Leadership
อุปนิสัย 7 ประการของ “ธนินท์ เจียรวนนท์” เชื่อกันว่ามี “DNA” แห่งความสำเร็จที่ฝังอยู่ในผู้ประสบความสำเร็จในชีวิต หน้าที่ การงาน และส่วนตัว ซี่งหากเราสามารถ “ถอดรหัส” ออกมาและปฏิบัติตามเยี่ยงอย่างได้ เราก็จะสามารถมีผลสำเร็จได้เช่นกัน DNA ที่ว่านี้ หาใช่ยีน หรือ รหัสพันธุกรรม ที่ติดตัวกันมาแต่กำเนิดแต่อย่างใด แต่คืออุปนิสัย ใจคอ ทัศนคติ ค่านิยม (Values) ที่คนๆนั้นเชื่อและยึดถือ ดังเช่นที่สะท้อนอยู่ในหนังสือ “7อุปนิสัย สำหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง” (7 Habits of Highly Effective People) ของ สตีเฟน โควีย์ ที่ได้รับการตีพิมพ์และปฏิบัติตามจากคนหลายล้านคนทั่วโลก สำหรับตัวอย่างในประเทศไทยนั้น หากเราจะลองถอดรหัสความสำเร็จของ ธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้ได้รับการจัดอันดับโดยนิตยสาร ฟอร์ปส จากสหรัฐอเมริกา ให้เป็นผู้มีความมั่งคั่งมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของไทย จะพบว่ามีอุปนิสัยอย่างน้อย 7 ประการของเขาที่อาจจะไม่ตรงกับของ สตีเฟน โควีย์ เสียทีเดียว แต่บุคคลทั่วไปอาจจะสามารถนำมาปรับใช้เพื่อประสบความสำเร็จได้ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของคนไทยและเอเชีย ดังต่อไปนี้ 1.ความ
คนรุ่นใหม่นิยมเป็นฟรีแลนซ์มากกว่าเป็นลูกจ้าง แต่อย่าริอ่านหาญกล้าเป็นฟรีแลนซ์ ถ้ายังไม่สามารถทำตามเคล็ดลับ 7 ข้อนี้ได้ เคล็ดลับ ที่ไม่ลับนี้ ผมได้มาจากการประมวลความต้องการของคนที่เคยใช้บริการฟรีแลนซ์ และคนที่อยากใช้บริการฟรีแลนซ์ ซึ่งก็ตอบคล้ายๆ กัน จนสามารถประมวลออกมาได้ 7 ข้อ ใครที่คิดเป็นฟรีแลนซ์ควรสังวร และถามตัวเองก่อนว่า พร้อมหรือเปล่า เหตุเริ่มต้นมาจากรุ่นน้องคนหนึ่งที่จ้างช่างภาพอิสระ ถ่ายรูปงานรับปริญญาให้ ดูหน่วยก้านจากอุปกรณ์ ก็พอทำให้คนจ้างอุ่นใจได้ว่าจ้างไม่ผิดคน งานเสร็จปุ๊บ คนจ้างก็ใจดี จ่ายเงินให้หมดตามตกลงกัน หลังจากนั้นก็ตั้งตารอดูรูปรับปริญญา หมายจะโพสต์เฟซบุ๊กอวดเพื่อนให้หนำใจ ผ่านไปเดือนเศษ ไม่มีวี่แววว่าจะได้รูป ติดตามถามไถ่ ได้แต่คำตอบว่า “กำลังแต่งรูป” หรือไม่ก็ “ช่วงนี้งานเข้า” ตามมาด้วยคำขอโทษ และขอผัดผ่อนเวลานัดหมาย เจอแบบนี้เข้าไป ผมว่าคนจ้าง “เซ็ง” ยิ่งกว่า “เซ็งเป็ด” ฟรีแลนซ์พวกนี้ควรประณามครับ ทำให้คนอื่นๆ ที่เป็นคนรับผิดชอบ เป็นฟรีแลนซ์ที่ดี พลอยมัวหมองไปด้วย เพราะคนจ้างคงแหยงฟรีแลนซ์ทุกคนในโลกไปเลย ถ้าเจอแบบนี้ เหตุนี้แหละครับ ผมเลยตั้งโจทย์ง่ายๆ ว่า คว
