แจกสูตรอาหาร และเครื่องดื่ม
เฉาก๊วย ใครๆ ก็รู้จักเฉาก๊วย นับเป็นสินค้าอีกชนิดหนึ่งที่ผู้บริโภครู้จักดี ใครที่ทำสินค้าตัวนี้ออกมาขายก็แทบจะไม่ต้องแนะนำอะไรกันมาก จุดต่าง จุดตัดของสินค้าตัวนี้อยู่ที่ คุณภาพ รสชาติ ความสะอาด เหนียวๆ หอมๆ ก็เป็นอันใช้ได้ เฉาก๊วย ที่ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ไปเจอมาคราวนี้ ก็นับว่าแปลก และใช้จุดขายต่างออกไป ด้วยการปั่นน้ำแข็งกับนม จนแทบจะเป็นเนื้อเดียวกัน โปะเฉาก๊วยเนื้อหนา จนล้นแก้ว แล้วราดคาราเมลให้ไหลเยิ้มไปกับตัวน้ำแข็งและนม จนได้ลักษณะของเฉาก๊วยลาวา ขายในราคาแก้วละ 30 บาท เฉาก๊วย เจ้านี้ โด่งดังมาจากราชบุรี เรียกว่า ทำตลาดรอบนอกมาก่อน เมื่อเข้ามาเปิดตัวที่กรุงเทพฯ ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในเวลา 1 ปี ขายแฟรนไชส์ไปแล้ว 75 สาขาทั่วประเทศ คุณรัติการ หรือน้ำผึ้ง (ซ้ายมือ) คุณรัติการ จันทา หรือคุณน้ำผึ้ง เจ้าของ “นมโตเฉาก๊วยลาวา” เล่าว่า เดิมทีเป็นผู้ค้าขายสินค้าตามตลาดนัด และเนื่องจากเป็นคนชอบกินเฉาก๊วย ก็เลยทดลองทำ โดยอาศัยการลองผิดลองถูก คิดค้นคาราเมลมาราด เมื่อทำออกขายที่ตลาดนัด ก็ได้รับการตอบรับดีมาก และยิ่งได้มาออกร้านที่ ห้างฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ก็ยิ่งเป็นที่รู้จั
ฤดูหนาวเข้ามาย่างกราย จะมีอะไรดีไปกว่าการกินอาหารปิ้งย่างควันโขมง อิ่มอร่อยสนุกสนานเพลิดเพลิน ไม่ค่อยร้อนเหนอะหนะเท่าหน้าอื่น อย่ากระนั้นเลย ปิ่นโตเถาเล็กขอพาแฟนๆ นั่งรถเพียงไม่เกิน 3 ชั่วโมง ไปเยือนเมืองย่าโม นครราชสีมา กันเถอะ โคราช ปากประตูสู่อีสาน ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 260 กิโลเมตร ช่วงนี้แถวลำตะคองกำลังมีการก่อสร้างมอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-โคราช จึงขอแนะว่าถ้าจะไปเที่ยว ให้วิ่งสลับเวลากับคนอื่น เช่น ไม่ควรเดินทางไปวันศุกร์หรือวันนักขัตฤกษ์ โอกาสจะเจอขบวนรถเพื่อนร่วมทางยาวเหยียดมีสูงมาก ปิ่นโตเถาเล็กไปวันอาทิตย์กลับวันอังคาร จึงทำเวลาได้อย่างสบายๆ อีกอย่างหนึ่งคือตอนนี้โคราชมีห้างจากเมืองกรุงไปเปิดแข่งขันประชันกันถึง 3 ราย รถอาจจะติดในตัวเมืองสักหน่อยนะจ๊ะ และแล้วก็เป็นไปตามสัญญาที่ผมบอกไว้ว่า จะขอสลับฉากนำร้านที่เคยเขียนแนะนำไปเมื่อสิบกว่าปีก่อนมาทบทวนกันบ้าง มีเจ้าหนึ่งอยู่ที่ใจกลางเมืองโคราช นับเป็นร้านในดวงใจของผมทีเดียว ร้านนี้ปิ่นโตเถาเล็กไปชิมเมื่อ 12 ปีก่อน น้องโรจน์ น้องเหน่ง พรรคพวกที่นั่นพาไปชิมครั้งแรกก็เกิดความประทับใจเหมือนรักแรกพบทีเดียว ร้านนี้ขายเมนู เนื้อย่างเกาหลี
