Featured
ไม่กี่วันก่อน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” เดินทางไปท่องเที่ยวที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา กับทีมงานของเมืองไทยประกันชีวิต และมีโอกาสได้ลองชิม “น้ำปั่น”แก้วหนึ่ง รสชาติเปรี้ยวจี๊ดจ๊าด อมหวานอมเค็มหน่อยๆ น้ำปั่นแก้วนี้ไม่เหมือนน้ำปั่นธรรมดาตรงที่ ผลไม้ที่นำมาทำ คือ “มะม่วงเบา” ผลไม้ภาคใต้ที่มีรสเปรี้ยวจี๊ดจ๊าด อีกทั้งความพิเศษอยู่ตรงที่ “น้ำมะม่วงเบาปั่น” นี้ สามารถหาทานได้ที่หาดใหญ่เท่านั้น คุณนุ๊ก – กุลญาดา แซ่เอี่ยว วัย 42 ปี คือผู้คิดค้นเมนูมะม่วงเบาปั่นเล่าให้ฟังว่า ที่บ้านเปิดกิจการร้านทองอยู่ แต่เธออยากมีรายได้เป็นของตัวเองอีกทาง ส่วนตัว เธอเป็นคนชอบชิมชอบทำอาหารอยู่แล้ว เลยตัดสินใจเปิดเป็นคาเฟ่ร้านน้ำข้างๆร้านทองขึ้นมา “เมื่อ 6 ปีก่อน ที่หาดใหญ่ พวกร้านขายน้ำอะไรพวกนี้มันยังไม่เยอะ ปัจจุบันเข้าไปซอกไหนซอยไหนก็จะเจอแต่ร้านกาแฟ ร้านขายน้ำคาเฟ่เยอะแยะไปหมด แต่ร้านเราต่างจากร้านน้ำทั่วไปตรงที่ มีการนำผลไม้พื้นเมืองของภาคใต้อย่าง “มะม่วงเบา” มาทำเป็นน้ำปั่น เราพูดได้เลยว่า ร้านตั้งใจทำ by นุ๊ก เป็นร้านน้ำร้านแรกที่คิดสูตรและนำมะม่วงเบามาทำเครื่องดื่ม ใช้เวลาพอสมควรกว่าจะได้รสชาติที่สามาร
สุดเจ๋ง! ผลิตภัณฑ์จากตาลโหนด ช่วยถนอมผิว ผลงานนักเรียน รร.ชุมแสงชนูทิศ เดินไปตามท้องทุ่งนา หรือต่างจังหวัด จะพบกับต้นไม้ลำต้นสูงเรียวยาวที่รู้จักกันในชื่อ ตาล หรือ ตาลโตนด จากข้อมูลเป็นไม้ตระกูลเดียวกับปาล์ม และมะพร้าว เป็นไม้ชนิดให้ผลสามารถพบได้ทั่วทุกภาคของไทย โดยผลิตภัณฑ์จากตาลที่เราคุ้นชินกันดีคงเป็นแนวๆ ขนม เช่น ขนมตาล ลอนตาลเชื่อม น้ำตาลสด ประมาณนี้ ด้วยสรรพคุณที่สืบค้นแล้วว่ามีหลากหลาย ตาลโตนดจึงถูกนำมาเพิ่มมูลค่าเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เช่น น้ำยาล้างจาน ครีมทาผิว สบู่ เป็นต้น ซึ่งผลงานเหล่านี้ไม่ใช่องค์กรหรือบริษัทยักษ์ใหญ่อะไร แต่เป็นไอเดียจากน้องๆ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จากรายวิชาธุรกิจคหกรรม โรงเรียนชุมแสงชนูทิศ จังหวัดนครสวรรค์ เส้นทางเศรษฐีสอบถามไปยัง คุณสุวิมล พิกุลทอง อายุ 52 ปี คุณครูชำนาญการโรงเรียนชุมแสงชนูทิศ จังหวัดนครสวรรค์ เล่าจุดเริ่มต้นของผลิตภัณฑ์จากตาลโตนดให้ฟังว่า ในพื้นที่อำเภอชุมแสง ชาวบ้านส่วนใหญ่ยึดอาชีพเกษตรกรรม ทำนาทำไร่ ควบคู่ไปกับการปลูกตาลโตนดมาช้านาน ภายหลังโรงเรียนชุมแสงชนูทิศเข้าร่วมโครงการ 1 อำเภอ 1 โรงเรียน จึงเลือกเอาวัตถุดิบในพื้นที่อย่างตาลโต
