หลักสูตรเรียนฟรี
ชื่อทั่วไป : Indian snake roots, Serpent wood ชื่อวิทยาศาสตร์ : Rauvolfia serpentine (Bent.) Family : APOCYNACEAE ระย่อม เป็นไม้พุ่มเตี้ยๆ ไม่สูงมาก ใบดกหนาทึบสีเขียวสด ลำต้นมักคดงอ รากขนาดใหญ่ ลึกลงไปในดิน ชอบขึ้นตามชายป่า เชิงเขาที่ดินร่วนปนทราย หรือเป็นหินปนกรวดลูกรัง ที่ค่อนข้างชุ่มชื้น พบกระจายพันธุ์มาตั้งแต่ศรีลังกา อินเดีย เนปาล จีน ภูฏาน ทิเบต พม่า ไทย ลาว กัมพูชา ฯลฯ ดอกเป็นช่อคล้ายดอกเข็มแดง สีขาวอมชมพูอ่อน มี 5 กลีบ กลีบเลี้ยง 5 กลีบ เช่นกัน โคนก้านดอกเชื่อมติดกันเป็นช่อสีชมพู พอดอกโรยก็จะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม ออกดอกช่วงปลายฝนต้นหนาว ติดผลกลมๆ รีๆ สีเขียว เมื่อแก่จะกลายเป็นสีม่วงดำ คล้ายลูกต้นพลองหรือลูกมิกกี้เม้าส์ ชื่อสกุลของไม้ระย่อม ถือว่าเป็นการให้เกียรติแก่ Dr. Leonhard Rauwolf นักพฤกษศาสตร์/นายแพทย์ชาวเยอรมัน แต่ชื่อทาง Botany ใช้ตัว V แทน W ส่วนนามสกุล serpentina หมายถึงลักษณะที่คดไปมาเหมือนงู ระย่อม อยู่ในวงศ์ APOCYNACEAE เป็นที่รู้กันว่าต้องมีน้ำยางสีขาว ชาวเอเชียเรานั้นรู้จักใช้รากระย่อมเป็นสมุนไพรมาแต่โบร่ำโบราณ แต่มิได้มีการบันทึกไว้ มาจนกระทั่งปี พ.ศ. 2495
ผลงานวิจัยของนักเรียนอาชีวะ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ของแต่ละสถาบันที่ประกวดคัดเลือกกันมา มีทั้งผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ หากช่วยกันนำมาเผยแพร่ให้นำไปพัฒนาใช้กันอย่างกว้างขวาง จะช่วยเพิ่มมูลค่าการผลิต ลดต้นทุน และสามารถต่อยอดในเชิงอุตสาหกรรมสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์ได้ด้วย ที่สำคัญมีผลิตภัณฑ์หลายอย่างเป็นผลิตภัณฑ์สีเขียว ช่วยรักษาสภาวะสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของผู้ใช้งานด้วย ดังเช่น “อุปกรณ์ตัดอิฐมวลเบา” โครงงานวิจัยของนักศึกษา ระดับ ปวส. ปีที่ 2 ของวิทยาลัยเทคนิคตราด ที่คว้ารางวัลระดับดีของกรมอาชีวศึกษา และระดับเหรียญเงินในประเทศจีน และประกาศนียบัตรจากรัสเซีย เมื่อปีการศึกษา 2559 ที่ผ่านมานี้ คิดอุปกรณ์ใหม่ตัดอิฐมวลเบา เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน อาจารย์วรพจน์ ตรีรัตน์ฤดี ครูชำนาญการพิเศษ แผนกวิชาช่างยนต์ วิทยาลัยเทคนิคตราด ที่ปรึกษาโครงการวิจัย “อุปกรณ์ตัดอิฐมวลเบา” เล่าว่า โครงการนี้มีคณะอาจารย์ที่ปรึกษา 5 คน จากสาขาช่างก่อสร้าง ช่างยนต์และบัญชี คือ อาจารย์ธนิต อาภรณ์รัตน์ อาจารย์ภพพนธ์ ศรนคร อาจารย์จันทร วิจิตรสุข และ อาจารย์กาญจนา ตรีรัตน์ฤดี ส่ว
