Featured
เพราะชอบกินน้ำแตงโมเป็นชีวิตจิตใจ จึงนำความชอบมาสร้างธุรกิจ Babe Fruit (เบ๊บฟรุ๊ต) แบรนด์น้ำแตงโมสลัชชี่ ชูจุดเด่น ไม่ใส่น้ำแข็ง ไม่ผสมน้ำเชื่อม และไม่ปรุงแต่ง โดย คุณออย-ไอลัดดา สารีธา อายุ 31 ปี เจ้าของแบรนด์ ที่ปั้นเมนูฮิตจนขายดี ใช้แตงโมวันละ 800-1,000 กิโลกรัม เรื่องราวความสำเร็จของเธอเป็นมาอย่างไร “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จะพาไปพูดคุยกับคุณออย เธอเล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้เคยเปิดร้านขายเมนูดองเกาหลี และชานมไข่มุกดีลิเวอรีที่บ้านในช่วงโควิด ซึ่งขายดีมากในช่วงนั้น แต่พอถึงช่วงที่โรคระบาดเริ่มซา คนกลับมาใช้ชีวิตปกติ ทำให้ลูกค้าไม่ค่อยสั่งดีลิเวอรีเหมือนเคย เธอจึงต้องพาเมนูดองเกาหลี และชานมไข่มุก ออกไปหาลูกค้าตามงานอีเวนต์ แต่เมนูดองเกาหลีค่อนข้างเฉพาะกลุ่ม ไม่ใช่ลูกค้าทุกคนจะชอบทาน ส่วนชานมไข่มุก แม้จะปรับสูตรไม่อ้วนไปขาย ก็ยังไม่ได้รับความนิยม เพราะลูกค้าไม่เข้าใจในโปรดักต์ และไม่มั่นใจในรสชาติ เธอเลยต้องสู้แบบสุดตัว ไม่คิดยอมแพ้ พยายามพาแบรนด์ออกอีเวนต์อยู่หลายงาน จนถึงที่สุด ก็รู้ว่าทำมาสุดเพดานแล้ว และนับเป็นจุดเริ่มต้นให้เริ่มต้นทำอีกแบรนด์ขึ้นมา เพื่อซัพพอร์ตกัน
เมื่อความก้าวหน้าทางการแพทย์ได้ช่วยให้ผู้คนมีอายุยืนยาวขึ้น ประกอบกับจำนวนเด็กเกิดใหม่ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ โดยมีประชากรอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 20% ของประชากรทั่วประเทศ ข้อมูลจากการสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2567 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า มีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเป็น 20.2% ของประชากรทั้งประเทศ หรือกว่า 14 ล้านคน และคาดการณ์ว่าจะเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด ซึ่งมีผู้สูงอายุเกิน 28% ในปี 2574 ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร ผู้สูงอายุ จึงมีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมากขึ้น ข้อมูลจากการศึกษาเศรษฐกิจสูงวัยของไทยในปี 2566 ของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) พบว่า ในปี 2566 มีการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคสำหรับผู้สูงอายุกว่า 2.18 ล้านล้านบาท และคาดการณ์ว่าจะขยายตัวเป็น 3.5 ล้านล้านบาท ในปี 2576 หรือเฉลี่ย 4.83% ต่อปี สะท้อนให้เห็นถึงกำลังซื้อที่แข็งแกร่งของกลุ่มผู้สูงอายุที่ไม่ควรมองข้าม ส่งผลต่อเนื่องให้เกิด “เศรษฐกิจอายุวัฒน์ หรือ Longevity Economy” ที่ระบบเศรษฐกิจได้ถูกขับเคลื่อนโดยกำลังซื้อขอ
ในช่วงที่ผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายเนื่องจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ โครงการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐอย่าง “คนละครึ่งพลัส” ถูกจับตามองในฐานะเครื่องมือสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มซึ่งได้รับผลกระทบจากอย่างต่อเนื่องจากภาวะที่ผู้บริโภครัดเข็มขัดจำกัดรายจ่ายในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ตัวอย่างความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจซึ่งสะท้อนผ่าน 2 ร้านอาหารต่างสไตล์อย่าง พาสต้า บ่? ร้านพาสต้าโฮมคิทเชน ในกรุงเทพฯ ที่สร้างสถิติยอดขายเฉลี่ยต่อวันสูงกว่าครึ่งแสน ซึ่งถือเป็นยอดที่สูงสุดนับตั้งแต่เปิดร้าน และ ‘มีลาภ’ อุบลราชธานี ร้านอาหารอีสานท้องถิ่น ที่สร้างสถิติร้านต่างจังหวัดที่ขายดีที่สุดในโครงการคนละครึ่งพลัสกับแกร็บฟู้ด ‘พาสต้า บ่?’ ปั้นพาสต้าเส้นสดรสชาติไทย สู่ความสำเร็จที่โตแบบดับเบิ้ลด้วย “คนละครึ่งพลัส” ร้าน พาสต้า บ่? เริ่มต้นจากความตั้งใจของสองผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ยู–วรัญญู บุญอาจินต์ และ ณน–คณิน วัฒนสุข ที่เริ่มตั้งร้านด้วยการเปิดรับพรีออร์เดอร์จากหลักสิบกล่องในปี 2565 จนกลายเป็นร้านพาสต้าเส้นสดที่ได้การตอบรับที
หากพูดถึงกระแสสังคมที่เกิดขึ้นในปี 2568 เรื่องราวของแบรนด์ หงส์ไทย ต้องเป็นหนึ่งในประเด็นสังคมที่มีคนจับตามองไม่น้อย ด้วยที่เป็นแบรนด์ยาดมและผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยที่โด่งดังจากยาดมกระปุกเขียว มีกลิ่นหอมสดชื่นจากสมุนไพรหลายชนิด จากเคยโด่งดังจนถึงขีดสุด แต่ก็ต้องมีช่วงที่ตกลงมาเกือบลึกที่สุดเช่นกัน #SMEsSurvivor วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ขอนำเรื่องราวจากแบรนด์ “หงส์ไทย” มาย้อนไทม์ไลน์ที่เกิดขึ้นว่า หงส์ไทย เป็น SMEs Survivor ที่เกือบหลับ แต่กำลังจะกลับมาได้ สรุปไทม์ไลน์ “หงส์ไทย” แมว 9 ชีวิต เผชิญทั้งวิกฤตและโอกาส ย้อนไปประมาณ 2 ปีก่อน บนโลกออนไลน์ ได้เกิดปรากฏการณ์ “ยาดมฟีเวอร์” ทั่วบ้านทั่วเมือง เมื่อศิลปินคนดังระดับโลก อย่าง “ลิซ่า” กำลังถือยาดมหงส์ไทยไว้ในมือ จนใครต่อใครอยากจะใช้ ทำให้ยาดมขาย “หมดสต๊อก” เพียงชั่วข้ามคืนเท่านั้น จากทุนตั้งต้น 200 บาท สู่ยอดขาย 366 ล้านบาทในปี 2567 พร้อมตั้งเป้าปี 2570 จะมียอดขายทะยานสู่ 1,000 ล้านบาท หลังจากกลายเป็น Soft Power ที่คนทั่วโลกและศิลปินดังพกติดตัว จนกระทั่งปี 2568 เริ่มมีกระแสข่าวลือในโลกออนไลน์เรื่อง “ยาดมเชื้อราลงปอด” ทำให้ สำ
งาน Thailand KIDS International Fashion Show 2025 ควบคู่กับพิธีมอบรางวัล KIDS e-Influencer 2025 ซึ่งจัดขึ้นภายในมหกรรม Thailand Friendly Design & Tourism for All Expo 2025 อย่างยิ่งใหญ่และงดงาม เมื่อวันเสาร์ที่ 13 ธันวาคม 2025 ณ ฮอลล์ 101 ไบเทค บางนา โดยมีเด็ก เยาวชน และครอบครัว เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 100 คน ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสร้างสรรค์ อบอุ่น และเป็นมิตรกับทุกคนในสังคม ภายในงานมีการนำเสนอแฟชั่นโชว์จากเด็กและเยาวชน ถ่ายทอดพลังความคิดสร้างสรรค์ ความมั่นใจ และตัวตนของเด็กยุคใหม่ พร้อมพิธีมอบรางวัลเพื่อเชิดชูเยาวชนที่สร้างสรรค์คอนเทนต์ออนไลน์อย่างมีคุณภาพ มีความรับผิดชอบ และเหมาะสมกับวัย การจัดงานในครั้งนี้ได้รับการผลักดันจากผู้บริหารและภาคีเครือข่ายสำคัญ ได้แก่ • คุณนาคาญ์ ทวิชาวัฒน์ ประธานคณะกรรมการ FTI Influencer และประธานคลัสเตอร์อุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย • คุณณัฐริกา ทวิชาวัฒน์ ประธานจัดงาน และ CEO ณายด์ สตูดิโอ • คุณทรงสิทธา จันทรา อุปนายกสมาคมอินฟลูเอนเซอร์และเคโอแอลแห่งประเทศไทย และกรรมการส่งเสริมธุรกิจภูมิภาคอาเซียน CLMVT+China สภาอ
