Featured
“ความตั้งใจจริงๆ ของลุง ไม่ได้กะทำเป็นการค้า แค่อยากทำให้บั้นปลายชีวิตมีความสุข มีมุมเล็กๆ ให้พรรคพวกมานั่งสังสรรค์ เราอายุขนาดนี้ ถ้าเราทำแบบนี้ได้ ถือว่ามันประสบความสำเร็จแล้ว” คำบอกเล่าของ คุณเสาว์ชัย เหลืองชูฤทธิ์ หรือ ลุงใหญ่ วัย 70 ปี เจ้าของร้าน sao.home.matcha ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ใน จ.ราชบุรี อาชีพเดิมของลุงใหญ่คือการค้าขายรองเท้ามานานเกือบ 20 ปี แต่ได้เลิกกิจการไปในช่วงหลังโควิด ทำให้เขามีเวลาว่าง ประกอบกับมีพื้นที่หน้าบ้าน จึงได้ปรับเป็นมุมให้พรรคพวก กลุ่มแอโรบิกกับโยคะ ที่ตนเองและภรรยา (ป้าไก่-วชิราวลัย เหลืองชูฤทธิ์ วัย 68 ปี) เป็นครูสอนมานาน 30 ปี ได้มานั่งสังสรรค์กัน โดยมีชา กาแฟ และขนมมาเลี้ยง แบบไม่ได้ทำเป็นการค้ามานาน 2 ปี “ความตั้งใจจริงๆ ไม่ได้กะทำเป็นการค้า แค่อยากทำให้บั้นปลายชีวิตมีความสุข มีมุมเล็กๆ ให้พรรคพวกมานั่งสังสรรค์กัน เพราะลุงกับป้าอยู่กันแค่ 2 คน แล้วไม่ชอบเที่ยว ลูกก็บอกว่า ถ้าพ่อแม่ไม่ชอบเที่ยวก็เอาบ้านนี่แหละมาสร้างความสุข ไม่ต้องเหนื่อยนั่งรถ และความสุขที่ได้มันก็คุ้มค่า ตอนหลังพรรคพวก ลูกศิษย์เห็นใจ ครูก็เปิดขายไปเลยสิ ในเมื่อพ
ถือเป็นก้าวสำคัญครั้งใหญ่ของวงการเทคโนโลยี เมื่อ Apple ประกาศแต่งตั้ง จอห์น เทอร์นัส (John Ternus) ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) คนใหม่ โดยจะมีผลอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กันยายนนี้ ขณะที่ ทิม คุก (Tim Cook) จะผันตัวไปรับตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร (Executive Chairman) ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นการสิ้นสุดยุคสมัย 15 ปีของ คุก ในฐานะหนึ่งใน CEO ด้านเทคโนโลยีที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ร่วมสมัย โดยที่ผ่านมา จอห์นเป็นผู้ดูแลโปรเจ็กต์ฮาร์ดแวร์ที่เดิมพันอนาคตของ Apple มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็น iPhone, iPad, Mac, Apple Watch และ AirPods รวมถึงเป็นคีย์แมนคนสำคัญที่ช่วยปลุกยอดขายคอมพิวเตอร์ตระกูล Mac ให้กลับมาคึกคักและชิงส่วนแบ่งการตลาดกลับคืนมาได้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ ผลงานล่าสุดที่เป็นที่ฮือฮาคือ การเปิดตัว iPhone Air ซึ่งถือเป็นการปรับโฉมครั้งใหญ่ที่สุดของ iPhone นับตั้งแต่ปี 2017 เป็นต้นมา ทำความรู้จัก “จอห์น เทอร์นุส” ผู้นำเจนใหม่ บรรดานักวิเคราะห์และคนใน Apple ต่างมองว่าจอห์น คือตัวเต็งอันดับหนึ่งมานานแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากที่ เจฟฟ์ วิล
หากพูดถึงแบรนด์เครื่องสำอางที่มาแรงที่สุดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ชื่อของ SHEGLAM คือหนึ่งในแบรนด์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดบน TikTok และโซเชียลมีเดียทั่วโลก Key Success มีแค่ ‘คอนเทนต์ไวรัล’ และ ‘พลัง Gen Z’ จากจุดเริ่มต้นในปี 2019 ที่ทีมงานเพียง 5 คน นั่งช่วยกันระดมสมอง คิดผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางออกมาเป็น SHEGLAM แล้วเติบโตจนกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์เครื่องสำอางที่ขยายตัวเร็วที่สุดในโลก