หลักสูตรเรียนฟรี
รังนกนางแอ่นเป็นอาหารเสริมสุขภาพและบำรุงร่างกายชั้นยอด ในสมัยโบราณผู้ที่กินได้จะต้องเป็นระดับขุนนางจนถึงฮ่องเต้ ปัจจุบันจึงเป็นที่แพร่หลายในหมู่ชาวจีนและคนมีเงินเพราะถือว่าเป็นอาหารชั้นยอด วัฒนธรรมการกินรังนกในไทยได้รับการถ่ายทอดมาจากชาวจีนที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทย ตามหลักฐานของชาวจีนบอกว่า ชาวจีนกินอาหารเป็นยา รังนกนางแอ่นจึงเป็นสิ่งหนึ่งที่จัดให้คนไข้ได้กินอยู่เสมอ เพราะเชื่อว่ารังนกนางแอ่นช่วยบำรุงสุขภาพคนทุกวัย ช่วยบำรุงผิวพรรณสตรีให้อ่อนเยาว์ รวมถึงเป็นสิ่งช่วยบำรุงสุขภาพผู้ป่วยให้ฟื้นไข้ได้เร็ว ซึ่งชาวจีนได้ใช้รังนกนางแอ่นมากพอๆ กับโสม ในทางการแพทย์แผนปัจจุบันพบว่า ในรังนกนางแอ่นมีสารประกอบที่มีคุณค่าต่อร่างกาย ช่วยกระตุ้นเม็ดเลือดขาวให้ผลิตสารต่อต้านเชื้อแบคทีเรียและไวรัส ช่วยซ่อมแซมเซลล์เยื่อบุผิว ทำให้ผิวพรรณดูอ่อนกว่าวัย ช่วยบำรุงระบบทางเดินหายใจ บรรเทาอาการไข้หวัด ปัจจุบันจึงเกิดธุรกิจที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์รังนกนางแอ่นสำเร็จรูปออกจำหน่าย เพื่อความสะดวกและง่ายต่อการบริโภค เช่น เครื่องดื่มรังนกแท้ เครื่องดื่มรังนกผสมโสม โดยนำรังนกนางแอ่นมาแช่น้ำแล้วทำความสะอาดหลายครั้งจนหมดสิ่งเจื
ชาวบ้านหมู่ 6 ตำบลบ้านว่าน อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย ล้วนมีอาชีพที่ไม่แตกต่างกัน คือการทำไร่และทำนา ซึ่งถือเป็นอาชีพหลัก แต่เพราะความกระตือรือร้นใฝ่ศึกษาของคุณศิริกานต์ ธาตุมณี หญิงสาววัยกลางคนที่ไม่หยุดนิ่งต่ออาชีพตรงหน้า ทำให้เธอเริ่มศึกษาการเพาะเห็ดฟางจากเพื่อนร่วมหมู่บ้าน ที่เดินทางไปศึกษาการเพาะเห็ดฟางจากศูนย์การเรียนรู้ในจังหวัดใกล้เคียง โดยเริ่มเพาะเห็ดฟาง 3 โรงเรือน ตั้งแต่ปี 2550 มีกำไรจากการจำหน่ายเห็ดฟางโรงเรือนละ 8,000 บาทต่อรอบการเก็บเห็ดฟางขาย แต่วัตถุเหลือทิ้งจากการเพาะเห็ดฟาง ประกอบด้วย กากมันสำปะหลัง รำอ่อน ขี้วัว ขี้เห็ดฟาง ฟาง และอีเอ็ม ในแต่ละครั้งเหลือทิ้งจำนวนมาก คุณศิริกานต์ สังเกตพบว่า เมื่อนำไปทิ้งยังท้องนาก็พบว่า ต้นข้าวเจริญเติบโตเร็วหลังจากได้รับวัตถุเพาะเห็ดฟางเหลือทิ้งเหล่านั้น เมื่อนำไปทิ้งยังโคนต้นไม้ ต้นไม้ต่างก็เจริญเติบโตได้ดี จึงมั่นใจว่า วัตถุเหลือทิ้งเหล่านั้นมีประโยชน์ จึงคิดนำมาแปรรูปจำหน่าย “กากมันสำปะหลัง รำอ่อน ขี้วัว ขี้เห็ดฟาง ฟาง และอีเอ็ม ที่มีอยู่ในวัตถุเพาเห็ดฟาง ก่อนเพาะเห็ดฟางเราหมักไว้อยู่แล้ว แสดงว่ามีแร่ธาตุมาก แต่สังเกตพบว่า แม้ต้
