แจกสูตรอาหาร และเครื่องดื่ม
อยากกินผัก กิน’ต้มจับฉ่าย’ โดย กฤช เหลือลมัย คงมีบางวันใช่ไหมครับ ที่เราอยากกินกับข้าวอะไรที่เบาๆ สบายๆ ปาก มันอาจเป็นเพราะเราเพิ่งจบการเดินทางไกลไปในดินแดนที่ไม่คุ้นเคย จำต้องกินแต่อาหารเนื้อๆ จนพานท้องไส้อึดอัด หรือไม่ก็รู้สึกเบื่ออาหารรสจัด อยากกินแค่ข้าวสวยหรือข้าวต้มร้อนๆ ไข่เจียว แล้วก็ซุปอะไรผักๆ ที่พอซดได้สักชาม แต่ก็ต้องการมากกว่าแกงจืดใสๆ (เรื่องมากดี) อย่างนี้ก็ทำต้มจับฉ่ายกินสักหม้อดีกว่าครับ “จับฉ่าย” หรือแปลไทยได้ว่า “ผักสิบอย่าง” เป็นต้มซุปแบบจีนที่คอข้าวต้มกุ๊ยโบราณคงจดจำได้ดี ถึงกะละมังเคลือบใบโตหน้าร้าน ตั้งไฟอ่อนๆ บรรจุไว้ทั้งกระดูกเป็ด ซี่โครงหมู ผักสารพัดอย่าง (น่าจะเกินสิบ) ที่เจ๊กผู้ปรุงหั่นเติมเพิ่มใส่เข้าไปตลอดเวลา จนน้ำซุปสีเขียวคล้ำๆ นั้นเป็นแหล่งรวมรสหวานจากผัก ไขกระดูกหมูเห็ดเป็ดไก่ และเครื่องปรุงแบบจีน จนเรียกว่าถ้าไปนั่งล้อมวงกินข้าวต้มรอบดึกแบบนั้น ก็แทบไม่มีใครปฏิเสธต้มจับฉ่ายได้เอาเลย สำรับจับฉ่ายนั้นมีหลายแบบ แต่ที่คนไทยคุ้นเคย คงเป็นแบบที่ต้มผักจีนหลายๆ อย่างรวมไปกับซี่โครงหมู หรือเนื้อส่วนอื่นๆ ที่อยากกิน ดังนั้น ถ้าจะทำกินตอนบ่ายหรือเย็น เช้าๆ เราก
ทำเอาหลายคนถึงกับ “งง” ว่าขายได้ยังไงจานละ 5 บาท สำหรับข้าวราดแกง 1 อย่าง นอกจากนั้นถ้าเป็นกับข้าวตักแยกใส่ถ้วย ขายถ้วยละ 10 บาท ใส่ถุงกลับบ้านก็ 10 บาท ซึ่งร้านข้าวแกงที่ว่าเปิดมายาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ ตั้งอยู่ที่ ลาดหญ้า ซอย 9 เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร มัดใจลูกค้าทุกเพศทุกวัยทั่วสารทิศ นับเป็นร้านข้าวแกงเก่าแก่ที่ไม่เคยปรับราคาขึ้น แต่ละวันเสิร์ฟไม่ต่ำกว่า 12 เมนู ขายหมดเกลี้ยงไม่มีเหลือ ลูกค้าการันตีว่า “อร่อย” เจ้าของร้านข้าวแกงลาดหญ้า ซอย 9 ชื่อ คุณสมจิตร์ อดุลย์เจริญ หรือที่ลูกค้าเรียกขานว่า เจ๊เนี๊ยว หญิงเชื้อสายจีนวัย 57 ปี เธอ บอกว่า ขายข้าวแกงมาตั้งแต่เด็ก ราคาที่ขายในสมัยรุ่นแม่ ข้าวราดกับข้าว 1 อย่าง 5 บาท 2 อย่าง 10 บาท กับข้าว 3 อย่าง ราคา 15 บาท หากสั่งเป็นกับข้าวใส่ถ้วย ราคาถ้วยละ 7 บาท เมนูมัดใจ พะแนงเนื้อ แกงจืดเลือดหมู ผัดเผ็ดปลาดุก ผัดกะเพราไก่ หมูทอด ผัดเครื่องในไก่ ผัดหน่อไม้ กุนเชียงทอด ปัจจุบันร้านเปิดทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ ตั้งแต่เวลา 20.30–00.00 น. “ดิฉันช่วยแม่ขายข้าวแกงตั้งแต่เด็กๆ ขายกันสองคนแม่ลูก สมัยตอนอายุ 10 กว่าขวบ แม่ขายข้าวเปล่าจานละ 2 บาท แกงถ้วยละ 7
