Featured
เทรนด์ฮิต! ซีมอสเจล ซูเปอร์ฟู้ดที่คนดัง-อินฟลูฯ ชอบกิน ดูประโยชน์เยอะ แต่ยังไม่มีงานวิจัยรองรับชัดเจน เชื่อว่าหลายคนคงสงสัย ว่า “Sea Moss Gel” (ซีมอสเจล) คืออะไร หลังเห็นเทรนด์การกินเจ้าซูเปอร์ฟู้ดตัวนี้มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเทรนด์นี้เริ่มต้นมาจาก Bella Hadid (เบลล่า ฮาดิด) นางแบบสาวชื่อดัง ที่ได้ลงคอนเทนต์บนช่องติ๊กต็อกเกี่ยวกับ Morning Routine ของตัวเอง และได้หยิบซีมอสเจลขึ้นมากิน ซึ่งคลิปนี้มีผู้รับชมจำนวนมากถึง 10.2 ล้านครั้ง และกลายเป็นไวรัลที่สาวๆ เห็นแล้ว อยากซื้อซีมอสเจลมากินตาม และเทรนด์นี้ก็เดินทางมาถึงไทย ทำให้เราได้เห็นดารา อินฟลูเอนเซอร์มากมายทำคอนเทนต์กินซีมอสเจลตามนางแบบคนดังกันเพียบ ทั้ง พลอย ชิดจันทร์, เกรซ กาญจน์เกล้า, โฟม เบญจมาศ, หมอมุก จากช่อง mookmukee, พิมพ์สุข จากช่อง pimsook.s และ mama_martin เป็นต้น สำหรับใครที่อยากลองซื้อมากิน มาทำความรู้จัก ซีมอสเจล กันให้มากขึ้นดีกว่า โดยเพจ หมอเจด ได้ให้ความรู้ไว้อย่างละเอียด ดังนี้ Sea Moss Gel คืออะไร Sea Moss หรือบางคนเรียกว่า Irish Moss เป็นพืชทะเลตระกูลสาหร่ายสีแดง หน้าตาคล้ายๆ กับโนริ หรือวากาเมะที่เรากินกับซูชิ แ
เผย Gen Z และ Millennials เลือกหารายได้ผ่านงานอิสระ มากกว่าทำงานประจำ ผศ.ดร.เกรียงไกร สัจจะหฤทัย คณบดีคณะการสร้างเจ้าของธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม เปิดเผยว่า การสำรวจจาก Deloitte Global 2023 Gen Z และ Millennial Survey เปิดเผยแนวโน้มที่สำคัญของกลุ่มคนรุ่นใหม่ในตลาดแรงงาน โดยพบว่า Gen Z และ Millennials ในประเทศไทย กำลังเปลี่ยนแนวทางการทำงานและสร้างรายได้ โดยให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่น ลักษณะการทำงานแบบ Gig Economy ความหลากหลายในรูปแบบงานและการสร้างรายได้ที่ยั่งยืนผ่านธุรกิจส่วนตัวและการทำงานอิสระมากกว่าการพึ่งพางานประจำแต่เพียงอย่างเดียว ข้อมูลจากรายงานระบุว่า 66% ของ Gen Z และ 71% ของ Millennials แสดงความสนใจในการหารายได้เสริมผ่านงานอิสระ เช่น งานผ่านแอปพลิเคชันด้านการขนส่ง การสร้างเนื้อหาบนโลกออนไลน์ และการทำธุรกิจขนาดเล็กที่ตอบโจทย์ตลาดเฉพาะกลุ่ม ความสนใจนี้ สะท้อนถึงความต้องการสร้างความมั่นคงทางการเงินด้วยการลงทุนในทักษะส่วนบุคคลและธุรกิจที่สามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต ทั้งนี้ SMEs และสตาร์ตอัป เป็นแกนกลางของการเติบโตทางเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นเส้นเลือดฝอยหล่อเลี้
