หลักสูตรเรียนฟรี
ถือเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์เมื่อ อาจารย์สุรชาติ เรือแก้ว ได้ทิ้งอาชีพข้าราชการครูและหันมาเอาดีทางการเลี้ยงสัตว์น้ำโดยเฉพาะปลา โดยท่านบอกว่าแม้จะไม่ได้ร่ำรวย แต่ได้ทุกสิ่งที่อยากได้และถือว่าไม่ยากจน อาจารย์และภรรยา ขณะให้อาหารปลา อาจารย์สุรชาติ เรือแก้ว ครูเก่าเล่าถึงประวัติให้ฟังว่า เป็นคนดอกคำใต้โดยกำเนิด ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 71 หมู่ที่ 1 ตำบลดอกคำใต้ อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา ตอนนี้อายุ 63 ปี จบการศึกษาจากวิทยาลัยครูเชียงราย วิชาเอกประถม เมื่อจบออกมาไปเป็นครูเอกชนที่โรงเรียนพินิตประสาธน์ที่ตัวเมืองพะเยาก่อน 3 ปี จึงบรรจุเข้ารับราชการเมื่อปี 2519 ที่โรงเรียนบ้านทุ่งกาชัย ตำบลบ้านปิน อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา ตำแหน่งหลังสุดคือผู้ช่วยผู้บริหารโรงเรียนบ้านดอกคำใต้ ก่อนจะขอเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด (เออรี่) เมื่อปี 2551 หรือเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ในช่วงที่รับราชการ ได้เลี้ยงหมูเป็นอาชีพเสริม และซื้อที่ดินจำนวน 6 ไร่ เอกสารสิทธิ์เป็นโฉนด เป็นที่นา ต่อมาทางสภาตำบลดอกคำใต้ทำถนนผ่านที่ ทำให้การคมนาคมเข้าฟาร์มมีความสะดวกสบาย จึงได้ขุดบ่อๆ ละ 2 งาน จำนวน 4 บ่อ เมื่อเกษียณอายุราชการก่อนกำหน
คนในวงการเลี้ยงไก่พื้นเมืองต่างรู้จัก อาจารย์ลิขิต สูจิฆระ กันดี อดีตท่านเป็นอาจารย์ทางด้านการเกษตร แต่พลิกชีวิตมาเป็นเกษตรกร ประกอบกับมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาไก่พื้นเมือง หรือไก่บ้านไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับโลก อาจารย์ลิขิต อยู่ในแวดวงการเลี้ยงไก่มายาวนาน เขาเริ่มต้นแนวคิด พัฒนาและปรับปรุงสายพันธุ์ไก่พื้นเมือง เมื่อปี 2522 ทั้งนี้เพราะเดิมการเลี้ยงไก่พื้นเมืองของเกษตรกรไทย เป็นการเลี้ยงแบบปล่อยตามธรรมชาติให้ไก่หากินอาหารเอง ปล่อยให้นอนตามใต้ถุนบ้าน หรือตามต้นไม้ ซึ่งการเลี้ยงแบบนี้ทำให้ดูแลรักษาคุณภาพของไก่พื้นบ้านทำได้ยาก ไก่โตช้าหรือใช้ระยะเวลาการเลี้ยงนานกว่าไก่ทางการค้ามาก อีกทั้งคุณภาพของเนื้อไก่ที่ได้จะเหนียวไม่เหมาะสมกับความต้องการของผู้บริโภค พูดง่ายๆ อาจารย์ลิขิต อยากปรับปรุง ให้ไก่บ้านพันธุ์ใหม่ ต้องอร่อย ไม่เหนียว ไม่ยุ่ย ไม่คาว ไม่มีกลิ่นสาบ ตัวไก่ต้องมีโครงร่างที่ดี ปริมาณเนื้อมาก ระยะเวลาการเลี้ยงไม่นานจนเกินไป แต่ยังต้องคงรูปร่างหน้าตาของไก่ให้เหมือนกับไก่บ้านไทย จากความมุ่งมั่น ทุ่มเท กลายเป็นความสำเร็จ โดยปี 2532 สายพันธุ์ไก่พื้นบ้านพันธุ์ใหม่ของประเทศได้ถือกำเนิดขึ้