บัณฑิตแม่โจ้ เผยเคล็ดลับ ทำงานเกษตรบนพื้นที่จำกัดอย่างไร ให้สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวได้ตลอดปี คุณสุชาดา ดวงต๋า (คุณแพรว) อยู่บ้านเลขที่ 69 หมู่ที่ 6 ตำบลแช่ช้าง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ เรียนจบจากคณะผลิตกรรมการเกษตร สาขาพืชศาสตร์ เอกพืชสวนประดับ จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ หลังเรียนจบได้เข้าทำงานที่บริษัทเกี่ยวกับการเกษตร ทำงานในส่วนห้องแล็บเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช ทำได้ปีกว่าๆ มีเหตุให้ต้องออกจากงาน หลังจากนั้นจึงกลับไปอยู่บ้าน เริ่มจับงานเกษตรด้วยการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ และมะเขือเทศราชินี เป็นพืชหลักทำเงิน ทำเกษตรบนพื้นที่ 2 งาน สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวได้ทั้งปี คุณสุชาดา ดวงต๋า (คุณแพรว) เริ่มทำงานเกษตรมาเป็นระยะเวลากว่า 7 ปี 5 ปีแรกเริ่มจากการเพาะต้นกล้าพริก ขายที่ภาคกลางมาก่อน ช่วงนั้นถือว่าขายดีมาก แต่ต้องเปลี่ยนจากการเพาะต้นกล้า เพราะได้ย้ายกลับมาอยู่บ้านที่ภาคเหนือ ซึ่งทางภาคเหนือไม่นิยมซื้อต้นกล้าไปปลูก เนื่องจากน้ำไม่เอื้ออำนวย จึงต้องเปลี่ยนวิธีและแนวคิดใหม่ โดยเริ่มต้นจากการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์บนพื้นที่ข้างบ้าน มีพื้นที่เพียง 2 งาน ในการทำเกษตรเลี้ยงชีพ ซึ่งพื้นที่เพียงเท่านี
“หน้ากากกันฝุ่น PM2.5” สินค้าหายาก คนไทย (มีตังค์) แห่สั่งซื้อจากญี่ปุ่น “เราพึ่งรัฐไม่ได้ คนมีเงินพึ่งตนเองได้ แล้วคนที่มีรายได้น้อยจะทำอย่างไร” ข้อสังเกต ของ ทพ.ดร.ธงชัย วชิรโรจน์ไพศาล เลขาธิการมูลนิธิเครือข่ายพัฒนาศักยภาพผู้นำการสร้างสุขภาวะ (คศน.) เกี่ยวกับการ “เข้าถึง” หน้ากากกันฝุ่น ของคนมีรายได้น้อยยามนี้ ที่โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อว่า “Thongchai Vachirarojpisan” คงจะโดนใจของใครหลายคน จนชาวโซเชียลแห่แชร์กันมากมาย การตั้งประเด็นดังกล่าวของ ทพ.ดร.ธงชัย นั้น เกิดขึ้นภายหลังที่ตัวท่านไปประสบกับเหตุการณ์สะเทือนใจ ในร้านขายยาแห่งหนึ่ง ซึ่งมีแม่ลูก มาเลือกซื้อหน้ากากกันฝุ่น เนื่องจากทำงานก่อสร้าง แต่ราคาขายของหน้ากากดังว่าค่อนข้างสูง สองแม่ลูกจึงต้องช่วยกันนับแบงก์ย่อย-เหรียญ เจียดเงินมาซื้อ สร้างความสะเทือนใจให้ผู้พบเห็นไม่น้อย ล่าสุดในทางกลับกัน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” สำรวจพบว่า ยามนี้ สินค้า “ขายดิบ-ขายดี” ในมวลหมู่ “คนไทย-มีตังค์” จำนวนมาก ได้พากัน “สั่งหิ้ว” สินค้านำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่ง ไม่ใช่ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องสำอาง หรือ กระเป๋า รองเท้า แบรน
