Featured
วันที่ 24 ต.ค. นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่องการเข้าสู่ฤดูหนาวของประเทศไทย พ.ศ. 2560 ความว่า ประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว เมื่อวันที่ 23 ต.ค. 2560 โดยอุณหภูมิต่ำสุดบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนบนของทั้งภาคกลาง และภาคตะวันออกลดลง อยู่ในเกณฑ์อากาศหนาวเย็นเกือบทั่วไปอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับลมชั้นบนระดับล่างได้เปลี่ยนเป็นลมตะวันออก หรือตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนลมชั้นบนระดับบนเปลี่ยนเป็นลมตะวันตก รวมทั้งปริมาณและการกระจายของฝนบริเวณประเทศไทยตอนบนลดลงต่อเนื่อง ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่นต่อไป นายวันชัย กล่าวว่า ปีนี้ประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูหนาวช้ากว่าปกติ แต่จากการตรวจสอบพบว่าประเทศไทยได้เข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว เมื่อวันที่ 23 ต.ค. ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ในช่วงนี้จะยังมีฝนตกอยู่บ้าง แต่ในกรุงเทพฯ นั้นฝนจะค่อยๆ ลดลง พรุ่งนี้จะน้อยลง และวันที่ 26 ต.ค. ซึ่งเป็นวันพระราชพิธีนั้นเราคาดว่าจะมีแดดพอสมควร และมีฝนเล็กน้อยในบางพื้นที่ จึงอยากให้ประชาชนที่มาร่วมงานเตรียมร่ม และน้ำดื่มให้พร้อม นายวันชัย กล่าวต่อว่า ในส่วนภาคเหนือ เราคาดว่าอุณหภูมิ
นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวถึงกรณีมีประชาชนจำนวนมากเข้ามาจับจองพื้นที่โดยรอบจุดคัดกรองเพื่อเตรียมเข้าร่วมชมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่า จากการลงพื้นที่สำรวจโดยรอบเกาะรัตนโกสินทร์ พบว่า เริ่มมีประชาชนมาจับจองพื้นที่จำนวนมากแล้ว ส่วนใหญ่เป็นประชาชนจากต่างจังหวัด ที่ไม่ได้จองที่พักในโรงแรม ซึ่งน่าเป็นห่วงเรื่องของสุขภาพ เพราะอากาศขณะนี้ เป็นลักษณะร้อน สลับฝน ร้อนก็ร้อนจัด และมีฝน เสี่ยงที่จะเจ็บป่วยได้ง่าย “เข้าใจว่า ประชาชนที่มาปักหลักค้างแรม ไม่ได้ห่วงหรือคำนึงถึงสุขภาพ เพราะตั้งใจถวายความจงรักภักดี อันดับแรก คงต้องขอให้ดูแลสุขภาพร่างกายของตนเองเป็นหลัก ในส่วนของทีมแพทย์ จะช่วยเสริมสิ่งจำเป็นให้ เช่น จะมีทีมแพทย์ สลับสับเปลี่ยนเดินเท้าสอบถามประชาชน หากต้องการยาก็สามารถร้องขอได้ที่จุดหน่วยแพทย์ หรือหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พร้อมกันนี้จะประสาน กทม. ให้ฉีดพ่นหมอกควัน เพื่อป้องกันยุง เนื่องจากสภาพอากาศชื้น เกรงปัญหาเรื่องไข้เลือดออก นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช นพ.ณรงค์ กล่าวว่า สำหรับการปฏิบัติตน อยากให้ประชาชนทำความเข้าใจว่า ไม่ควรอดน้ำ
ฟาร์มไก่ตะเภาทองของ คุณ ณ นพชัย ผิวเกลี้ยง ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 328 หมู่ที่ 2 ตำบลบ่อสุพรรณ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่ง คุณ ณ นพชัย เล่าให้ฟังว่า เหตุผลที่มาเลือกเลี้ยงไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ เพราะจากที่ได้ทดลองเลี้ยงในช่วงแรกๆ นั้น เป็นไก่ที่ตอบโจทย์ในการที่จะเลี้ยงในสภาพภูมิอากาศแบบในประเทศไทย เพราะสามารถเจริญเติบโตได้ดี ทนต่อโรค และที่สำคัญ สามารถเลี้ยงแบบปล่อยบริเวณรอบบ้านได้โดยที่ไม่ต้องขังให้อยู่ในกรง “ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ นอกจากเลี้ยงได้ง่ายแล้ว เมื่อไก่เจริญเติบโตได้เต็มที่ คุณภาพเนื้อก็สามารถตอบโจทย์ในเรื่องการขายให้กับตลาด เพราะเนื้อไก่มีเอกลักษณ์ คือเนื้อเหนียวนุ่ม กระดูกร่อน หนังกรอบ ซึ่งคุณภาพตรงนี้ถือว่าตอบโจทย์ เพราะตอนนี้เราก็จะเลี้ยงเป็นเชิงไก่ปลอดสาร เพื่อเป็นเทรนด์ให้กับผู้ที่รักสุขภาพมีทางเลือกมากยิ่งขึ้น” คุณ ณ นพชัย บอกถึงลักษณะพิเศษของไก่ (ข้อมูลจาก สุรเดช สดคมขำ เทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์) ปัจจุบัน ไก่ตะเภาทอง ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม ทั้งจากผู้เลี้ยงด้วยกันเอง และจากผู้บริโภคเนื่องจากเป็นไก่ที่เลี้ยงในลักษณะปลอดสารเคมี รสชาติดี ส่วนผู้เลี้
ถ้าเป็นขนมหวานไทยๆ ประเภทขนมหม้อ อย่าง บัวลอย ข้าวเหนียวมูน สาคูน้ำกะทิ รวมมิตร ซ่าหริ่ม ลอดช่อง ฯลฯ ไม่มีใครไม่รู้จัก “ขนมหวานป้าเยาว์” มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย ล้วนแล้วแต่เป็นระดับเศรษฐีย่อมๆ เพราะได้วิชาบริหารเสน่ห์ปลายจวัก กวักเรียกลูกค้าเข้ามาใช้บริการขนมหวานไม่ขาดสาย ป้าเยาว์ หรือ พะเยาว์ กฤษแก้ว เป็นคนบ้านแพน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่พ่อแม่พาครอบครัวเข้ามาตั้งรกรากที่เมืองฟ้าอมร ป้าเยาว์จึงเข้ามาเป็นสาวโรงงานที่บริษัท โทเรไนล่อนไทย แถวลาดปลาเค้า นานถึง 16 ปี และแล้วโชคชะตาก็เล่นตลก ภาวะเศรษฐกิจที่ติดๆขัดๆ ทำให้โรงงานที่ทำอยู่แบกรับภาระต่อไปไม่ไหว ประกาศให้พนักงานเออรี่รีไทร์ ป้าเยาว์ คือ หนึ่งในนั้นที่ก้าวออกมาพร้อมเงินก้อนหนึ่งเป็นทุนครั้งใหม่ หลังออกจากงาน ป้าเยาว์เล่าว่าได้ไปดูดวงกับหลวงพ่อรูปหนี่ง ซึ่งท่านบอกว่า จะให้ดีน่าจะทำค้าขาย แล้วอาชีพแม่ค้าก็เริ่มต้นขี้นจากตรงนั้น ขนมชนิดแรกที่ป้าเยาว์ประเดิมขายคือ ขนม “บัวลอย” เพราะเป็นสิ่งที่คุ้นเคยมาแต่เด็ก ด้วยเคยช่วยแม่ทำขนมหวานและช่วยขายบ้างเป็นบางคราว แต่ไม่เคยคิดจะยึดเป็นอาชีพ เมื่อถึงคราวคับขันวิชาของแม่กลับกลายมาเป็นที่พึ่งพิ
มื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 24 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศประชาชนเดินทางมาปักหลักรอเข้าจุดคัดกรองในวันที่ 25 ต.ค.นี้ เพื่อเฝ้ารอเข้าร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ โดยบริเวณด้านหลังกระทรวงหมาดไทย (มท.) จนถึงด้านหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ มีประชาชนจำนวนมากมากางเต้นท์นอนรอตลอดริมฟตุบาท จนถึงเลียบคลองหลอด แม้เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาจะมีฝนตกโปรยปรายมาเป็นระยะก็ตาม ทั้งนี้ ประชาชนบางส่วนที่ไม่ได้นำเต้นท์มา ก็จะกางผ้าใบเพื่อหลบแดดหบลฝน โดยช่วงเช้าวันนี้กลุ่มจิตอาสาจำนวนมากได้มาทำความสะอาดรอบพื้นที่ท้องสนามหลวง เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับพระราชพิธีฯอีกด้วย นางกนกพร เนตรสาริกา อายุ 58 ปี ประชาชนที่เดินทางมากางเต้นท์นอนรอเข้าร่วมพระราชพิธีฯ กล่าวว่า ตนเดินทางมาจาก จ.ภูเก็ต ตั้งแต่วันที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยมาพักค้างคืนที่บ้านญาติย่านปิ่นเกล้า ก่อนจะเดินทางมาจับจองพื้นที่ตั้งแต่ช่วงเวลา 21.00 น.ของวันที่ 23 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยเมื่อคืนก็มีฝนตกหนักตลอดคืน ส่วนสาเหตุที่ต้องรีบมานั้น เพราะวันที่มีซ้อมพระราชพิธีฯตนมารอถึง 5 ชั่วโมง ก็ไม่ได้เข้า ครั
