Featured
ลาซาด้า แบ่งเบาภาระผู้บริโภค ขนทัพสินค้าซ่อมแซมบ้าน ในราคาพิเศษ จากเหตุแผ่นดินไหวที่ผ่านมา ลาซาด้า ตระหนักถึงความต้องการของผู้บริโภคในการปรับปรุงบ้านหรือจัดเตรียมของใช้จำเป็นยามฉุกเฉิน จึงได้จัดแคมเปญพิเศษ Lazada Support ช้อปพร้อมใช้ ส่งต่อกำลังใจ ขนทัพสินค้าจำเป็น ครอบคลุมสินค้าเกี่ยวกับบ้าน เฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ช่างและอุปกรณ์ปรับปรุงบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคในราคาพิเศษ ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 14 เมษายน 2568 เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระและลดความกังวลให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ พร้อมเดินหน้าจัดแคมเปญ ลาซาด้า 4.4 ดีลเด็ดใกล้ฉัน ช่วยนักช้อปประหยัดต่อกับสินค้าทุกหมวดหมู่ ระหว่างวันที่ 3 เมษายน 2 ทุ่ม ถึงวันที่ 6 เมษายนนี้ คุณวาริสฐา เกียรติภิญโญชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลาซาด้า ประเทศไทย กล่าวว่า จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ลาซาด้า เล็งเห็นความสำคัญในการช่วยเหลือผู้บริโภคในการลดภาระค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสินค้าจำเป็นในหมวดต่างๆ ครอบคลุมสินค้าเกี่ยวกับบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าอุปโภคบริโภค โดยแคมเปญพิเศษในครั้งนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของลาซาด้าในการช่วยให้ผ
คนไทยในอเมริกาสะเทือน! ทรัมป์ขึ้นภาษี 37% ร้านอาหารไทยเสี่ยงปรับราคา-เสียอัตลักษณ์ เรียกได้ว่าสะเทือนทุกหย่อมหญ้า หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีศุลกากร สินค้านำเข้าในสหรัฐฯ ทุกประเภท 10% และจะเก็บภาษีเพิ่มเติมกับหลายประเทศ พบว่า ไทย ถูกเก็บภาษีถึง 37% ในขณะที่จีน 34% เวียดนาม 46% และไต้หวัน 32% ทำให้เรื่องนี้ส่งผลกระทบครั้งใหญ่ โดยเฉพาะคนไทยในอเมริกาที่ต้องพึ่งพาสินค้านำเข้าจากไทยเป็นหลัก วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้มีโอกาสพูดคุยกับ คุณอาท-สุภกิจ ภัทรธีรานนท์ เจ้าของเพจ ร้านเด็ด อเมริกา เกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะผู้บริโภคและผู้ประกอบการร้านอาหารไทยในอเมริกา ไทยเสียเปรียบจากนโยบาย America First คุณอาท กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ทรัมป์ได้ประกาศก่อนหาเสียงอยู่แล้ว ว่าเขาจะใช้นโยบาย America First ที่จะให้อเมริกาได้ดุลการค้ากลับมา ทำให้ทรัมป์ต้องการปรับสมดุลผ่านการขึ้นภาษี ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะก่อนหน้านี้ สินค้านำเข้าอย่างเหล็กก็เคยโดนมาตรการภาษีมาแล้ว แต่รอบนี้น่าตกใจ เพราะ อัตราภาษีสูงถึง 37% ซึ่งเกือบแตะ 50% การขึ้นภาษีรอบนี้กระทบเป็นวงกว้าง ไม