ถุงพลาสติกหลบไป! ‘พวงกุญแจถุงผ้า’ มากประโยชน์ ห้อยกระเป๋าได้ แถมใส่ของได้อีกเพียบ พูดถึงกระแสรักษ์โลก ช่วง 2 ปีมานี้คนไทยให้ความสำคัญมากขึ้น มีธุรกิจเกิดใหม่ที่ช่วยให้คนลดการใช้ขยะ หรือลดการใช้พลังงานซึ่งอาจจะสร้างมลพิษให้กับประเทศ อาทิเช่น การใช้รถยนต์อีโค่คาร์ ร้านสะดวกซื้อที่ลดการใช้ถุงพลาสติกด้วยการให้ลูกค้านำภาชนะมาใส่ของเอง หรือจะเป็นธุรกิจกระเป๋าผ้าซึ่งเป็นเทรนด์ต่อเนื่องมาตลอด ช่วยลดการใช้ถุงพลาสติกแถมใช้งานได้ยาวนานอีกด้วย “Make a Wood house and Crafts” ร้านพวงกุญแจถุงผ้า 2 in 1 แฮนด์เมดของคู่พ่อลูก คุณเจน-ชาลิสา วาระดี อายุ 26 ปี และคุณชาลี วาระดี อดีตนักข่าวมากประสบการณ์ที่คนในวงการข่าวรู้จักกันเป็นอย่างดี ปัจจุบันทั้งคู่ช่วยกันทำธุรกิจนี้มาได้ 1 ปีกว่าแล้ว นัดแนะพูดคุยกันที่ร้านกาแฟแถวบางนา บรรยากาศสุดชิล คุณเจน เริ่มบทสนทนาด้วยรอยยิ้มถึงที่มาของธุรกิจนี้ให้ฟังว่า เริ่มทำพวงกุญแจถุงผ้ามาตั้งแต่ปี 2560 ซึ่งได้แนวคิดมาจากกระแสอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เมื่อครั้งไปเรียนต่อด้านภาษาที่ประเทศนิวซีแลนด์ “ที่นิวซีแลนด์คนส่วนใหญ่ค่อนข้างให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ช่วงที่กลับมา
เศรษฐกิจฟุบไม่เกี่ยว! “หมอนเหี้ย-หมอนทอง-หมอนผี” ขายดีตลอด 2 ปี มีกำไรเดือนเป็นแสน เมื่อพูดถึง “ของขวัญ” เชื่อว่าภาพในจินตนาการของใครหลายคน คงนึกไปถึงสิ่งของชิ้นน้อยใหญ่ที่มีความสวยงาม บรรจุภัณฑ์ถูกหุ้มห่ออย่างแน่นหนาด้วยกระดาษลวดลายหลากสีสันพร้อมกับผูกริบบิ้น เพื่อส่งถึงผู้รับให้เกิดความประทับใจ แต่จะมีใครคาดคิดถ้าหากของขวัญที่ได้รับเป็นสิ่งของสุดแสนเซอร์ไพรส์ โดยมีนัยเป็นคำด่า วันนี้เราจะพาทุกท่านมารู้จักกับเจ้าของธุรกิจ “หมอนเหี้ย” ไอเดียสุดแปลก สร้างสรรค์มาจากคำด่าติดปากในหมู่วัยรุ่น หนุ่มเจ้าของธุรกิจนี้มีชื่อว่า “คุณจั๋ง – ณัฐวุฒิ ทรัพย์สำรวม” อายุ 34 ปี จบการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เขาเล่าให้ฟัง ถึงจุดเริ่มต้นของการทำสินค้านี้ว่า เกิดขึ้นจากในตอนแรก ได้เปิดบริษัทดิจิตอลมาร์เก็ตติ้ง ร่วมกับภรรยา “คุณนุ้ย – กัลยาวัสถ์ ทรัพย์สำรวม” ภายใต้ชื่อว่า “NJ One Stop” (เอ็นเจ วัน สต็อป) โดยเป็นบริษัทที่ดูแลสินค้าให้กับลูกค้าหลายเจ้า คุณจั๋ง เล่าต่อ ทำธุรกิจอยูพักใหญ่ เห็นว่ายังไม่มีสินค้าที่เป็นของบริษัทตนเอง แต่บังเอิญมีคู่รักคู่หนึ่ง ซึ่งเป