อย่ากลัวที่จะคิด! ตู้กดเครื่องสำอางอัตโนมัติ เด็กม.รังสิต คว้ารางวัล Best Business Idea เมื่อเร็วๆ นี้ นักศึกษาวิทยาลัยฮอสปิตอลลิตี้ มหาวิทยาลัยรังสิต หลักสูตร 2 ปริญญา สาขาการจัดการธุรกิจการบินและการขนส่ง กับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังวิทยาเขตชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ สาขาบริหารธุรกิจและการเป็นผู้ประกอบการ ได้รับรางวัล “Best Business Idea” โครงการ KMITL Startup Bootcamp Chumphon 2024. ภายใต้แผนธุรกิจ Glow up Make up ซึ่งจัดโดย สำนักบริหารงานวิจัยและนวัตกรรมพระจอมเกล้าลาดกระบัง (KMITL Research and Innovation Services) (KRIS) พิณพลอย-นางสาวบุษยาภา ด้วงทิม นักศึกษาชั้นปีที่ 4 วิทยาลัยฮอสปิตอลลิตี้ สาขาธุรกิจการบินและการขนส่ง (หลักสูตรควบ 2 ปริญญา RSU X KMITL) กล่าวว่า ได้รับรางวัล Best Business Idea เป็นโครงการ KMITL Startup Bootcamp Chumphon 2024. มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาขีดความสามารถและสร้างศักยภาพของผู้ประกอบการธุรกิจนวัตกรรมรายใหม่ (Startup) กิจกรรมบ่มเพาะความรู้ด้านการเป็นผู้ประกอบการเชิงปฏิบัติการ (Workshop) และนำเสนอแผนธุรกิจขั้นต้น (Mock Pitching : Startup Try Out) ร
หัวใจสำคัญของขนมไทย อยากให้ตัวเหนียว เนื้อเนียน กินแล้วสู้ฟัน คือ การนวด ขนมไทยๆ ตัวไม่เหนียว เช่น ลอดช่อง ปลากริมไข่เต่า ขนมเล็บมือนาง ขนมด้วง ขนมชั้น ขนมกล้วย ขนมฟักทอง เข้าใจได้ว่าขนมอะไรที่ทำเยอะๆ เพื่อขายมากๆ ย่อมตกหล่นวิธีการไปเพราะเสียเวลา หัวใจสำคัญของขนมไทยๆ ที่อยากให้ตัวเหนียว เนื้อเนียน กินแล้วสู้ฟัน คือ การนวด เราต้องเอาแป้งตามชนิดของขนมซึ่งมีอยู่ 3-4 ชนิด ตัวหลักๆ คือ แป้งข้าวเจ้า เป็นเนื้อหลักของขนมไทย แป้งมันสำปะหลังเพิ่มความเหนียวใสให้ขนม แต่ถ้าอยากให้ขนมเหนียวใสมาก มักจะเพิ่มแป้งซ่าหริ่มหรือแป้งถั่วเขียว ให้เหนียวยิ่งขึ้นไปอีกใส่แป้งข้าวเหนียว ส่วนเหนียวนุ่มนวลใส่แป้งเท้ายายม่อม การนวดแป้ง มักจะนวดกันในกระทะทอง เพื่อที่ว่าเมื่อนวดเสร็จเติมน้ำจะได้กวนได้เลย ไม่ต้องถ่ายภาชนะ ล้างหลายใบ ค่อยๆ เติมส่วนผสมน้ำลงในแป้งอาจจะเป็นกะทิ น้ำ น้ำใบเตย น้ำปูนใส แล้วแต่ขนม ใช้มือคนๆ ให้แป้งซับน้ำ เติมน้ำจนกว่าแป้งจะนวดได้ อย่าใจร้อนใส่น้ำพรวดทีเดียวจนนวดแป้งไม่ได้ เมื่อนวดได้แล้ว จับเวลานวดโดยใช้อุ้งมืออย่างต่ำ 5 นาที อย่างมาก 10 นาที ถึงค่อยเติมส่วนผสมน้ำที่เหลือทั้งหมด คนให้ละลายค่อ
