หลักสูตรเรียนฟรี
“สวนคุณลี” อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร โทร. (081) 886-7398, (056) 613-021 ได้นำพันธุ์ “มะระขี้นกยักษ์” โอกินาวา มาปลูกที่สวนคุณลี จังหวัดพิจิตร นานประมาณ 2 ปี พบว่า มีการเจริญเติบโตดีมาก สามารถออกดอกติดผลดกมาก และมะระมีรสชาติดีเหมือนที่ปลูกบนเกาะโอกินาวาทีเดียว อายุการเก็บเกี่ยวเร็ว คือ ประมาณ 2 เดือน หลังย้ายกล้าปลูกลงแปลง และสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้นาน 1-2 เดือน ซึ่งขึ้นอยู่กับการบำรุงดูแลรักษา โดยจุดเด่นของมะระโอกินาวาคือ รสชาติไม่ขมมาก นำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเช่นเดียวกับมะระทั่วไป ปัจจุบัน “สวนคุณลี” สามารถผลิตและจำหน่ายผลมะระขี้นกยักษ์ โอกินาวา ส่งขายร้านอาหารในกรุงเทพฯ และขายปลีกที่สวน ได้กิโลกรัมละ 100 บาท ซึ่งได้รับการยอมรับจากคนรับประทานเป็นอย่างดี ซึ่งมีการวางแผนการปลูกให้มีผลผลิตขายได้ตลอดทั้งปี และยังคัดเลือกพันธุ์มะระขี้นกยักษ์ โอกินาวา เพื่อผลิตเมล็ดจำหน่ายให้กับผู้ที่สนใจนำไปปลูกต่อ ต้นมะระขี้นกยักษ์ โอกินาวา อายุได้ประมาณ 60 วัน มะระรุ่นแรกที่ออกดอกก่อนจะเริ่มแก่ทยอยเก็บผลได้ ซึ่งหลังมะระขี้นกยักษ์ โอกินาวา ติดผลอ่อนขนาดเล็ก จากนั้นอีกประมาณ 12-18 วัน ก็จะสามารถเก็บเกี
เด็กต่างจังหวัดแทบทุกคน มีความใฝ่ฝันที่จะเข้ากรุงเทพฯ บ้างมาเพื่อการศึกษา บ้างเข้ามาเพื่อหางานทำ เพราะต่างคิดว่า กรุงเทพฯ อาจจะเปลี่ยนชีวิตของพวกเขาได้ บางคนประสบผลสำเร็จ แต่กับบางชีวิตยังจะต้องต่อสู้ดิ้นรน ต้องเหนื่อยหนักกว่าชีวิตบ้านนอกที่เขาจากมา คุณป้อม หรือ คุณเรืองศักดิ์ เกตุเจริญ เด็กหนุ่มจาก อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ก็เป็นเด็กคนหนึ่งที่ใฝ่ฝันเข้ากรุงเทพฯ เพื่อหวังเปลี่ยนชีวิตตัวเองให้ดีกว่าเก่า ด้วยการชักชวนของเพื่อนๆ ที่เข้ามากรุงเทพฯ ก่อนหน้า เขาสะพายเป้ขึ้นรถไฟชั้นสาม เข้ากรุงเทพฯ โดยที่ยังมองไม่เห็นอนาคตของตัวเองว่าข้างหน้านั้นจะเป็นอย่างไร คุณเรืองศักดิ์ เกตุเจริญ จากวันนั้นจนถึงวันนี้หลายปีผ่าน คุณป้อม ผ่านงานผ่านคนมาหลากหลาย จากเด็กอู่ จนกระทั่งขับรถยก ซึ่งคุณป้อมขับรถยก ลากรถ มาเกือบทั่วประเทศไทย จนกระทั่งวันหนึ่งงานขับรถยกที่ต้องใช้แรงกายหนักหนา เริ่มถดถอย คุณป้อมเริ่มมองหาอาชีพใหม่ คุณป้อม เล่าว่า เริ่มแรกเลยทำอาชีพขับรถยก แต่ชีวิตได้พลิกผันมาเลี้ยงปลาก็เพราะเพื่อนบ้านให้ตู้ปลามาฟรีๆ 1 ใบ เพื่อนบ้านคนนั้นมีอาชีพเป็นช่างกระจกและอะลูมิเนียม แล้วไปติดตั้งกระ
