนชีพอุปกรณ์ทำครัวที่เกือบถูกลืม ให้กลับมามีชีวิตที่สมบูรณ์แบบอีกครั้ง คุณอัฐภิญา ธาราศักดิ์ หรือ คุณกุ๊ก ภรรยาสาวในวัย 35 ปีของคุณธารา ธาราศักดิ์ เจ้าของไอเดียครกหิ้วได้ ดีไซน์เฉียบ แนวคิด “พัก พิง คว่ำ” เล่าว่า ครอบครัวคุณธารา (สามี) ประกอบกิจการผลิต จัดจำหน่ายครก และผลิตภัณฑ์จากหินแกรนิตยาวนาน 70 ปี สินค้าที่มี อาทิ จาน ชาม แก้วน้ำ เชิงเทียน งานหินแกะสลัก แรกเริ่มอยู่ที่จังหวัดชลบุรี ต่อมาย้ายมายังจังหวัดตาก เนื่องจากหินแกรนิตที่แข็งแกร่งที่สุดในประเทศไทยอยู่ที่จังหวัดตาก ภรรยาสาว เล่าต่อว่า ทางครอบครัวสามีมีแนวคิดต้องการช่วยเหลือชุมชน สร้างงาน สร้างรายได้ โดยจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ชื่อว่า “กลุ่มผลิตภัณฑ์จากหิน ศิลาทิพย์” เมื่อปี พ.ศ.2552 เพื่อเข้าโครงการ OTOP “หลังจากที่จัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากหินก็มีเพิ่มขึ้น เน้นดีไซน์ตามความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก และเกิดแนวคิดพัฒนาครกหิน” คุณกุ๊ก
กุ้งอินทรีย์ คือกุ้งปลอดสารพิษ เป็นมิตรต่อผู้บริโภค ในปัจจุบันค่อนข้างหารับประทานยาก เพราะการเลี้ยงกุ้งระบบอินทรีย์มีข้อจำกัด และกฎระเบียบที่เข้มงวด ดังนี้ การเลี้ยงต้องไม่มีการใช้สารเคมีเข้ามาเกี่ยวข้อง 2. ต้องไม่มีการตัดแต่งพันธุกรรม (GMO) ในพื้นที่ 1 ตารางเมตร สามารถปล่อยกุ้งได้ไม่เกิน 15 ตัว ต้องรักษาสิ่งแวดล้อม และอาหารที่ใช้ต้องเป็นอาหารจากธรรมชาติ จะใช้อาหารเม็ดที่ซื้อจากตลาดไม่ได้ ต้องมีการสร้างระบบห่วงโซ่อาหารโดยธรรมชาติรอบบ่อที่เลี้ยง ด้วยข้อจำกัดที่เข้มงวด ทำให้เกษตรกรถอดใจกันไปหลายราย แต่ยังมีเกษตรกรที่ยังมุ่งมั่นและประสบผลสำเร็จสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำจากระบบการเลี้ยงกุ้งอินทรีย์ คุณสุรกิจ ละเอียดดี เจ้าของสุรกิจฟาร์มกุ้งอินทรีย์ เลขที่ 200/1 หมู่ที่ 13 ตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ เล่าว่า ครอบครัวประกอบอาชีพทำประมงอยู่แล้ว ตนเป็น รุ่นที่ 4 ของตระกูล แต่ก่อนที่จะเริ่มหันมาจับธุรกิจประมงอย่างจริงจัง ตนได้ทำงานบริษัทของน้า กว่า 10 ปี เวลาผ่านไปเริ่มรู้สึกว่างานที่ทำมันไม่ใช่ตัวเรา จึงตัดสินใจกลับมาสานต่อธุรกิจที่บ้าน เลี้ยงสัตว์น้ำแบบระบบพัฒนามาหลายอ
“ชีวิตคนเราไม่แน่ไม่นอน” ประโยคดังกล่าวนี้ เห็นจะจริงที่สุดสำหรับ คุณชวพจน์ ชูหิรัญ หรือ “เฮียนพ” ผู้ผ่านชีวิตจากจุดต่ำสุด ขนาดที่ว่าบ้านซุกหัวนอนแทบจะยังไม่มี ผ่านงานมาแล้วนับร้อยอาชีพ ทั้งพนักงานรักษาความปลอดภัย คนขับแท็กซี่ ขับวินมอเตอร์ไซค์ มาสู่ เถ้าแก่โรงงานหมูปิ้ง ที่มีออร์เดอร์เฉลี่ยวันละ 100,000 ไม้ อ่านไม่ผิดหรอกค่ะ เฉลี่ยวันละหนึ่งแสนไม้ เหตุที่มียอดขายขนาดนี้เพราะมีแหล่งที่ส่งคือ โมเดิร์นเทรด / คนที่มาซื้อไปสร้างเป็นแบรนด์ของตัวเอง/ ตัวแทนขาย และพ่อค้ารายเล็กรายน้อย ชีวิตที่ผกผัน ลงต่ำสุด ขึ้นสูงสุดนี้ ไม่ใช่อยู่ๆ ก็ได้มา หากแต่ต้องผ่านประสบการณ์ ผ่านร้อน ผ่านหนาว กระทั่งมาสู่จุดนี้ คุณนพ เล่าว่า จบการศึกษาแค่มัธยมศึกษาปีที่ 3 หลังจากเรียนจบ ทำงานโรงงานอีก 10 ปี ผันไปสู่พนักงานโรงแรม จนกระทั่งเข้าสู่ปี 2540 วิกฤตต้มยำกุ้ง ก็ถูกเลิกจ้าง จากนั้นก็ดิ้นรนทำและพยายามหาอาชีพอีกหลายอาชีพ ทั้งค้าขายตามตลาดนัด เป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย ไปเรียนการทำน้ำยาล้างจาน เรียนทำไอศกรีม พร้อมๆ กับออกไปขับแท็กซี่ ขับวินมอเตอร์ไซค์แถวสถานีตำรวจ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี และชีวิตมาสู่จุดผกผัน
เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) แจ้งต่อกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กรณีนายพาที สารสิน ได้ลาออกจากตำแหน่งกรรมการของบริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) โดยมีผลตั้งแต่วันนี้ (22 ธันวาคม 2560) เป็นต้นไป ทั้งนี้ บริษัทอยู่ระหว่างดำเนินการสรรหากรรมการใหม่ และจะดำเนินการแต่งตั้งในที่ประชุมคณะกรรมการ ซึ่งบริษัทจะแจ้งให้ทราบต่อไป ขอบคุณภาพประกอบจากไอจี patee122 ที่มา ข่าวสดออนไลน์
เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผบช.ภาค 8 ได้เซ็นคำสั่งเด้ง พ.ต.อ.สมชาย นพศรี ผกก.สภ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ไปประจำศปก.ตร.ภาค8 หลังปล่อยให้มีการจัดกิจกรรมปาร์ตี้ชายหาดในพื้นที่ เมื่อวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยหนังสือคำสั่งระบุ ตำรวจภูธรภาค 8 ที่ 610/2560 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจปฎิบัติราขการและรักษาราชการแทน ตามคำสั่งตำรวจภูธรภาค 8 ที่ 609 /2560 ลงวันที่ 21 ธ.ค. 2560 เรื่องแต่งตั้งผู้ตรวจสอบข้อเทจจริง โดยมีการสงสัยว่า พันตำรวจเอกสมชาย นพศรี ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีส่วนบกพร่องต่อหน้าที่ ปล่อยให้มีการจัดกิจกรรมปาร์ตี้ชายหาดในพื้นที่ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2560 ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนนโยบายของรัฐบาลให้งดการจัดกิจกรรมบันเทิงตลอดเดือนตุลาคม 2560 เพื่อให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย จึงอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 72 ประกอบด้วย พระราชกฤษฎีกาค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ พ.ศ.2526 ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการอนุมัติให้เดินทางไปราชการ และการจั
วันที่ 22 ธ.ค. น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าวถึงกรณีไทยโหวตหนุนร่างข้อมติของสหประชาชาติหรือยูเอ็นให้สหรัฐยกเลิกการรับรองเมืองเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของประเทศอิสราเอลว่า ท่าทีไทยในการสนับสนุนร่างข้อมติเป็นท่าทีที่ไทยยึดมั่นมาโดยตลอด ตามพื้นฐานของข้อมติสหประชาชาติ และเป็นเรื่องของหลักการ ทั้งนี้ ก่อนหน้านั้น นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ และนางนิกกี เฮลลีย์ ทูตสหรัฐอเมริกาประจำยูเอ็น ได้ขู่ว่าสหรัฐอเมริกาอาจตัดเงินช่วยเหลือ ประเทศที่โหวตสนับสนุนข้อมติของยูเอ็นให้สหรัฐยกเลิกการรับรองเมืองเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของประเทศอิสราเอล “ความสัมพันธ์ไทยกับสหรัฐฯครอบคลุมหลายมิติ ประเทศไทยไม่ได้รับความช่วยเหลือจากสหรัฐฯมาหลายปีแล้ว เพราะสถานะระดับการพัฒนาของไทย ส่วนใหญ่เป็นความร่วมมือผ่านโครงการระดับภูมิภาค ” โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าว ทั้งนี้ ในการลงมติในประเด็นดังกล่าว มีชาติสมาชิกโหวตเห็นชอบ 128 ชาติ โหวตไม่เห็นชอบ 9 ชาติ และอีก 35 ชาติ งดออกเสียง ที่มา ข่าวสดออนไลน์
