บทความโดย : ดร.ยศพิชา คชาชีวะ กูรูวงการอาหาร
ร้านอาหาร ไม่ทำเรื่องการตลาดโฆษณาประชาสัมพันธ์เลยก็ไม่ได้ แต่ถ้าทำผิดทิศผิดทางก็อาจจะพาลงเหวได้ง่ายๆ เหมือนกันครับ
การตลาดที่เขาทำกันแล้วพลาดมีอะไร เรื่องแรกเลยคือ ทุ่มงบการตลาดมากเกินไป ผลที่ได้ไม่คุ้มเสีย
ร้านอาหารเปิดใหม่ร้านหนึ่งเห็นความสำคัญเรื่องการตลาดมาก ลงทุนจ้างบริษัทมืออาชีพมาทำการตลาดให้ งบประมาณทำทั้งปีหลักหลายแสน เหมารวมหมดทั้งเรื่องการวางทิศทางการตลาด จ้างอินฟลูเอนเซอร์ การทำโซเชียล ระบบสมาชิก แคมเปญโปรโมชัน สื่อโฆษณาต่างๆ ออกรายการทีวี ร้านต้องจ่ายเขาเป็นงวดๆ
ผลเป็นไงหรือครับ ร้านนี้เปิดได้ 6 เดือนก็ม้วนเสื่อกลับ เพราะคิดเบ็ดเสร็จแล้วว่าขืนทนอยู่ต่อไป มีแต่เจ็บกับเจ็บ มีทั้งค่าเช่าสถานที่แพงโคตร ค่าจ้างพนักงาน ค่าวัตถุดิบ น้ำ ไฟ จิปาถะ มาเจอค่าการตลาดเข้าไปอีก รายได้เข้ามาไม่คุ้มเสีย จึงจำเป็นต้องเลิกทำเสียก่อนจะหมดไปมากกว่านี้
การทุ่มงบการตลาดมากๆ จึงไม่ใช่คำตอบสุดท้ายสำหรับการทำร้านอาหาร อย่างที่เรารู้ๆ กันครับ ร้านอาหารที่จะประสบความสำเร็จได้ขึ้นอยู่กับหลายองค์ประกอบ โฆษณาถึงคนมากิน แต่กินแล้วผิดหวัง อาหารไม่อร่อย ราคาแพง บริการไม่ดี อาหารไม่เด่น บรรยากาศไม่ถูกใจ คนมาครั้งเดียวเลิกไม่กลับมาอีก
การจะดึงให้คนมาเป็นลูกค้าประจำร้านเราได้ไม่ง่าย ยิ่งเป็นร้านในถิ่นกรุง เมืองใหญ่ที่มีร้านอาหารขึ้นเป็นดอกเห็ด ร้านเราต้องแน่จริงๆ ถึงจะขึ้นมายืนแถวหน้าได้
ถ้าพิจารณาในกรอบของการควบคุมต้นทุน งบการตลาดโฆษณาประชาสัมพันธ์ต่อเดือนไม่ควรเกิน 10% ของรายได้ ตีรายได้รวมเป็น 100 เป็นวัตถุดิบ 30-40% ค่าจ้างพนักงาน บริหารงาน ค่าใช้จ่ายอื่นอีก 30-40% เหลือกำไรเบื้องต้นประมาณ 30% แบ่งมาให้การตลาดซะ 10% ครบ 100 พอดี
เพราะฉะนั้น การพิจารณาตั้งงบการตลาดทั้งปี จึงต้องประมาณการรายได้ รายจ่ายให้ดีๆ อย่าประเมินสูง แล้วค่อยตั้งงบการตลาด อย่าทำเกินตัว สุภาษิตโบราณเขาว่า “อย่าขี่ช้างจับตั๊กแตน” แต่ไม่ใช่ไม่ยอมเสียเงินทำการตลาดบ้างเลย ใช้แต่ของฟรี Facebook ไม่ยอมเสียตังค์โฆษณาบ้างก็ไม่ได้