พาชิม ‘ปาท่องโก๋สูตรฮ่องกง’ เกลียวใหญ่กรอบนอกนุ่มใน จิ้มสังขยา-ชาไทยขายตามงานแสดงสินค้า รายได้ 2-3 หมื่นบาทต่องาน ลุงชวน วัย 61 ปี เจ้าของร้านเล่าว่า ยึดอาชีพมาขายปาท่องโก๋น้ำเต้าหู้มาตั้งแต่ปี 2527 แถวปากซอย 42 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เพราะมีเพื่อนที่มาจากจังหวัดเดียวกันทำขายอยู่แถวตลาดคลองเตย ในตอนแรกลุงชวนไม่ได้คิดจะขายปาท่องโก๋น้ำเต้าหู้ แต่เห็นเพื่อนขายแล้วรายได้ดีแบบไม่น่าเชื่อว่าเป็นคนจากอีสานมาทำงานในกรุงเทพฯ ลุงเริ่มสนใจ เริ่มถามคนรู้จักที่ค้าขายส่วนใหญ่บอกว่าดี ได้เงินทุกวันจะมากน้อยก็ยังได้ แรกเริ่มลุงชวนขายปาท่องโก๋น้ำเต้าหู้เหมือนร้านทั่วไป จนรู้สึกว่าสินค้าที่ขายอยู่ยังสามารถปรับสูตรให้ดีกว่านี้ได้ ตอนนั้นเองที่ลุงชวนเริ่มศึกษาสูตรปาท่องโก๋จากหนังสือ ปรับสูตรใหม่เป็นสูตรฮ่องกงทำขายในปัจจุบัน “ลุงใช้สูตรจากหนังสือครึ่งนึง ส่วนอีกครึ่งเป็นสูตรที่พลิกแพลงด้วยฝีมือตัวเอง ทุกวันนี้ยังปรับสูตรอยู่นะ ลูกค้าอาจไม่รู้ ที่ปรับทุกวันเพราะอยากให้กินได้หลายวัน และยังคงรสชาติที่อร่อยอยู่” ลุงชวน ว่าอย่างนั้น จุดเด่นของปาท่องโก๋ร้านลุงชวนจะเป็นเกลียวชิ้นใหญ่ สูตรกรอบนอกนุ่มใน ทาน
ถ้าพูดถึง ข้าวเปียก หลายคนอาจจะงง แต่ถ้าบอกว่า เป็นกวยจั๊บญวน ก็อาจจะเห็นภาพมากขึ้น เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสไปพบกับ ร้านบ้านข้าวเปียก ที่ อ.เมือง จ.บึงกาฬ และพบว่าเป็นร้านที่ ลูกค้าให้การตอบรับมากทีเดียว เรียกว่าได้ลูกค้าทั้งคนในพื้นที่ และนักท่องเที่ยว หากร้านใด ขายอาหารพื้นเมือง ที่ได้รับความนิยมจากคนทั้งสองกลุ่มนี้ ก็นับว่าประสบความสำเร็จแล้วระดับหนึ่ง คุณมุกดากร อ่อนสูงเนิน เจ้าของร้าน เล่าให้ฟังว่า ลูกค้าจะมาตั้งแต่เช้า 6 โมงเช้าอะไรแบบนั้นเลยทีเดียว บางคนมาวิ่งออกกำลังกาย มาชมพระอาทิตย์ขึ้นริมแม่น้ำโขง แล้วก็แวะมาทานกัน ในขณะที่บางคนก็พิเศษกว่านั้นคือ นอกจากกินที่ร้านแล้วยังซื้อใส่บาตรยามเช้ากันอีกด้วย ข้าวเปียก ของที่ร้านนี้ เด่นที่เส้นเหนียวนุ่มกำลังดี น้ำซุปร้อนๆ อร่อยคล่องคอ ในขณะที่ทานกับหมูยอ และกลิ่นหอมเจียว เข้ากันดีทีเดียว สนนราคาชามละ 30-40 บาท ข้าวเปียก ไข่กระทะ นอกจาก ข้าวเปียก อาหารขึ้นชื่อ อาหารหลักของที่ร้านแห่งนี้แล้ว ยังมีไข่กระทะ อาหารเช้าตัวเด่นอีกตัวหนึ่ง รวมทั้งโจ๊ก ขนมปัง กาแฟ คุณมุกดากร บอกว่า ช่วงเช้าลูกค้าจะเยอะมาก ขายได้ถึงราวบ่าย 2 มีลูกน้อง 6 คน
