Featured
น้ำตาลโตนด ที่มักจะส่งกลิ่นหอมหวนรัญจวนใจ เป็นวัตถุดิบหลักของคาเฟ่ขนมไทยโฮมเมด อย่าง “คำนึงคำตาล” ที่เปิดขายอยู่ที่ “มหาชัย” แต่อย่าเพิ่งแปลกใจกันไปก่อนว่า อยู่ที่มหาชัย แต่ทำไมถึงใช้น้ำตาลโตนดจาก “เพชรบุรี” และยึดถือเป็นวัตถุดิบหลัก จนมาวันนี้ ผู้เขียนได้กระจ่างกับข้อสงสัยนี้ เมื่อได้พูดคุยกับ คุณพิม-พฤกษา พฤษศิริสมบัติ อายุ 35 ปี เจ้าของร้านคำนึงคำตาล ถึงที่มาและเรื่องราวของการทำร้านนี้ขึ้น โดยคุณพิม เล่าให้เราฟังว่า แต่ก่อน ที่บ้านเปิดร้านขายอาหาร เมื่อโตมาก็เปิดร้านอาหารกับพี่ๆ น้องๆ ชื่อร้านว่า Three girls and a boy นั่นสะท้อนให้เห็นว่า เธอคลุกคลีอยู่กับวงการร้านอาหารมาโดยตลอด จึงทำให้เกิดการซึมซับกับสายอาชีพนี้ ร้านอาหารที่เปิด จะเป็นเมนูอาหารคาวเสียมากกว่า แต่จะไม่มีของหวาน โดยส่วนตัว ทางครอบครัวมักจะไปกินอาหารหรือขนมจากที่ต่างๆ จากมหาชัยไปเพชรบุรี สามารถเดินทางวันเดียว เพื่อไปกินลอดช่องได้ โดยที่ไม่รู้สึกว่าไกล ได้ลองกินลอดช่องที่ใช้น้ำตาลโตนดเป็นวัตถุดิบหลัก เพราะที่นั่นเขาขึ้นชื่อในเรื่องของน้ำตาลโตนดอยู่แล้ว เมื่อได้ลองกินไป เลยรู้สึกติดใจ ทำไมของอร่อยๆ แบบนี้ ถึงยังไม่เป็นท
เบื้องหลังเรื่องราวสุดบ้าคลั่งนั้น…ไม่ใช่แค่กล้า/บ้า แต่ มีประเด็นให้ขบคิด โดยเฉพาะคนทำธุรกิจ เอสเอ็มอีเจ้าของกิจการ ร้านค้าทั้งหลาย เป้าหมายอาจไม่ทะเยอทะยานไปไกลถึงขั้น “ยูนิคอร์น” แต่ในระหว่างทางตั้งแต่เริ่มต้น ไปจนตั้งไข่ธุรกิจนั้น ซีรีส์ “สงคราม ส่งด่วน” ให้แง่คิดที่เอาจริงๆ ก็อิงอยู่กับหลักการด้านการตลาดและการบริหารจัดการนั่นแหละ ขุด/ขูดอะไรออกมาได้บ้างมาดูกัน – Incentive ไม่มีอะไรศักดิ์สิทธิ์ไปกว่า เงิน/ผลตอบแทน ที่กระตุ้นให้คนตาลุกวาว และพร้อมทุ่มทุกอย่างเข้าแลก ซีนที่ สันติชาเลนจ์ให้ทีมเซลส์ขายให้ได้มากกว่าเขาแล้วเอาไปเลย 3 แสน หรือการระดมคนโดยบอกให้พนักงานยกโทรศัพท์ขึ้นมาโทรเรียกพ่อแม่ พี่น้อง ญาติ ลูกหลาน ระดมมาเข้าสายพานและกับค่าตัวหัวละ 1,000 บาท นั่นแหละ แน่นอนที่สุด – SWOT จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส อุปสรรค ยังเป็นเครื่องมือมองตัวเอง มองคู่แข่ง ไตร่ตรองโอกาสและปัจจัยแวดล้อมที่ไม่เคยล้าสมัย ไม่ใช่แค่เป็นซีนโรแมนติกแบบ เขียนชาร์ตบนกระจกรถเท่านั้น (แต่เอาจริงดูแล้วก็แอบเขิน) – Differentiates VS Me too คำถามที่สำคัญเสมอ นั่นคือ สินค้าเหมือนกัน บริการเหมือนกัน รับ