“กิ๊บติดผม” ผลงานกลุ่มแม่บ้านศาลายา โดนใจลูกค้าต่างชาติ ส่งขายไกลถึงยุโรป ร้านขายเครื่องประดับผมอย่างกิ๊บติดผม ในท้องตลาดมีมากมายหลายร้าน และหนึ่งในนั้นมี ร้าน “กิ๊บเกศ” ที่ยืนระยะอยู่มายาวนานตั้งแต่ปี 2546 เพราะด้วยฝีมืออันประณีตของกลุ่มแม่บ้านศาลายา จังหวัดนครปฐม ทำให้กิ๊บติดผมตัวเล็กๆ กลายเป็นสินค้าโดนใจชาวต่างชาติ มีออร์เดอร์สั่งไปขายไกลถึงทวีปยุโรป เครื่องประดับกับผู้หญิงถือเป็นของคู่กัน โดยเฉพาะทรงผม ย่อมต้องมีเครื่องประดับตกแต่งให้สวยงามดูดี ฉะนั้น จึงกล่าวได้ว่า ธุรกิจที่เกี่ยวกับเครื่องประดับผู้หญิง ยังไงก็ไปได้ เพราะไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นแบบใด ทุกคนย่อมต้องการดูดีในสายตาคนอื่น “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ไปเจาะธุรกิจร้านขายกิ๊บติดผม มานำเสนอ และที่สำคัญเป็นกิจการที่ยืนยงอยู่ในตลาดมานานนับสิบปี คุณกุ้ง – เบญญาภา สุทธิพันธุ์ เจ้าของร้าน “กิ๊บเกศ” กิจการขายกิ๊บ และกิ๊ฟต์ช็อป ที่มีสินค้าเครื่องประดับให้เลือกมากมาย ตั้งอยู่ที่แพลทินัม แฟชั่นมอลล์ ตึกเก่าชั้น 5 ย้อนความเป็นมา เริ่มต้นธุรกิจนี้เมื่อกว่าสิบปีที่แล้ว โดยมีคุณแม่ ซึ่งเป็นนักการเมืองท้องถิ่น และเป็นประธานกล
สะใจ ใหญ่ โหด! ร้านโปรดของหลายคน Mother Trucker BKK เบอร์เกอร์เด็กแนว จัดเป็น “ร้านโปรด” ในหมู่วัยรุ่นน้อย-ใหญ่ ไล่ไปจนถึงหนุ่มสาวชาวออฟฟิซทั้งหลาย สำหรับ Mother Trucker Bkk (มาเธอร์ ทรักเกอร์ แบงคอก) ร้านเบอร์เกอร์เคลื่อนที่สไตล์อเมริกัน กับสโลแกน 3 คำ “สะใจ ใหญ่ โหด” คุณอาร์มี่ หิญชีระนันทน์ หนึ่งในสามของหุ้นส่วนกิจการ Mother Trucker Bkk หนุ่มอัธยาศัยดี ให้ข้อมูลด้วยน้ำสียงร่าเริ่ง เริ่มต้นให้ฟัง เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนเซนต์คาเบรียล จบปริญญาตรีจากคณะ International Business มหาวิทยาลัยมหิดล ก่อนหน้านี้เคย ทำงานประจำเป็นผู้ช่วยวิทยากรรับจัดอีเวนต์ เพราะอยากเรียนรู้การบริหารจัดการเกี่ยวกับผู้คน ทำอยู่หนึ่งปีลาออกมาทำงานกองถ่าย อยู่ฝ่ายสถานที่ ก่อนออกมาทำธุรกิจส่วนตัว โดยชักชวนเพื่อนซี้อีกสองคน คือ บุช – ธนาวุฒิ อภิธนาคุณ และ ม้ง – คณิต ประภา มาลงหุ้นทำ เบอร์เกอร์ขาย โดยได้ไอเดียริเริ่มมาจากของต่างประเทศ ซึ่งมีรถขายอาหารหน้าตา “เท่-เท่”กันหลายแบบ ขณะที่ในบ้านเรามีแต่รถเร่ขายลองกอง ขายทุเรียน หรือผลไม้ทั่วไป เลยคิดลองทำอาหารขายบนรถ ให้ดูแปลกตาออกไป เพราะเมืองไทยย
