Featured
แม้ “ใครไม่กุ๊ย ข้าวต้มกุ๊ย” จะเป็นแบรนด์เล็กๆ ปรุงแบบโฮมคุก และขายออนไลน์ แต่กลับเติบโตสร้างรายได้จากหลักพันสู่หลักแสนบาทต่อเดือน และความสำเร็จนี้ก็ไม่ได้มาจากโชคช่วย แต่เกิดจากการนำ Data มาปรับใช้เป็นกลยุทธ์ โดยคู่รักจากวงการดิจิทัลเอเยนซี คุณซี-ลภน อัครขจรไชย และ คุณกล้วย-ศิวพร เดือนแจ้ง ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการนี้มานานถึง 13 ปี และกำลังเดินทางเข้าสู่ปีที่ 2 ในฐานะเจ้าของแบรนด์ใครไม่กุ๊ย ข้าวต้มกุ๊ย ที่มีเป้าหมายใหญ่ ปั้นแบรนด์ข้าวต้มกุ๊ยให้เป็นฟาสต์ฟู้ด เริ่มต้นสร้างแบรนด์ของตัวเอง คุณซีและคุณกล้วย เปิดบริษัทด้านดิจิทัลเอเยนซีของตัวเอง พัฒนาธุรกิจให้ลูกค้ามากมายตั้งแต่ SMEs ไปจนถึง Global Brand ตั้งแต่อุตสาหกรรมอาหาร แฟชั่น และอสังหาฯ ให้ประสบความสำเร็จไปแล้วหลายเจ้า จนเริ่มมองเห็นโอกาสในการสร้างแบรนด์ของตัวเอง ก่อนตกผลึกเป็น ข้าวต้มกุ๊ยดีลิเวอรี เมนูที่ชอบกินและยังไม่มีใครทำขายในรูปแบบนี้ แต่ด้วยทั้งคู่ไม่ใช่เชฟมืออาชีพ เป็นแค่คนที่ทำอาหารได้ การเสาะหารสชาติ จึงเป็นเรื่องแรกที่ต้องทำ ด้วยการตระเวนชิมข้าวต้มกุ๊ยร้านต่างๆ จำรสชาติและนำมาปรับเป็นรสชาติที่ตัวเองชื่นชอบ
ลาลามูฟ แพลตฟอร์มให้บริการขนส่งด่วนและบริการรับส่งผู้โดยสารแบบออนดีมานด์ เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนมกราคมถึงธันวาคม 2568 บริษัทมีมูลค่าธุรกรรมรวมเติบโตขึ้น 30% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนถึงความต้องการบริการด้านโลจิสติกส์ที่มีความยืดหยุ่น สะดวก และตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจ ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย โดยการเติบโตดังกล่าวขับเคลื่อนด้วยการพัฒนาบริการใหม่ การขยายพื้นที่ให้บริการ และการดำเนินกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ SME พาร์ทเนอร์คนขับ และผู้ใช้งานให้เติบโตไปพร้อมกัน จากข้อมูลของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (UTCC) ธุรกิจที่คาดว่าจะเติบโตสูงในปี 2569 มีแนวโน้มจะสอดคล้องกับเทรนด์เศรษฐกิจโลกด้านดิจิทัล สุขภาพ และความยั่งยืน โดยหลายธุรกิจต้องการบริการขนส่งที่มีความรวดเร็ว ยืดหยุ่น และไว้ใจได้ ซึ่งลาลามูฟในฐานะแพลตฟอร์มขนส่งสินค้าแบบออนดีมานด์มีความพร้อมที่จะตอบรับความต้องการและสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจเหล่านี้ นายเบน ลิน กรรมการผู้จัดการ ลาลามูฟ ประเทศไทย กล่าวว่า “การเติบโตดังกล่าวสะท้อนรูปแบบการดำเนินธุร
