Featured
เมื่อปี 2003 Amol Kohli (อมล โคลี) เริ่มต้นทำงานในเชนร้านอาหารชื่อดังอย่าง Friendly’s แถวฟิลาเดลเฟีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ในฐานะเด็กเสิร์ฟพาร์ตไทม์ ตอนนั้นเขาอายุเพียง 15 ปี เป็นแค่เด็กมัธยมที่อยากหาเงินค่าขนมเล็กๆ น้อยๆ เข้ากระเป๋า ในตอนนั้นเขาได้ค่าจ้างเพียงชั่วโมงละ 5 ดอลลาร์ ประมาณ 170-180 บาท Kohli เล่าให้ CNBC ฟังว่า เขาทำทุกอย่างที่ผู้จัดการสั่ง ตั้งแต่เป็นเด็กล้างจาน เก็บโต๊ะ ตักไอศกรีมขาย ไปจนถึงกุ๊ก เรียกได้ว่างานไหนขาด เขาเสียบแทนได้หมด ใครจะเชื่อว่า 20 ปีต่อมา Kohli จะเพิ่มตำแหน่งงานใหม่ลงในเรซูเม่ของตัวเอง นั่นคือตำแหน่ง “เจ้าของกิจการ” เมื่อกลุ่มทุน Legacy Brands ของเขาได้ประกาศเข้าซื้อกิจการทั้งหมดของ Friendly’s รวมถึงบริษัทแม่และแบรนด์อาหารอื่นๆ อีก 6 แบรนด์ โดยไม่มีการเปิดเผยตัวเลขมูลค่าการซื้อขาย ดีลนี้ถือเป็นจุดสูงสุดในชีวิตของ Kohli ในวัย 37 ปี ผู้ซึ่งใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตคลุกคลีอยู่กับแบรนด์นี้ แม้แต่ช่วงที่เขาเรียนมหาวิทยาลัยด้านการเงินและการตลาด เขาก็ยังใช้เวลาช่วงปิดเทอมทำงานที่ Friendly’s สัปดาห์ละ 5-6 วัน เพื่อเรียนรู้ระบบหลังบ้านอย่างจริงจัง “ผมเริ่มเข้าไปช่วยด
จากไวรัลเสิร์ฟซูชิสายพานในงานแต่ง ไอเดียแปลกใหม่ที่ยกประสบการณ์จากหน้าร้านไปอยู่ในโมเมนต์สำคัญ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปรู้จักแบรนด์ Katsu midori พร้อมเปิดราคาแพ็กเกจ Catering (รับจัดเลี้ยง) ซูชิสายพานแบบละเอียด รู้จัก Katsu midori Katsu midori (คัตสึ มิโดริ) คือแบรนด์ซูชิสายพานอันดับ 1 จากโตเกียว ที่เข้ามาเปิดให้บริการในไทยครบ 1 ปี โดยเปิดสาขาแรกที่เซ็นทรัลเวิลด์เมื่อต้นเดือนธันวาคม 2567 ก่อนเปิดสาขา 2 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลปาร์คในช่วงเดือนกันยายน 2568 จากนั้นได้ขยายสาขาไปฟิวเจอร์ ปาร์ค รวมถึง เมกะบางนา โดยอยู่ภายใต้บริษัท เดอะ ฟู้ด ซีเล็คชั่น กรุ๊ป จำกัด ของ 2 ผู้ก่อตั้ง คุณชาร์ป-ชนวีร์ หอมเตย และคุณมิ้งค์-ศุภณัฐ สัจจะรัตนกุล ซึ่งมี 4 แบรนด์ในพอร์ต ได้แก่ ชินคันเซ็น ซูชิ, นักล่าหมูกระทะ, คัตสึ มิโดริ และนามะ เจแปนนิส ซีฟู้ด แอนด์ บุฟเฟ่ต์ หากพูดถึงความฮอตของคัตสึมิโดริในตลาดซูชิสายพาน ถือเป็นแบรนด์ที่กำลังได้รับความนิยม จากจุดเด่นแรก คือ คุณภาพ จากวัตถุดิบสดใหม่นำเข้าจากญี่ปุ่น สองคือ ร้านขนาดใหญ่ โดยสาขาเซ็นทรัลเวิลด์ สามารถรองรับลูกค้าได้สูงสุด 250 ท่าน จ