ช่วงนี้เป็นอะไรไม่รู้นะคะ หมอเห็นผู้คนเริ่มพากันเลี้ยงสุนัขพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี้ (Siberian Husky) เยอะมากขึ้น ไม่ว่าจะที่คลินิก โรงพยาบาลสัตว์ หรือตามที่ต่างๆ ที่สามารถพาสุนัขไปเดินเล่นได้ เช่น ตามห้างสรรพสินค้า สวนสาธารณะ เป็นต้น อาจจะเป็นเพราะเจ้าของเหล่านั้นหลงเสน่ห์ในความน่ารัก ความสง่างามเวลาจูงเดิน หรือความดุของดวงตาพวกเขาแต่จริงๆ แล้วขี้เล่นมากๆ ของสุนัขพันธุ์นี้ก็เป็นไปได้ หมอเองก็ยังชอบในความน่ารักของพวกเขาเลยค่ะ งั้นเรามาทำความรู้จักสุนัขพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี้กันดีกว่านะคะ ความเป็นมา ไซบีเรียนฮัสกี้ หรือเรียกสั้นๆ ว่า ไซบีเรียน นี้มีต้นกำเนิดในตะวันออกของไซบีเรีย คำว่า “ฮัสกี้” ได้มาจากชื่อที่ใช้เรียกชาวอินนูอิต (Inuit) โดยเพาะพันธุ์มาจากสุนัขในวงศ์สปิตซ์ (สุนัขขนยาวและหนา) ของชาวชุกชี ต่อมาได้ถูกนำเข้ามาในอลาสก้าและแพร่พันธุ์เข้าสู่สหรัฐอเมริกาและประเทศแคนาดา จนพัฒนามาเป็นสุนัขลากเลื่อนเมื่อประมาณ ค.ศ. 1900 ต่อมาจึงนำมาไซบีเรียเลี้ยงเป็นสุนัขตามบ้าน ลักษณะทั่วไป ไซบีเรียนเป็นสุนัขขนาดกลาง ขนฟูแน่น แข็งแรง คล่องแคล่ว มีหน้าตาเป็นอาวุธเพราะหน้าดุ ทำให้คนกลัวได้ ลักษณะจะเ
อดีตหนุ่มออฟฟิศสู้งานในวัย 40 ปี แม้จะเรียนจบไม่สูง แต่ก็เคยทำงานประจำที่บริษัทใหญ่รายได้หลักหมื่น แต่เนื่องจากเงินเดือนไม่กระเตื้องขึ้นหลายปี ประกอบกับเบื่อรูปแบบงานออฟฟิศ ผันตัวมายึดอาชีพขับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง แถวท่าเรืออโศก กทม. ยึดหลักลูกค้า คือ “พระเจ้า” ไม่เกี่ยงงาน ไม่ปฏิเสธลูกค้า วิ่งวิน 7 โมงจันทร์ถึงศุกร์ เลิกงานตอนบ่าย รายได้ต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นบาท คุณยงยุทธ ศรีวารี หรือ คุณยุทธ ในวัย 40 ปี เผยเรื่องราวชีวิตกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า จบการศึกษาเพียงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ก่อนหน้านี้เคยทำงานประจำหลายแห่ง ยาวนานกว่า 20 ปี อาทิ แผนกผลิตชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ที่บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จํากัด เคยเป็นแมสเซ็นเจอร์ เคยอยู่ร้านพิซซ่า เงินเดือนสุดท้ายที่ได้รับหมื่นกว่าบาท งานประจำในบริษัทใหญ่ที่คนภายนอกดูว่าดี แต่สุดท้ายชายหนุ่มก็ปฏิเสธความมั่นคงในชีวิตนั้นด้วยการลาออก “ผมทำงานประจำมานาน 20 ปี แต่ละบริษัทเงินเดือนกว่าจะขึ้นนั้นยากมาก บางแห่งเงินเดือนไม่เคยขึ้นเลย แถมต้องตื่นแต่เช้า พักผ่อนก็น้อย รู้สึกว่าค่าจ้างไม่คุ้มค่าเหนื่อย ในที่สุดลาออกไปขับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้า