Yimsoo Cafe (ยิ้มสู้คาเฟ่) ร้านน่านั่งบรรยากาศสุดชิลล์ ตั้งอยู่ที่ซอยอรุณอมรินทร์39 จังหวัด กทม.เปิดให้บริการ 7.00 – 18.00 น. เสิร์ฟออร์แกนิคและอาหารอร่อย มีมุมถ่ายรูปเก๋ๆ ไว้อวดลงโซเชียล พร้อมปลั๊กไฟและรหัสไวไฟให้ใช้งานไม่อั้น ก่อตั้งขึ้นโดยมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ สถานที่ดีๆ ช่วยสร้างรายได้ให้แก่ผู้ที่มีความบกพร่องทางด้านร่างกาย ศาสตราจารย์ วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ประธานมูลนิธิ สากลเพื่อคนพิการ และผู้ก่อตั้งร้านกาแฟ “ยิ้มสู้คาเฟ่” เท้าความว่า ในระหว่างปี พ.ศ. 2538 – 2541 ประเทศไทยประสบปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจตกต่ำ หลายธุรกิจล้มละลาย มีคนว่างงานเป็นจำนวนมาก จึงได้เขียนหนังสือ ”สู้ชีวิต เคราะห์สร้างโอกาส” ซึ่งเป็นการรวบรวมหลักธรรมคำสอนของมิสเจเนวีฟ คอลฟิลด์(ผู้ก่อตั้งโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพฯ) และ ซิสเตอร์โรสมัวร์(แม่อธิการโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพฯ) หลักธรรมคำสอนของทั้ง 2 ท่าน ช่วยให้มีกำลังใจต่อสู้ชีวิตจนประสบผลสำเร็จ รวมถึงได้เป็นอาจารย์สอนกฎหมายที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขณะที่ศาสตราจารย์วิริยะได้รับโอกาสทางสังคม ยังมีผู้พิการอีกจำนวนมากที่ประสบความทุกข์ย
กว่าจะทำแบรนด์ไทยให้คนไทยยอมรับ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย อุปสรรคโดยเฉพาะช่วงเริ่มต้น ดูจะเป็นเรื่องยากกับการฝ่าฟัน แต่ทว่าถ้ามีเป้าหมายแน่ชัด มีหรือจะก้าวผ่านไปไม่ได้ ดังเช่น BIG BEAR (บิ๊กแบร์) ยีนส์พันธุ์ไทย ที่วันนี้ผงาดอยู่ในตลาดได้อย่างสง่าผ่าเผย กับยอดขายเดือนละ 10,000 ตัว กว่าจะมาถึงจุดที่เรียกว่าความสำเร็จ คุณนุกูล ภาชนะกาญจน์ หรือ คุณเล็ก บอกว่า มันช่างยากเย็น จะยากอย่างไร ลองไปฟังเรื่องราวของเขากัน หนักเอาเบาสู้ รู้รสชาติชีวิต แต่ก่อนจะเข้าเรื่อง บิ๊กแบร์ ขอเกริ่นความเป็นมาของคุณนุกูล เพราะเชื่อว่าจะสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อ่านได้อย่างแน่นอน เมื่อจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย คุณนุกูลเดินตามรอยเด็กต่างจังหวัดคือ เข้ากรุงเทพฯ เพื่อศึกษาต่อ แต่ทว่าเมื่อพ่อแม่ไม่มีเงินพอจะส่งเสียให้ร่ำเรียน เขาจึงเบนเข็มชีวิตค้นหางานทำ กระทั่งได้มาเป็นภารโรงในโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่ง กับค่าจ้างวันละ 50 บาท ทำได้ไม่กี่เดือนก็ลาออกมาช่วยพ่อแม่เปิดแผงเล็กๆ ขายมะนาว เส้นทางชีวิตผลักดันให้เขาหันเหไปทำอาชีพอีกหลายๆ ด้าน ทั้งขับรถแท็กซี่ ขายไก่ทอด เป็นพนักงานติดตามเร่งรัดหนี้สินอยู่บริษัทไฟแนนซ์แห่ง