มิชลิน ไกด์ 6 ปีซ้อน “ล้งเล้งลูกชิ้นปลา” สูตรลับ 50 ปี ส่งต่อความอร่อยสู่บรรทัดทอง ขายดีวันละ 400 ชาม! “สิ่งที่เรายึดถือมาตลอดคือ คุณภาพไม่ดี เราไม่ทำ และทำออกมาให้เหมือนกับเราทำกินเองที่บ้าน ทุกอย่างทำใหม่ ผักซื้อวันต่อวัน ไม่หมด ทิ้ง” คำบอกเล่าของ คุณมุก-มุกรวี หวังเพื่อสุข ทายาทรุ่นใหม่ “ร้านล้งเล้งลูกชิ้นปลา” ตำนานความอร่อยกว่า 50 ปี เจ้าของมิชลิน ไกด์ 6 ปีซ้อน ถึงปัจจุบันยังเป็นที่นิยมของลูกค้า โดยสามารถขายได้ประมาณ 400-500 ชามต่อวัน ในสาขาบรรทัดทอง คุณมุก เล่าให้ฟังว่า แม่ของเธอเติบโตมาในครอบครัวใหญ่ ที่ขายก๋วยเตี๋ยวเป็นอาชีพหลักตั้งแต่รุ่นอาเหล่ากู๋ จึงได้คลุกคลีในธุรกิจนี้ ทั้งช่วยลวกเส้น ทำก๋วยเตี๋ยว พอโตขึ้น ต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไปเปิดสาขาของแต่ละคน หนึ่งในนั้นคือ “ล้งเล้ง” ซึ่งเปิดสาขาแรกที่ตลาดสวนหลวง ซึ่งปัจจุบันคือสามย่าน ก่อนย้ายมาอยู่บนถนนบรรทัดทองถึงปัจจุบัน ล้งเล้ง ชื่อนี้ตั้งล้อกับภาษาจีน ที่แปลว่า เสียงดัง โหวกเหวก เพราะเมื่อก่อนขายดีมาก 4 พี่น้องที่ช่วยกันขายจึงตะโกนสั่งออร์เดอร์กันไปมา เพราะใช้วิธีจำแทนการการจดมือ ประกอบกับคนที่พัฒนาสูตรคือ “เล้ง” น้องชายของแม่
ให้ความสำคัญกับอิสรภาพทางการเงิน ใช้ชีวิตแบบที่ต้องการ มากกว่ามีภาระค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับลูก รู้จัก DINK เทรนด์ใหม่ของชีวิตคู่ยุคนี้ ในยุคที่ค่านิยมเกี่ยวกับครอบครัวเปลี่ยนไป คู่รักหลายคู่เริ่มให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตมากกว่าการมีลูก ทำให้แนวคิด DINK หรือ Dual Income, No Kids คู่แต่งงานมีรายได้ทั้งคู่ และไม่มีลูก กลายเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมมากขึ้น DINK หมายถึง คู่รักที่แต่งงานหรือใช้ชีวิตร่วมกัน โดยที่ทั้ง 2 ฝ่ายมีรายได้เป็นของตัวเอง และไม่มีลูก ไม่ว่าจะเป็นคู่ชาย-หญิง และ LGBTQ+ ก็สามารถเป็น DINK ได้ทั้งนั้น กลุ่มคนเหล่านี้มักให้ความสำคัญกับอิสรภาพทางการเงิน การใช้ชีวิตแบบที่ต้องการ และการลงทุนเพื่ออนาคต มากกว่าการมีภาระค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับลูก เช่น ค่าเล่าเรียน ค่ารักษาพยาบาล หรือค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูต่างๆ จากผลสำรวจของสถาบัน Brookings พบว่า ครอบครัวที่มีรายได้ปานกลางโดยเฉลี่ยจะต้องจ่ายเงินค่าเลี้ยงดูบุตรประมาณ 200,000-300,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 6-10 ล้านบาท) จนอายุครบ 17 ปี ทำไม DINK ถึงเป็นคู่รักกระเป๋าหนัก? 1. รายได้สองทาง ไม่มีภาระลูก : ด้วยความที่ทั้งคู่ทำงานและสร้างรายได้ของตั
โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ทำคนไทยตายวันเกินพัน สูญเสียเศรษฐกิจปีละ 1.6 ล้านล้านบาท เมื่อวันที่ 14 ก.พ. ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มีงานแถลงข่าวผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนนโยบายคนไทยห่างไกลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) สืบเนื่องจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs (Non-communicable diseases) คือภัยคุกคามที่ทั่วโลกกำลังเผชิญหน้าอย่างหนักหน่วง ทั้งนี้ มีสถิติย้อนหลังจากรายงานขององค์การอนามัยโลก ระบุว่า ในกลุ่มคนไทยที่เสียชีวิตเพราะ NCDs ปีละกว่า 400,000 ราย โดยในปี 2565 ผู้เสียชีวิตทั่วโลกจากกลุ่มโรค NCDs สูงถึง 74% หรือ คิดเป็นจำนวน 45 ล้านคนทั่วโลก และในรายงานนี้ คนไทยเสียชีวิตด้วยกลุ่มโรค NCDs สูงถึงร้อยละ 77 มากกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก ซึ่งสาเหตุสำคัญมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต และการบริโภคที่ส่วนหนึ่งมาจากการรับประทานอาหารมากเกินความต้องการของร่างกาย การสูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การเคลื่อนไหวร่างกายที่น้อยลง ความเครียด การนอนหลับที่ไม่เพียงพอ หรือแม้แต่ปัญหาด้านมลภาวะ ที่ส่งผลกระทบและสะสมจนกลายเป็นภัยเงียบที่แฝงตัว ก่อให้เกิดโรคต่างๆ ในที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มคนทำงาน และเพื่อแก้ไขปัญหา ป้องกัน คว
รู้จัก SHOPTER-ช้อปเถอะ เปิดร้านค้าออนไลน์ง่ายๆ ใน 1 นาที! ไม่ต้องสต๊อกสินค้า-ผลิตเอง สร้างแบรนด์ตัวเองได้ง่ายๆ ไม่ง้อโรงงาน จากเด็กหนุ่มเจ้าของ ร้านก๋วยเตี๋ยวเมืองเพชรฯ เจ้าดัง หน้าไม่งอ รอไม่นาน “เจ๊กเม้ง” รีแบรนด์เป็น “JMcuisine” ชอบไปฟังสัมมนายากๆ อย่างเศรษฐกิจมหภาค ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม พอเติบโตถึงขั้นอุดมศึกษา จึงเข้าศึกษาต่อในคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เรียนอยู่แค่ ปี 2 ปี 3 ก็สามารถหารายได้เป็นกอบเป็นกำ จากการรับทำภาพถ่ายเป็นของที่ระลึกในโอกาสพิเศษของคนหนุ่มสาว ซึ่งรายได้เสริมระหว่างเรียนดังว่า สามารถพัฒนาต่อยอด กลายเป็นธุรกิจของขวัญออนไลน์ แบรนด์ SOdAPrintinG.com เป็นที่ยอมรับและรู้จักอย่างกว้างขวาง จนถึงปัจจุบัน คุณครีม-ธวัชชัย สหัสสพาศน์ คือ นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง เจ้าของโปรไฟล์ข้างต้น ล่าสุดเขาได้แตกไลน์อีกหนึ่งธุรกิจ มีชื่อเรียกคูลๆ ตามสไตล์คนรุ่นใหม่ ว่า “SHOPTER – ช้อปเถอะ” สำหรับที่มาที่ไป นั้นบอกเลย น่าสนใจมาก “ก่อนโควิด ยอดขายของขวัญออนไลน์ พวกรูปถ่ายสกรีนบนผ้าใบแคนวาส ขายดีมาก ประมาณ 1,000 รูปต่อวัน แต่พอโควิดเข้ามา อีเวนต์สำคัญๆ อย่าง งานรับปริญญา ถูกยกเลิกห
