หลักสูตรเรียนฟรี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมชาย ก่งเซ่ง อายุ 41 ปี เกษตรกรในพื้นที่หมู่ที่ 8 ต.ท่าหิน อ.สทิงพระ จ.สงขลา เปิดเผยว่า ปลูกผักสลัดระบบไฮโดรโปนิกส์ไร้ดิน ทั้งกรีนโอ๊คและเรดโอ๊ค 20 แปลง ซึ่งผักทั้ง 2 ชนิดมีเอเยนต์รับซื้อและตลาดรองรับไม่อั้น ส่งขายทั้งตามท้องตลาดและในห้างสรรพสินค้าทั้งใน อ.เมืองสงขลา และ อ.หาดใหญ่ เพื่อนำไปประกอบอาหารและทำสลัดเกลียว ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมอยู่ในขณะนี้ “การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ใช้เวลาปลูกตั้งแต่ลงแปลงจนเก็บขายได้ 30 วัน แต่ละแปลงมีขนาด 2.00 x 4.00 เมตร สามารถปลูกผักสลัดได้ 200 ต้น และใช้วีปลูกแบบหมุนเวียนกัน โดยจะลงมือปลูกอาทิตย์ละ 4 แปลง เพื่อให้สามารถเก็บขายได้ต่อเนื่องทุกอาทิตย์และไม่ขาดช่วง สามารถเก็บผักขายได้ต่อเนื่องตลอดทั้งปี สร้างรายได้เฉลี่ยต่อเดือนประมาณเดือนละ 35,000 – 40,000 บาท” นายสมชาย เปิดเผยว่า เตรียมขยายพื้นที่แปลงปลูกเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับออร์เดอร์ที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ที่มีอยู่ขณะนี้ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด สำหรับราคาของผักสลัดทั้งกรีนโอ๊คและเรดโอ๊ค ถือว่าอยู่ในระดับที่ดีราคาไม่ตก ราคาขายส่งอยู่ที่ กก.ละ 80 บาท ขายปลีก กก.ละ 100 บาท
ไม่ใช่แค่ผักปลอดสารพิษที่คนรักสุขภาพนิยมรับประทาน แต่ผลไม้ที่สามารถครองใจคนกลุ่มนี้ได้ชนิดว่าสร้างรายได้ให้ผู้ปลูกมานักต่อนักแล้ว นั่นคือ มัลเบอร์รี่ หรือ “ลูกหม่อน” ผลไม้ชนิดหนึ่งที่เมื่อสุกผลแล้วจะเป็นสีดำ รสชาติเปรี้ยวอมหวาน เป็นไม้พุ่มขนาดกลาง ลักษณะลำต้นตั้งตรง ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ลักษณะของใบปลายใบแหลมยาว ที่ตำบลหลักสอง อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร มีสวนมัลเบอร์รี่ขนาดพื้นที่ 3 ไร่ เจ้าของ คือ คุณสุรวุฒิ เหลืองขมิ้น เกษตรกรชายวัย 56 ปี เนรมิตพื้นที่บริเวณนี้ให้กลายเป็นสวนมัลเบอร์รี่ ด้วยต้นหม่อนจำนวน 300 ต้น จำหน่ายทั้งผลสดและแปรรูป นอกจากนั้นยังเปิดเป็นศูนย์การเรียนรู้ มีรายได้เข้ามาแต่ละเดือนราว 70,000 บาท คุณสุรวุฒิ เท้าความว่า เกิดมาในครอบครัวเกษตรกร ตอนเด็กๆ ปลูกสารพัดทั้งผักและผลไม้ อาทิ กล้วย ส้ม มะนาว มะพร้าว องุ่น ส่วนต้นหม่อนนั้นเริ่มปลูกเมื่อ 10 ปีที่แล้ว หรือราว พ.ศ.2550 โดยได้กิ่งพันธุ์หม่อน 1 ต้นมาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ปลูกเรื่อยมาจนกระทั่งปัจจุบัน พ.ศ.2560 มี ต้นหม่อน 300 ต้น บนพื้นที่ 3 ไร่ เก็บผลผลิตแต่ละครั้งราว 1 – 2 ตัน ขายส่ง ขาย