สัตว์และพืชตามธรรมชาติของแต่ละท้องถิ่นมีความเหมือนและแตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์และสภาพอากาศ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ธรรมชาติสร้างขึ้นเพื่อให้เหมาะสมกับสิ่งมีชีวิต รวมถึงมนุษย์ที่อยู่ในบริเวณนั้น เพราะสัตว์และพืชเป็นห่วงโซ่อาหารของมนุษย์ ซึ่งเป็นความจริงที่ต้องยอมรับแม้จะโหดไปนิด แต่ถ้าคุณกินมังสวิรัติก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง สัตว์ต่างๆ ก็ไม่ได้เป็นห่วงโซ่อาหารของคุณ อาหารของท้องถิ่นแต่ละภาคมีความแตกต่างกันตามพืชพรรณและสัตว์ที่มีอยู่ในพื้นที่ภาคต่างๆ บางครั้งคนต่างถิ่นไปอาจมองเป็นเรื่องแปลกไม่กล้ากิน อาหารภาคเหนือและภาคอีสานมีสัตว์เล็กๆ และแมลงที่ภาคอื่นไม่กล้ากิน ส่วนภาคใต้ที่มีพื้นที่ติดชายทะเล อาหารทะเลเป็นอาหารที่ทำกินทุกมื้อในชีวิตประจำวัน บนโต๊ะกับข้าวของชาวใต้ที่มีพื้นที่ติดทะเล น้อยครั้งที่จะไม่มีอาหารทะเลในมื้อ จักจั่นทะเลเป็นสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลัง เป็นสัตว์ในวงของปู โดยใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Hippoidea มีรูปร่างคล้ายจักจั่นที่เป็นแมลงบนบก มีขนาดเล็กเท่าหัวแม่มือ มีกระดอกไม่แข็งมากคล้ายปู มีขาทั้งหมด 10 ขา แบ่งเป็น 5 คู่ ขาทั้งหมดไม่ได้ใช้ในการว่ายน้ำเนื่องจากจักจั่นท
“งาน” กับ “เที่ยว” ดูเหมือนจะเดินกันคนละทาง แต่กับ คุณมณฑล กสานติกุล หรือ “มิ้นท์” 2 สิ่งนี้คือเส้นทางเดียวกัน ซึ่งตลอด 4 ปีนี้เธอเดินทางมาแล้วกว่า 70 ประเทศทั่วโลก และเธอ “เดินทางคนเดียว” การเดินทางของคุณมิ้นท์ถูกบอกเล่าผ่านโลกโซเชียล เธอกลายเป็นบล็อกเกอร์สาว ที่มีแฟนเพจ ณ ปัจจุบันกว่า322,897คน คุณมิ้นท์ได้รับโอกาสตีพิมพ์เรื่องราวผ่านตัวอักษร ได้รับโอกาสกับการทำหน้าที่พิธีกร ได้รับโอกาสถูกเชิญตัวไปเล่าประสบการณ์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับใครหลายๆ คน วันนี้ คุณมิ้นท์กลายเป็น “ฟรีแลนซ์” ที่มีงาน มีรายได้หล่อเลี้ยงตัวเองจากการเดินทาง และสำคัญคือ เธอมี “ความสุข” ขอท่องเที่ยว 1 ปี มีอาชีพจากเดินทาง คุณมิ้นท์เติบโตมาในครอบครัวฐานะปานกลาง เธอคือลูกสาวคนเดียวและถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจ ฉะนั้น ไม่ว่าต้องการอะไร เธอจึงได้เสมอ แต่ทว่าสิ่งที่เธอค้นพบคือ เธอไม่มีความสุข และป่วยเป็นโรคซึมเศร้า จนกระทั่ง เธอเดินทางไปศึกษาต่อปริญญาโท ด้านวรรณกรรมสเปน ที่ประเทศสเปน นี่คือจุดเริ่มต้นกับการเดินทางของเธอ “ตอนเรียนก็มีโอกาสแบกเป้ไปเที่ยว แต่ว่าเงินเที่ยวก็คือเงินที่คุณแม่ส่งให้ จนกระทั่งต่อมา หารายได้ด้วย