พันธมิตร 49 องค์กร หนุนสร้าง Platform การท่องเที่ยวแห่งชาติ ใช้เทคโนโลยีเพิ่มความสะดวกในการเดินทาง เมื่อเร็วๆนี้ บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOK นำโดย คุณปิ่นยศ พิบูลสงคราม ผู้อำนวยการใหญ่อาวุโส ฝ่ายพัฒนาเชิงพาณิชย์ สายการบินนกแอร์ ได้เข้าร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนทั้งหมด 49 องค์กร/หน่วยงาน ลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมมือในโครงการ Digital Tourism Platform ณ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อร่วมมือกันในการสนับสนุนการปฏิรูปและการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ คณะทำงานภาคเอกชน 30 องค์กร จะจัดตั้งบริษัท ไทย ดิจิทัล แพลตฟอร์ม วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด เพื่อจัดทำแอปพลิเคชัน (Application) ชื่อ “ทักทาย” หรือ TAGTHAI และประสานความร่วมมือกับภาครัฐ 19 หน่วยงาน มุ่งให้เกิดความร่วมมือ สนับสนุนข้อมูลที่จำเป็นสำหรับนักท่องเที่ยว และร่วมประชาสัมพันธ์โครงการ โดยจะมีการออก แอปพลิเคชันรุ่นแรกในเดือนเมษายน 2562 นี้ สำหรับการสร้าง Platform การท่องเที่ยวแห่งชาติ เป็นกิจกรรมหนึ่งในแผนงานด้านเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของคณะทำงานส่งเสริมการท่องเที่ยวและ MICE (D3) ซึ่งเป็น
“เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” พาลงใต้ไปเยี่ยมเยียนเมืองที่ได้ชื่อว่า เป็นเมืองเก่าแก่ของไทยเมืองหนึ่ง อย่าง จังหวัดสงขลา กับบริษัทเมืองไทยประกันชีวิต ได้แวะเยี่ยมชม “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา” ที่จัดแสดงความเป็นมา วัฒนธรรม และวิถีชีวิตต่างๆ ของคนสงขลาเอาไว้ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา เป็นสถาปัตยกรรมแบบจีนผสมยุโรป เดิมเป็นบ้านของพระยาสุนทรานุรักษ์ (เนตร ณ สงขลา) ผู้ช่วยราชการเมืองสงขลา หรือก็คือต้นตระกูล ณ สงขลา ในปัจจุบัน สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2421 ซึ่งตรงกับรัชสมัยของรัชกาลที่ 5 ใช้เป็นบ้านพักอาศัยของตระกูล ณ สงขลาได้ 16 ปี ทางราชการได้ซื้ออาคารหลังนี้จากทายาทของตระกูล เพื่อใช้เป็นที่พำนักข้าหลวงและที่ทำการราชการ และท้ายที่สุดใช้เป็นศาลากลางจังหวัดสงขลา ก่อนจะถูกทิ้งร้างและได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานในปี 2516 และทางกรมศิลปากรได้เข้ามาปรับปรุงเพื่อใช้เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา ในปี 2525 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา จัดแสดงเกี่ยวกับความเป็นมาของจังหวัด งานประณีตศิลป์ต่างๆ รวมถึงมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่ได้รับบริจาคจากประชาชนในพื้นที่ด้วย บรรยากาศของพิพิธภัณฑสถานแห่