ปัจจุบันเริ่มมีคนไทยในต่างประเทศ ปลูกผักไว้ทานกันเองบ้างแล้ว ทั้งนี้ก็เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ได้กินผักที่อยากกิน ผ่อนคลายการคิดถึงบ้าน ที่สำคัญเกิดความภูมิใจได้ทานผักที่ปลูกเอง เฉกเช่นคุณสุพรรณกรรณิการ์ หรือคุณนิกา วังสีราบิคช ปัจจุบันอายุ 53 ปี สาวไทยที่ไปอาศัยอยู่รัฐเฮสเซิน ประเทศเยอรมันนี คุณนิกา ไปอยู่ที่ประเทศเยอรมันนีนาน 16 ปีแล้ว โดยแต่งงานกับสามีชาวเยอรมัน ปัจจุบันเธออาศัยอยู่ทางภาคกลาง จังหวัด Schwalmstatd หมู่บ้าน ทรูทสไซน. เขตรัฐเฮสเซิน เป็นเมืองเล็กๆ แต่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เป็นจังหวัดที่ถูกสร้างใหม่เกิดขึ้นเมื่อหลังสงครามโลกครั้งที่2 “ดิฉันแต่งงานกับสามีชาวเยอรมัน16 ปี เริ่มปลูกผักกินเองตั้งแต่แต่งงานปีแรก สามีก็มีความรู้เรื่องการปลูกผักท้องถิ่น และการเลี้ยงสัตว์พอสมควร สำหรับจุดเริ่มต้น เพราะบ้านอยู่นั้น ไกลจากตัวเมือง ของกินหายาก และมีราคาแพง เลยจำเป็นต้องปลูกผักทานเอง แต่ทว่าดินจังหวัดนี้ไม่ค่อยดี มีแต่เศษหิน เศษกระเบื้อ เวลาปลูกพืชจำเป็นต้องปรับปรุงดินก่อน” บริเวณบ้านที่คุณนิกาอาศัยอยู่มีพื้นที่ค่อนข้าง เลยพอจะปลูกผักได้ เธออาศัยปรับปรุงดินใช้วิธีใส่ขี้ไก่ และปุ๋ย
บางจังหวะของชีวิต การทำงานบางสิ่งบางอย่าง อาจไม่ตอบโจทย์การดำเนินชีวิตที่อยากได้อยากเป็นทั้งหมด จึงอาจจะต้องหาแนวทางการดำเนินชีวิตใหม่ ปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตใหม่ เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและตอบโจทย์กับชีวิตที่อยากจะให้เป็นไป ในทิศทางที่คิดเอาไว้ แต่จะมีเพียงแนวคิดอย่างเดียวก็ไม่ได้ หากต้องลงมือทำ และกล้าที่จะทำด้วย จึงจะเห็นผลว่าสิ่งที่คิดทำนั้น เป็นไปได้หรือเป็นไปไม่ได้ คนเราต้องกล้าเสี่ยงที่จะให้ โดยมีแรงผลักดัน และมุ่งมั่นจะทำในสิ่งนั้นด้วย จึงจะสำเร็จได้ ลาออกจากงาน มาขายวุ้น ของกินใกล้ตัว คุณณัฏฐวุฒิ เตละวาณิชย์ หรือคุณวุต เจ้าของธุรกิจขนมใกล้ตัว อย่างวุ้นมะพร้าว วัย 27 ปี เล่าให้ฟังถึงที่มาของจุดเปลี่ยนที่หันมาทำวุ้นขายว่า “เเรกเริ่มเดิมที่ คือเห็นมาจากคุณยาย ทำขนมวุ้นมะพร้าวขาย เพราะดั้งเดิมบ้านของเราทำสวนมะพร้าว แต่ด้วยช่วงเมื่อสัก5 ปีก่อน ราคามะพร้าวมันตก ขายไม่ค่อยดี ลูกละไม่กี่บาท ผลผลิตที่เหลือคุณยายจึงเอามาทำเป็นวุ้นมะพร้าวขาย เมื่อช่วง 5 ปีก่อนนั้นผมยังเป็นนักศึกษาอยู่เลย เรียนบริหารธุรกิจอยู่ที่ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง หลังจากเรียนจบก็ไปรับราชการทหารก่อน และจุดนี้นี่
ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนพันธุ์แท้ที่ผ่านการแข่งขันจนเป็นที่ยอมรับว่า เป็นสุดยอดแฟนพันธุ์แท้แล้ว คงไม่ต้องหาอะไรมารับรองกันอีก เพราะชื่อสุดยอดแฟนพันธุ์แท้ได้การันตีตนเองอย่างสวยงามเป็นที่เรียบร้อย เมื่อปี ค.ศ. 2014 (พ.ศ. 2557) มีการแข่งกันสุดยอดแฟนพันธุ์แท้แฟนซีคาร์พ ผลที่ได้คือ คุณมนู มุสิทธิมณี หรือที่รู้จักกันในวงการผู้นิยมเลี้ยงปลาคาร์พว่า นินู จึงเรียกกันติดปาก หลังการแข่งขันแฟนพันธุ์แท้แฟนซีคาร์พว่า “นินู แฟนพันธุ์แท้แฟนซีคาร์พ” เจ้าของฟาร์ม “m&m koi farm” ย่านหมู่ที่ 3 ตำบลคลองอุดมชลจร อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา แท้ที่จริง คุณมนู มีอาชีพรับราชการ มีเวลาว่างเพียงเช้า เย็น และวันหยุดราชการ ในการดูแลปลาคาร์พ แต่สามารถเลี้ยงปลาคาร์พได้โตเร็ว สวย สีสด รูปทรงมีขนาดเหมาะสมกับวัย จนวงการนักเลี้ยงปลาคาร์พยอมรับในฝีมือ ช่วงบ่ายของวันหยุดราชการ จึงเป็นโอกาสดีที่จะนัดพบปะกับคุณมนู แดดร่ม ลมตก มีฝนเล็กน้อย เสียงน้ำตกจำลองด้านใดด้านหนึ่งของบ่อปลาคาร์พดังกว่าเสียงฝน ยิ่งเปิดพร้อมกันหลายบ่อด้วยแล้ว ระหว่างพูดคุยจึงต้องออกเสียงให้ดังกว่าปกติ พื้นที่ภายในฟาร์มมีขนาดไม่มากนัก ตามที่คุณมนูบอกไว้ว่า
หลังไต่เต้าจากอาชีพ “แมสเซ็นเจอร์” มาขายหมอนหนุนคุณภาพสูงระดับโรงแรม 6 ดาวได้เพียง 3 ปี ลงทุนไปราว 8 หมื่นบาท เเต่สามารถสร้างรายได้ทะยานขึ้นสู่ 230 ล้านบาท มาวันนี้ คมศานต์ จิวากานนท์ หรือ อาร์ท ชายหนุ่มในวัย 37 ปี ขอบุกตลาดจีน ด้วยหมอนยางพารา ตั้งเป้ายอดขาย 5,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปี ขณะนี้เริ่มนำหมอนไปวางจำหน่ายแล้วกว่า 100,000 ใบ คุณอาร์ท เท้าความเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า ปัจจุบันอายุ 37 ปี จบปริญญาตรีจากคณะบริหารธุรกิจ เอกการตลาด จากมหาวิทยาลัยทองสุข เป็นลูกคนเดียว ฐานะทางบ้านยากจน พ่อแม่แยกทางกัน จนถึงทุกวันนี้ก็ไม่เคยเห็นหน้าพ่อ ชีวิตอยู่กับแม่และยาย ตอนเด็กหาค่าขนมด้วยการไปไซต์งานก่อสร้าง เก็บสังกะสี เหล็ก ตะปูไปขาย โตขึ้นมาหน่อย ราว ม.3 หาค่าเทอมด้วยการไปเป็นพนักงานล้างจานตามฟู้ดเซ็นเตอร์ ไปเป็นเด็กปั๊ม จบ ม.3 เลือกเรียนสายอาชีวะด้านการตลาด เรียนไม่เก่ง เคยติดศูนย์ 10 ตัว โดยที่แม่กับยายไม่รู้ กระท่อนกระแท่นมาจนได้รับใบปริญญาจากมหาวิทยาลัยทองสุข แต่กว่าจะเรียนจบเคยถูกรีไทร์ด้วยซ้ำ หลังจากจบ ป.ตรี คุณอาร์ท เลือกเป็นแมสเซนเจอร์ เพราะเขาคิดว่า อาชีพนี้สามารถเข้า-ออก ได้ทุกองค์กร ไปเห