ไม่ใช่แค่อาหารไทยที่ผู้บริโภคชาวจีนชื่นชอบ แต่ผลไม้อย่าง ทุเรียน มังคุด ลำไย ส้มโอ กล้วยไข่ และมะม่วง ก็ติดอันดับผลไม้ไทยที่คนจีนรู้จักเป็นอย่างดีด้วยเช่นกัน ถึงขนาดมีคำกล่าวของคนประเทศนี้ว่า“กินอาหารจีนต้องกินที่มณฑลกวางตุ้ง แต่ต้องกินกับข้าวหอมมะลิ เสร็จแล้วต้องตบท้ายด้วยผลไม้ไทย ถึงจะครบสูตร ซึ่งรสชาติผลไม้ไทยที่ถูกปากมากที่สุด คือ ทุเรียนและมังคุด” “ราชาและราชินีผลไม้” เป็นที่รู้จักกันไปทั่วโลก นิ้วทองคำ ใช้เคาะทุเรียน ขายนาน 28 ปี หลายคนถ้าอยากกินข้าวเหนียวมะม่วง หรือทุเรียนสด ต้องหาทานตามฤดูกาลเท่านั้น แต่บนถนนเยาวราชหรือที่รู้จักกันดีว่าไชน่าทาวน์ ย่านที่มีของอร่อย เลื่องชื่อเรื่องอาหารทั้งเมนูคาวหวาน รสชาติถูกปากคนไทยและต่างชาติ มีอยู่ร้านหนึ่งมีเมนูดังกล่าวให้รับประทานหน้ำใจทั้งปี ร้านนี้ชื่อว่า “ทุเรียน – บัวลอย นิ้วทอง” “ทุเรียน – บัวลอย นิ้วทอง” ร้านที่มีลักษณะเป็นรถเข็นเปิดตั้งแต่ 18.00-03.00น.อยู่หน้าห้างทองโต๊ะกัง สาขา 3 ผู้ก่อตั้ง คือ คุณรุ่งโรจน์ และ คุณอภิญญา ทับทอง สองสามีภรรยาชาวจีน ค้าขายย่านเยาวราชมานานกว่า 28 ปี ก่อนหน้านี้จำหน่ายแต่บัวลอย ต่อมาเพิ่มทุเรียนสดด้วย
ทำไมสหกรณ์การเกษตรท่ายาง จึงส่งออกกล้วยหอมทองรายใหญ่ที่สุดของประเทศ ?? นับเป็นเวลากว่า 40 ปี สำหรับการจัดตั้งสหกรณ์การเกษตรท่ายาง จำกัด เพื่อเป็นการช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่ทางด้านการส่งเสริมปลูกและจำหน่ายไม้ผลของจังหวัดเพชรบุรีให้ได้มาตรฐานตรงตามความต้องการของตลาด ขณะเดียวกัน เมื่อ 25 ปีที่ผ่านมา สหกรณ์แห่งนี้ประสบผลสำเร็จด้วยการส่งออกกล้วยหอมทองไปขายยังประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องไม่ง่ายนัก โดยมียอดการส่งออกที่ทวีจำนวนขึ้นจนกลายเป็นรายใหญ่ที่สุดในขณะนี้ นอกจากนั้น ยังมียอดการส่งขายให้แก่ห้างดังและร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศในจำนวนมากเป็นลำดับต้น จึงเกิดคำถามว่า อะไรคือปัจจัยที่ทำให้สหกรณ์ท่ายางสามารถทำได้เช่นนั้น ?? คุณมานะ บุญสร้าง หัวหน้าฝ่ายการตลาด สหกรณ์การเกษตรท่ายาง จำกัด จังหวัดเพชรบุรี ให้คำตอบว่า สหกรณ์การเกษตรท่ายาง จำกัด สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินงานมาเป็นเวลากว่า 40 ปี อีกทั้งโครงการกล้วยหอมทองส่งออกได้ดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2535 ซึ่งในตอนแรกเริ่มจากการรวมตัวของสมาชิกที่ปลูกไม้ผลหลายชนิด แต่ไม่เน้นปลูกกล้วย คุณมานะ บุญสร้าง ด้วยโครงสร้างการทำงานที่ต้องเกี่ยวข้