ดอกเบญจมาศ เป็นไม้ตัดดอกชนิดหนึ่งที่มีการปลูกเลี้ยงกันในหลายพื้นที่ เนื่องจากเป็นไม้ดอกที่มีรูปทรงสวยงาม สีสันสดใส ปลูกเลี้ยงง่าย มีหลากหลายสายพันธุ์ อีกทั้งยังเป็นไม้ที่มีขนาดเล็ก ความสูงประมาณ 75-80 เซนติเมตร ตามกิ่งก้านและลำต้นมีขนละเอียด ใบเรียวรี ขอบใบหยัก ใบสีเขียวอ่อนๆ ทั่วทั้งใบ ดอกกลม กลีบใบซ้อนมีหลากหลายสี วิธีการปลูก ก่อนอื่นต้องคัดเลือกพันธุ์ที่เหมาะสมกับพื้นที่ที่จะปลูก ว่าตอบสนองต่ออากาศ ปุ๋ยหรือไม่ เมื่อได้พันธุ์ที่เหมาะสม ปลูกภายในโรงเรือนขนาดความสูงประมาณ 2-3 เมตร ด้านข้างเปิดให้อากาศถ่ายเท ส่วนด้านบนใช้พลาสติกใส่ทำเป็นหลังคาป้องกันฝนและแดดในช่วงที่ไม่ต้องการแสง เบญจมาศเป็นไม้ล้มลุก ชอบอากาศเย็น ชื้น แต่ดินไม่แฉะ ห้ามให้ดินแฉะ เพราะจะทำให้รากเน่า พอตัดดอกทิ้ง ต้องตีดินลงพันธุ์ใหม่ สวนเราจะมีต้นพันธุ์ ต้นพันธุ์จะไม่ปล่อยให้มีดอกแล้วเอายอด มาเพาะพันธุ์อย่างเดียว เราก็เด็ดยอดต้นพันธุ์มาชำให้เกิดราก แล้วนำมาปลูกในแปลง คุณภูธนะกล่าว การเตรียมแปลง ถ้าพื้นที่ปลูกอยู่บนภูเขาจะมีปัญหาตรงที่มีแต่ดินลูกรัง ให้แก้ปัญหาด้วยวิธีนำเอาขุยมะพร้าว แกลบ ขี้วัว เอามาลงในแปลง แล้วก็ตีดินผ
ปัจจุบันการทำปศุสัตว์ของคนในยุคนี้ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวอย่างที่หลายๆ คนคิด ซึ่งถ้ามองไปถึงสมัยก่อนแล้วทุกคนจะมองว่าการเลี้ยงสัตว์สักชนิด ต้องมีพื้นที่และเวลาที่เพียงพอต่อการดูแล ซึ่งเวลานี้ความคิดเหล่านั้นได้ผันเปลี่ยนไปแล้ว เพราะเกษตรกรบางรายสามารถแบ่งพื้นที่บางส่วนมาทำปศุสัตว์เพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัว จึงเป็นสิ่งที่หลายๆ คนลงมือทำ ถึงแม้จะมีเนื้อที่จำกัดก็ตามโดยแบ่งสันปันส่วนเพื่อเป็นการกระจายรายได้ให้มีหลากหลายทางมากขึ้น คุณภิญโญ นัครมนตรี อยู่บ้านเลขที่ 100 หมู่ที่ 3 ตำบลหนองพลับ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ทำปศุสัตว์ คือการเลี้ยงไก่ไข่บริเวณรอบบ้าน ควบคู่กับการทำการเกษตรอย่างอื่น เช่น ปลูกไม้ผล พืชผักสวนครัว จึงทำให้เวลานี้เขามีรายได้หลากหลายช่องทางจากการทำเกษตร ซึ่งการเลี้ยงไก่เขาบอกว่าไม่ต้องใช้พื้นที่มากก็สามารถเลี้ยงเก็บไข่ขายสร้างเงินได้เช่นกัน คุณภิญโญ นัครมนตรี สร้างแนวคิด กระจายความเสี่ยงรายได้ คุณภิญโญ เล่าให้ฟังว่า มีอาชีพเกี่ยวกับการเกษตรอยู่แล้ว เมื่อการเกษตรด้านอื่นลงตัวจึงมีแนวความคิดที่อยากจะให้ภายในบริเวณบ้านมีการทำเกษตรที่หลากหล