เมื่อสัตว์เลี้ยงไม่ใช่แค่เพื่อน แต่คือลูก เชื่อว่าเกือบจะทุกบ้านจะต้องมีน้องหมาน้องแมวเป็นสัตว์เลี้ยงประจำครอบครัว ปัจจุบันเทรนด์ Pet Parent หรือการเลี้ยงสัตว์เสมือนลูกคนหนึ่งกำลังมาแรงอย่างต่อเนื่อง จากเดิมที่เราเลี้ยงหมาไว้เฝ้าบ้าน เลี้ยงแมวไว้จับหนู แต่ทุกวันนี้กลายเป็นเราที่ “รับใช้เขา” พร้อมเปย์ทุกอย่างเพื่อให้ ประดุจเจ้านาย แต่เพื่อความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด เหล่าทาสก็จำเป็นต้องยอม ในงาน “เคทีซี” จับมือ “เพ็ทเจนเอ็กซ์” (PetgeneX) และอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 อาจารย์สัตวแพทย์ชัยยศ ธารรัตนะ ผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษา PetGeneX ได้กล่าวตอนหนึ่งว่า “ทุกวันนี้ พ่อๆ แม่ๆ ของน้องหมาน้องแมว ต่างเฟ้นหาสิ่งที่ดีที่สุด ไม่อยากให้กินอาหารทั่วไป ยอมจ่ายเพื่อคุณภาพชีวิตสัตว์เลี้ยง มองหมาแมวว่าเป็นอีกหนึ่งชีวิตที่มีคุณค่า” ทำไมใครๆ ก็เป็นทาสหมา-ทาสแมว ปัจจัยหลักมาจากโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป ทั้งสังคมผู้สูงอายุที่เหงามากขึ้น คนรุ่นใหม่ที่แต่งงานช้าลงหรือเลือกไม่มีลูก สัตว์เลี้ยงจึงเข้ามาเติมเต็มในฐานะ Emotional Support ช่วยเยียวยาจิตใจและเป็นสมาชิกคนสำคัญของครอบครัว ส
มินิมาร์ทเก่าที่เห็นมาตั้งแต่เด็ก วันนี้ถูกเนรมิตพื้นที่เป็น “ไทรสุก” ร้านขายไอศกรีมและกิจกรรมธรรมชาติบนเขาใหญ่ เมืองท่องเที่ยวที่ไม่เคยหลับใหล ร้านนี้เกิดจากการแชร์ความฝันร่วมกันของ คุณเต้ย-ปฤษฎิ์ เก่งสูงเนิน และ คุณแนน-วราภรณ์ มงคลแพทย์ ที่อยากทำร้านไอศกรีม และทำให้คนรู้จักธรรมชาติมากขึ้น ทั้งคู่จึงช่วยกันร่างโปรเจ็กต์นี้ขึ้นมา ทั้งที่ยังไม่มีเงินทุน “เริ่มต้นก็ได้ชื่อไทรสุกเลย ไทรสุกเป็นเหมือนศูนย์กลางของอาหาร แนนชอบถามผมว่า วันนี้ไปไหน อ๋อ ผมไปเฝ้าไทรสุก คือมันมีลูกไทรที่กำลังสุกแล้วมีสัตว์ป่าเข้าไปกิน เวลาผมไปถ่ายภาพนกเงือก ถ่ายภาพสัตว์ป่า ก็จะบอกว่าไปเฝ้าไทรสุก มันเป็นคำพูดติดปากแต่ไม่รู้ตัว พอแนนพูดชื่อนี้ ผมขนลุกเลย มันมีความหมายมาก ชื่อนี้ดี เอา แล้วโมเดลมันจะเป็นยังไง แต่ละที่ที่เราไปดู เราดูบริบทพื้นที่ ถ้าถามผม ผมจะทำสเกลเล็ก แต่แนนบอกว่า ทำเล็กทำใหญ่เหนื่อยเท่ากัน เพราะแนนทำบ้านหมากม่วงมาก่อน สู้ทำใหญ่ไปเลยดีกว่า การได้พื้นที่มาก็ปาฏิหาริย์มาก มีรุ่นพี่คนหนึ่งแนะนำมา เขาหุ้นกับลูกเจ้าของที่เปิดร้านกาแฟอยู่ ซึ่งเขามีที่ 40-50 ไร่ แล้วเปิดให้เช่าข้างหน้า ซึ่งเป็นมินิมา