“แพร่” ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งไม้สัก มีผู้ประกอบการรายเล็กรายใหญ่ทำอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไม้สักหลายพันราย และเมื่อปี 2556 ทางจังหวัดได้มียุทธศาสตร์การพัฒนาให้เป็น “เมืองแห่งเฟอร์นิเจอร์” (Furniture City) ซึ่งถือเป็นเรื่องดีที่ทำให้หลายฝ่ายเข้ามาสนับสนุนเพื่อให้อุตสาหกรรมไม้ของที่นี่พัฒนาอย่างยั่งยืน คุณชูชีพ แว่นฉิม คุณชูชีพ แว่นฉิม ประธานวิสาหกิจชุมชนผู้ค้าเฟอร์นิเจอร์หัวดง ตำบลดอนมูล กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เป็นพนักงานบริษัท และภรรยาที่เป็นคนเมืองแพร่ได้มาเปิดร้านขายเฟอร์นิเจอร์ไม้สักกว่า 10 ปีแล้ว จากนั้นตนก็ลาออกมาทำกันอย่างเต็มตัว โดยมีหน้าร้านชื่อร้านดอกฝ้าย ย่านหัวดง ตำบลดอนมูล และมีโรงงานผลิตเอง ลูกค้ามีทั้งพวกรีสอร์ต โรงแรม และคนทั่วไป ซึ่งที่ผ่านมาการทำธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ไม้สักขึ้นอยู่กับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ถ้ามีการก่อสร้างเยอะก็จะขายดีมีออร์เดอร์เยอะตามไปด้วย สินค้าที่ร้านมีตั้งแต่ชิ้นใหญ่อย่างตู้เสื้อผ้า เตียง โต๊ะเครื่องแป้ง หากขายเป็นเซตตกชุดละแสนกว่าบาท โดยมีบริการส่งทั่วประเทศ นอกนั้นก็เป็นข้าวของเครื่องใช้
Evergrow คือ แปลงปลูกผักออร์แกนิคในตู้คอนเทนเนอร์ โดยจำลองแสงแดดจากดวงอาทิตย์ในรูปแบบของหลอดไฟ LED ควบคุมอากาศและน้ำด้วยระบบคลาวด์ สั่งงานผ่านแอพลิเคชั่น ช่วยให้การปลูกผักขนาดเล็กเป็นเรื่องง่าย สามารถปลูกผักได้สูงสุดครั้งละ 50 ต้น โดยไม่ต้องดูแล รดน้ำ พรวนดิน ทุกอย่างทำงานอัตโนมัติ ข้อมูลจะถูกส่งไปปรากฏยังสมาร์ทโฟน คนที่ปลูกผักไม่เป็นก็สามารถปลูกได้ จำลองธรรมชาติ อยู่ในตู้ฯ ใช้ซอฟแวร์สั่งงาน คุณภุชงค์ วงษ์ทองดี หรือ “อาร์ม” เด็กหนุ่มวัย 26 ปี เจ้าของบริษัท Unixconจำกัด และเจ้าของนวัตกรรม EverGrow เครื่องปลูกผักในตู้คอนเทนเนอร์ โดยอาศัยโปรแกรมอัตโนมัติ ผักที่ปลูกได้เป็นผักออร์เเกนิค ประวัติคุณอาร์ม เจ้าตัวเล่าว่า ก่อนหน้านี้เป็นพนักงานบริษัทซอฟแวร์แห่งหนึ่งราว 10 ปี กระทั่งเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ลาออกมารวมตัวกับเพื่อนเปิดบริษัทเป็นของตัวเอง ซึ่งกลุ่มเพื่อนล้วนอยู่ในแวดวงคนทำเกษตร ฉะนั้นเลยมองเห็นโอกาสในธุรกิจเกษตรหลายอย่าง จึงศึกษาเรื่องตลาด การเพาะปลูก การซื้อ – ขาย และจากการศึกษาทำให้ยิ่งมองเห็นถึงโอกาสทางธุรกิจดังกล่าวมากขึ้น “ตอนเก็บข้อมูลได้เดินทางไปต่างประเทศ อาทิ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ก็พบ