ในโลกของธุรกิจ “ความเร็ว ความลับ และความไว้ใจ” คือสิ่งที่ทุกองค์กรยึดถือ ซึ่งซีรีส์ ‘สงคราม ส่งด่วน’ Mad Unicorn ซีรีส์ไทยแนวธุรกิจ ได้สอดแทรกเนื้อหาบทเรียนอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะการนำเสนอเรื่องราวของศัตรูในคราบมิตร หรือที่เรียกว่า ‘หนอนบ่อนไส้’ ผ่าน 2 ตัวละคร อย่าง ลีนุกซ์ และ นิพนธ์ หัวหน้าคลังพัสดุ คนในที่ทำทีเป็นพวก แต่กลับขายความลับให้กับฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากลัว มากกว่าการมีคู่แข่งเสียอีก ปล. ข้อความหลังจากนี้อาจจะเป็นการสปอยล์เนื้อหาให้คุณได้ “หนอนบ่อนไส้” ในบริษัท Thunder Express มี ‘หนอน’ ที่ซ่อนอยู่ในองค์กรทั้งหมด 2 ตัว หนอนตัวแรก คือ ‘ลีนุกซ์’ โปรแกรมเมอร์ที่นำความลับทางการค้าของบริษัทไปเปิดเผยให้กับบริษัทคู่แข่ง เธอเปิดเผยข้อมูลแคมเปญ ‘Next Day’ ที่จะชิงความร่วมมือกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ แต่กลับถูกลอกเลียนไปโดยไม่ทันตั้งตัว ถึงแม้ว่าแคมเปญจะถูก Copy ไป แต่ Thunder Express ก็สามารถฝ่าฟันวิกฤตตรงส่วนนี้มาได้ แต่ทว่า ลีนุกซ์ยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น เธอกลับถูกบริษัทคู่แข่งสั่งให้ทำสิ่งที่ร้ายแรงที่สุด นั่นคือ การกด Reset ระบบสายพานในคลังสินค้า ทำให้กร
เมื่อเร็วๆ นี้ คณาจารย์ศศินทร์ นำโดย ศาสตราจารย์ ดร. เกื้อ วงศ์บุญสิน นักวิชาการอิสระ อดีตศาสตราจารย์วิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาฯ และสถาบันบัณฑิตฯ ศศินทร์ ได้เผยแพร่บทความน่าสนใจ โดยระบุว่า “ความผกผันทางประชากร” คือ ปรากฏการณ์ที่โครงสร้างประชากรซึ่งเราเคยคุ้นชินมาเป็นระยะเวลานาน กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรุนแรงในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มขึ้นของจำนวนและสัดส่วนประชากรสูงวัย การลดลงของอัตราการเกิด และการหดตัวของจำนวนประชากร (หรือการที่สังคม ‘ตายมากกว่าเกิด’) การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะส่งผลกระทบอย่างมากในอนาคตอันใกล้ และในหลากหลายมิติต่อประชากรของประเทศแทบจะทุกประเทศในโลกใบนี้ก็ว่าได้ สำหรับประเทศไทย จากข้อมูลคาดการณ์จำนวนประชากรในบทความเรื่อง “จะเป็นอย่างไรหากสังคมไทย ‘ตายมากกว่าเกิด’ ไปเรื่อย ๆ” พบว่า ภายในปี ค.ศ. 2083 ประชากรในประเทศไทยจะลดลงจาก 66 ล้านคน เหลือเพียง 33 ล้านคน โดยในจำนวนนี้จะมีเพียง 14 ล้านคนที่เป็นประชากรวัยแรงงาน (อายุ 15–64 ปี) จากปัจจุบันที่มีประชากรวัยแรงงานอยู่ถึง 46 ล้านคน ยิ่งไปกว่านั้นจะพบว่า ประชากรผู้สูงวัยที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปจะเพิ่มมากขึ้นจาก 8 ล้านคน เป็น 18
สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ร่วมกับ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดตัวโครงการยกระดับเทศกาล “Pride Thailand สู่เวทีโลก : การผลักดันต้นแบบความโอบรับของเทศกาลไทยสู่สากล” โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อใช้พลังจากงานวิจัยขับเคลื่อนเทศกาลไทยสู่การยอมรับระดับสากล ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการ สอวช. ได้กล่าวถึงแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่ปัจจุบันได้กลายเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์หลักของรัฐบาล โดยเฉพาะมิติที่เชื่อมโยงกับงานเทศกาล ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเพื่อการอนุรักษ์วัฒนธรรม แต่ยังมีศักยภาพสูงในการช่วยพัฒนาเศรษฐกิจตั้งแต่ระดับท้องถิ่นไปจนถึงระดับประเทศ เทศกาลที่ดีจึงต้องตอบโจทย์เศรษฐกิจร่วมสมัย ต้องมีการออกแบบเชิงระบบ และคำนึงถึงการใช้องค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ควบคู่ไปกับด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ศิลปศาสตร์ รวมถึงใช้การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) เข้าไปช่วยสนับสนุนให้เกิดงานเทศกาลที่ตอบโจทย์ผู้เข้าร่วมงาน และใช้ข้อมูลจากงานวิจัยมาจัดทำนโยบาย กลไกต่างๆ เพื่อพัฒนาให้เทศกาลไทยไปสู่สากลได้ ดร.สุรชัย กล่าวต่อว่า สอว
“ส้มตำเปลี่ยนชีวิต” อดีตพ่อค้าตลาดนัด เบนเข็มสู่ความสำเร็จ ไลฟ์สดขายส้มตำ สร้างยอดขาย 3 หมื่นบาทต่อวัน “ลูกค้าเยอะจนท้อ” คำพูดจากพ่อค้าส้มตำที่บอกกับเรา ทันทีที่ได้ยินคำนี้จึงมานั่งคิดว่า ต้องเยอะขนาดไหนกัน ทำไมถึงไม่ดีใจที่ลูกค้าเยอะ แต่เมื่อได้ฟังเขาทั้งคู่อธิบาย เลยทำให้เข้าใจ และรู้ว่า นี่คือร้านส้มตำตัวอย่างอีกร้าน วันนี้จะมาพูดถึงร้านส้มตำที่เรียกได้ว่าเป็นเจ้าดังเลยคือ ร้านราชบุรีส้มตำ ล้านแตก แค่ชื่อร้านก็พอจะเดาได้แล้วว่าขายที่ไหน ร้านตั้งอยู่ที่จังหวัดราชบุรี เป็นร้านที่เริ่มต้นมาจากสิ่งใกล้ตัวที่ถูกมองข้ามไปของคุณอ้น อินธิราช อายุ 29 ปี และ อาจารย์อิฐ-ศักดิ์สิทธิ์ วงศ์เปีย อายุ 35 ปี โควิดมาเยือน คุณอ้นเคยทำอาชีพเป็นพนักงานเสิร์ฟอาหาร ส่วนทางด้านของคุณอิฐก็เป็นอาจารย์ประจำสอนเกี่ยวกับการตลาดอยู่ที่สถาบันแห่งหนึ่ง คุณอ้น เผยว่า ในตอนแรกไม่ได้มีความคิดเลยสักนิดที่จะมาเปิดร้านส้มตำ แต่พอมาเจอกับโควิดที่มาใหม่ๆ ทำให้ต้องหยุดจากอาชีพพนักงานเสิร์ฟอาหาร และว่างงานอยู่ประมาณ 1 เดือน ในช่วงที่ว่างงานตอนนั้น ทำให้เขานั่งคิดกับตัวเองว่า “เราจะทำอะไรดีนะ” ทั้งคู่ก็มานั่งคิด