หยกสด แบรนด์ขนมไทยร่วมสมัย ที่มีเอกลักษณ์คือ “ใบเตย” นำวัตถุดิบไทยมายกระดับด้วยความพิถีพิถัน ล่าสุด ได้มีการร่วมมือกับ Santan แบรนด์อาหารและเครื่องดื่มบนสายการบิน AirAsia เปิดประสบการณ์ใหม่ด้วยนำการเมนู “อินทนิล (Yoksod Ball)” ขึ้นเสิร์ฟบนเที่ยวบิน เพื่อให้ผู้โดยสารได้สัมผัสรสชาติไทยในมุมมองใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยเมนูนี้จะเป็นขนมใบเตยก้อนกลม เคี่ยวด้วยน้ำใบเตยสด เทกซ์เจอร์มีความเหนียวหนึบ อยู่ในน้ำเชื่อมที่อบควันเทียน ทานคู่กับน้ำกะทิสูตรเฉพาะของทางร้าน ซึ่งโอกาสในการนำขนมไทยเสิร์ฟบนเครื่องบิน หยกสดมองว่า ทางแบรนด์มีสาขาอยู่ที่ดอนเมือง ซึ่งมีลูกค้าซื้อฝากหิ้วเป็นจำนวนมาก ทำให้มองว่าถ้าสามารถนำไปเสิร์ฟบนเครื่องได้ก็จะเป็นการเพิ่มลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ มากขึ้น ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดในการถ่ายทอดวัฒนธรรมอาหารไทยในรูปแบบร่วมสมัย เพราะโดยปกติเอกลักษณ์ขนมไทยของหยกสด จะเลือกใช้ใบเตยที่มีกลิ่นหอมละมุน สีสันสดใส และรสชาติที่เข้าถึงง่าย ภายใต้คอนเซ็ปต์ “อินทนิลบนปุยเมฆ…สัมผัสความละมุนแบบไทย ในวันที่คุณอยู่ใกล้ท้องฟ้าที่สุด” เมนูจากหยกสดบนเที่ยวบิน Santan จึงเปรียบเสมื
บทความโดย : ดร.ยศพิชา คชาชีวะ กูรูวงการอาหาร ร้านอาหาร ไม่ทำเรื่องการตลาดโฆษณาประชาสัมพันธ์เลยก็ไม่ได้ แต่ถ้าทำผิดทิศผิดทางก็อาจจะพาลงเหวได้ง่ายๆ เหมือนกันครับ การตลาดที่เขาทำกันแล้วพลาดมีอะไร เรื่องแรกเลยคือ ทุ่มงบการตลาดมากเกินไป ผลที่ได้ไม่คุ้มเสีย ร้านอาหารเปิดใหม่ร้านหนึ่งเห็นความสำคัญเรื่องการตลาดมาก ลงทุนจ้างบริษัทมืออาชีพมาทำการตลาดให้ งบประมาณทำทั้งปีหลักหลายแสน เหมารวมหมดทั้งเรื่องการวางทิศทางการตลาด จ้างอินฟลูเอนเซอร์ การทำโซเชียล ระบบสมาชิก แคมเปญโปรโมชัน สื่อโฆษณาต่างๆ ออกรายการทีวี ร้านต้องจ่ายเขาเป็นงวดๆ ผลเป็นไงหรือครับ ร้านนี้เปิดได้ 6 เดือนก็ม้วนเสื่อกลับ เพราะคิดเบ็ดเสร็จแล้วว่าขืนทนอยู่ต่อไป มีแต่เจ็บกับเจ็บ มีทั้งค่าเช่าสถานที่แพงโคตร ค่าจ้างพนักงาน ค่าวัตถุดิบ น้ำ ไฟ จิปาถะ มาเจอค่าการตลาดเข้าไปอีก รายได้เข้ามาไม่คุ้มเสีย จึงจำเป็นต้องเลิกทำเสียก่อนจะหมดไปมากกว่านี้ การทุ่มงบการตลาดมากๆ จึงไม่ใช่คำตอบสุดท้ายสำหรับการทำร้านอาหาร อย่างที่เรารู้ๆ กันครับ ร้านอาหารที่จะประสบความสำเร็จได้ขึ้นอยู่กับหลายองค์ประกอบ โฆษณาถึงคนมากิน แต่กินแล้วผิดหวัง อาหารไม่อร่อย ราคาแพง