กุ้งจ่อม และปลาจ่อมเป็นอาหารพื้นบ้านดั้งเดิมของชาวอีสาน ที่ใช้ภูมิปัญญาในการถนอมอาหารเพื่อไว้ทานได้นาน ทุกวันนี้ การผลิตกุ้งจ่อม และปลาจ่อมเพื่อจำหน่ายได้พัฒนารูปแบบที่เข้าถึงกลุ่มอื่นในภาคต่างๆ ได้มากขึ้น โดยการนำกุ้งจ่อมหรือปลาจ่อมมาผ่านกระบวนการทำสุกเสียก่อน ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ไม่นิยมการทานดิบ อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นแหล่งผลิตปลาจ่อม และกุ้งจ่อมเก่าแก่แห่งหนึ่งในภาคอีสาน ขณะที่ภาคราชการหลายหน่วยงานเล็งเห็นความสำคัญได้ยื่นมือเข้าไปช่วยส่งเสริม วางแผนการผลิตให้ปลอดภัยต่อการบริโภค และวางแผนการตลาด พร้อมผลักดันให้เป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาจนทุกวันนี้ เป็นที่นิยมรู้จักกันอย่างแพร่หลายทั้งซื้อไปทานเอง หรือไปเป็นของฝาก สร้างชื่อเสียงให้แก่ชาวอำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ ได้เป็นอย่างดี “กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกุ้งจ่อมกระยาสารทประโคนชัย” เป็นอีกแห่งที่ชาวบ้านในชุมชนร่วมกันผลิตกุ้งจ่อมเพื่อจำหน่าย มานานเกือบ 20 ปี โดยใช้ความรู้ ทักษะและความชำนาญในความเป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น กระทั่งได้ร่วมกับภาคราชการเพื่อพัฒนาวิธีการผลิตที่ทันสมัย ปลอดภัย รวดเร็ว แต่ยังคงรสชาต
แม่ค้าไอศกรีมกะทิ สบช่องต่อยอดธุรกิจ ทำมีดคว้านเนื้อมะพร้าวอ่อนจาก “เขาควาย” ร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มีสารตกค้างเหมือนมีดพีวีซี เตรียมจัดทำคู่มือการใช้ แนะนำสำหรับผู้สนใจอยากเริ่มต้นธุรกิจ เผยมีดเขาควายเผือก ลูกค้าเชื่อเรื่องโชคลาภนิยมกันมาก ส่วนมีดเขาควายดำ ลูกค้าสั่งซื้อไปสร้างอาชีพกันหลายรายทั่วประเทศ ปัจจุบัน ในบ้านเรา มีคนออกมาทำอาชีพ “คว้าน”มะพร้าวอ่อนขายกันไม่น้อย เพราะได้ราคาดีกว่ามะพร้าวอ่อนเฉาะแบบเดิมๆ ต่อมาไม่นาน จึงมีคนออกมาเฉลย เคล็ดลับของการคว้านมะพร้าวอ่อนดังว่านั้น ไม่มีอะไรมาก แค่มีดที่ใช้ฟันเปลือกและกะลาต้องคม ส่วนตอนคว้าน หัวใจหลักอยู่ที่ “มีดเขาควาย” ที่สามารถโค้งงอได้ตามความโค้งของกะลามะพร้าวนั่นเอง กระทั่งเริ่มมีผู้ประกอบการทยอยทำ “มีดเขาควาย”ออกมาจำหน่ายกันบ้างแล้ว เช่นเดียวกับ คุณเปิ้ล-ปาริสัษชา บุญเทียม อายุ 31 ปี ชาวจังหวัดนครพนม ปัจจุบันเป็นเจ้าของธุรกิจขายส่งไอศกรีมกะทิสด ที่เล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจนี้เหมือนกัน “เดิมทำธุรกิจเกี่ยวกับขายตรง ทำสวนยางพารา ล่าสุดทำไอศกรีมกะทิสดขายส่ง แต่รายได้ไม่เพียงพอ จึงคิดอยากหารายได้เสริม จึงมองหาสินค้าที่มีโอกาสทำเงินในเมืองไทย ค