พอเข้าหน้าฝุ่นหรือวันที่ค่า PM2.5 พุ่งสูง หลายคนมักกลัวว่ามันจะทำร้ายปอดและระบบทางเดินหายใจจนไอ จาม หรือหอบหืดกำเริบ แต่จริงๆ แล้ว ฝุ่นพิษ PM2.5 อันตรายกว่าที่คิด โดยงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เดวิส พบว่าฝุ่น PM2.5 มีอนุภาคที่เล็กมาจนสามารถหลุดเข้าไปใน “สมอง” ได้ และหากสูดฝุ่นอยู่ทุกวันโดยไม่ป้องกัน ในระยะยาวอาจทำให้เป็นโรคร้ายอย่างอัลไซเมอร์หรือพาร์กินสันได้ตั้งแต่อายุยังน้อย เพื่อให้เราป้องกันตัวเองจากฝุ่นร้ายได้ นพ.ภีมณพัชญ์ ธนชาญวิศิษฐ์ อายุรแพทย์ผู้ชำนาญการด้านประสาทวิทยา ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลวิมุต จะมาตอบคำถามว่าฝุ่น PM2.5 เล็ดลอดเข้าไปทำร้ายสมองได้อย่างไร พร้อมแชร์เคล็ดลับดูแลสมองให้รอดจากฝุ่นพิษที่ทำตามได้ทันที รู้จัก 2 เส้นทางที่พาฝุ่น PM2.5 เข้าสมอง ความน่ากลัวของฝุ่น PM2.5 คือขนาดที่เล็กกว่าเส้นผมคนเราถึง 20–30 เท่า ทำให้มันเล็กพอที่จะเล็ดลอดเข้าสู่ร่างกายและเดินทางไปถึงสมองผ่าน 2 เส้นทางหลัก โดยเส้นทางแรกคือผ่าน “ปอด” เมื่อสูดอากาศเข้าไป ฝุ่นจะลงสู่ถุงลมและซึมเข้าสู่กระแสเลือด ก่อนถูกลำเลียงไปยังอวัยวะต่างๆ รวมถึงสมองซึ่งต้องพึ่งพาเลือดปริมาณม
เรื่องราวของ คู่รักวัยเกษียณ คุณดามพ์ ภูมิจิตร และ คุณพิม-ศิริเพ็ญ ปรุงวนิชศิริ แม้จะเกษียณจากงานประจำแล้ว ยังช่วยกันเริ่มต้นสร้างอาชีพใหม่ เปิดคาเฟ่เล็กๆ ในบ้านของตัวเอง ชื่อว่า “Dough A Lot” ด้วยเพราะต้องซ่อมบ้านหลังเก่าอายุ 30 ปี ที่อยู่อาศัยมานาน ประกอบกับความชอบทำขนมปังของคุณพิม จึงกลายเป็นโอกาสในการต่อยอดเป็นธุรกิจเล็กๆ แม้ในตอนแรกจะไม่ได้ตั้งใจเปิดเป็นคาเฟ่ แต่ด้วยสไตล์ร้านที่อบอุ่น การตกแต่งที่ถูกใจลูกค้า รวมถึงเมนูเบเกิล เพรทเซล และเครื่องดื่มรสชาติดี จึงทำให้ใครๆ ต่างเรียกร้านนี้ว่า “คาเฟ่” ความโดดเด่นของ Dough A Lot คือขนมปังโฮมเมดที่คุณพิมใส่ใจทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ การทำสดใหม่ ไปจนถึงซอสทุกชนิดที่ทำเองทั้งหมด ส่งผลให้รสชาติแตกต่างและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ส่วนเมนูเครื่องดื่ม เป็นฝีมือการชงของคุณดามพ์ แม้จะไม่ใช่คอกาแฟ แต่ก็ศึกษาจนเข้าใจทั้งข้อดีและลักษณะของกาแฟแต่ละแบบ จนสามารถชงออกมาได้รสชาติกลมกล่อม นอกจากนี้ยังมีเมนูยอดนิยมอย่าง มัทฉะ ที่ขายดีไม่แพ้กัน หากอยากแวะเวียนไปไปร้าน Dough A Lot 📍ร้านเปิด : วันอังคาร ถึงวันศุกร์ เวลา 09.30-15.00 น. โทร. : 082-515-1641