โอกาสมาแล้ว! Michelin รับสมัครนักชิมอาหาร ตำแหน่ง Michelin Red Guide Food Inspector ชิมอาหารขั้นต่ำ 260 มื้อต่อปี โอกาสของนักชิมลิ้นทองมาแล้ว เพราะ Michelin ประกาศรับสมัครนักชิมในตำแหน่ง Michelin Red Guide Food Inspector คือบุคคลผู้มีบทบาทสำคัญในการจัดอันดับและให้ดาวมิชลินแก่ร้านอาหารต่างๆ ทั่วโลก พวกเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารที่มีความรู้และประสบการณ์สูง โดยมีหน้าที่หลักคือการเดินทางไปชิมอาหารที่ร้านต่างๆ แบบไม่เปิดเผยตัวตน เพื่อประเมินคุณภาพของอาหารและประสบการณ์โดยรวมของร้าน ซึ่งต้องบอกว่า Michelin Red Guide Food Inspector เป็นตำแหน่งงานที่น่าสนใจ โดยทางมิชลินได้กำหนดรายละเอียดงาน บทบาทหน้าที่ และคุณสมบัติของผู้สมัครไว้ดังนี้ บทบาทและความรับผิดชอบ – ดำเนินการตรวจสอบมื้ออาหารอย่างละเอียดและจัดทำรายงานโดยละเอียด – วางแผนการเดินทาง จัดการเวลา และประสานงานกับสมาชิกในทีมอย่างมีประสิทธิภาพ – ตรวจสอบช่องทางสื่อต่างๆ สำหรับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับร้านอาหารภายในตลาดที่ได้รับมอบหมาย – คาดว่าจะมีการตรวจสอบมื้ออาหารขั้นต่ำ 260 มื้อต่อปี – ยินดีที่จะเดินทางไปต่างประเท
“ถ้าตราบใดความเชื่อในเทพเจ้ายังมีอยู่ งิ้วจะไม่ตายจากประเทศไทยเราไปแน่นอน” เบื้องหลังม่านชีวิตของคนงิ้ว มีเรื่องราวที่น่าสนใจ และน่าเห็นใจไม่แพ้กัน ในช่วงตรุษจีนที่ผ่านมา ผู้เขียนได้มีโอกาสเดินทางไปชมการแสดงงิ้วคณะไซ้ หย่ง ฮง และได้นั่งพูดคุยกับ คุณต๋อง-ธัชชัย อบทอง อายุ 58 ปี ผู้จัดการคณะงิ้วไซ้ หย่ง ฮง และมีประเด็นหนึ่งที่รู้สึกว่าเป็นเรื่องสะท้อนสังคมได้ดี และชี้ให้เห็นถึงวิถีชีวิตของคนในสมัยนั้น จึงอยากจะนำมาตีแผ่ให้กับผู้อ่านได้รับรู้ร่วมกัน
ไวรัลหนักมาก! “สุกี้พรศิริ” ร้านสตรีตฟู้ดที่เริ่มต้นจากซอสสูตรพิเศษ ต่อยอดสู่การขายสุกี้ เมนูที่ช่วยชูรสชาติของวัตถุดิบและรสชาติของซอสได้อย่างดีเยี่ยม โดย เชฟอั้ม-พีชญา สุขวิบูลย์ และเพื่อนๆ ซึ่งเป็นหุ้นส่วนร้านอาหาร Flat Marble ร่วมกันสร้างร้านนี้ขึ้นมา แม้จะเปิดให้บริการแค่วันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่ 3 ทุ่มถึงเที่ยงคืน ตามข้อจำกัดของสถานที่ตั้งร้านซึ่งเป็นลานจอดรถ แต่ “สุกี้พรศิริ” ยังขายดี มีลูกค้าต่อคิวยาว จนต้องเพิ่มเตาผัด และมีคิวยาวพีกสุด 130 คิว