คุณยีน-สิริโสภา จุลเสวก หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งร้านอาหารไทย ในเครือ “นารา” กรุณาสละเวลามานั่งพูดคุยกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้ม เป็นกันเอง เมื่อวันก่อน โดยตอนหนึ่งของบทสนทนา ช่วงย้อนไปราว 20 ปี ตอนเริ่มต้นเปิดร้านอาหารนารา ในโรงแรมเอาราวัณ ย่านราชประสงค์ มีกระแส “ทอล์กออฟเดอะทาวน์” ในทำนองเป็นร้านอาหารมีเมนูเด่น เป็น “ก๋วยเตี๋ยวเรือไฮโซ” นั้น คุณยีนถึงกับยิ้มกว้าง ก่อนออกตัวเบาๆ “อย่าเรียกว่า ไฮโซ เลยค่ะ เรียกว่าเป็นการนำก๋วยเตี๋ยวเรือที่หลายคนอยากจะไปทาน แต่ค่อนข้างยากลำบากนิดหนึ่ง ที่ต้องไปข้างคลองนั่งร้อนๆ เราเลยนำขึ้นมาทานในห้าง ให้นั่งสบาย และรสชาติยังเป็นออริจินอล” “จริงๆ นารา เป็นการเจริญเติบโตแบบ ปากต่อปาก เราแทบจะไม่ทำมาร์เก็ตติ้งกันเลย เริ่มต้นอาจจะเป็นจากคน Local คนไทยที่เป็นเพื่อนๆ ญาติๆ เริ่มทานกันก่อน แล้วค่อยๆ ขยายวงกว้างออกไป ซึ่งทุกคนก็มีเพื่อนเป็นชาวต่างชาติ เป็นปากต่อปาก ประกอบกับเราอยู่ใกล้โรงแรม จะมีคนที่พักอยู่ในโรงแรมเอราวัณ เดินผ่านเพื่อไปขึ้นรถไฟฟ้าบ้าง ไปเซ็นทรัลเวิลด์บ้าง ก็จะผ่านร้านเรา” คุณยีน บอกมาอย่างนั้น และเมื่อนับจากวันนั้น พัฒนา
บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก ‘แม็คโคร-โลตัส’ เดินหน้าสนับสนุนเกษตรกรไทย ผ่านการรับซื้อปลากะพงคุณภาพจากแหล่งผลิตท้องถิ่นรวมกว่า 2.4 ล้านกิโลกรัม ตลอดทั้งปี เพื่อจำหน่ายที่แม็คโครทั่วประเทศ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ในการสนับสนุนการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน ล่าสุด ซีพี แอ็กซ์ตร้า ได้ร่วมมือกับ กรมการค้าภายใน (DIT) ศูนย์ประสานงานและประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรและอาหาร (AFC) หอการค้าไทย รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เยี่ยมชมแหล่งเลี้ยงปลากะพงที่จังหวัดฉะเชิงเทรา และปล่อยขบวนคาราวานปลากะพงสู่แม็คโครทุกสาขาทั่วประเทศ พร้อมจัดกิจกรรมสาธิตการทำอาหารจากปลากะพงที่รับซื้อมาจากแหล่งคุณภาพ ณ แม็คโคร สาขาศรีนครินทร์ ประเทศไทยถือเป็นแหล่งผลิตปลากะพงที่สำคัญของภูมิภาค ด้วยสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่เอื้อต่อการเพาะเลี้ยง รวมถึงประสบการณ์และความชำนาญของเกษตรกรไทย ทำให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ และได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย ซีพี แอ็กซ์ตร้า มุ่งสนับสนุนและเป็นแพลตฟอร์มแห่งโอกาสให้เกษตรกรไทย ผ่านการรับซื้อและจำหน่ายวัตถุดิบที่แม็คโครทุกสาขา