“สวนคุณลี” อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร โทร. (081) 886-7398, (056) 613-021 ได้นำพันธุ์ “มะระขี้นกยักษ์” โอกินาวา มาปลูกที่สวนคุณลี จังหวัดพิจิตร นานประมาณ 2 ปี พบว่า มีการเจริญเติบโตดีมาก สามารถออกดอกติดผลดกมาก และมะระมีรสชาติดีเหมือนที่ปลูกบนเกาะโอกินาวาทีเดียว อายุการเก็บเกี่ยวเร็ว คือ ประมาณ 2 เดือน หลังย้ายกล้าปลูกลงแปลง และสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้นาน 1-2 เดือน ซึ่งขึ้นอยู่กับการบำรุงดูแลรักษา โดยจุดเด่นของมะระโอกินาวาคือ รสชาติไม่ขมมาก นำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเช่นเดียวกับมะระทั่วไป ปัจจุบัน “สวนคุณลี” สามารถผลิตและจำหน่ายผลมะระขี้นกยักษ์ โอกินาวา ส่งขายร้านอาหารในกรุงเทพฯ และขายปลีกที่สวน ได้กิโลกรัมละ 100 บาท ซึ่งได้รับการยอมรับจากคนรับประทานเป็นอย่างดี ซึ่งมีการวางแผนการปลูกให้มีผลผลิตขายได้ตลอดทั้งปี และยังคัดเลือกพันธุ์มะระขี้นกยักษ์ โอกินาวา เพื่อผลิตเมล็ดจำหน่ายให้กับผู้ที่สนใจนำไปปลูกต่อ ต้นมะระขี้นกยักษ์ โอกินาวา อายุได้ประมาณ 60 วัน มะระรุ่นแรกที่ออกดอกก่อนจะเริ่มแก่ทยอยเก็บผลได้ ซึ่งหลังมะระขี้นกยักษ์ โอกินาวา ติดผลอ่อนขนาดเล็ก จากนั้นอีกประมาณ 12-18 วัน ก็จะสามารถเก็บเกี
เด็กต่างจังหวัดแทบทุกคน มีความใฝ่ฝันที่จะเข้ากรุงเทพฯ บ้างมาเพื่อการศึกษา บ้างเข้ามาเพื่อหางานทำ เพราะต่างคิดว่า กรุงเทพฯ อาจจะเปลี่ยนชีวิตของพวกเขาได้ บางคนประสบผลสำเร็จ แต่กับบางชีวิตยังจะต้องต่อสู้ดิ้นรน ต้องเหนื่อยหนักกว่าชีวิตบ้านนอกที่เขาจากมา คุณป้อม หรือ คุณเรืองศักดิ์ เกตุเจริญ เด็กหนุ่มจาก อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ก็เป็นเด็กคนหนึ่งที่ใฝ่ฝันเข้ากรุงเทพฯ เพื่อหวังเปลี่ยนชีวิตตัวเองให้ดีกว่าเก่า ด้วยการชักชวนของเพื่อนๆ ที่เข้ามากรุงเทพฯ ก่อนหน้า เขาสะพายเป้ขึ้นรถไฟชั้นสาม เข้ากรุงเทพฯ โดยที่ยังมองไม่เห็นอนาคตของตัวเองว่าข้างหน้านั้นจะเป็นอย่างไร คุณเรืองศักดิ์ เกตุเจริญ จากวันนั้นจนถึงวันนี้หลายปีผ่าน คุณป้อม ผ่านงานผ่านคนมาหลากหลาย จากเด็กอู่ จนกระทั่งขับรถยก ซึ่งคุณป้อมขับรถยก ลากรถ มาเกือบทั่วประเทศไทย จนกระทั่งวันหนึ่งงานขับรถยกที่ต้องใช้แรงกายหนักหนา เริ่มถดถอย คุณป้อมเริ่มมองหาอาชีพใหม่ คุณป้อม เล่าว่า เริ่มแรกเลยทำอาชีพขับรถยก แต่ชีวิตได้พลิกผันมาเลี้ยงปลาก็เพราะเพื่อนบ้านให้ตู้ปลามาฟรีๆ 1 ใบ เพื่อนบ้านคนนั้นมีอาชีพเป็นช่างกระจกและอะลูมิเนียม แล้วไปติดตั้งกระ