ในยุคที่ผู้บริโภคนิยมซื้อของออนไลน์ “การไลฟ์สดขายของ” จึงกลายเป็นอาวุธสำคัญของผู้ประกอบการ SMEs ที่ต้องการความอยู่รอดและเติบโต ในงานสัมมนา SME X INFLUENCER ครั้งที่ 5 : ไลฟ์ยุคใหม่ ขายยังไง ให้ปังทุกแพลตฟอร์ม จัดโดย บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ สมาคมการค้าปลีกและเอสเอ็มอีทุนไทย ได้สะท้อนเทรนด์สำคัญของยุค Live Commerce ที่มาแรงจากหลากหลายปรากฏการณ์ ตั้งแต่ “เทศกาลเจนนี่” ที่ทำให้ตลาดลุกเป็นไฟ สะท้อนชัดว่า ผู้บริโภคพร้อมซื้อจากคนที่ “เขาเห็นทุกวัน” มากกว่าจากโฆษณาที่เห็นเพียงครั้งเดียว จึงเป็นโอกาสของ SMEs ที่กล้าลงสนามและใช้ไลฟ์เป็นเครื่องมือหลัก ไม่ใช่ตัวเลือกเสริมอีกต่อไป เชน ธนา นักไลฟ์หลักล้าน ที่เรียนรู้จากทุกยุค ประสบการณ์ 12 ปี บนเส้นทางธุรกิจ ตั้งแต่ยุคทีวี สู่ยุค TikTok Live “เชน-ธนาตรัยฉัตร ภูโชคอนันต์” ผู้ก่อตั้งแบรนด์อมาโด้ CEO นักไลฟ์ที่ทำยอดขายแตะหลักร้อยล้านบาทต่อปี มองว่า “การไลฟ์ขายของ” ผู้ขายต้องเข้าใจตัวเลข เช่น Conversion, จำนวนผู้ชมเฉลี่ย และเวลาที่คนพร้อมจ่ายเงินจริง เขาอธิบายถึง “ทฤษฎีโกงความรู้สึก” ที่เขานำมาใช้บนไลฟ์ เพื่อทำให้ผู้ชม “หยุดด
ในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงรวดเร็วและผู้คนมองหาความสมดุลระหว่างชีวิตกับสุขภาพ “อาหาร” จึงไม่ใช่เพียงสิ่งที่เติมเต็มร่างกาย แต่เป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงจิตใจ และสะท้อนวัฒนธรรมของแต่ละชาติอย่างลึกซึ้ง ปี 2025 นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการอาหารโลก จากยุคที่เน้น “ความหรูหราและภาพลักษณ์” สู่ยุคที่ผู้คนให้ความสำคัญกับ “ความเรียบง่ายและความหมาย” ในทุกมื้ออาหาร เทรนด์ “อาหารเพื่อใจและสุขภาพ” (Comfort Food) กำลังได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางทั่วโลก สะท้อนแนวโน้มผู้บริโภคยุคใหม่ที่หันมาใส่ใจทั้งโภชนาการ ความอบอุ่นใจ และความยั่งยืน มากกว่าการจัดจานเพื่อความสวยงาม สาขาศิลปะและเทคโนโลยีการประกอบอาหาร วิทยาลัยการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการบริการ ม.รังสิต มุ่งมั่นจะเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของเชฟรุ่นใหม่ ที่พร้อมใช้ความคิดสร้างสรรค์และพลังแห่งอาหารไทย ขับเคลื่อนความสุขและความยั่งยืนให้กับโลกใบนี้ ข้อมูลจากสถาบันวิจัยอาหารนานาชาติ (IFT) ชี้ว่า ผู้บริโภคกว่า 68% ทั่วโลกเลือกอาหารที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรม ความทรงจำ และสุขภาพจิต มากกว่าอาหารหรูหราราคาแพง ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นพร้อมกันในหลายภูมิภาคทั่วโลก เช่น สหรัฐอเม
ในปี 2025 เราได้เห็นผู้ประกอบการไทย หยิบ “วัตถุดิบท้องถิ่นไทย” มาต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่ม จนเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง ตั้งแต่ร้านอาหารระดับมิชลิน 3 ดาว ที่นำวัตถุดิบจากภาคใต้ ขึ้นสู่จานหรู, คราฟต์ช็อกโกแลตพรีเมียม จากโกโก้ที่ปลูกโดยเกษตรกรไทย ไปจนถึงแบรนด์กาแฟของคนไทย ที่ส่งไปไกลถึงประเทศญี่ปุ่น คือภาพสะท้อนของ “SMEs Rising Star 2025” ที่โดดเด่นในด้าน “การชูวัตถุดิบท้องถิ่น” ในปีนี้ “เชฟไอซ์” ร้านศรณ์ ชูวัตถุดิบใต้ สู่อาหารไฟน์ไดนิง ระดับ 