“บ้านสิริ” คือ ร้านอาหารที่เหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่หลงรักในเสียงเพลง และการขยับร่างกายด้วยการ “ลีลาศ” เพราะ ณ ห้องอาหารแห่งนี้เมื่อก้าวเท้าเข้ามาแล้วจะเพลิดเพลินไปกับดนตรีร่วมสมัย เหมือนได้มาพบปะเพื่อนที่รู้ใจไปพร้อมๆ กับลิ้มรสชาติอาหารเมนูหลากหลายกว่า 150 ชนิด อิ่มอร่อยได้ทุกวัน มีบริการเช่าพื้นที่เพื่อจัดงานเลี้ยง งานแต่งงาน วันเกิด ปาร์ตี้ สังสรรค์ในครอบครัว ฯลฯ ในราคายุติธรรม จากบ้านพักผู้สูงวัย กลายเป็นสังคมของคนรักลีลาศ คุณจันทราวดี เคียงศิริ หรือ คุณติ๋ม หญิงสาววัย 64 ปี เจ้าของร้านอาหาร “บ้านสิริ” นับเป็นผู้หลงใหลกีฬาลีลาศ เธอเท้าความว่า ก่อนจะเปิดร้านอาหารแห่งนี้ ในอดีตราวปี 2531 บ้านสิริ เคยเป็นโครงการบ้านพักให้เช่าแก่ผู้สูงอายุบนพื้นที่ 15 ไร่ จำนวน 117 ยูนิต มีทั้งรูปแบบบ้าน ขนาด 36 ตารางเมตร และห้องพักขนาด 24-55 ตารางเมตร จนกระทั่งปี 2535 ปรับเปลี่ยนเป็นโรงแรมให้เช่ารายวันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย กลุ่มคนที่มาพักล้วนเป็นต่างชาติ อาทิ อังกฤษ อเมริกา เยอรมนี เกาหลี ญี่ปุ่น นอกจากแขกที่มาพักจะได้รับความสะดวกสบาย “บ้านสิริ” ยังมีจุดขายอีกอย่างคือ ร้านอาหารเพื่อสุขภา
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นกษัตริย์ที่เปี่ยมล้นไปด้วยพระเมตตา แม้แต่กับ “สุนัข” พระองค์ก็ทรงมีพระราชดำริให้ก่อตั้ง “ศูนย์รักษ์สุนัขหัวหิน” เมื่อปี 2546 มีพระราชประสงค์เพื่อช่วยเหลือดูแลรักษาและฟื้นฟูสุขภาพสุนัขจรจัด จากพระมหากรุณาธิคุณอันแผ่ไพศาลนั้น พสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่าต่างปลาบปลื้มใจ และส่งผลให้ “เกรียงไกร ธาตวากร” หรือ แอ๊ดดี้ ชายหนุ่มวัย 40 ปี เจ้าของร้านอาบน้ำ-ตัดแต่งขนสุนัข “OH! MyDog” ที่จังหวัดศรีสะเกษ รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ตอบแทนด้วยการเป็นจิตอาสาช่วยอาบน้ำ–ตัดขน พร้อมกับตัดเล็บให้ตลอดอายุขัยของสุนัขจรจัด ยอมเจ็บตัว โดนกัด โดนเห่า โดนไล่ แต่ไม่ละทิ้งความพยายาม และความตั้งใจที่จะมอบชีวิตใหม่ให้บรรดาตูบไร้สังกัด “ผมคิดว่าใครที่ช่วยเหลือหมาจรจัด ในหลวง ร.9 ต้องชอบแน่ พระองค์คงจะมีความสุข ซึ่งตัวผมเองถนัดเรื่องตัดขนหมา และมีจิตอาสาไม่ว่าจะไกลแค่ไหน ถ้าไปได้จะไป” โดยส่วนตัวคุณแอ๊ดดี้ชอบคุณทองแดงมาก สุนัขจรจัดที่ในหลวง ร.9 ทรงนำมาเลี้ยง ที่ร้านของเขาจะมีภาพถ่ายในหลวง ร.9 กับสุนัขทรงเลี้ยงตัวนี้ เขาบอกว่า ชอบดูรูปเวลาท่านอยู่กับสุนัข รู้สึกมีความสุขทุกคร