เมื่อทองคำไม่ใช่เพียงเครื่องมือเก็งกำไร แต่กลายเป็นหนึ่งในทางเลือกของการบริหารความไม่แน่นอนทางการเงิน ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและสัญญาณดอกเบี้ยขาลง ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในระดับสูงต่อเนื่อง ดึงให้ทองคำกลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง ทั้งในมุมของการลงทุนและการออมสินทรัพย์ที่จับต้องได้ โดย ณ วันที่ 21 มกราคม 2569 ทองคำแท่งมีราคารับซื้อ อยู่ที่บาทละ 70,850 บาท ขายออก 70,950 บาท ตามประกาศครั้งที่ 12 ขณะที่ทองรูปพรรณ 96.5% รับซื้ออยู่ที่บาทละ 69,432.80 บาท ราคาขายออกบาทละ 71,750 บาท แต่สำหรับมนุษย์เงินเดือนในชีวิตจริงที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ “รายจ่ายชนเงินเดือน” คำถามสำคัญอาจไม่ใช่เพียงว่า “ราคาทองจะไปต่อหรือไม่” หากแต่คือ ควรมีทองติดตัวไว้หรือไม่ และทองแบบไหน ที่จะไม่กระทบกระแสเงินสด เพราะทองคำในปัจจุบันมีหลายรูปแบบ แต่ละแบบมีต้นทุน ความคล่องตัว และผลต่อแผนการเงินที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน การเลือกทองให้เหมาะตั้งแต่ต้น จึงสำคัญไม่แพ้การจับจังหวะราคา ก่อนความผันผวนจะย้อนกลับมากระทบเงินเดือนในแต่ละเดือน ในมุมมองของ “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) การตัดสินใ
จากอดีตพนักงานประจำที่รายได้ไม่พอใช้ ตัดสินใจลาออกจากงานมาขายอะโวคาโดปั่น ลองผิดลองถูกอยู่หลายครั้ง ได้กำไรบ้าง ไม่ได้กำไรบ้าง กระทั่งพบกับจุดเปลี่ยนที่ทำให้ร้านทำยอดขายได้มากกว่างานประจำที่แฟนเธอทำอยู่ ซึ่ง ณ ตอนนั้นขายได้พีกสุด 6-7 แสนบาท ปัจจุบันเปิดมา 4 ปี ต่อยอดขยายแฟรนไชส์ทั้งหมด 4 แห่ง ได้แก่ ล้านไขมันดี สาขาขอนแก่น, ล้านไขมันดี สาขาชลบุรี, ล้านไขมันดี สาขาสุพรรณบุรี และล้านไขมันดี สาขาสมุทรปราการ ในส่วนของล้านไขมันดี สาขาหลัก จะเน้นออกบูธใน กทม. เป็นหลัก และในอนาคตทางแบรนด์มีแพลนที่จะขยายแฟรนไชส์จังหวัดละ 2 แฟรนไชส์ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีธุรกิจแฟรนไชส์มาแนะนำ นั่นคือ “ล้านไขมันดี อโวคาโด” เจ้าของคือ คุณนุ้ก-พัชชิรา มังป๋อง ที่เธอตั้งใจทำแบรนด์นี้เพื่อตอบโจทย์คนรักสุขภาพ และเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจ คุณนุ้กเล่าว่า จากงานกาชาดครั้งล่าสุดที่เธอได้ไปออกบูธนั้น เรียกได้ว่าผลตอบรับดีเกินคาด ยอดขายไอศกรีมประมาณ 2 ตัน และใช้อะโวคาโดไปประมาณ 3-4 ตันเลยทีเดียว อ่านบทความสัมภาษณ์ได้ที่ : พนักงานประจำ ลาออกมาเปิด “ล้านไขมันดี อโวคาโด” ปัจจุบันขายได้พีกส