ชื่อทั่วไป : Indian snake roots, Serpent wood ชื่อวิทยาศาสตร์ : Rauvolfia serpentine (Bent.) Family : APOCYNACEAE ระย่อม เป็นไม้พุ่มเตี้ยๆ ไม่สูงมาก ใบดกหนาทึบสีเขียวสด ลำต้นมักคดงอ รากขนาดใหญ่ ลึกลงไปในดิน ชอบขึ้นตามชายป่า เชิงเขาที่ดินร่วนปนทราย หรือเป็นหินปนกรวดลูกรัง ที่ค่อนข้างชุ่มชื้น พบกระจายพันธุ์มาตั้งแต่ศรีลังกา อินเดีย เนปาล จีน ภูฏาน ทิเบต พม่า ไทย ลาว กัมพูชา ฯลฯ ดอกเป็นช่อคล้ายดอกเข็มแดง สีขาวอมชมพูอ่อน มี 5 กลีบ กลีบเลี้ยง 5 กลีบ เช่นกัน โคนก้านดอกเชื่อมติดกันเป็นช่อสีชมพู พอดอกโรยก็จะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม ออกดอกช่วงปลายฝนต้นหนาว ติดผลกลมๆ รีๆ สีเขียว เมื่อแก่จะกลายเป็นสีม่วงดำ คล้ายลูกต้นพลองหรือลูกมิกกี้เม้าส์ ชื่อสกุลของไม้ระย่อม ถือว่าเป็นการให้เกียรติแก่ Dr. Leonhard Rauwolf นักพฤกษศาสตร์/นายแพทย์ชาวเยอรมัน แต่ชื่อทาง Botany ใช้ตัว V แทน W ส่วนนามสกุล serpentina หมายถึงลักษณะที่คดไปมาเหมือนงู ระย่อม อยู่ในวงศ์ APOCYNACEAE เป็นที่รู้กันว่าต้องมีน้ำยางสีขาว ชาวเอเชียเรานั้นรู้จักใช้รากระย่อมเป็นสมุนไพรมาแต่โบร่ำโบราณ แต่มิได้มีการบันทึกไว้ มาจนกระทั่งปี พ.ศ. 2495
ผลงานวิจัยของนักเรียนอาชีวะ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ของแต่ละสถาบันที่ประกวดคัดเลือกกันมา มีทั้งผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ หากช่วยกันนำมาเผยแพร่ให้นำไปพัฒนาใช้กันอย่างกว้างขวาง จะช่วยเพิ่มมูลค่าการผลิต ลดต้นทุน และสามารถต่อยอดในเชิงอุตสาหกรรมสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์ได้ด้วย ที่สำคัญมีผลิตภัณฑ์หลายอย่างเป็นผลิตภัณฑ์สีเขียว ช่วยรักษาสภาวะสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของผู้ใช้งานด้วย ดังเช่น “อุปกรณ์ตัดอิฐมวลเบา” โครงงานวิจัยของนักศึกษา ระดับ ปวส. ปีที่ 2 ของวิทยาลัยเทคนิคตราด ที่คว้ารางวัลระดับดีของกรมอาชีวศึกษา และระดับเหรียญเงินในประเทศจีน และประกาศนียบัตรจากรัสเซีย เมื่อปีการศึกษา 2559 ที่ผ่านมานี้ คิดอุปกรณ์ใหม่ตัดอิฐมวลเบา เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน อาจารย์วรพจน์ ตรีรัตน์ฤดี ครูชำนาญการพิเศษ แผนกวิชาช่างยนต์ วิทยาลัยเทคนิคตราด ที่ปรึกษาโครงการวิจัย “อุปกรณ์ตัดอิฐมวลเบา” เล่าว่า โครงการนี้มีคณะอาจารย์ที่ปรึกษา 5 คน จากสาขาช่างก่อสร้าง ช่างยนต์และบัญชี คือ อาจารย์ธนิต อาภรณ์รัตน์ อาจารย์ภพพนธ์ ศรนคร อาจารย์จันทร วิจิตรสุข และ อาจารย์กาญจนา ตรีรัตน์ฤดี ส่ว