โกเผือกโกดำ (GopuekGodum) ร้านอาหารกระแสดังจากโลกออนไลน์ในจังหวัดเชียงใหม่ ด้วยสไตล์การตกแต่งร้านแบบธรรมชาติ เสิร์ฟพร้อมเมนูอาหารเช้าและขนมหวานหน้าตาน่ารัก อย่างสังขยา 4 สี ร้านนี้เกิดจากการรวมตัวกันของวัยรุ่น 4 คนแต่ต่างอายุกัน สองหนุ่มสถาปนิก อย่าง คุณอะตอม-ชนะ ฉายานนท์อายุ 28 ปี และ คุณบูม-วาสุทิน คำพรหม อายุ 28 ปี และสองสาวที่จบด้านการสื่อสารมวลชนอย่าง คุณขวัญใจ-พชรพรรณ ปิ่นคำพิชัย อายุ 24 ปี และ คุณน้ำ-อภิชญา วงศ์ปัน อายุ 24 ปี คุณขวัญใจ หนึ่งในหุ้นส่วนร้านรับอาสาเล่าที่มาที่ไปของร้านโกเผือกโกดำ ให้ฟังว่า เริ่มแรกมีหุ้นส่วนอยู่ 3 คน (ภายหลังเพิ่มเป็น 4 คน) เดิมทีที่ตั้งร้านเป็นร้านอาหารเก่าของคนรู้จัก เห็นว่าปิดกิจการจึงขอเซ้งร้านทำกิจการต่อ เหตุจากสองหนุ่มสถาปนิกอยากหาอะไรทำช่วงเช้าก่อนไปทำงาน และสองสาวอยากหากิจกรรมทำระหว่างรอรับปริญญา เกี่ยวกับชื่อร้าน คุณขวัญใจ เล่าว่า คำว่า โก ให้อารมณ์เหมือนร้านอาหารเช้านั่งจิบกาแฟ ส่วนคำว่าเผือกกับดำ มาจากฉายาของหุ้นส่วนหนุ่มสถาปนิกทั้ง 2 คนที่มีสีผิวขาวกับเข้ม เสริมสไตล์การตกแต่งร้านแบบธรรมชาติ ใช้ของเท่าที่พอหาได้หรือมีอยู่แล้วที่บ้านเพราะ
พูดถึง “กุ้งจ่อม” แล้ว คนมักนึกถึงจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งทำกุ้งจ่อม ขายกุ้งจ่อม โฆษณาเรื่องกุ้งจ่อมมากและบ่อยครั้ง จนเราแทบนึกว่ากุ้งจ่อมกำเนิดที่อำเภอประโคนชัยหรือนางรองเสียแล้ว แต่ที่จริง การเอากุ้งฝอยหรือปลาเล็กปลาน้อยมาหมักกับเกลือและข้าวคั่วจนเกิดรสเค็มหวานเจือเปรี้ยวอร่อยลิ้นนี้มีทำกันทั่วไป ตั้งแต่ภาคใต้ ที่มี “กุ้งส้ม” ตัวโตหน่อย สีส้มแจ๊ดๆ ส่วนใครที่เคยเดินตลาดมหาชัยและแม่กลอง ก็คงเห็นจนชิน แถมวัตถุดิบคือกุ้งฝอยนั้นก็เป็นของที่ส่งข้ามพรมแดนกันไปมาได้ตามแต่ความสะดวกของการคมนาคมสมัยใหม่ ผมยังจำได้ว่า พี่ชายที่นับถือคนหนึ่งเป็นคนบุรีรัมย์บอกผมว่า รู้ไหมว่ากุ้งจ่อมบุรีรัมย์นี้เขาไปเอากุ้งจากแถวสมุทรสาคร สมุทรสงครามมาทำด้วยนะ เพราะกุ้งอีสานมีไม่มากพอ ผมฟังแล้วก็ได้แต่ขอบคุณความเจริญก้าวหน้าของระบบขนส่งทุกวันนี้จริงๆ กุ้งจ่อมแต่ละแห่ง ถ้าเอาตามลิ้นผม ก็รสชาติค่อนข้างต่างกันนะครับ อย่างของสกุลบุรีรัมย์ รวมทั้งเขตอีสานใต้ แถบทุ่งกุลาร้องไห้ ที่ผมเคยได้ไปกินตามบ้านคนเขมรหลายบ้าน จะติดเค็มกว่ากุ้งจ่อมแม่กลองที่รสเปรี้ยวกว่า ตอนที่ผมไปกินกุ้งจ่อมปลาจ่อมบ้านตาหยวก อำ