กุ้งจ่อม และปลาจ่อมเป็นอาหารพื้นบ้านดั้งเดิมของชาวอีสาน ที่ใช้ภูมิปัญญาในการถนอมอาหารเพื่อไว้ทานได้นาน ทุกวันนี้ การผลิตกุ้งจ่อม และปลาจ่อมเพื่อจำหน่ายได้พัฒนารูปแบบที่เข้าถึงกลุ่มอื่นในภาคต่างๆ ได้มากขึ้น โดยการนำกุ้งจ่อมหรือปลาจ่อมมาผ่านกระบวนการทำสุกเสียก่อน ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ไม่นิยมการทานดิบ อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นแหล่งผลิตปลาจ่อม และกุ้งจ่อมเก่าแก่แห่งหนึ่งในภาคอีสาน ขณะที่ภาคราชการหลายหน่วยงานเล็งเห็นความสำคัญได้ยื่นมือเข้าไปช่วยส่งเสริม วางแผนการผลิตให้ปลอดภัยต่อการบริโภค และวางแผนการตลาด พร้อมผลักดันให้เป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาจนทุกวันนี้ เป็นที่นิยมรู้จักกันอย่างแพร่หลายทั้งซื้อไปทานเอง หรือไปเป็นของฝาก สร้างชื่อเสียงให้แก่ชาวอำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ ได้เป็นอย่างดี “กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกุ้งจ่อมกระยาสารทประโคนชัย” เป็นอีกแห่งที่ชาวบ้านในชุมชนร่วมกันผลิตกุ้งจ่อมเพื่อจำหน่าย มานานเกือบ 20 ปี โดยใช้ความรู้ ทักษะและความชำนาญในความเป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น กระทั่งได้ร่วมกับภาคราชการเพื่อพัฒนาวิธีการผลิตที่ทันสมัย ปลอดภัย รวดเร็ว แต่ยังคงรสชาต
แม่ค้าไอศกรีมกะทิ สบช่องต่อยอดธุรกิจ ทำมีดคว้านเนื้อมะพร้าวอ่อนจาก “เขาควาย” ร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มีสารตกค้างเหมือนมีดพีวีซี เตรียมจัดทำคู่มือการใช้ แนะนำสำหรับผู้สนใจอยากเริ่มต้นธุรกิจ เผยมีดเขาควายเผือก ลูกค้าเชื่อเรื่องโชคลาภนิยมกันมาก ส่วนมีดเขาควายดำ ลูกค้าสั่งซื้อไปสร้างอาชีพกันหลายรายทั่วประเทศ ปัจจุบัน ในบ้านเรา มีคนออกมาทำอาชีพ “คว้าน”มะพร้าวอ่อนขายกันไม่น้อย เพราะได้ราคาดีกว่ามะพร้าวอ่อนเฉาะแบบเดิมๆ ต่อมาไม่นาน จึงมีคนออกมาเฉลย เคล็ดลับของการคว้านมะพร้าวอ่อนดังว่านั้น ไม่มีอะไรมาก แค่มีดที่ใช้ฟันเปลือกและกะลาต้องคม ส่วนตอนคว้าน หัวใจหลักอยู่ที่ “มีดเขาควาย” ที่สามารถโค้งงอได้ตามความโค้งของกะลามะพร้าวนั่นเอง กระทั่งเริ่มมีผู้ประกอบการทยอยทำ “มีดเขาควาย”ออกมาจำหน่ายกันบ้างแล้ว เช่นเดียวกับ คุณเปิ้ล-ปาริสัษชา บุญเทียม อายุ 31 ปี ชาวจังหวัดนครพนม ปัจจุบันเป็นเจ้าของธุรกิจขายส่งไอศกรีมกะทิสด ที่เล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจนี้เหมือนกัน “เดิมทำธุรกิจเกี่ยวกับขายตรง ทำสวนยางพารา ล่าสุดทำไอศกรีมกะทิสดขายส่ง แต่รายได้ไม่เพียงพอ จึงคิดอยากหารายได้เสริม จึงมองหาสินค้าที่มีโอกาสทำเงินในเมืองไทย ค