ช่วงนี้เป็นอะไรไม่รู้นะคะ หมอเห็นผู้คนเริ่มพากันเลี้ยงสุนัขพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี้ (Siberian Husky) เยอะมากขึ้น ไม่ว่าจะที่คลินิก โรงพยาบาลสัตว์ หรือตามที่ต่างๆ ที่สามารถพาสุนัขไปเดินเล่นได้ เช่น ตามห้างสรรพสินค้า สวนสาธารณะ เป็นต้น อาจจะเป็นเพราะเจ้าของเหล่านั้นหลงเสน่ห์ในความน่ารัก ความสง่างามเวลาจูงเดิน หรือความดุของดวงตาพวกเขาแต่จริงๆ แล้วขี้เล่นมากๆ ของสุนัขพันธุ์นี้ก็เป็นไปได้ หมอเองก็ยังชอบในความน่ารักของพวกเขาเลยค่ะ งั้นเรามาทำความรู้จักสุนัขพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี้กันดีกว่านะคะ ความเป็นมา ไซบีเรียนฮัสกี้ หรือเรียกสั้นๆ ว่า ไซบีเรียน นี้มีต้นกำเนิดในตะวันออกของไซบีเรีย คำว่า “ฮัสกี้” ได้มาจากชื่อที่ใช้เรียกชาวอินนูอิต (Inuit) โดยเพาะพันธุ์มาจากสุนัขในวงศ์สปิตซ์ (สุนัขขนยาวและหนา) ของชาวชุกชี ต่อมาได้ถูกนำเข้ามาในอลาสก้าและแพร่พันธุ์เข้าสู่สหรัฐอเมริกาและประเทศแคนาดา จนพัฒนามาเป็นสุนัขลากเลื่อนเมื่อประมาณ ค.ศ. 1900 ต่อมาจึงนำมาไซบีเรียเลี้ยงเป็นสุนัขตามบ้าน ลักษณะทั่วไป ไซบีเรียนเป็นสุนัขขนาดกลาง ขนฟูแน่น แข็งแรง คล่องแคล่ว มีหน้าตาเป็นอาวุธเพราะหน้าดุ ทำให้คนกลัวได้ ลักษณะจะเ
อดีตหนุ่มออฟฟิศสู้งานในวัย 40 ปี แม้จะเรียนจบไม่สูง แต่ก็เคยทำงานประจำที่บริษัทใหญ่รายได้หลักหมื่น แต่เนื่องจากเงินเดือนไม่กระเตื้องขึ้นหลายปี ประกอบกับเบื่อรูปแบบงานออฟฟิศ ผันตัวมายึดอาชีพขับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง แถวท่าเรืออโศก กทม. ยึดหลักลูกค้า คือ “พระเจ้า” ไม่เกี่ยงงาน ไม่ปฏิเสธลูกค้า วิ่งวิน 7 โมงจันทร์ถึงศุกร์ เลิกงานตอนบ่าย รายได้ต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นบาท คุณยงยุทธ ศรีวารี หรือ คุณยุทธ ในวัย 40 ปี เผยเรื่องราวชีวิตกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า จบการศึกษาเพียงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ก่อนหน้านี้เคยทำงานประจำหลายแห่ง ยาวนานกว่า 20 ปี อาทิ แผนกผลิตชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ที่บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จํากัด เคยเป็นแมสเซ็นเจอร์ เคยอยู่ร้านพิซซ่า เงินเดือนสุดท้ายที่ได้รับหมื่นกว่าบาท งานประจำในบริษัทใหญ่ที่คนภายนอกดูว่าดี แต่สุดท้ายชายหนุ่มก็ปฏิเสธความมั่นคงในชีวิตนั้นด้วยการลาออก “ผมทำงานประจำมานาน 20 ปี แต่ละบริษัทเงินเดือนกว่าจะขึ้นนั้นยากมาก บางแห่งเงินเดือนไม่เคยขึ้นเลย แถมต้องตื่นแต่เช้า พักผ่อนก็น้อย รู้สึกว่าค่าจ้างไม่คุ้มค่าเหนื่อย ในที่สุดลาออกไปขับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้า