บอกมาปีนี้ อยากได้กี่ดอก! วาเลนไทน์ บอกรักผ่านกุหลาบ จำนวนดอก มีความหมายว่าอะไร? เข้าสู่เทศกาลแห่งความรักอย่าง วันวาเลนไทน์ แล้ว หลายๆ คน เริ่มมองหาของขวัญ เพื่อมอบเป็นของแทนใจให้คู่รักหรือคนที่แอบชอบแอบปลื้ม โดยหนึ่งในของที่ได้รับความนิยมมาโดยตลอดและถือเป็นสัญลักษณ์ของความรักเลยก็คือ ดอกกุหลาบสีแดง แล้วรู้ไหมว่า จำนวนดอกกุหลาบ ที่ให้กัน แต่ละจำนวน มีความหมายแฝงด้วยนะ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้รวบรวมความหมายของดอกกุหลาบแต่ละจำนวนมาให้แล้ว ดังนี้ ดอกกุหลาบ 1 ดอก แปลว่า รักแรกพบ ดอกกุหลาบ 2 ดอก แปลว่า ความรู้สึกเราไม่ต่างกัน ดอกกุหลาบ 3 ดอก แปลว่า ฉันรักคุณ ดอกกุหลาบ 5 ดอก แปลว่า ฉันรักคุณมากๆ ดอกกุหลาบ 6 ดอก แปลว่า ฉันรักและคิดถึงคุณมากๆ ดอกกุหลาบ 7 ดอก แปลว่า ฉันหลงเสน่ห์คุณเข้าให้แล้ว ดอกกุหลาบ 8 ดอก แปลว่า ฉันอยากชดเชยวันเวลาที่ขาดหายไปให้กับคุณ ดอกกุหลาบ 9 ดอก แปลว่า รักของเราจะอยู่นานตราบชั่วชีวิต ดอกกุหลาบ 10 ดอก แปลว่า คุณเป็นคนที่น่ารักที่สุด ดอกกุหลาบ 11 ดอก แปลว่า คุณคือสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิต ดอกกุหลาบ 12 ดอก แปลว่า ขอให้เราคู่กันจวบจนนิรันดร์ ดอกกุหลาบ 13 ดอก แปลว่า เพื่อนก
ใครว่าคู่รักมักทำธุรกิจไม่รุ่ง? 4 คู่รักนักธุรกิจ เริ่มต้นจากความรัก ต่อยอดความสัมพันธ์สู่การทำธุรกิจ จนประสบความสำเร็จ ความใฝ่ฝันในการใช้ชีวิตคู่ของแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน นอกจากจะคบกันในเรื่องของความรักแล้ว ยังรวมไปถึงการจับมือกันสร้างธุรกิจเพื่อความมั่นคงของชีวิตคู่อีกด้วย การทำธุรกิจกับหวานใจนั้นเปรียบเสมือนการผจญภัยสุดท้าทาย ที่เต็มไปด้วย ความตื่นเต้นและอุปสรรค เพราะจะต้องมองข้ามในเรื่องของความรักแต่จะต้องมองในมุมของธุรกิจมากขึ้น อย่างวันวาเลนไทน์นี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะมาบอกเล่าเรื่องราวของคู่รักที่ได้จับมือมาทำธุรกิจร่วมกัน และพากันก้าวข้ามอุปสรรค จนทำให้ธุรกิจออกมาประสบความสำเร็จ เริ่มกันที่ธุรกิจแรกโดย คุณตี้ ชนัฏา และ คุณมุก นวพร อดีตแอร์โฮสเตสที่ผันตัวมาทำธุรกิจร่วมกัน จนเกิดเป็น Twin Burger หมั่นโถวเบอร์เกอร์เจ้าแรก ที่มีจุดเด่นไม่เหมือนใคร เป็นการนำหมั่นโถวโฮมเมดสูตรบ้านแฟนมาใช้แทนขนมปัง ทำให้มีเนื้อสัมผัสนุ่ม และกรอบ ทิ้งไว้แป้งจะไม่แห้ง และจากการลองผิดลองถูกทำให้ทั้งคู่สามารถสร้างรายได้หลักแสนต่อเดือน ต่อมาเป็นธุรกิจของ คุณอ้น อินธิราช และ คุณอิฐ ศักดิ์สิทธิ์ เจ้าขอ