จากอดีตเจ้าของร้านสเต๊ก “อร่อยทะลุโลก” ที่เผชิญกับปัญหาโรคระบาดโควิด-19 ทำให้ยอดขายลดลง เขาจึงต้องหาลู่ทางใหม่ ซึ่ง “พิซซ่า” ก็ตอบโจทย์มากที่สุด ณ ขณะนั้น จุดเด่นของร้าน Pizza Twenty Plus เน้นขายเป็นพิซซ่าสไตล์นิวยอร์ก ราคาถูก เพียงชิ้นละ 20 บาท อีกทั้งยังมีรสชาติที่ถูกปากคนไทย จนทำให้ลูกค้าหลายคนยอมต่อคิวรอหลายชั่วโมง เพื่อที่จะได้ลิ้มลองพิซซ่าสไตล์โฮมเมดของ คุณวิสันต์ เดชผล เรียกได้ว่าหลังจากได้รับพลังรีวิวบนโซเชียล ทำให้ร้านเป็นกระแส มีคนรู้จักมากขึ้น จนสามารถสร้างรายได้พีกสุดหลักแสนต่อเดือน! พิกัด : Pizza Twenty Plus สุขุมวิท 93 แยก 5 ซอย 22 (ปากซอยพึ่งมี 50/22) เวลาเปิด : 17.00-24.00 น. (หยุดวันพุธและวันเสาร์)
‘สลัดไฮโซ’ จากร้านเล็กๆ เริ่มต้นขาย 20 กล่อง สู่ยอดขาย ‘หลักล้าน’ ต่อเดือน ‘สลัดไฮโซ – Salad Hiso’ มีจุดเริ่มต้นมาจาก คุณหนึ่ง-สิรีสุรีนันท์ จงศิริกุล ที่มีการใช้วัตถุดิบจากครัวบ้าน ทดลองทำน้ำสลัด และเริ่มขายวันแรกเพียง 20 กล่องเท่านั้น จนปัจจุบันผ่านมา 20 ปี ได้มีการส่งต่อธุรกิจสู่ทายาทรุ่น 2 คุณแพร-ณัฏฐณิชชญา วงศ์วัชระกุศล โดยคุณแพรได้เข้ามาช่วยพัฒนาแบรนด์ให้ยั่งยืนมากยิ่งขึ้น มีการเพิ่มช่องทางการขายในออนไลน์ เพิ่มเมนูดีลิเวอรี และต่อยอดจากร้านรถเข็นคีออส ไปสู่การทำเมนูพรีเมียม ซึ่งทำให้ลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้น อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้สลัดไฮโซแตกต่างจากแบรนด์อื่น นั่นคือ ‘น้ำสลัด’ ที่มีให้เลือกมากถึง 20 สูตร และหนึ่งในแนวคิดสำคัญของสลัดไฮโซ คือการ ‘ไม่เก็บค่าแฟรนไชส์’ ใครอยากเปิดร้านสลัด สามารถซื้อน้ำสลัดจากสลัดไฮโซไปใช้ได้เลย ถึงแม้ว่าปัจจุบันสลัดไฮโซจะมีการขยายธุรกิจทำเป็นครัวกลาง เพื่อให้ดูเป็นระบบมากยิ่งขึ้น แต่ก็ยังคงเสน่ห์ ‘ความโฮมเมด’ กระบวนการทำอย่างพิถีพิถันแบบดั้งเดิมเอาไว้เช่นกัน สำหรับใครที่อยากต่อยอดธุรกิจ หรือหารายได้เสริม สลัดไฮโซมีให้ครบทุกอย่าง ทั้งน้ำสลัด วัตถุดิบ
เนรมิตพื้นที่เช่าเล็กๆ เป็น ‘ฟาร์มดอกไม้กินได้’ ต่อยอดเวิร์กช็อป สร้างรายได้และความสุข “เราทำเกษตรแบบเช่าพื้นที่ ทุกคนบอก ‘บ้า’ หรือเปล่า แต่เรามองว่า มันคือการเรียนรู้ คือความสุข ถ้ารอจนเกษียณ หรือรอจนมีที่ของตัวเอง คงไม่ได้ทำ ดอกไม้เราปลูกไว้ชม แต่ก็สามารถสร้างรายได้ให้เราได้ แล้วก็ได้เลี้ยงลูกในสวน” เรื่องราวของ คุณสิรินทร์ กล้วยพนาวัน จาก Sirin garden & edible flower ผู้เปลี่ยนพื้นที่เช่ารกร้าง เป็นฟาร์มดอกไม้กินได้ เพราะอยากสร้างพื้นที่ให้ลูกๆ ได้วิ่งเล่น ได้เลี้ยงสัตว์ และได้ละจากหน้าจอ มาใช้เวลาอยู่กับครอบครัวท่ามกลางธรรมชาติมากขึ้น ซึ่งการปลูกดอกไม้กินได้ ยังเป็นอีกหนึ่งอาชีพสร้างรายได้ให้กับเธอ โดยเก็บผลผลิตส่งให้ร้านอาหาร คาเฟ่ หรือร้านกาแฟ ได้ซื้อไปตกแต่งขนมและเมนูต่างๆ เป็นการเพิ่มมูลค่าให้เมนูนั้นได้อย่างสวยงาม นอกจากนี้ ความรู้ที่เธอมี ประกอบกับมองเห็นโอกาส ดอกไม้กินได้ยังเป็นที่ต้องการของตลาดอีกมากมาย จึงเปิดเวิร์กช็อปสอนปลูกดอกไม้กินได้ เพื่อแบ่งปันความรู้ให้กับผู้ที่สนใจ และนำไปสร้างรายได้เหมือนกับเธอ
มัดรวม 15 แฟรนไชส์เครื่องดื่ม “ปั่น-ชง” กำไรปัง งบน้อยน่าลงทุน เริ่มต้นง่าย คืนทุนไว เปิดร้านได้ทันที ธุรกิจเครื่องดื่ม ถึงแม้จะเกิดขึ้นเยอะมากในตอนนี้ แต่ก็ยังคงเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย ด้วยความหลากหลายของรสชาติและประเภทเครื่องดื่ม ทำให้มีผู้บริโภคทุกเพศทุกวัยสนใจลงทุนในธุรกิจนี้เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรูปแบบของแฟรนไชส์ ซึ่งช่วยให้ผู้ที่สนใจเริ่มต้นธุรกิจได้ง่ายขึ้น ด้วยระบบการจัดการที่เป็นมาตรฐานและแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับอยู่แล้ว ผู้เขียนได้รวบรวม 15 แฟรนไชส์เครื่องดื่มยอดนิยม ที่มีความน่าสนใจและมีโอกาสในการเติบโตสูง เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจสำหรับผู้ที่สนใจลงทุนในธุรกิจเครื่องดื่ม ดังต่อไปนี้ 1. ตอกกะลา มะพร้าวเผานมสด ตอกกะลา มะพร้าวเผานมสด ต้นตำรับ การันตีว่าคืนทุนตั้งแต่ชุดแรก คุ้มทั้งเงินและเวลา เพียบพร้อมด้วยเมนูคุณภาพและรสชาติของวัตถุดิบ สด สะอาด อร่อย ดีต่อสุขภาพ คัดสรรวัตถุดิบชั้นดี โดยมีผู้เชี่ยวชาญคิดค้นสูตรลับแห่งความอร่อยอย่างต่อเนื่องและไม่หยุดนิ่ง ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ามาโดยตลอด มีอุปกรณ์พร้อมขายเลยทันที มีรูปแบบการลง
รับ 120 คน สมัครอบรมฟรี “ครีเอเตอร์ไทยสู่ผู้ประกอบการ” เติบโตเป็นระบบ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ร่วมกับคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บริษัท เทลสกอร์ จำกัด และบริษัท เดอะ ซีโร่ พับบลิชชิ่ง จำกัด จัดงานเสวนา “Future of Creator Economy : การขับเคลื่อนนโยบายและเปิดโครงการ Thai Creator for Real Business Workshop” เพื่อเปิดตัวโครงการวิจัยและพัฒนาแนวนโยบายด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) และกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจครีเอเตอร์ของไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันเศรษฐกิจครีเอเตอร์ให้เติบโตอย่างเป็นระบบ ผ่านการออกแบบนโยบาย พัฒนาทักษะและสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการประกอบอาชีพของครีเอเตอร์อย่างยั่งยืน ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการ สอวช. กล่าวว่า สอวช. ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมอุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ในฐานะซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศ ผ่านการนำภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ การลงทุน การจ้างงานตลอดห่วงโซ่คุณค่า และในปัจจุบันเศรษฐกิจครีเอเตอร์ (Creator Economy) นอกจากจะเป็นกลไกสำคัญที่จะยกระดับศั