มะขามอ่อนฝักเล็กๆ เริ่มปรากฏตัวตามตลาดสดมาพักใหญ่แล้วนะครับ คนไทยและผู้คนในอุษาคเนย์กินมะขาม (tamarind) หรือ “หมากขาม” กันมานาน มันเป็นพืชที่ใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน เราคงไม่ต้องสาธยายความอร่อยของยอดอ่อน ฝักอ่อน ฝักกลางอ่อนกลางแก่ (คาบหมู) มะขามเปียก มีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ ไม่ต้องพูดถึงเม็ดอ่อนที่เด็กชอบกินเล่น เม็ดแก่ที่เอาไปคั่วกิน หรือผสมชงกาแฟแบบท้องถิ่น และเนื้อไม้ที่ใช้ทำเขียงคุณภาพดีได้อีก แน่นอนว่าสำรับมะขามๆ ที่เราคุ้นชิน ก็คือแกงส้มพื้นบ้านแบบภาคกลาง ที่เปรี้ยวด้วยน้ำคั้นมะขามเปียก ยังมีสูตรต้มโคล้งที่ใช้น้ำต้มฝักกลางอ่อนกลางแก่ ได้น้ำสีเขียวอ่อนข้นๆ ที่ให้รสเปรี้ยวโปร่งชื่นใจ ไหนจะยำใบมะขามอ่อน และน้ำพริกมะขามสด-มะขามเปียก ทั้งแบบผัดและไม่ผัดน้ำมัน เรียกว่ามากมายนับไม่ถ้วนทีเดียว น้ำพริกมะขามสดทำง่ายๆ ด้วยการเอาฝักมะขามอ่อนที่หาได้มากในช่วงนี้มาล้าง ขัดคราบผิวแดงๆ ออกบ้าง เอาลงตำในครก ใส่เกลือเล็กน้อย ด้วยวิธีนี้ สีมันจะไม่ดำครับ ตักออกใส่ถ้วยพักไว้ก่อน ทีนี้ก็ตำหอมแดง พริกขี้หนู กระเทียม กะปิ น้ำตาลปี๊บให้ค่อนข้างละเอียด ตามด้วยมะขามที่ตำไว้แล้วลงไปคลุก ชิมรสเปรี้ยวนำ เผ็ดเค็
ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเริ่มต้นธุรกิจในวัยเกษียณ แถมยังตัดสินใจซื้อทาวน์โฮมราคา 3 ล้านบาท เป็นโรงงานผลิตชาพร้อมดื่ม ได้มาตรฐาน อย. จุดเด่นหวานน้อยแต่หอมมันกลมกล่อม ปัจจุบันสินค้าส่งขายคิงก์พาวเวอร์ ดิวตี้ฟรี ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และออกงานอีเวนต์ เเต่ละเดือนจำหน่ายได้ 5,000 ขวด รายได้เลี้ยงตัวสบาย ไม่เป็นภาระลูกหลาน เกือบ 30 ปี ที่ทำงานเป็นพนักงานบริษัท กว่า 50 ปี กับตัวเลขอายุ ไม่เคยมีประสบการณ์ด้านการทำธุรกิจมาก่อน หากจะให้หันเหมาสู่โหมดเจ้าของธุรกิจ ดูจะเป็นเรื่องที่ห่างไกลเกินกว่าที่ใครหลายคนจะคิดและลงมือทำ แต่ไม่ใช่กับคุณปวีณ วาสนาอาชาสกุล หญิงสาวผู้มีตัวเลขอายุ 53 ปี ผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ให้สองบริษัทยักษ์ใหญ่ บริษัท โพลีพลัส เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด และบริษัทลักษ์ 666 จำกัด รวมถึงบริษัทในเครือ ไม่เพียงเท่านั้นเธอยังคลุกคลีอยู่ในวงการบันเทิงถึงขั้นใกล้ชิดเลยก็ว่าได้ กับตำแหน่งผู้สื่อข่าว จนกระทั่งได้เป็นบรรณาธิการนิตยสาร Oops! ผู้ก่อตั้งและบรรณาธิการนิตยสาร OHO , นิตยสารสาระแนดารา และหนังสือการ์ตูนฮาจะเกร็ง คิดพักงานประจำ โอกาสนำพาสู่ธุรกิจ 28 ปีกับ