ค่ำคืนก่อนที่สำนักพระราชวัง จะประกาศปิดสักการะพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 ระหว่างวันที่ 24-29 ตุลาคม เพื่อเตรียมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช นั้น ผู้สื่อข่าว “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” รายงานบรรยากาศโดยรอบท้องสนามหลวง ปรากฏยังมีประชาชนทุกเพศทุกวัย ไม่เว้นแต่คนชราและผู้พิการ พร้อมใจกันแต่งกายด้วยชุดสีดำ พากันเดินทางมายังบริเวณจุดคัดกรองด้านริมคลองหลอด ข้างตึกกระทรวงกลาโหม และจุดคัดกรองบริเวณท่าช้าง เพื่อต่อคิวเข้าไปถวายพวงมาลัยและดอกไม้สดเพื่อสักการะพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 บริเวณริมกำแพงพระบรมมหาราชวัง หลังจากได้ถวายพวงมาลัย ดอกไม้สด บนพานหน้าพระบรมฉายาลักษณ์แล้ว ผู้คนจำนวนมากยังพากันไปก้มกราบ เฝ้ามอง และบันทึกภาพพระเมรุมาศ ซึ่งเสร็จสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ พร้อมแล้วสำหรับพระราชพิธีสำคัญ ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 26 ตุลาคม ที่จะถึงนี้ และท่ามกลางความมืดริมกำแพงพระบรมมหาราชวัง ในค่ำคืนนั้น สิ่งที่หลายคนพบ นอกจากภาพของผู้คนที่ต่างเดินทางมาด้วยจุดหมายเดียวกัน คือ ถวายอาลัยต่อพระเจ้าแผ่นดิน ซึ่งเป็นที่เทิดทูนยิ่งแล้ว ยังอาจได้ยินเสียงสะอื้นไห
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 ต.ค. ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) พล.ต.ต. ชาญ วิมลศรี รอง ผบช.ก. พล.ต.ต. ศุภเศรษฐ์ โชคชัย ผบก.ปคบ. พ.ต.อ. ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผกก.4 ภก.สมชาย ปรีชาทวีกิจ รก.รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ร่วมกันแถลงการจับกุมกวาดล้างแหล่งผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมายขายผ่านเว็บไซต์ ได้ของกลางมูลค่ากว่า 145 ล้านบาท สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคบ.ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ อย.นำกำลังเข้าตรวจค้นบริษัท เอคอมเมิร์ซ จำกัด เลขที่ 10/9 ม.16 ต.บางแก้ว อ.บางพลี สมุทรปราการ หลังจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่ามีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยา Intoxic ผ่านทางเว็บไซต์ จากการตรวจค้นพบผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมายแสดงฉลากผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย แสดงฉลากผลิตภัณฑ์ไม่ระบุเลขทะเบียนตำรับยา เลขสารบบอาหาร และเลขที่จดแจ้งเครื่องสำอาง ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมาย จำนวน 4 รายการ ประกอบด้วย 1.Intoxic (ถ่ายพยาธิ) จำนวน 14,600 ขวด มูลค่า 28,908,000 บาท 2.Hammer of Thor (ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เสริมสมรรถภาพทางเพศ) จำนวน 2