มีเรื่องราวตัวอย่างความพังพินาศของธุรกิจแบบ กงสี มากมายให้เห็น ช่วงเริ่มสร้างกิจการ ฝ่าปัญหาและอุปสรรคมาด้วยกัน พี่น้องรักกันสามัคคีกันดี ต่อมา กิจการก้าวหน้า เริ่มร่ำรวย สมาชิกเพิ่มขึ้น มีเขย สะใภ้ มีหลาน เรื่องราวไม่จบแค่พี่น้อง หากแต่มีตัวละครใหม่ๆ ที่ไม่เคยลำบากมาด้วย เริ่มไม่ยอมกัน จนสุดท้ายนำมาสู่ความขัดแย้ง หรือผู้นำครอบครัว ไปมีบ้านเล็กบ้านน้อย เริ่มผ่องถ่ายทรัพย์สิน เวลานั้นเอง ทุกคนก็เริ่มกอบโกย หายนะก็เกิด นี่เป็นเรื่องราวปกติ ของระบบ กงสี ที่คุ้นชิน หากแต่ เรื่องราวต่อไปนี้ ที่ยังใช้ระบบ กงสี ทว่ามีความแข็งแกร่ง อยู่กันด้วยความรักความสามัคคี คุณสุนีย์ ตริยางกูรศรี นั่นคืออาณาจักร หญิงนักธุรกิจแห่งเมืองอุบลฯ ก้าวหน้าไก่สด โรงแรมสุนีย์แกรนด์ ห้างสรรพสินค้าสุนีย์ และอีกหลายกิจการ คุณสุนีย์ ตริยางกูรศรี คุณแม่ของลูกๆ ทายาทนักธุรกิจทั้ง 4 คุณสุระ ตริยางกูรศรี “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้มีโอกาส พูดคุยกับ คุณสุระ ตริยางกูรศรี บุตรชายคนที่ 3 ดูแลก้าวหน้าโภคภัณฑ์ ก้าวหน้าอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ ก้าวหน้าโลจิสติกส์เซอร์วิส และก้าวหน้าเพาเวอร์ซัพพลาย คุณสุระ
ช่วงนี้หันหน้าไปทางไหน มีแต่คนบ่นเรื่องแรงงานต่างด้าวเดินทางกลับประเทศของตนกันอย่างคึกคัก จนทำให้ผู้ประกอบการใหญ่ กลาง เล็ก โอดครวญกันเป็นทิวแถว สาเหตุคงอย่างที่ทราบๆ กันว่าเพราะอะไร? ทำไมถึงเกิดปรากฏการณ์เช่นนี้? แม้ภาครัฐจะออกมาแก้เกมอยู่บ้าง แต่คงจะไม่ทันเสียแล้ว เพราะแรงงานต่างด้าวพวกนี้คิดอย่างเดียวว่าขอกลับไปตั้งหลักที่บ้านก่อน รอให้พวกคุณเคลียร์เรื่องในประเทศให้เสร็จเสียก่อน ค่อยกลับมาว่ากันใหม่ ขณะที่ผู้ประกอบการของไทยเอง ส่วนหนึ่งก็อยากให้กลับ เพราะเขาคงไม่มีปัญญาจ่ายค่าปรับในราคาหลักแสนถึง 1 ล้านบาท แต่บางคนก็ไม่อยากให้กลับประเทศ เพราะการกลับประเทศของแรงงานต่างด้าว ไม่เพียงทำให้ธุรกิจของเขาเกิดความเสียหาย ยังจะเป็นการเติมความชอกช้ำในใจต่อการทำธุรกิจของเขาให้มากขึ้นด้วย โดยเฉพาะกับธุรกิจขนาดใหญ่และกลาง ที่ต้องพึ่งพาแรงงานต่างด้าวเสียส่วนใหญ่ แต่สำหรับธุรกิจขนาดเล็กอาจพอถูไถไปได้บ้าง แต่กระนั้น ต้องยอมรับความจริงว่าปัจจุบันคนไทยไม่ทำงานอะไรที่ใช้แรงงานอีกต่อไปแล้ว หนักไม่เอา เบาไม่สู้ ตรงนี้จึงเป็นช่องว่างที่ทำให้แรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานทุกอย่างในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นแบกหาม ข