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 23 ต.ค. นายชาคริต เทียมแอ่น ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 9 บ้านระบำ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ประธานเครือข่ายป่าชุมชนตำบลระบำ กล่าวว่า ช่วงระหว่างเดือนต.ค.-พ.ย.นี้ เป็นช่วงฤดูเก็บเห็ดโคน ซึ่งมีชาวบ้านในอำเภอลานสักและนอกพื้นที่ อำเภอแม่เปิ่น อำเภอชุมตาบงจังหวัดนครสวรรค์ และอำเภอต่างๆ รวมถึงจังหวัดอื่นๆ ข้างเคียง จะเข้ามาเก็บเห็ดโคนเป็นประจำทุกปี ตามบริเวณแนวป่าชุมชนชายป่าห้วยขาแข้ง ตั้งแต่อำเภอลานสัก อำเภอห้วยคต และ อำเภอบ้านไร่ เป็นจำนวนมาก ซึ่งทางเครือข่ายป่าชุมชนจึงจัดการเกี่ยวกับการเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อไม่ให้เกิดปัญหากับชาวบ้านที่เข้าไปหาเห็ด โดยร่วมกับเจ้าหน้าเขตอนุรักษ์ห้วยขาแข้ง เจ้าหน้าที่ป่าไม้ โดยมีกฎกติกาและข้อปฏิบัติ เพื่อควบคุมและดูแลการเข้าออกตามจุดที่กำหนด และนำบัตรประชาชนมาแลกบัตรการเข้าไปหาประโยชน์ก่อนเข้าพื้นที่ป่าทุกครั้ง ซึ่งทางคณะกรรมการจะให้ชาวบ้านเข้าหาในเขตกันชนป่าได้เท่านั้น ห้ามไม่ให้ชาวบ้านเข้าไปในเขตอนุรักษ์ห้วยขาแข้งเป็นเด็ดขาด โดยจะมีเจ้าหน้าที่อนุรักษ์เดินลาดตระเวนตลอดแนวกันชน ที่มีรั่วลวดหนามกันไว้ ถ้พบผู้ฝ่าฝืนก็จะถูกดำเนินคดี
“ต่าย-นัฐฐพนธ์ ลียะวณิช” พระเอกฝีมือดีของช่อง 3 พัฒนาฝีมือทางด้านการแสดง พร้อมเก็บเกี่ยวประสบการณ์การทำงานในกองละคร จนกระทั่งผันตัวไปเป็นผู้จัดละคร ในนามบริษัท Mojito Entertainment ประเดิมละคร หน้ากากนางเอก, ยุทธการสลัดนอ และ นางแค้น ทางช่อง 1 Workpoint นอกจากจะมุ่งมั่นทุ่มเทให้กับการทำงานในวงการบันเทิงแล้ว ล่าสุดต่ายควักกระปุกร่วมหุ้นเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์ฟิวชั่นชื่อ Tanabe (ทานาเบะ) สาขาแรกในประเทศไทย ณ โครงการอมาติโอ ชิลล์ ปาร์ค นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จังหวัดชลบุรี ทานาเบะ ชื่อเมืองชายทะเล สำหรับชื่อร้านว่า ทานาเบะ นั่น เจ้าของร้านเล่าให้ฟังว่าเป็นชื่อเมืองชายทะเล ในจังหวัดวากะยามะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีทั้งทะเลและภูเขา ตรงตามที่ตั้งของร้านทานาเบะ ในจังหวัดชลบุรี จึงคิดว่าใช้ชื่อนี้น่าจะเหมาะสมที่สุด “ที่มาของชื่อร้าน คำว่า ‘ทานาเบะ’ มาจากชื่อเมืองชายทะเลในจังหวัดวากะยามะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีทั้งทะเล ภูเขา ตรงตามที่ตั้งของร้านทานาเบะ ในจังหวัดชลบุรี และเพื่อให้บรรยากาศเหมือนเข้ามาทานในร้านญี่ปุ่นจริงๆ ภายในร้านจะออกแบบและตกแต่งด้วยสไตล์เรียบง่าย โปร่งสบาย แต่เพิ่มความเป็นญี่ปุ่นโดยใ