เปิดสูตรทำง่าย บราวนี่เนื้อแป้งมะพร้าว กับอะโวกาโด หอมหวานนุ่มลิ้น สวัสดีค่ะ เพื่อนที่รักทุกคน เฮลท์คิทเช่น ในวันนี้ขอนำเสนอ บราวนี่เนื้อแป้งมะพร้าวกับอะโวกาโด ค่ะ อ่านไม่ผิดหรอกเจ้าค่ะ เป็นอะโวกาโดจริงๆ เดี๋ยวนี้บราวนี่มีหลากหลายสูตรเหลือเกินนะคะ เราเคยทำบราวนี่ด้วยกันจากถั่วดำเอย แป้งอัลมอนด์มีลเอย กันมาบ้างแล้ว คราวนี้ลองใช้อะโวกาโดดูบ้าง ใช้ลดปริมาณแป้งลง แถมวินก็ปรับสูตรแป้ง เปลี่ยนเป็นใช้แป้งมะพร้าวกลูเต็นฟรี มีไฟเบอร์และโปรตีนสูงมาก แถม low carb ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการรักษาระดับน้ำตาลในเลือดอีกด้วยนะคะ ดีต่อใจจริงๆ เราไปดูส่วนผสมกันเลยดีกว่าค่ะ ส่วนผสม ไข่ไก่ 3 ใบ อะโวกาโด 1 ลูก (เลือกผลใหญ่) เมเปิ้ลไซรัป 1/2 ถ้วย น้ำตาลทรายแดง 1/2 ถ้วย แป้งมะพร้าว 1/2 ถ้วย ผงโกโก้ 1/2 ถ้วย เกลือ 1/4 ช้อนชา กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา วิธีทำ ตั้งเตาอบเตรียมไว้ที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ปั่นอะโวกาโด น้ำตาลทราย เมเปิ้ลไซรัป และกลิ่นวานิลลาด้วยเครื่องปั่น ตีไข่ใส่เข้าไป แ
คุณภาสันต์ นุพาสันต์ ผู้ช่วยเลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากการนำปฏิรูปภาคการเกษตรของสภาเกษตรกรแห่งชาติ โดยให้เกษตรกรแปรรูปผลผลิตเป็นผลิตภัณฑ์แล้วจึงขาย เป้าหมายต่อไปคือการตลาดของผลิตภัณฑ์ที่แปรรูป ซึ่งเห็นว่าการทำให้พื้นที่การเกษตรเป็นแหล่งท่องเที่ยว เป็นการตลาดที่ดีช่องทางหนึ่งจึงประสานงานกับสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดชลบุรีเพื่อเรียนรู้การบูรณาการ ร่วมกับองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน)(อพท.) ณ วิสาหกิจชุมชนตะเคียนเตี้ย (บ้านร้อยเสา) อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งได้พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ในอดีตชุมชนตะเคียนเตี้ยมีอาชีพทำนา น้ำสมบูรณ์ตลอดทั้งปี แต่ต่อมาน้ำที่ใช้ทำนาเริ่มไม่เพียงพอ ชาวบ้านส่วนใหญ่จึงหันไปปลูกมะพร้าวเพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัว จนปัจจุบันมีการทำเกษตรผสมผสานมากขึ้น แต่มะพร้าวยังถือเป็นพืชหลักของชุมชนโดยสามารถใช้ภูมิปัญญาสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวได้หลากหลายและที่สร้างชื่อให้กับชุมชนคือ “แกงไก่กะลา” โดย คุณอภิญญา ทิพนาค (ป้าแป๊ด) อายุ 54 ปี ชาวบ้านตะเคียนเตี้ย ผู้ปลูกมะพร้าวพันธุ์หมูสี ซึ่งเป็นพันธุ์พื้นเ