รับทรัพย์แบบปังๆ นักศึกษาสาววัย 23 ปี ขายของออนไลน์ในห้องที่หอพัก ลงทุนหลักร้อย สร้างรายได้หลักล้าน ในยุคนี้ ผู้คนเริ่มหันมาสนใจซื้อของผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์กันมากขึ้น ทำให้มีนักลงทุนเริ่มหาสินค้ามาขายออนไลน์ และสร้างรายได้อย่างมากมาย อย่างเช่นเรื่องราวของเธอคนนี้ Sophie Riegel ที่ไม่ได้ใช้เงินแม้แต่บาทเดียวในการเริ่มต้นในการขายของ เธอเริ่มต้นจากสิ่งของที่เธอมีอยู่แล้ว โดยการค้นหาเสื้อผ้าเก่าในตู้เสื้อผ้าเพื่อนำไปขายออนไลน์ หลังจากขายเสื้อผ้ามือสองของตัวเองได้กำไร 200 ดอลลาร์ หรือประมาณ 7,000 กว่าบาท เธอก็หันไปหาแหล่งช้อปปิ้งสุดโปรดอย่างร้านขายของมือสอง “ฉันเป็นขาประจำร้านขายของมือสองมาตลอด เพราะฉันไม่ชอบใช้เงินเปลือง” เธอกล่าว ตั้งแต่เดือนเมษายน 2020 เธอได้เปลี่ยนนิสัยนั้นให้กลายเป็นอาชีพเสริมที่สร้างรายได้มหาศาล โดยมีรายได้เกือบ 123,800 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในปีที่แล้ว หรือประมาณ 4.5 ล้านบาท จากการนำเสื้อผ้าที่ซื้อมาจากร้านมือสองไปขายต่อบนตลาดออนไลน์ เธอทำกำไรสุทธิได้มากกว่า 192,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเกือบ 7 ล้านบาทในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา เพราะต้นทุนของเธอน้อยมาก เธอคิดว่าใช้เงินไปเพียงแค่ 50,00
หากพูดถึงบริษัทรับเหมาก่อสร้างระดับแถวหน้าของเมืองไทย ชื่อของ ‘อิตาเลียนไทย’ มักจะติดอยู่ในอันดับต้นๆ เสมอ แต่ที่มาของอาณาจักรหมื่นล้านนี้ไม่ได้เริ่มจากสายงานวิศวกรโดยตรง แต่เริ่มต้นจากอดีตแพทย์ที่ผันตัวมาทำโรงน้ำแข็ง วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปย้อนรอยถึงจุดเริ่มต้น การส่งต่อธุรกิจรุ่นสู่รุ่น จนกลายเป็นยักษ์ใหญ่แห่งวงการรับเหมาก่อสร้างในไทย จุดเริ่มต้น เดิมที ‘คุณชัยยุทธ’ ตั้งใจจะเรียนทางด้านการเกษตร แต่ช่วงนั้นเกิดเหตุสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้เขาจึงเลือกเรียนในสาขาแพทยศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยมหิดล และได้เข้ารับราชการทหาร และได้แต่งงานกับ ม.ร.ว.พรรณจิตร กรรณสูต ต่อมาได้ตัดสินใจออกจากราชการมาทำธุรกิจ ‘โรงน้ำแข็งและโรงไฟฟ้า’ ต่อมาได้เจอกับ Mr. Giorgio Berlingieri วิศวกรชาวอิตาลี ที่ คุณชัยยุทธ ได้เข้าไปร่วมมือกู้เรือที่จมแม่น้ำเจ้าพระยาได้สำเร็จ จากเหตุการณ์นี้ทำให้กลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ทำให้ทั้งคู่ได้ร่วมมือสร้างธุรกิจด้วยกัน และก่อตั้ง บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ขึ้น ในปี 2501 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 2 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินธุรกิจรับจ้า