อดีตเซลล์ขายนาฬิกาจบปวช.ลูกชายคนโตแม่ค้าขายผลไม้ที่ชุมพร มองเห็นโอกาสทำเงินจากทุเรียนหมอนทอง ด้วยการนำมาเพิ่มมูลค่าเป็นขนม ตั้งชื่อยี่ห้อว่า “ชายน้อย” ช่วงแรกบุกตลาดร้านขายของฝากนาน 5 ปี ราวปี 51 ยกเครื่องกิจการให้มีมาตรฐาน จากนั้นเข็นสินค้าเข้าไปขายในเซเว่น อีเลฟเว่น โกยรายได้เดือนละ 4 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขายปี 60 ราว 130 ล้านบาท อีก 2 ปี ดันกิจการเข้าตลาดหลักทรัพย์ นำทุเรียนมาเพิ่มมูลค่า หวังไกลขายใน 7-11 กระแสตอบรับดี โกยรายได้ 100 ล้าน คุณสุรพงษ์ ณรงค์น้อย หรือคุณเอก ในวัย 39 ปี เจ้าของ บริษัทชายน้อยฟู้ด จำกัด ผู้ผลิตทุเรียนทอดและกล้วยเล็บมือนางแปรรูป แบรนด์ “ชายน้อย” เล่าที่มาธุรกิจว่า พื้นเพเป็นคนจังหวัดชุมพร เกิดและเติบโตมาท่ามกลางครอบครัวที่มีอาชีพค้าขาย โดยคุณแม่จะมีหน้าที่ไปตระเวนซื้อผลไม้ตามสวน จากนั้นนำไปขายต่อที่ตลาดสี่มุมเมือง จ.กรุงเทพฯ กระทั่งปี 2546 คุณเอก บอกว่า หนึ่งในผลไม้ที่คุณแม่รับซื้อไปขายต่อ ก็คือ “ทุเรียน” ราคาตกเหลือเพียงกิโลกรัมละ 7 – 10 บาท จึงคิดหาหนทางเพิ่มมูลค่า นั่นคือ นำมาทอด แล้วส่งขายตามร้านขายของฝากแถบ จ.เพชรบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.สุราษฎร์ธา
“ศิริคุณซีฟูดส์”ผู้นำธุรกิจอาหารทะเลทั้งสดและพร้อมทานนับเป็นบริษัทประมงรายใหญ่ครบวงจรที่สุดในจังหวัดสมุทรสาคร และอันดับต้นๆ ของประเทศภายใต้การบุกเบิกของ คุณสิริอร แสงสุขเอี่ยม ปัจจุบันบริหารงานโดยลูกชายคนโต คุณนิรันดร์ แสงสุขเอี่ยม หรือคุณอั๋น ชายหนุ่มผู้มีแนวคิดแบบเม่ค้า คือขายของสด แต่ใช้หลักการบริหารจัดการแบบคนรุ่นใหม่ ยกเครื่องทั้งระบบการทำงาน ตั้งแต่การขนส่ง การจัดเรียงสินค้า การบริการ ชนิดว่าสามารถเลื่อนขั้นจากอาหารทะเลบ้านๆ เป็นระดับพรีเมี่ยม เจาะกลุ่มลูกค้ากระเป๋าหนัก เข้าโมเดิร์นเทรดหรู อาทิ ศูนย์การค้า ดิเอ็มควอเทียร์ สยาม พารากอน เดอะ คริสตัล เอสบี ราชพฤกษ์ เดอะ คริสตัล พีทีที ชัยพฤกษ์ เดอะพรอมานาด เดอะมอลล์ เป็นต้น อาหารทะเลคนไทย คุณภาพดี วัตถุดิบใช้ในประเทศ ทายาทธุรกิจ ในวัย 42 ปี เผยว่า บริษัท ศิริคุณซีฟูดส์ จำกัด ก่อตั้งขึ้นปี พ.ศ. 2516 ในฐานะผู้ค้าส่งอาหารทะเล ส่วนตัวไม่คิดจะทำอาชีพประมง เลยหนีไปเรียนวิศกร กระทั่งคุณแม่สิริอร เข้าผ่าตัดเนื้องอก ต้องพักรักษาตัว เป็นสาเหตุที่เข้ามารับช่วงดูแลกิจการต่อ ด้วยความพยายาม และความมุ่งมั่น ทำให้เป็นที่ยอมรับ ทั้งพนักงานและลูกค้า