กุ้งผัดไข่เค็มมีหลายสูตร บางสูตรใส่พริกหวานสีเขียว เหลือง แดง ผักขึ้นฉ่าย ใส่ไข่ ใส่นม คล้ายๆ ปูผัดผงกะหรี่ แต่สูตรนี้เป็นแบบจีนอีกแนวหนึ่ง ที่ผัดให้ไข่เค็มเคลือบกับเปลือกกุ้ง จะแห้ง ไม่มีน้ำขลุกขลิกและใส่เหล้าจีนให้หอมค่ะ บางคนอาจหาซื้อไข่เค็มแดงนึ่งสุกที่ขายเฉพาะไข่แดงกลมๆ ยาก บางตลาดไม่มี อาจต้องหาหน่อยนะคะ ที่ตลาด อ.ต.ก. จะมีประจำที่ร้านขายไข่เค็มแดงใกล้แผงขายปลาสดค่ะ มีถุงใหญ่ ถุงเล็ก สูตรนี้ใช้ถุงเล็ก ราคา 100 บาทค่ะ ไข่เป็ดซื้อที่ร้านนี้เลยค่ะ เหล้าจีนหาซื้อได้ที่ร้านขายของชำ ร้านขายของชำหลังตลาด อ.ต.ก. มีค่ะ ถ้าหาไม่เจอ ถามคนขายได้ค่ะ ราคาขวดละ 220 บาท ส่วนผสมอื่นๆ จะมีติดครัวกันอยู่แล้วนะคะ มาดูส่วนผสมกันเลยค่ะ ส่วนผสม กุ้ง 11 ตัว ไข่เค็มแดงนึ่งสุก 6 ลูก ไข่เป็ด ไข่แดงสุก 2 ลูก แป้งมัน น้ำมัน เนยเค็ม ซุปก้อนปรุงรส รสไก่ น้ำตาลทราย เกลือ น้ำ เหล้าจีน ตราเจดีย์ วิธีทำ บดไข่เค็มแดงจนละเอียด ใส่ไข่แดงของไข่เป็ด บดรวมกันจนร่วน ใช้กรรไกรตัดเปลือกหลังกุ้ง เขี่ยเอาเส้นดำหลังกุ้งออก เช็ดให้แห้ง พรมกุ้งด้วยแป้งมัน ใ
‘หมูสับผัดปลาเค็มขิงทอด’ สุดยอดของแนมสไตล์จีน โดย กฤช เหลือลมัย ปลาอินทรีเค็มเนื้อซุยๆ กับเนื้อหมูปนมันๆ มักถูกจับให้เป็นเนื้อคู่ชู้ชื่นกันอยู่เสมอในหม้อในกระทะของแทบทุกครัวเรือนนะครับ ถ้าเราพอนึกออก ก็เช่น หมูสามชั้นอบปลาเค็ม หมูสับนึ่งปลาเค็มที่มีไข่แดงเค็มเด่นเป็นดวงกลมสีส้มสวยโปะหน้าอยู่ ไหนจะไข่เจียวหมูสับใส่เนื้อปลาเค็มหอมๆ บี้ ละเอียดๆ อีก ล้วนแต่เป็นสำรับที่กินเปลืองข้าวต้มข้าวสวยทั้งสิ้น แล้วก็ยังเหมาะจะแนมกับกับข้าวรสจัดอื่นๆ ได้ดี ถ้าเราไม่ปรุงให้เค็มและมันจนเกินไป การปรุงรสกับข้าวแต่ละจานก็เป็นแบบนี้แหละครับ มันขึ้นอยู่กับว่า เราจะกินมันยังไง เมื่อไหร่ กับอะไร กระทั่งกับใครในมื้อนั้นๆ ด้วย พอดีผมนั่งอ่านหนังสือเปิดสำรับตำรับจีน (พ.ศ.2547) ของคุณสมนึก องค์รัตนะคณา แล้วมีสูตร “หมูผัดปลาเค็มและขิงทอด” โอ้โห มันน่ากินมากๆ เลยครับ ผมคิดว่าสำรับนี้มีลักษณะผสมผสานกับข้าวหลายอย่างที่เราต่างคุ้นเคยเข้าไว้ด้วยกัน อย่างน้อย ก็ทำให้นึกถึงหมูผัดขิง และหมูผัดปลาเค็ม สูตรของคุณสมนึกนี้เรียบง่ายมาก แค่เอาขิงแก่ซอยละเอียดผัดน้ำมันให้เหลืองกรอบ ใส่หมูสับและเนื้อปลาเค็มทอดลงผัดยีเข้ากันจนกระท