กลายเป็นกระแสที่ถูกพูดถึงอย่างมากในโลกโซเชียล เมื่อแบรนด์เครื่องหอมสัญชาติไทยอย่าง REUNROM (รื่นรมย์) ปรากฏอยู่ในภาพบนอินสตาแกรมส่วนตัวของ Maye Musk แม่ของ Elon Musk มหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของโลก ภาพดังกล่าว จุดกระแสความภาคภูมิใจให้กับคนไทยจำนวนมาก ที่ได้เห็นแบรนด์ไทยก้าวเข้าไปอยู่ในบ้านของคนดังระดับโลก REUNROM (รื่นรมย์) เป็นแบรนด์เครื่องหอมภายใต้เครือ KARMART บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) ซึ่งในปี 2568 ที่ผ่านมา สามารถสร้างยอดขายทะลุร้อยล้าน ล่าสุด เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสสัมภาษณ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟกับ คุณแก๊ป–พงศ์วิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล ผู้ก่อตั้ง KARMART ถึงแนวคิดเบื้องหลังการสร้างแบรนด์และการพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ คุณแก๊ปเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “การอินทิเกรตของที่นิยมเข้ามาด้วยกัน ถ้านิยมทั้งสองอย่าง เราสามารถที่จะมาเป็น 2 in 1 ได้ไหม เพื่อที่แทนที่ลูกค้าจะเสียเงิน ต้องซื้ออันนี้ๆ เรามาจับรวมกันเลยแล้วเป็นสินค้าใหม่ขึ้นมา” หนึ่งในโปรดักต์ที่ปรากฏอยู่ในภาพของ Maye Musk คือ The Moon Perfume Collection ซึ่งถือเป็นไอเท็มไฮไลต์ของแบรนด์ โดยคุณแก๊ปเล่าถึงแนวคิดขอ
จากสูตรในครอบครัว สู่หมูทอดปลาร้าเงินล้าน! เจาะลึกเบื้องหลัง “เชฟเป้” ติดลมหมูปลาร้า ทำอย่างไรถึงสำเร็จ จากสูตรหมูทอดในครอบครัวธรรมดาๆ ต่อยอดกลายมาเป็นหมูทอดพร้อมปลาร้าและแจ่วสูตรเด็ด ที่คว้าเงินล้านได้รายเดือน ความสำเร็จของ “ติดลมหมูปลาร้า” ไม่ได้ขึ้นกับสูตรหรือความอร่อยเพียงเท่านั้น แต่ “เชฟเป้-ธีรนัย จินดานุภาจิตต์” เชฟหนุ่มวัย 31 ปี เขาคือผู้ไขความลับ ว่าทำอย่างไรถึงจะประสบความสำเร็จในการเป็นผู้ประกอบการร้านอาหารได้อย่างแท้จริง นาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักเชฟเป้ หรืออีกหนึ่งนามในโลกออนไลน์ของเขาคือ “เชฟเป้กุ๊กขี้เมา” เจ้าของร้านอาหารหลายแบรนด์หลากสไตล์ อีกทั้งยังเป็นยูทูบเบอร์ที่มีทั้งความตลกและมุมมองในการทำธุรกิจร้านอาหารมาแบ่งปันให้กับแฟนคลับได้ดูเป็นวิทยาทานอยู่เสมอ เชฟเป้ในวัย 23 ปี อาจไม่ใช่คนที่เริ่มทุกอย่างจากศูนย์ เขาก้าวเข้าสู่โลกธุรกิจร้านอาหารด้วยร้านข้าวต้มที่มีเงินทุนก้อนสุดท้ายจากพ่อ ปรากฏว่าร้านข้าวต้มนี้ จุดประกายให้เขาได้เฉิดฉายเป็นเจ้าของธุรกิจหน้าใหม่ในวงการ “ผมเปิดร้านข้าวต้ม 13 โต๊ะ เมื่อ 7 ปีที่แล้ว ตั้งแต่อายุ 23 ปี ผมไม่เคยขอเงินพ่ออีกเลย เราตั้งใจทำ เหนื่อยมา