มีสินค้าจำหน่ายในกว่า 150 ประเทศ พร้อมยอดขายสุทธิแตะระดับ 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 ใช้เวลาเพียง 5 ปีเท่านั้น ไม่มีภาพลักษณ์แบรนด์ลักชัวรี ไม่ต้องดูไฮเอนด์ มีเพียงสิ่งเดียวคือ ดูดีถูกใจ Gen Z ก็พอ ถอดกุญแจความสำเร็จที่ทำให้แบรนด์สามารถเติบโตได้เร็วขนาดนี้ 1. ใช้สูตร Fast Fashion มาสร้าง Fast Beauty SHEGLAM คือแบรนด์ของประเทศจีน โดยผู้สร้างแบรนด์ SHEIN เบื้องหลังความสำเร็จของแบรนด์คือการนำแนวคิดแบบ SHEIN มาใช้กับธุรกิจเครื่องสำอางอย่างเต็มรูปแบบ แทนที่จะใช้เวลาพัฒนาสินค้านานหลายเดือน แต่ SHEGLAM เลือกใช้ข้อมูลจากโซเชียลมีเดีย เทรนด์ TikTok และความคิดเห็นของลูกค้า มาพัฒนาสินค้าอย่างรวดเร็ว เมื่อมีเทรนด์ไหนกำลัง
จาก “มายเนมอิสไบรอัน” ถึงท่อนแรปไวรัลที่ใครก็ร้องตามไม่ถูก “อยู่ไม่ไหว อยู่ไม่ไหว เฮ้ย อยู่ไม่ไหว อ้าว บ้านนี้มันน่ากลัว กลัวกลัวกลัว อร๊าย” ปรากฏการณ์นี้กำลังบอกอะไรเรา ในแต่ละวัน ผู้คนต่างต้องเผชิญสถานการณ์ที่ก่อให้เกิดความเครียดมากมาย ทั้งการเรียน การทำงาน เพื่อน ครอบครัว จนบางครั้งก็รู้สึกราวกับความเครียดนั้นโจมตีมาทุกทิศทาง สิ่งนี้อาจทำให้คนเราอยากหาทางหลีกหนีจากทุกสิ่ง หายตัวไปสักพักเพื่อพักหัวใจอันเหนื่อยล้า แม้จะเป็นเพียงชั่วขณะก็ตาม แต่การจะปลีกตัวในยุคนี้ก็แสนยาก เพราะมองไปทางใดก็เจอแต่คอนเทนต์สั่งให้ต้องแอคทีฟ 24 ชั่วโมง หรือบังคับให้เราต้องหาความรู้อยู่ตลอดเวลา แต่ในวันที่สมองเราเหนื่อยล้าจากเรื่องเครียด ใครก็ล้วนแต่อยากปล่อยใจจอย ๆ ไม่ต้องคิดอะไรให้ปวดหัวเพิ่มทั้งนั้น ความคิดเช่นนี้จึงนำไปสู่สิ่งที่เรียกว่า “Escapism” การหลีกหนีความจริง เพราะโลกความจริงแสนเหนื่อยล้า การหลีกหนีความจริง หรือ Escapism คือกลไกการรับมือที่ตัวเราออกแบบมาเมื่อต้องการหลีกหนีจากมรสุมปัญหา อาจมองได้ว่าเป็นการปิดกั้นความหมายออกจากจิตใจ และปล่อยตนเองให้ไร้ซึ่งการตระหนักรู้ชั่วข
“สิ่งที่ทำให้ผมมาได้จนถึงทุกวันนี้ คือผมไม่หยุดทำแม้แต่วันเดียว กาแฟอยู่ในสมองผมตลอดเวลา” ใครจะไปรู้ว่า จากเด็กมหาวิทยาลัยที่นั่งคั่วกาแฟในกระทะใบจิ๋วอยู่หลังหอพัก จะเติบโตมาเป็นเจ้าของคาเฟ่และโรงคั่วกาแฟที่สามารถส่งเมล็ดกาแฟขายได้กว่า 4 ตันต่อเดือน นี่คือเรื่องราวของ Young Entrepreneur ไฟแรง คุณเต้ย-เฉลิมชาติ สีเขียว วัย 30 ปี เจ้าของร้าน Momento Coffee Roaster จุดเริ่มต้นจากเด็กใต้ที่ไม่ได้มีฝันยิ่งใหญ่ คุณเต้ย เล่าว่า เขาเป็นคนใต้ อำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร ชีวิตในวัยเด็กไม่ได้มีฝันที่เจาะจงว่าต้องเป็นอาชีพใด เพียงแต่ตั้งใจไว้ว่าเมื่อเรียนจบแล้วจะกลับไปหาอะไรทำที่บ้าน เนื่องจากมีสวนเกษตรอยู่แล้ว จุดพลิกผันที่ทำให้คุณเต้ยก้าวเข้าสู่วงการกาแฟเกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ในช่วงที่เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ เหตุผลที่เริ่มสนใจกาแฟจริงๆ คือการที่ต้องดื่มกาแฟบ่อยๆ เพื่ออ่านหนังสือ แต่เมื่อได้ดื่มด่ำไปเรื่อยๆ ก็เกิดความอยากรู้ว่ารสชาติของกาแฟนั้นมีอะไรที่ลึกซึ้งไปกว่าที่เคยสัมผัสหรือไม่ “เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว เริ่มมีกาแฟดริป ทำให้เริ่มเห็นการคั่วขึ้นมา เ