เรื่องโดย คุณตุ๊ก พายไอศกรีม เป็นเมนูที่ทำง่าย พื้นฐานการทำพายมาจากการทำ pie crust ของบลูเบอร์รี่พายค่ะ ไอศกรีมใช้ของโครงการส่วนพระองค์จิตรลดา หาซื้อได้ที่ร้านโครงการหลวงค่ะ รสชาติเข้มข้น อร่อยและราคาดีค่ะ กระป๋องเล็ก หนัก 75 กรัม ราคา 15 บาท กระป๋องใหญ่หนัก 280 กรัม ราคา 80 บาท จริงๆ แล้วสามารถเลือกรสชาติที่ถูกปากได้ ที่เลือกรสดับเบิ้ลช็อกโกแลตซึ่งมีช็อกโกแลตชิปผสมอยู่และวานิลลา โดยเอารสวานิลลาไว้ข้างบน เพื่อให้สีไม่กลืนกับพาย สีอ่อนแต่งหน้าด้วยช็อกโกแลต m&m หรือจะขูดช็อกโกแลตเป็นเส้นๆโรยได้ค่ะ เลือกแต่งหน้าพายให้สวยงามตามชอบ ไม่มีข้อจำกัดค่ะ เมนูนี้ง่ายค่ะ ถ้าไม่มีไม้คลึง สามารถใช้ขวดแก้ว ใส่น้ำให้เต็มขวด ปิดจุกให้แน่นแทนได้ค่ะ การแต่งหน้า สามารถเลือกแต่งได้ตามชอบว่าจะใส่วิปปิ้งครีม ใส่เชอร์รี่เชื่อมหรือไม่ก็ได้ค่ะ แต่งได้ตามชอบ พายไอศกรีมเป็นอีกเมนูหนึ่งที่คุณหนูสามารถช่วยทำได้นะคะ ส่วนผสม คุกกี้วานิลลา หรือขนมปังบุหรี่ แล้วแต่ชอบ 200 กรัม เนยละลาย 100 กรัม ไอศกรีมรสช็อกโกแลต ไอศกรีมรสวานิลลา ของแต่งหน้า ช็อกโกแลต m&m 1 ซอง เชอร์รี่เเดงเชื่อม 8 ลูก วิปปิ้งครีม อุปกรณ์ ถาดห
สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ เฮลท์คิทเช่น ฉบับนี้เรายังเป็นสายอิตาเลี่ยนกันอยู่ ชวนทานพาสต้า ซอสแบบ Vegetarian ทุกคนทานได้ มังสวิรัติทานดีค่ะ วัตถุดิบส่วนผสมตามสูตรด้านล่างนี้ นอกจากฟักทองแล้ว เพื่อนยังสามารถเปลี่ยนเป็นดอกกะหล่ำขาวได้เช่นกันค่ะ ส่วนผสม ฟักทอง หรือ ดอกกะหล่ำ 600 กรัม เมล็ดฟักทอง 2 ช้อนโต๊ะ หอมหัวใหญ่ 1 หัว กระเทียม 2 หัว ออริกาโน *เลือกใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ค่ะ 15 กรัม น้ำมันมะพร้าว 2 ช้อนโต๊ะ นมอัลมอนด์ 120 มิลลิลิตร เกลือ พริกไทย หยิบมือ พาร์เมซานชีส ขูดฝอยใช้โรยหน้าค่ะ เส้นพาสต้า ตามชอบ 500 กรัม วิธีทำ เริ่มด้วยหั่นฟักทองเป็นซีก แล้วคว้านเมล็ดออก ต้ม หรือนึ่งให้สุกจนนิ่ม ตั้งไฟอ่อน คั่วเมล็ดฟักทอง ให้พอสุกร้อนแล้วนำขึ้นมาพักไว้ ซอยกระเทียมและหัวหอม ก่อนนำลงผัดกับน้ำมันในกระเทียมจนสุก หัวหอมมีสีใสนะคะ ผัดตลอดระวังอย่าให้ไหม้ และใส่ออริกาโนลงไปผัดด้วย โรยเกลือพริกไทยปรุงรสเล็กน้อย ใส่ฟักทอง และนมอัลมอนด์ลงไปคลุกเคล้าด้วยกัน ก่อนนำไปปั่นในเครื่องปั่นอาหาร ปั่นละเอียดจนเป็นเนื้อซอส (ในส่วนนี้นะคะ สีซอสที่