ปีติ ‘สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว’ รับสั่งเปิดพื้นที่ 2 ฝั่งถนนให้ประชาชนเข้าชมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ พร้อมขอความร่วมมือช่วงริ้วขบวนเคลื่อนผ่านหุบร่ม-ก้มกราบ ขอความร่วมมือปชช.ออกจากพื้นที่ ก่อนเปิดผ่านจุดคัดกรองให้เตี 5 ของวันที่ 25 ต.ค.นี้ เมื่อวันที่ 24 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงการเตรียมความพร้อมในการดูแลและให้บริการประชาชนในช่วงงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ว่า ใกล้วันงานพระราชพิธีฯประชาชนเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยประชาชนและไม่อยากให้ประชาชนรู้สึกอึดอัด ทรงมีรับสั่งเปิดพื้นที่เพิ่มเติมให้ประชาชนสามารถข้ามไปอยู่บนถนนฝั่งริมกำแพงพระบรมมหาราชวัง เนื่องจากในวันดังกล่าวจะมีประชาชนเดินทางเข้าชมพระราชพิธีเคลื่อนริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ประมาณ 7 หมื่นคน เพื่อผ่อนคลายในหลายเรื่อง ดังนั้นในวันงานพระราชพิธี ต้องขอค
คนเราเกิดมา โชคชะตาคงกำหนดไว้ไม่เหมือนกัน หลายท่านร่างกายอาจไม่ครบเหมือนคนส่วนใหญ่ ตั้งแต่กำเนิดหรือมาเกิดเหตุไม่คาดคิดเอาเมื่อโตแล้ว แต่ไม่ว่าจะมีสภาพอย่างไร ชีวิตก็ยังต้องดำเนินต่อไป และถ้าเวลานี้ มีใครกำลังท้อแท้ รู้สึกอ่อนแอไร้ที่พึ่ง ขอให้ลองใช้เวลาไม่นาน อ่านเรื่องราวนับจากนี้ดูสักนิด แล้วท่านอาจเปลี่ยนความคิด ก่อนจะ “พลิกขึ้นสู้” อีกครั้ง เหมือนกับ “พวกเขา” ก็เป็นได้ คุณสุวิสา ภูริทัต อายุ 53 ปี คนต้นเรื่องครั้งนี้ เปิดร้าน “นวดศิษย์คอลฟิลด์” ภายใต้การดูแลของสมาคมผู้พิการทางตา บางใหญ่ นนทบุรี ขนาด 1 คูหาติดเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำ ตั้งอยู่ในย่านหมู่บ้านพระปิ่น 3 ใช้เป็นสถานที่พูดคุยกัน เริ่มต้นให้ฟัง ปัจจุบันรับราชการและมีร้านนวดแห่งนี้อยู่ในความดูแลโดยธุรกิจนวดนี้ มีจุดเริ่มต้นมาจาการที่ คุณเรย์-ชาญยุทธ์ หนูพันธ์ อายุ 31 ปี น้องชายคนเล็กของเธอ มีเหตุอันต้องทำให้กลายเป็นคนตาบอด เมื่อตอนอายุได้ 26 ปี หลังจากที่พาไปเข้ารับการฝึกทักษะหลังจากการมองไม่เห็น จากทางโรงพยาบาลศิริราชแล้ว ทำให้ทราบว่าผู้พิการทางสายตาหลายคน พากันไปฝึกวิชานวดและวิชาหมอดู จาก มูลนิธิคอลฟิลด์เพื่อคนตาบอ
คุณสมศักดิ์ จิตติพลังศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซัยโจ เดนกิ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องปรับอากาศ แบรนด์ “ซัยโจ เดนกิ” กรุณาสละเวลา เปิดสำนักงานย่านงามวงศ์วาน เป็นสถานที่พูดคุยกัน ด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้มกันเอง เริ่มต้นให้ฟังเกี่ยวกับข้อมูลกิจการ ปัจจุบันธุรกิจซัยโจ เดนกิ มีขนาด 2 พันล้าน มีคนงานกว่า 500 คน ฐานะทางการเงินระดับ AAA ไม่ต้องกู้เงินธนาคารมาเกือบ 20 ปีแล้ว ส่วนยอดขายอยู่ในระดับ “ท็อปไฟว์”ของตลาดเมืองไทย อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับบริษัทข้ามชาติแล้ว ซัยโจ เดนกิ คงเป็นเพียงบริษัทเล็กๆ แต่ถ้าเทียบกับบริษัทคนไทยด้วยกัน ต้องถือว่าเป็นผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศรายใหญ่ที่สุดของประเทศ แม้วันนี้ ซัยโจ เดนกิ จะมีฐานะมั่นคงไม่น้อย แต่เมื่อลองมองย้อนไปเมื่อครั้งเริ่มต้น คุณสมศักดิ์ ยอมรับว่า เคยผ่านอุปสรรคมามากมาย ขนาดต้องล้มลุกคลุกคลาน ถึงขั้นเกือบล้มละลายมาแล้ว “ธุรกิจของครอบครัว ดั้งเดิมคือโรงงานรับจ้างผลิตเครื่องปรับอากาศให้คนอื่น พอมาทำยี่ห้อของตัวเองก็ไม่เป็นที่รู้จัก ช่วงเรียนอยู่ม.ปลาย เริ่มรับรู้ได้ว่าฐานะการเงินทางบ้านเริ่มมีปัญหา” เจ้าของเรื่อง