3 ดาวมิชลิน ปฏิเสธไม่ได้ว่าปีนี้ ชื่อของร้าน “ศรณ์” ถูกพูดถึงบนหน้าสื่อเป็นอย่างมาก หลังจากคว้ารางวัลมิชลิน 3 ดาว เป็นร้านแรกในไทย และได้รับต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ในงานเปิดตัวคู่มือ มิชลิน ไกด์ ฉบับประเทศไทย ประจำปี 2569 (The MICHELIN Guide Thailand 2026) ที่ผ่านมา ความโดดเด่นของร้านศรณ์ คือการชูวัตถุดิบท้องถิ่นไทยทางภาคใต้ สู่อาหารใต้ไฟน์ไดนิง โดย เชฟไอซ์-ศุภักษร จงศิริ เจ้าของร้านผู้ลงพื้นที่กับพ่อครัวแม่ครัวของร้านไปเสาะหาวัตถุดิบและเรียนรู้วิธีการทำอาหารด้วยตัวเองถึงภาคใต้ จนได้พบกับวัตถุดิบมากมาย รวมทั้งวิชาเก่าแก่ในการปรุงอาหา
ในวันที่ผู้คนไม่ได้มองหาเพียงคอนเทนต์ที่สนุกเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการความเข้าถึงง่าย ความสบายใจ ช่วยสร้างความสุข และสร้างแรงบันดาลใจไปพร้อมกัน ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นการสร้าง Impact เพื่อให้มองเห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และมีส่วนร่วมในการตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้มีการทำคอนเทนต์สุดพิเศษส่งท้ายปี รวบรวมเหล่าครีเอเตอร์และผู้ประกอบการที่ใช้ ‘พลังแห่งเรื่องเล่า’ ในการสร้างผลลัพธ์ ทั้งต่อเศรษฐกิจ ชุมชน ไปจนถึงพฤติกรรมของผู้คน…ไม่ใช่เพียงตัวเลขยอดผู้รับชมบนโลกออนไลน์เท่านั้น โดยครีเอเตอร์ที่ได้รับความนิยมในยุคนี้ต้องเป็นผู้ที่เล่าเรื่องได้อย่างมีเอกลักษณ์ ถูกจริต เข้าถึงซิกเนเจอร์ของผู้ชม อาทิ ยาสุฮารุ นิชิโอะ จากช่อง Asia Gourmet Story ที่นำเสนอคอนเทนต์ในรูปแบบคลิปวิดีโอ ใช้คาแร็กเตอร์หนุ่มออฟฟิศวัยกลางคนในการดำเนินเรื่อง พร้อมกับทำคลิปให้มีความเป็น Cinematic อีกหนึ่งคนที่สร้างเรื่องราว สร้างพื้นที่ฮีลใจให้กับผู้คนได้อย่างดี นั่นคือ พี่เปา-ชวลิต สัทธรรมสกุล เจ้าของร้านแมวริมคลอง สี่แยกหัวตะเข้คาเฟ่ แอนด์เกสต์เฮ้าส์ และครีเอเตอร์ที่เป็นตัวแทนในฝั่งคนรักษ์โลก ก้อง-ชณัฐ วุฒิ
BABY CHIN (เบบี้ชิ้น) แบรนด์ที่เกิดมาจากความกลัว “กลัวว่าหากวันหนึ่งเราไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้แล้ว ลูกสาวจะเป็นอย่างไรต่อไป” เลยหยิบความชำนาญ ประสบการณ์ในวงการอาหารสตรีตฟู้ด มาสร้างเป็นอาชีพไว้ให้ลูก เพื่อในอนาคตจะเป็นธุรกิจที่หล่อเลี้ยงชีวิตให้ลูกสาวของเขาได้ เรื่องราว Family Business ที่ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ นำมาเล่าสู่กันฟังเป็นเรื่องราวของคุณโอม-มณฑล ทองคำ อายุ 44 ปี เจ้าของแบรนด์ BABY CHIN ที่เปลี่ยนจากความกลัวเป็นการวางระบบและสร้างรากฐานชีวิตให้กับลูกสาว น้องพอใจ ทองคำ วัย 3 ขวบ ที่เป็นเจ้าของแบรนด์ตัวจริง หัวใจของแบรนด์ คือตัวแทนของความรักจากพ่อ หากจะพูดถึงหัวใจหลักของแบรนด์ คุณโอมได้พูดถึง ความเป็นพ่อ ที่อยากจะสร้างอะไรขึ้นมาสักอย่างไว้ให้ลูก เขาเติบโตมากับความลำบากที่ต้องหาเงินอยู่ตลอดเวลา เลยมีความคิดว่า อยากให้ลูกมีเวลาเรียน มีเวลาเล่นได้อย่างสนุกสมวัย โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายอย่างที่เขาเคยเป็น และมีเงินส่งให้ลูกเรียนไปจนจบหมอ “เราอยากให้ลูกรู้จักการขายของ เพราะ ‘การขาย’ เป็นทักษะที่ใครมี ก็เป็นผู้รอดชีวิต” เขากล่าว นอกจากเรื่องของความรักที่พ่อมีใ