ร้านอาหารของหนุ่มจบสถาปนิกย่อมมีคอนเซ็ปต์ที่แปลกไม่เหมือนใคร เช่นร้านนี้ของ คุณเข่ง-พฤฒิพร สินธวานนท์ ที่มีความชอบในสีน้ำเงิน ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย แต่อบอุ่นสุภาพ อีกทั้งคำพ้องเสียงที่ให้ความหมายดีอย่างคำว่า น้ำเงิน เลยกลายมาเป็นที่มาของธีมสีของร้าน บ้านเดี่ยวรุ่นอายุ 40 ปี มีสนามหญ้า นำมาตกแต่งใหม่ ด้วยกระจกรอบด้านให้ดูโล่งโปร่งสบาย จัดแสงไฟและธีมสี การเลือกใช้วัสดุต่างๆ เช่น ไม้ ผ้าฝ้าย โลหะ ปูนเปลือยบางจุด ทำให้รู้สึกถึงความเป็นอัตลักษณ์ของร้าน ผสมผสานความรู้สึกอบอุ่น เรียบเก๋ดูเท่ แซลมอนเทมปุระ ตำอีสานกาย่า ส่วนในเรื่องของอาหารของร้านนี้ เป็นแบบ Isankaya โดยได้ไอเดียจากแบบ Izakaya ในของญี่ปุ่น ที่มีอาหารแบบกับแกล้ม ร้านนั่งดื่มที่คนญี่ปุ่นมักไปหลังเลิกงาน อาหารจะเป็นการผสมผสานไทย และญี่ปุ่นโดยในซิกเนเจอร์เมนูมีแกนธีมสีน้ำเงินจากดอกอัญชัน เช่น กุ้งเทมปุระอัญชัน (189.-) เมนูนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีเนื่องจากกุ้งเทมปุระตามแบบที่คุ้นเคย แต่มาในแบบสีน้ำเงินที่เกิดจากการผสมแป้งทอดกุ้งกับสีของดอกอัญชัน หรืออีกเมนูหนึ่งที่ให้ความแปลกตา และได้รับความนิยมในการถ่ายรูปจานนี้มาก ย
ขนมไทย ถือเป็นเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรมประจำชาติไทยอย่างหนึ่งที่รู้จักกันดี เพราะเป็นการบ่งบอกถึงความละเอียดอ่อนประณีตในทุกกระบวนการทำ ปัจจุบัน ขนมไทยหลายชนิดมักถูกลืมไปแล้ว ด้วยเหตุผลหลายประการ ทั้งการเปลี่ยนแปลงยุคสมัย คนทำรุ่นเก๋าล้มหายตายจากไป หรือเป็นเพราะความยุ่งยากซับซ้อนในกระบวนการทำ จึงถูกปฏิเสธจากคนรุ่นใหม่ที่จะสืบสานต่อ ดังนั้น ดูเหมือนว่าจะหาขนมไทย (แท้) รับประทานยากเย็นเหลือเกิน แต่กระนั้นคงไม่หมดหวังเสียทีเดียว เพราะยังคงมีแต่ผู้ประกอบอาชีพทำขนมไทยที่เป็นข้าวต้มมัดรายหนึ่ง เป็นสูตรดั้งเดิม ขายอยู่กลางกรุง ที่ว่าสูตรดั้งเดิมเพราะคนทำเป็นคนร่วมสมัยตั้งแต่สงครามโลก ครั้งที่ 2 แล้วยังสืบทอดมาจากในวังเลยทีเดียว “บ้านขนมไทย คุณยายอัมภา” (THAI DESSERT) เป็นสถานที่ทำขนมไทยนานาชนิดสูตรโบราณ ทั้งข้าวต้มมัด ขนมกล้วย ขนมเทียน ขนมใส่ไส้ ตั้งอยู่ บ้านเลขที่ 13 โชคชัย 4 ซอย 39 ลาดพร้าว กรุงเทพฯ โทรศัพท์ (02) 539-9690/(081) 401-4438 แต่สำหรับที่นี่แล้วขนมที่ทำเป็นหลักและขายดีคือ ข้าวต้มผัด หรือข้าวต้มมัด กับขนมกล้วย ส่วนขนมเทียนและอื่นๆ อาจทำเฉพาะหน้าเทศกาลเท่านั้น คุณยายอัมภา เฉลิมนัย เล่าว