สัตว์และพืชตามธรรมชาติของแต่ละท้องถิ่นมีความเหมือนและแตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์และสภาพอากาศ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ธรรมชาติสร้างขึ้นเพื่อให้เหมาะสมกับสิ่งมีชีวิต รวมถึงมนุษย์ที่อยู่ในบริเวณนั้น เพราะสัตว์และพืชเป็นห่วงโซ่อาหารของมนุษย์ ซึ่งเป็นความจริงที่ต้องยอมรับแม้จะโหดไปนิด แต่ถ้าคุณกินมังสวิรัติก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง สัตว์ต่างๆ ก็ไม่ได้เป็นห่วงโซ่อาหารของคุณ อาหารของท้องถิ่นแต่ละภาคมีความแตกต่างกันตามพืชพรรณและสัตว์ที่มีอยู่ในพื้นที่ภาคต่างๆ บางครั้งคนต่างถิ่นไปอาจมองเป็นเรื่องแปลกไม่กล้ากิน อาหารภาคเหนือและภาคอีสานมีสัตว์เล็กๆ และแมลงที่ภาคอื่นไม่กล้ากิน ส่วนภาคใต้ที่มีพื้นที่ติดชายทะเล อาหารทะเลเป็นอาหารที่ทำกินทุกมื้อในชีวิตประจำวัน บนโต๊ะกับข้าวของชาวใต้ที่มีพื้นที่ติดทะเล น้อยครั้งที่จะไม่มีอาหารทะเลในมื้อ จักจั่นทะเลเป็นสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลัง เป็นสัตว์ในวงของปู โดยใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Hippoidea มีรูปร่างคล้ายจักจั่นที่เป็นแมลงบนบก มีขนาดเล็กเท่าหัวแม่มือ มีกระดอกไม่แข็งมากคล้ายปู มีขาทั้งหมด 10 ขา แบ่งเป็น 5 คู่ ขาทั้งหมดไม่ได้ใช้ในการว่ายน้ำเนื่องจากจักจั่นท
“งาน” กับ “เที่ยว” ดูเหมือนจะเดินกันคนละทาง แต่กับ คุณมณฑล กสานติกุล หรือ “มิ้นท์” 2 สิ่งนี้คือเส้นทางเดียวกัน ซึ่งตลอด 4 ปีนี้เธอเดินทางมาแล้วกว่า 70 ประเทศทั่วโลก และเธอ “เดินทางคนเดียว” การเดินทางของคุณมิ้นท์ถูกบอกเล่าผ่านโลกโซเชียล เธอกลายเป็นบล็อกเกอร์สาว ที่มีแฟนเพจ ณ ปัจจุบันกว่า322,897คน คุณมิ้นท์ได้รับโอกาสตีพิมพ์เรื่องราวผ่านตัวอักษร ได้รับโอกาสกับการทำหน้าที่พิธีกร ได้รับโอกาสถูกเชิญตัวไปเล่าประสบการณ์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับใครหลายๆ คน วันนี้ คุณมิ้นท์กลายเป็น “ฟรีแลนซ์” ที่มีงาน มีรายได้หล่อเลี้ยงตัวเองจากการเดินทาง และสำคัญคือ เธอมี “ความสุข” ขอท่องเที่ยว 1 ปี มีอาชีพจากเดินทาง คุณมิ้นท์เติบโตมาในครอบครัวฐานะปานกลาง เธอคือลูกสาวคนเดียวและถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจ ฉะนั้น ไม่ว่าต้องการอะไร เธอจึงได้เสมอ แต่ทว่าสิ่งที่เธอค้นพบคือ เธอไม่มีความสุข และป่วยเป็นโรคซึมเศร้า จนกระทั่ง เธอเดินทางไปศึกษาต่อปริญญาโท ด้านวรรณกรรมสเปน ที่ประเทศสเปน นี่คือจุดเริ่มต้นกับการเดินทางของเธอ “ตอนเรียนก็มีโอกาสแบกเป้ไปเที่ยว แต่ว่าเงินเที่ยวก็คือเงินที่คุณแม่ส่งให้ จนกระทั่งต่อมา หารายได้ด้วย