หากเป็นเมื่อก่อน ถ้าเราพูดถึง “Status Symbol” หรือสัญลักษณ์ที่บ่งบอกฐานะและรสนิยม ภาพในหัวของทุกคนคงหนีไม่พ้นกระเป๋าหนังสุดหรูอย่าง Hermès Birkin หรือ Chanel Classic ที่ต้องต่อคิวจองกันข้ามปี แต่ใน พ.ศ. นี้ ค่านิยมความได้เปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อไอเทมที่คนทั่วโลก โดยเฉพาะในอเมริกาและเอเชีย กลับไม่ใช่เครื่องหนังราคาแพง แต่เป็น “กระเป๋าผ้าแคนวาสขนาดมินิ” จากร้านขายของชำอย่าง Trader Joe’s ที่มีราคาเพียง 2.99 ดอลลาร์ ประมาณ 100 บาท แต่ความพีคอยู่ตรงนี้ เมื่อกระเป๋านี้กลายเป็นไวรัลจนขาดตลาด ราคารีเซลในเว็บไซต์อย่าง eBay หรือแพลตฟอร์มในต่างประเทศกลับพุ่งทะยานไปแตะระดับ 2,000 ดอลลาร์ ราวๆ 70,000 บาท และบางรายการที่ตั้งขายเป็นคอลเลกชันหายาก มีการปั่นราคาสูงสุดถึง 49,000 ดอลลาร์ หรือกว่า 1.5 ล้านบาทเลยทีเดียว ทำไมกระเป๋าผ้าใบเล็กๆ ถึงมีอิทธิพลต่อกระเป๋าตังค์คนได้ขนาดนี้ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพามาทำความรู้จักที่มาของแบรนด์นี้กัน เปิดประวัติ Trader Joe’s จากร้านขายขอชำ สู่แบรนด์กระเป๋าผ้าที่มีคนอยากซื้อมากที่สุด Trader Joe’s (เทรดเดอร์ โจส์) เริ่มต้นในปี 1958 โดย โจเซฟ คูลอมบ์
สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า หลิวหลิน หญิงสาวชาวจีนจากอำเภอโจวหนิง มณฑลฝูเจี้ยน ทางตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเคยอยู่ในแวดวงธุรกิจวัสดุก่อสร้าง ได้ซื้อไม้อวบน้ำกระถางแรกโดยบังเอิญเมื่อกว่า 10 ปีก่อน ก่อนจะค่อยๆ หลงใหลและสะสมจนมีไม้อวบน้ำมากกว่า 2,000 กระถาง และเปลี่ยนบ้านของเธอให้กลายเป็น “อาณาจักรไม้อวบน้ำ” ในปี 2020 หลิวหลินเริ่มถ่ายวิดีโอไม้อวบน้ำและเผยแพร่ลงในสื่อออนไลน์ ซึ่งได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี เธอนำไม้อวบน้ำมาทดลองวางจำหน่ายหน้าร้านวัสดุก่อสร้างของตนเอง และสามารถทำรายได้กว่า 1,000 หยวน (ราว 4,500 บาท) ตั้งแต่วันแรก จากนั้นหลิวหลินจึงได้เช่าพื้นที่มากกว่า 300 ตารางเมตร เพื่อศึกษาเกี่ยวกับไม้อวบน้ำโดยเฉพาะ ด้วยแรงสนับสนุนจากนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมไม้ดอกของอำเภอโจวหนิง ภายในปี 2023 หลิวหลินได้เช่าเรือนกระจกที่ไม่ได้ใช้งานขนาดกว่า 10 หมู่ (ราว 4.2 ไร่) ในตำบลผู่หยวน เพื่อจัดตั้งบริษัทที่มุ่งเน้นด้านการวิจัยและพัฒนาเทคนิคการเพาะเลี้ยงไม้อวบน้ำ การผสมพันธุ์ การออกแบบ และจัดกิจกรรมศึกษาดูงาน โดยเฉพาะเลี้ยงไม้อวบน้ำมากกว่า 200 สายพันธุ์ อย่างไรก็ตาม ในช่วง
จากความตั้งใจเล็กๆ อยากมีรายได้เสริมช่วยพี่สาวจ่ายค่าเช่าห้อง สู่ธุรกิจหลักที่ทำรายได้หลักแสนบาทต่อเดือน เรื่องราวของ คุณอ้น-ธิดารัตน์ ยางคำ วัย 26 ปี เจ้าของร้าน A&A good food good mood ร้านอาหารดีลิเวอรีที่เริ่มต้นจากครัวเล็กๆ และเติบโตต่อเนื่อง เปิดมาแล้วกว่า 4 ปี ในคอลัมน์ Young Entrepreneur เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปพูดคุยถึงเส้นทางการเปิดร้าน และการขายอาหารให้โดนใจลูกค้า จุดเริ่มต้นขายอาหารบนคอนโด คุณอ้นเล่าย้อนให้ฟังว่า จุดเริ่มต้นของการขายอาหารบนคอนโดมาจากช่วงโควิดระบาด ขณะนั้นคุณอ้นเรียนอยู่ชั้นปีสุดท้าย ในคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ซึ่งปรับรูปแบบการเรียนเป็นออนไลน์ เธอจึงย้ายลงมาอยู่คอนโดกับพี่สาวที่กรุงเทพฯ และคิดหาอะไรทำในช่วงที่มีเวลาว่าง “มีเรียนออนไลน์แค่วันละ 3 ชั่วโมง มันก็ว่าง ไม่รู้จะทำอะไรต่อ ช่วงนั้นพี่สาวชอบออกกำลังกายตอนเช้า แล้วเราก็จะมาทำอาหารเฮลตี้กินกัน พี่สาวชอบถ่ายรูปอาหารลงไอจี ก็จะมีเพื่อนๆ เขาเข้ามาคอนเมนต์ว่าน่ากิน ให้ลองทำขาย ก็เลยเริ่มพัฒนาสูตรอาหาร ศึกษาวิธีการเปิดร้านในแอปดีลิเวอรี กลายเป็นจุดเริ่มต้นของร้าน A&A good fo
บทความโดย : ดร.ยศพิชา คชาชีวะ กูรูวงการอาหาร ตั้งราคาขายอาหารเดลิเวอรี่ ช่วงปลายปี 2568 ต่อต้นปี 2569 โรงเรียนแม่บ้านทันสมัยจัดฝึกอบรมโครงการอาหารสตรีทฟู้ด กับอาหารเดลิเวอรี่ ให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานไป 4 รุ่น รวม 80 คน เป็นการอบรมฟรี แถมได้เบี้ยเลี้ยง เตาแก๊ส เตาปิ้ง หม้ออบ คุ้มจริงๆ อบรมเสร็จนำไปทำขายได้จริงๆ อาหารสตรีทฟู้ดไม่ค่อยมีปัญหาอะไรนักในการตั้งราคาขายอาหาร ขอแค่เอา 2.5 คูณต้นทุนวัตถุดิบรวมค่ากล่อง ก็ได้กำไรพออยู่ได้ประมาณ 20% ได้ค่าเช่าที่ ค่าจัดการ รูปร่างของการคิดราคาขายง่ายๆ อย่างนี้ครับ คิดราคาขายเท่ากับ 100 ต้นทุนวัตถุดิบให้เป็น 40% สมมติเรามีต้นทุนข้าวขาหมูอยู่ที่จานละ 30 บาทต้องตั้งราคาขายเท่าไหร่ เทียบบัญญัติไตรยางค์ง่ายๆ ต้นทุน 40 บาท ขาย = 100 &