ร้านเจ้ไฝ ประตูผี แยกสำราญราษฎร์ ถนนมหาชัย แขวง เขตพระนคร ร้านอาหารชื่อดังที่เปิดมานานกว่า 70 ปี ตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ บรรยากาศร้านเป็นเพียงร้านอาหารริมทางทั่วไป มีโต๊ะนั่งอยู่ประมาณ 7-10 โต๊ะ แต่มีลูกค้าเข้ามาอุดหนุน มาต่อแถวเพื่อรับประทานอาหารอย่างต่อเตื่อง ภายในร้านมีพนักงานที่ร้านประมาณ 4-5 คน แต่ละคนทำงานที่ร้านเจ้ไฝมานานกว่า 10 ปี การันตีความอร่อยด้วย การคว้า 1 ดาว มิชลิน ไกด์ กรุงเทพฯ’ หรือ MICHELIN Guide Bangkokคู่มือเล่มนี้สะท้อนให้เห็นภาพของกรุงเทพฯ ในแง่มุมของความเป็นเมืองแห่งอาหารนานาชาติที่ยังคงรักษารากเหง้าและอัตลักษณ์ของอาหารไทย ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายล้านคนจากทั่วโลก เจ๊ไฝ เปิดใจกับ “ข่าวสด” ว่า ในตอนแรก ที่ได้รับโทรศัพท์จากทาง มิชลิน ตนยังไม่ไป เพราะตนไม่ทราบว่ามิชลินคืออะไร และให้ไปทำอะไร จนมิชลิน ติดต่อมาอีกครั้ง ขอให้เจ๊ไฝ ที่สำนักงานใหญ่เพื่อเข้าไปประชุม ในตอนนั้นตนจึงให้ลูกสาวไปแทน มาทราบภายหลังว่าร้านของอาหารของตนคว้ารางวัล 1 ดาว มิชลิน ไกด์ กรุงเทพฯ ตนจึงดีใจมากเพราะไม่คิดว่าจะเป็นร้านของตนเอง เมนูจากร้านเจ๊ไฝ โดยที่กว่าจะประสบความสำเร็จ ขายดี ม
อดีตแอร์โฮสเตสสาววัย 37 ปี ปิ๊งไอเดียทำธุรกิจชาสมุนไพร ปั้นแบรนด์ “ไอย์สบาย” คุณภาพคับแก้ว ควบคุมวัตถุดิบตั้งแต่ต้นน้ำ ได้รับโอกาสจากห้างใหญ่ขยายตลาด ถูกใจลูกค้าต่างชาติ ขึ้นแท่นเบอร์ 1 ชาตะไคร้ โกยรายได้หลักล้านต่อเดือน รับ OEM ผลิตตามออร์เดอร์ บุกตลาดของฝากในช่วงปลายปี มองเห็นโอกาสทำธุรกิจชา “ตะไคร้” ต่างชาติชื่นชอบ คุณพณิชา ถาวระ หรือ คุณผึ้ง สาวบุคลิกดี เจ้าของแบรนด์ไอย์สบาย เล่าว่า หลังจบการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา สาขาการจัดการอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ สวมบทบาทแอร์โฮสเตสนาน 3 ปี ราวปี 49 ผันตัวไปทำงานอยู่ในแวดวงธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ เป็นที่ปรึกษาสปาในโรงแรม 5 ดาวและรีสอร์ต มีความรู้ความเชี่ยวชาญเรื่องสมุนไพรไทย เลยเป็นที่มาของธุรกิจชาสมุนไพรไอย์สบาย เนื่องจากหญิงสาวเคยทำงานอยู่ในแผนกต้อนรับโรงแรมระดับบน เธอเป็นผู้คิดเมนูเครื่องดื่มเสิร์ฟลูกค้าต่างชาติ ฉะนั้นย่อมรู้ดีว่า นักท่องเที่ยวชอบดื่มสมุนไพรชนิดไหน เลยมองเห็นโอกาสทำธุรกิจชา “ชาวต่างชาติส่วนใหญ่ ทั้งยุโรป และเอเชีย ชอบเครื่องดื่มสมุนไพรไทย ประกอบกับเห็นช่องว่างทางการตลาด เพราะย้อนไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ธุรก