ลูกค้าแบบแมส (Mass) หรือที่เรียกว่าเป็นลูกค้าแบบกลุ่มใหญ่ ไม่มีจริงอีกต่อไปแล้ว แต่ลูกค้าจะถูกแบ่งออกเป็นกลุ่มย่อยๆ (Segment) ที่ธุรกิจต้องตัดสินใจเลือกเอาว่า “จะคบกับใคร” บางธุรกิจที่เขาเลือกได้ชัดเจน ว่าต้องการคบกับลูกค้าในกลุ่มย่อยไหน เขาก็สามารถออกแบบการบริการให้สอดคล้องกับความต้องการอันเฉพาะของลูกค้าเหล่านั้นได้ ไม่เพียงแค่การบริการที่สามารถทำให้ตรงใจมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อไปถึงเรื่องการ “ตั้งราคา” ถ้าเลือกกลุ่มที่เฉพาะมากๆ แล้วไม่ค่อยมีใครให้บริการพวกเขา แน่นอนว่าพวกเขาจำเป็นต้องยอมจ่ายแพงขึ้น เพื่อแลกกับความสุขใจที่จะได้รับ พูดเรื่องนี้แล้วผมนึกถึงร้านอาหาร 2 ร้านขึ้นมาทันที ทั้ง 2 ร้านนี้อยู่ห่างกันคนละทิศ แต่มีวิธีคิดใกล้เคียงกัน คือ “เลือกคบลูกค้ากลุ่มที่ต้องการอย่างชัดเจน” ร้านแรก ตั้งอยู่ที่เชียงใหม่ บรรยากาศร้านริมแม่น้ำปิง โดยปกติ ก็ต้องมาแนวสะล้อซอซึง ตกแต่งเป็นบรรยากาศล้านนา ถึงจะได้ชื่อว่ามาแอ่วเมืองเหนือ แต่ร้านนี้ ไม่รู้ว่าเจ้าของโดนอะไรเข้าฝัน เลือกที่จะคบกับคนเจนเอ็กซ์ คนที่เกิดมายุคซิกตี้ ตอนเป็นวัยรุ่นโตมากับพี่แจ้แกรนด์เอ็กซ์ รอยัลสไปรท์ส คีรีบูน ฟรีเบิร์
คงรู้จัก KPI (Key Performance Indicator) กันเป็นอย่างดีใช่ไหมครับ ถ้าแปลเป็นภาษาไทยง่ายๆ คงหมายถึงดัชนีชี้วัดผลงาน ที่ถูกนำมาใช้ในองค์กรชั้นนำอย่างแพร่หลาย แถมยังลามปามระบาดไปสู่องค์กรชั้นไม่นำด้วยไม่น้อย บางองค์กรก็ใช้อย่างมีวัตถุประสงค์ เป้าหมายที่ชัดเจน และเลือกวิธีการชี้วัดได้ดีมีประสิทธิภาพ คือ วัดแล้วได้ผลที่ออกมาสามารถบ่งชี้ปัญหา รวมถึงการพัฒนาทิศทางองค์กรได้ แต่ไม่น้อยครับ ใช้กันแบบ “บ้าจี้” เพราะเห็นใครๆ เขาใช้กัน ไม่รู้ว่าแต่ละองค์กรที่นำมาใช้ เคยเอามานั่งทบทวนดูผลอย่างจริงจังมั้ยว่า ไม่ได้โดนสับขาหลอกจากผู้ถูกประเมิน ผมเชื่อว่าทุกท่านต้องคุ้นชินกับพนักงานบริการตามเคาน์เตอร์ ที่มาพร้อมกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ให้กดปุ่มไฟเลือกระดับความพึงพอใจ มีทั้งแบบ 5 4 3 2 1 หรือแบบไอคอนหน้าบึ้งยันหน้าแหกยิ้ม ซึ่งก็มักแบ่งเป็น 5 ระดับเช่นกัน บางองค์กรเดี๋ยวนี้ หันมาใช้วิธีสุ่มโทรถามลูกค้า ว่าหลังจากไปใช้บริการแล้ว หากให้ประเมินคะแนนจะให้เท่าไหร่ ซึ่งฟังดูเหมือนกับเป็นการได้มาซึ่งข้อมูลที่แม่นยำมากขึ้น เพราะไม่ต้องยืนกดอยู่ต่อหน้าพนักงาน สามารถขจัด “ความเกรงใจ” ทิ้งไปได้ แต่…เคยเจอมั้
บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ และบริษัทในกลุ่มบีเจซี จับมือ กระทรวงพาณิชย์ จัดโครงการ “Big C Big Success ธุรกิจไทย โตไปด้วยกัน (Big C SME Matching Day 2017)” เป็นครั้งแรก หลังจากได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ 5 กรมหลักของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งได้แก่ กรมการค้าต่างประเทศ กรมการค้าภายใน กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีของไทยที่มีสินค้า มีความฝันและมีความพร้อมที่จะเติบโตไปด้วยกันกับบิ๊กซี โดยช่องทางการจัดจำหน่ายที่หลากหลาย และครอบคลุมทั้งในประเทศ และต่างประเทศ คุณอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างค้าปลีกในกลุ่มบีเจซี กล่าวว่า ทางบิ๊กซี มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการมุ่งมั่นซึ่งการเป็น “ห้างคนไทย หัวใจคือลูกค้า” ในการดำเนินธุรกิจค้าปลีกเคียงคู่สังคมไทย และตระหนักถึงความสำคัญของเอสเอ็มอี ที่เป็นแรงผลักให้เกิดความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ บิ๊กซีจึงจัดโครงการ SME Matching ขึ้นเพื่อให้ผู้ประกอบการได้ร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกั
ยินดีต้อนรับพาเหรดสินค้าจีนบุกเข้าไทยอย่างเป็นทางการผ่านออนไลน์ โดย Lazada เพิ่งประกาศ นำสินค้าเว็บดังในเครืออาลีบาบา “เถาเป่า” เว็บ e-Commerce เบอร์ 1 ของจีน นำสินค้าจากจีนมาเปิดขายในไทยโดยตรงแล้ว คิดดูว่าสินค้าจำนวนมากจากจีนจะบุกผ่านออนไลน์เข้ามาหาลูกค้าคนไทยโดยตรง ตามที่ผมเคยเดาไว้ไม่ผิดเพี้ยน เห็น Jack Ma เข้ามาไทยบอกว่าจะมาช่วยคนไทยเอาสินค้าไทยออกไปจีน แต่ในอีกทางก็นำสินค้าจีนบุกเข้าอาเซียนแบบง่าย ๆ ตอนนี้สินค้าจีนกำลังเริ่มบุกเข้ามาทางออนไลน์ตรง ๆ มากมายนับไม่ถ้วน บอกได้เลยครับว่า คนทำธุรกิจในไทยต้องปรับตัวแล้ว คำถามคือ ใครต้องปรับ ? และจะปรับยังไง ? ผมมีคำแนะนำครับ ผู้ประกอบการไทยเตรียมปรับตัวได้เลย ผู้ที่นำเข้าสินค้าจากจีน ตรวจสอบทันทีเลยว่าสินค้าที่คุณนำเข้ามามีขายในออนไลน์ไหม ? หากมีเตรียมหาสินค้าอื่นมาขายได้แล้ว เพราะสินค้าที่คุณนำเข้ามากำลังจะเหาะเข้ามาในไทยตรงผ่านทางออนไลน์โดยที่ตัวแทนนำสินค้าเข้าแบบคุณจะถูกข้ามไปแน่ ๆ ครับ ผู้ประกอบการที่เป็นผู้ผลิต ตรวจสอบดูว่าสินค้าที่ผลิต เป็นสินค้ากลุ่มเดียวกับที่ประเทศจีนผลิต และมีความได้เปรียบทางราคาหรือเปล่า ? (ซึ่งส่วนใหญ่ถูกกว่า)