เคยลองมองชีวิตตัวเองเป็นหน้าปัดนาฬิกาหรือไม่ หากเด็กน้อยวัยแรกเกิดคือนาฬิกาที่เพิ่งเดินผ่านเวลาเที่ยงคืนไปไม่นาน และผู้สูงวัยคือนาฬิกาที่เข็มกำลังเคลื่อนเข้าใกล้เที่ยงคืนอีกครั้ง แล้วตอนนี้ ชีวิตของคุณอยู่ที่กี่โมงแล้ว? ในช่วงเดือนมิถุนายน ที่หลายคนกำลังรู้สึกเหนื่อยล้ากับครึ่งปีที่ผ่านไป วันที่ชีวิตดูเอื่อยเฉื่อยจนไม่แน่ใจว่าตัวเองกำลังเดินหน้าอยู่หรือเปล่า มีบทความเก่า ๆ ชิ้นหนึ่งที่ชวนให้กลับมามองชีวิตด้วยสายตาใหม่เสมอ บทความนั้นมีชื่อว่า Life Is Like a Clock ของ Guthrie Chamberlain นักเขียนและนักจัดพอดแคสต์ชาวสหรัฐฯ แนวคิดของบทความเรียบง่ายมาก แต่กลับทรงพลังอย่างน่าประหลาด โดยชวนให้เราลองนำอายุของตัวเองมาเปรียบเทียบกับเวลาในนาฬิกาที่มี 24 ชั่วโมง อ้างอิงจากอายุขัยเฉลี่ยของมนุษย์ที่ประมาณ 78.4 ปี เมื่อเราย่อชีวิตทั้งชีวิตให้เหลือเพียงหนึ่งวัน จะช่วยให้เห็นบางอย่างชัดขึ้น เห็นว่าชีวิตไม่ได้ยาวนานอย่างที่คิด และเห็นว่าเวลาที่เหลืออยู่มีค่ามากเพียงใด หากคำนวณตามแนวคิดนี้ แล้วคุณล่ะ ตอนนี้นาฬิกาชีวิตกำลังบอกเวลากี่โมง คำถามนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อทำให้เรากังวลว่าเวลาที่เหลืออยู่มีน้อยเพียงใด
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โลกต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นสงคราม ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ เงินเฟ้อ ต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูง หรือความผันผวนทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นพร้อมกันทั่วโลก สิ่งเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและการตัดสินใจลงทุนของภาคธุรกิจ รายงาน Economy Overview 2026 สะท้อนภาพที่น่ากังวลอย่างชัดเจน โดยกว่า 56% ของผู้บริหารมองว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้ยาก และคาดว่า GDP ไทยในปีนี้จะขยายตัวเพียง 0.9% ซึ่งถือเป็นตัวเลขต่ำที่สุดนับตั้งแต่มีการคาดการณ์โดย MAT เมื่อเศรษฐกิจชะลอตัว งบประมาณการตลาดจึงกลายเป็นหนึ่งในต้นทุนที่หลายองค์กรเลือกปรับลด นักการตลาดกว่า 70% มีแนวโน้มคงงบหรือปรับลดงบประมาณ ขณะที่ภาพรวมอุตสาหกรรมโฆษณาอาจติดลบประมาณ 1% สื่อดั้งเดิมหลายประเภทได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์ที่คาดว่าจะหดตัวกว่า 20% และเม็ดเงินโฆษณาทางโทรทัศน์ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน พฤติกรรมผู้บริโภคก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ผู้ซื้อออนไลน์กว่า 75% เลือกทิ้งสินค้าไว้ในรถเข็นโดยไม่ชำระเงิน และการค้นหาแบรนด์ผ่าน Search Engine ก็ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากผู้คนเริ่