จากกรณีเฟซบุ๊ก คุณท้าวศรีสุวรรณภิรมย์ภักดี โพสต์ภาพชาย โดยระบุว่าเป็นคนทรงเจ้า แต่งเครื่องแต่งกายและประดับเครื่องหมายยศ คล้ายกับชุดเครื่องราชอิสริยาภรณ์พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หรือเสด็จเตี่ย พร้อมระบุข้อความ“มหาบารมี ประดับเครื่องราชฯ ได้สมพระเกียรติมาก แสดงว่าทรงจริงแน่นอนเลยเจ้าค่ะ พระองค์ควรแจ้งให้ราชสกุลอาภากร ไปเฝ้ารับเสด็จนะเจ้าคะ จะได้สมพระเกียรติจริงๆ หน่อเนื้อพระพุทธเจ้าหลวง มิควรไปลงเกย์แก่ กินเงินพานครู นั่งดูดวงนะเจ้าคะ” เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.ที่ผ่านมา ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. พล.ต.ต.มานะ อินพิทักษ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร สั่งการให้ พ.ต.อ.พลัฏฐ์ วิเศษสิงห์ รองผบก. ติดตามตรวจสอบความคืบหน้าคดีหลังตำรวจ สภ.ย่อยบางน้ำจืด อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เข้าตรวจสอบสำนักทรงเจ้าซึ่งใช้ชื่อว่า สำนัก “พุทธะเทวะมงคลสถาน” พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ (บางน้ำจืด) เลขที่ 34/7 หมู่ 4 ต.บางน้ำจืด อ.เมือง จ.สมุทรสาคร แต่ไม่พบร่างทรงตามรูปภาพที่ปรากฎที่โซเซี่ยล พบเพียงเครื่องแต่งกายที่ประดับเครื่องหมายต่างๆ คล้ายเครื่องราชอิสริยาภรณ์ รวมทั้งกระบี่และห
เพจ Architecture & Design ได้โพสต์ภาพการแต่งรถหรูแนวสยองขวัญ เพราะแต่ละคันนั้นมาแนวเลือดสาด ราวกับขับฝ่าฝูงซอมบี้มาเป็นร้อยตัว ใครสายนี้ลองดูเผื่อเป็นแรงบันดาลใจ แต่ระวังโดนเรียกนะ ที่มา ข่าวสดออนไลน์
นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานดำเนินโครงการ “ปีใหม่ ข้าวใหม่…อิ่มท้อง อิ่มใจ ช่วยชาวนา” เป็นโครงการที่กระทรวงพลังงาน โดยบมจ.ปตท. จะทำการแจกข้าวใหม่ 1 ถุง (0.5 กิโลกรัม) ให้กับผู้ที่เข้ามาเติมน้ำมันชนิดใดก็ได้ จำนวนเท่าใดก็ได้ ณ สถานีบริการน้ำมันปตท. เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2561 เป็นต้นไปจนกว่าของจะหมด ซึ่งคาดว่าจะทำให้เกิดการแจกข้าวประมาณ 2 ล้านถุง หรือ 1 ล้านกิโลกรัม “การจัดหาข้าวจะมาจากเกษตรกรหรือ กลุ่มเกษตรกรโดยตรงไม่เป็นการจัดหาจากคนกลางใดๆ ดังนั้นเกษตรกรสามารถนำข้าวไปขายให้กับปตท. ได้โดยตรง โดยข้าวที่นำมาขายนั้นจะต้องเป็นข้าวใหม่แต่ชนิดไหนก็แล้วแต่พื้นที่”นายศิริกล่าว นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจน้ำมัน บมจ. กล่าวว่า ปตท. จะเปิดจุดรับซื้อข้าวจากเกษตรกร ที่ปั๊มน้ำมันของปตท. 1,500 สถานีทั่วประเทศ โดยกำหนดให้แต่ละสถานีฯ รับซื้อข้าวจากเกษตรกรสถานีละ 650 กิโลกรัม (ก.ก.) โดยจะแบ่งซื้อจากเกษตรกรรายละ 65 ก.ก. เป็นจำนวน 10 ราย ซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ 15,000 ราย สำหรับราคารับซื้อจากเกษตรกรอยู่ที่ 35 บาทต่อก.ก.เ