“ช่องโหว่เล็กๆ บนสื่อโลกออนไลน์ยอดฮิตอย่างเฟซบุ๊กมีเรื่องราวต่างๆ มากมายให้คุณได้รับรู้และเข้าใจถึงสัจธรรมที่ว่า…อะไรก็ตามที่ถูกโพสต์หรือเก็บไว้ทุกอย่างบนสื่อแห่งนี้ไม่มีคำว่า ความลับ!” สวัสดีครับคุณผู้อ่าน เฟซบุ๊กถือว่าเป็นหนึ่งในเครื่องออนไลน์ยอดฮิตที่ถูกหยิบมาใช้งานบ่อยอีกตัวหนึ่ง ไม่ว่าคุณจะโพสต์เพื่อบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่เป็นเรื่องส่วนตัว ข่าวสาร หรือแม้แต่พ่อค้าแม่ค้าที่อยากจะโพสต์ขายของผ่านออนไลน์ ล้วนแล้วแต่จะต้องเคยเดินผ่านหรือใช้บริการบนเส้นทางแห่งนี้มาก่อนอย่างแน่นอน ใช่ครับ! อาจจะดูไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร แล้วคุณรู้หรือไม่ว่าคลิปวิดีโอ หรือรูปภาพที่ถูกปล่อยออกไปยังเฟซบุ๊กหรือแฟนเพจต่างๆ ต่อให้เป็นกลุ่มเปิดหรือกลุ่มปิด…ลับเฉพาะแค่ไหน? ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลยถ้าผมจะบอกว่ามีวิธีโหลดและเก็บคลิปเหล่านั้นมาไว้ที่เครื่องของคุณได้แบบไม่ต้องใช้โปรแกรมใดๆ มาติดตั้งเพิ่มเติม โหลดเก็บคลิปบนเฟซบุ๊กแบบง่ายด้วยเว็บ คำถามนี้เป็นหนึ่งในคำถามยอดฮิตที่เชื่อว่าหลายคนคงจะสงสัยว่าทำอย่างไร เราถึงจะสามารถโหลดและบันทึกคลิปวิดีโอที่ถูกเก็บไว้ในเพจต่างๆ บนเฟซบุ๊กมาไว้ที่เครื่องได้ ขอบอกว่ามีวิธีค
คุณสมชาติ พงคพนาไกร ประธานหอการค้าจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวในงานสัมมนา “เบิ่งอุบล ยลช่องลงทุน เฮ็ดหยังจั๋งซิรวย” ที่จัดโดย โรงแรมสุนีย์แกรนด์ ร่วมกับ นิตยสารเส้นทางเศรษฐี เครือมติชน เมื่อราวกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีใจความที่น่าสนใจดังนี้ “จังหวัดอุบลราชธานี ถือเป็นเมืองใหญ่ มีประชากร 1.68 ล้านคน และมีภูมิประเทศที่ติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ทำมาค้าขายกันได้ ผมอยู่ที่นี่มา 10 กว่าปีก็เห็นมาตลอด ถ้าถามว่า เศรษฐกิจอุบลฯ จะดีมั้ย ให้ดู ราคาพืชผลเกษตร ถ้าราคาข้าวดี เศรษฐกิจดีแน่นอน ถ้าราคาข้าวไม่ดี เศรษฐกิจก็จะมีปัญหา หากมองศักยภาพ จังหวัดอุบลฯ ผมมองว่า เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพ มีร้านวัสดุก่อสร้างใหญ่ มีโรงงานไก่ มีตัวแทนจำหน่ายรถมอเตอร์ไซค์ใหญ่ที่สุดในประเทศ ก็อยู่ที่นี่ เป็นเมืองที่มีคนรวยเยอะ แต่รวยเงียบๆ และมักจะสอนลูกหลานไม่ให้ฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือย และเมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเป็นแบบนี้ หากจะทำธุรกิจยิ่งต้องตอบโจทย์ลูกค้าให้ได้ ผมมองว่า ธุรกิจที่เกี่ยวกับปัจจัย 4 ดีแน่นอน รวมทั้งธุรกิจที่จะตอบโจทย์ตลาดกลุ่มผู้สูงอายุ ในอนาคตอันใกล้นี้ นอกจากนี้ ที่ผมมองคือ น่าจะให้อุบลฯ เป็นเมืองที่เป็น