เพจChina Xinhua News รายงานว่า หนึ่งในอาชีพที่น่าอิจฉา: ดี๊ดี นอนฟรีแถมได้ตังค์! มาทำความรู้จักงานที่ใครๆ หลายคนฝันถึงกันดีกว่า งานสบายๆ ไม่ต้องซีเรียส แต่ได้เงินดี ได้นอนพักฟรีด้วยนะ! เพราะนี่คืองานผู้ทดสอบโรงแรม ที่ให้คุณสามารถใช้ช่วงเวลายามค่ำคืนในโรงแรม ตรวจดูเตียงนอน ไฟ ทีวี ตลอดจนอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ แล้วเขียนรายงานวิจารณ์สิ่งเหล่านี้โดยละเอียด ซึ่งค่าตอบแทนของอาชีพนี้ถือว่ามีมูลค่าสูงมากในประเทศจีน Qu Shasha เกิดในปีค.ศ. 1985 เธอเป็นหนึ่งในผู้ทดสอบโรงแรมที่อยู่ในเมืองหนานจิง มณฑลเจียงซู ทางตะวันออกของประเทศจีน ตอนนี้เธอมีรายได้มากกว่าแต่ก่อนสองเท่า เมื่อเทียบกับงานเก่าที่เธอเคยทำในแผนกลูกค้าสัมพันธ์ของกลุ่มบริษัท Fortune 500 โดยส่วนใหญ่แล้วเธอมักจะได้รับรายได้จากการเขียนบทความเกี่ยวกับโรงแรม รวมถึงการเขียนบทความแฝงโฆษณา ปัจจุบัน นักทดสอบโรงแรมที่ทำงานเต็มเวลาในประเทศจีน มีแค่เพียง 500 คน จากจำนวนโรงแรมทั้งหมด 5,000 แห่ง โดยผู้ทดสอบโรงแรมกลุ่มนี้มักถูกว่าจ้างจากโรงแรมที่ต้องการปรับปรุงการบริการ หรือบริษัทที่ปรึกษาที่ต้องการรวบรวมข้อมูลเพื่อตรวจสอบอุตสาหกรรมโรงแรม
สาวจบบัญชี ม.เกษตร..ผุดร้านขายยีนส์ เดลิเวอร์รี่ สินค้าใหม่ จากโรงงาน คุณภาพส่งนอก ราคาถูกเวอร์ จำหน่ายทั้ง ปลีก และส่ง กำไรงามกว่าเดือนละ 100,000 บาท ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ริมถนน 226 สายสุรินทร์-ลำชี ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์เลยสี่แยกต้นโพธิ์ ต.ในเมือง อ.เมืองสุรินทร์ ไปประมาณ 200 เมตร พบรถยนต์กระบะ 4 ล้อ ตัดแปลงหลังคาเปิดปิดได้ในตัว สีเขียวอ่อนสดใส ขนาดกระทัดรัด และน่ารัก สะดุดตาสำหรับผู้คนที่สัญจรขับรถผ่านไป-มา อย่างยิ่ง โดยรถคันดังกล่าว มีการเปิดขาย สินค้าส่งออกจากโรงงาน กางเกงยีนส์แฟชั่น ทั้งขาสั้นและขายาวหลายรูปแบบ ราคาถูก มีมากมายให้เลือกซื้อ ซึ่งเป็นสินค้าใหม่ เกรด พรีเมียม ส่งออกต่างประเทศ ราคาถูกเวอร์ เริ่มต้นเพียง 80 บาท แพงสุดแค่ 170 บาท เท่านั้น มีนางสาวดวงใจ ธรรมรังสี อายุ 30 ปี ชาว ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ เป็นเจ้าของร้านยีนส์ เดลิเวอร์รี่ จบปริญญาตรี เอกบัญชี จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แต่กลับมีใจรักการค้าขาย และขายสินค้ามาสารพัด ตั้งแต่ ขายกาแฟ ขายเครื่องสำอาง ขายเสื้อผ้าแฟชั่น จนมา ผุด ไอเดีย สุดเจ๋ง เปิดร้านขายยีนส์ เดลิเวอร์รี่ เจ้าแรก ของ จ.สุรินทร์ เป็นสิน