จากซีรีส์ ‘สงคราม ส่งด่วน’ Mad Unicorn (2025) ที่เพิ่งสตรีมบน Netflix ไปได้เพียง 1 วัน แต่สามารถปลุกกระแสความนิยมได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งนำแสดงโดย ไอซ์ซึ-ณัฐรัตน์ นพรัตยาภรณ์ ดาราหนุ่มมากฝีมือ กับบทบาท อดีตเด็กแว้นที่อยากปั้นสตาร์ตอัป ‘ขนส่ง’ ขึ้นมาโค่น ‘เจ้าสัวใหญ่’ ซึ่งซีรีส์เรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสตาร์ตอัปยูนิคอร์นหมื่นล้านตัวแรกของไทย นั่นคือ แฟลช เอ็กซ์เพรส (Flash Express) และวันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับ ‘คมสันต์ แซ่ลี’ ผู้ก่อตั้ง แฟลช เอ็กซ์เพรส ที่ขึ้นเป็นซีอีโอตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 30 ปี ให้มากขึ้น ย้อนกลับไปเมื่อปี 2562 ซีอีโอวัย 30 ปี ให้สัมภาษณ์กับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ว่า เติบโตมาในครอบครัวค้าขาย มีพี่น้อง 3 คน ตัวเขาเป็นลูกชายคนโต บ้านเกิดอยู่ที่จังหวัดเชียงราย แต่ไปเรียนต่อที่จังหวัดลำปาง จนจบปริญญาตรี ในสาขาธุรกิจระหว่างประเทศ จากนั้นย้ายไปทำธุรกิจที่จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนเล่าต่อว่า เคยทำธุรกิจส่วนตัวตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ที่จังหวัดลำปาง โดยเปิดร้านขายของอยู่หน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง เน้นขายของให้กลุ่มนักศึกษาจีนที่มาเรียนในโครงการแลกเปลี่ยน เพราะเห็นว่านักศึกษาจีนกิ
จากคาแร็กเตอร์สนุก สดใส และจริงใจบนโลกออนไลน์ของ 4 สาวตัวแทนผู้หญิงยุคใหม่อย่าง ‘ก้อย-นัตตี้-ดรีม’ สู่บทบาทใหม่ในฐานะเจ้าของแบรนด์เครื่องสำอาง ร่วมกับ ทราย–ชนิกานต์ วัลลภศิริ หญิงเก่งผู้เป็นกำลังสำคัญที่ร่วมกันก่อตั้ง Bitch With Brain หรือ BWB แบรนด์บิวตี้สัญชาติไทยที่น่าจับตามอง ด้วยแนวคิดที่ไม่เพียงตอบโจทย์ความงาม แต่ตั้งใจสร้างนิยามใหม่ให้ผู้หญิงกล้าสวยในแบบของตัวเอง พร้อมครีเอตหลากหลายผลิตภัณฑ์ที่เข้าใจสาวไทยอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นบลัชฉ่ำคุมมันที่มีหลายเฉดสำหรับทุกสีผิว และสกินทินต์สำหรับวันเร่งรีบ ที่ช่วยให้การแต่งหน้าเป็นเรื่องง่าย กลายเป็นสินค้าฮอตฮิตติดตลาดชิ้นแล้วชิ้นเล่า หลังเปิดตัวแบรนด์เป็นครั้งแรกที่ลาซาด้าเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา Bitch With Brain เติบโตอย่างก้าวกระโดดในระยะเวลาอันสั้น และเป็นหนึ่งในแบรนด์ยอดนิยมของสาวไทยสอดคล้องกับกระแส T-Beauty ที่กำลังมาแรง แต่พวกเธอมองภาพความสำเร็จของแบรนด์ที่ไกลกว่าการทำ “แบรนด์ของดารา” Bitch With Brain สร้างพื้นที่ให้ผู้หญิงได้เฉลิมฉลองความเป็นตัวเองอย่างภาคภูมิใจ โดยเชื่อในความสวยที่หลากหลายและเคารพในทุกความแตกต่าง จุดยืนของพวกเธอสะท้อ