ในยุคที่การซื้อขายออนไลน์ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้ว ส่งผลให้มีจำนวนนักช้อปเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยแนวคิด “ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง” หรือ Buy Now Pay Later (BNPL) ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง Gen Z และคนวัยทำงานที่เริ่มต้นชีวิตการเงิน ที่แนวคิดนี้เข้ามาตอบโจทย์ เพราะเป็นการผ่อนชำระที่ง่ายต่อการเข้าถึง ไม่ต้องมีหลักประกัน ไม่มีดอกเบี้ยหากชำระตามเงื่อนไขที่กำหนด จึงตอบโจทย์ความต้องการซื้อสินค้าอย่างสะดวกและรวดเร็ว ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดย วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุ สินเชื่อ BNPL ได้รับความนิยมและมีอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สำรวจจากผู้ประกอบการรายใหญ่ 6 แห่ง ระบุว่า ในปี 2564 มีจำนวนบัญชีผู้ใช้บริการเพียงประมาณ 6 แสนบัญชี แต่สิ้นปี 2567 ตัวเลขกลับเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 4.91 ล้านบัญชี สะท้อนให้เห็นถึงอัตราการเติบโตที่สูงเกือบ 100% อย่างไรก็ตาม ธปท.ไม่ได้มอง Buy Now Pay Later เป็นคนร้าย แต่หากไม่เข้ามาควบคุม อาจจะเกิดความเปราะบางในบางจุด ทั้งการซื้อโดยไม่ต้องมีเงิน และการที่เด็กกลายเป
MK Restaurants เดินหน้าตอกย้ำความสำเร็จของแคมเปญ “MK บุฟเฟต์ คุ้มเกินคุ้ม 299 บาท” หลังได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้บริโภคทั่วประเทศ ตลอดระยะเวลากว่า 1 ปี สะท้อนผ่านการสร้างยอดขาย (เฉพาะรับประทานในร้าน) เติบโตกว่า 22% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และอัตราการกลับมาใช้บริการซ้ำกว่า 39.5% โดยมีลูกค้าบางรายสร้างสถิติสูงสุดถึง 65 ครั้ง นอกจากนี้ยังมีกระแสการพูดถึงบนโซเชียลมีเดียที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากความสำเร็จดังกล่าว MK จึงเดินหน้ายกระดับประสบการณ์บุฟเฟต์ครั้งใหญ่ ด้วยการเพิ่มเมนูหมวดซีฟู้ดใหม่รวมเป็น 33 เมนู เสิร์ฟถึงโต๊ะ เสิร์ฟไม่อั้น แต่ราคาเดิม 299 บาทเนต ไม่มี VAT ไม่มี Service Charge โดยยังคงยึดมั่นในมาตรฐานด้านคุณภาพ วัตถุดิบ และการบริการแบบเดียวกับที่ลูกค้าไว้วางใจมาโดยตลอด พร้อมประกาศนโยบาย “บุฟเฟต์มหาชน” สร้างมาตรฐานบุฟเฟต์ เพื่อด้อมบุฟเฟต์อย่างแท้จริง เสียงจากผู้บริโภค จุดเริ่มต้นของการพัฒนา ตลอดปีที่ผ่านมา MK ได้ติดตามพฤติ
เมื่อพูดถึง “ขันอะลูมิเนียมลายไทย” หลายคนอาจนึกถึงของใช้ประจำบ้านในอดีต ใช้ในเทศกาลสงกรานต์ หรืองานบุญต่างๆ แต่สำหรับสองพี่น้อง คุณเฟิร์น-ธนัชชา ตั้งสุขสว่างพร และ คุณหมิว-สาริศา ตั้งสุขสว่างพร สิ่งของชิ้นนี้ไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์ที่อยู่คู่ครอบครัวมาหลายสิบปี แต่ยังเป็นมรดกที่ส่งต่อจากรุ่นอากง พวกเธอหยิบของใกล้ตัวที่หลายคนมองข้ามมาสร้างมูลค่าใหม่ ภายใต้แบรนด์ “Suchai Craft” พร้อมพิสูจน์ว่าขันอะลูมิเนียมลายไทยไปได้ไกลกว่าที่หลายคนคิด ครอบครัวของคุณเฟิร์นและคุณหมิวทำธุรกิจอะลูมิเนียมมาตั้งแต่รุ่นอากง หลังอพยพมาจากเมืองจีนตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเริ่มจากเป็นลูกจ้างในโรงงานอะลูมิเนียม สั่งสมประสบการณ์และฝีมือก่อนหันมาสร้าง “โรงงานสุชัยโลหะการ” ธุรกิจของตัวเอง อากงทดลองทำสินค้าหลากหลาย หนึ่งในนั้นคือ เครื่องหนีบผมอะลูมิเนียม ลองผิดลองถูกอยู่หลายอย่างก่อนมาลงตัวที่ขันอะลูมิเนียมลายไทย สินค้ายอดนิยมที่คนไทยใช้ตามงานบุญ เทศกาลสงกรานต์ และในชีวิตประจำวัน “พวกเราคลุกคลีกับผลิตภัณฑ์นี้มานาน รู้กระบวนการทำ กว่าจะได้หนึ่งชิ้นใช้ทั้งฝีมือคนและอุตสาหกรรมช่วยผลิต มันมีความคราฟต์ และความสวย