กลับมาได้รับความนิยมเป็นระลอกสำหรับการแต่งกายด้วยผ้าไทย ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีเพราะนอกจากช่วยปลุกกระแสความเป็นไทยให้กับคนรุ่นใหม่ ยังทำให้มีแอกเซสซอรี่หลายอย่างที่ทำจากผ้าไทยพลอยได้รับความนิยมตามไปด้วย เฉกเช่น กระเป๋าหนังผ้าไทย แบรนด์ “Jai” (ใจ) ที่หยิบวัสดุผ้าไทยมาผสมผสานกับหนังสัตว์ สร้างสรรค์เป็นกระเป๋าสุดเก๋ แต่แฝงไปด้วยความเรียบหรู หวังเอาใจสาวๆ ทุกวัย จะหิ้วหรือสะพายก็โดดเด่นทุกลุกส์ทุกวัน มีเทคนิคเฉพาะตัว กระเป๋าใบเดียวในโลก คุณพรรษพร แรมส์บอททอม หรือ คุณอึ่ง วัย 43 ปี ดีกรีปริญญาโทบริหารธุรกิจ จากประเทศอังกฤษ เจ้าของกระเป๋าหนังผ้าไทย แบรนด์ “Jai” เธอเท้าความว่า ก่อนมาทำกระเป๋า อดีตเคยเป็นล่ามในองค์กรชั้นนำที่ประเทศอังกฤษ มีรายได้ชั่วโมงละ 25-30 ปอนด์ ทำงานนี้นาน 10 ปี เริ่มรู้สึกอิ่มตัว ประกอบกับโดยส่วนตัวชอบงานศิลปะประเภทกระเป๋า เลยไปลงเรียนออกแบบกระเป๋า เรียน 1 ปี หนที่สุดมาทำในสิ่งที่รัก นั่นคือ ธุรกิจกระเป๋าแฟชั่นภายใต้แบรนด์ตัวเอง “ดิฉันชอบงานศิลปะมาตั้งแต่เด็ก แต่ไม่มีโอกาสได้ทำเป็นเรื่องเป็นราว จนกระทั่งเมื่อ 4 ปีที่เล้วไปเรียนออกแบบกระเป๋าแฟชั่น กว่าจะออกมาเป็นรูปเป็นร
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตรังว่า ทุกเช้าของทุกๆ วัน บริเวณสี่แยกป่าหมาก ต.นาตาล่วง อ.เมืองตรัง บรรยากาศหอมตลบอบอวลของกลิ่นข้าวหลาม ที่ครอบครัวและเครือญาติพี่น้องของหนุ่มใหญ่เมืองตรัง ทำการหลามกันใหม่ๆ ทำให้ผู้คนที่ขับรถผ่านไปมาต้องแวะซื้อไปชิม ลิ้มลอง และเป็นของฝากกันอย่างไม่ขาดสาย ในวันปกติจะหลามประมาณวันละ 200 กระบอก แต่หากเป็นช่วงเทศกาลจะหลามเพิ่มเป็น 2-3 เท่าตัว และจะขายหมดทุกวัน นายเพียร เมืองไทย หรือโกเม่น อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 53/7 หมู่ 4 ต.นาตาล่วง อ.เมืองตรัง เจ้าของข้าวหลาม OTOP โกเม่นเจ้าเก่า สี่แยกป่าหมาก ได้เล่าว่า ก่อนหน้านี้ได้ประกอบอาชีพกรีดยางพารา ต่อมายางพาราราคาตกต่ำ จึงหันมาประกอบอาชีพทำข้าวหลามขาย ซึ่งตอนแรกก็ไม่มั่นใจมากนักว่าจะประคับประคองอาชีพนี้ได้นานแค่ไหน ตนเองและครอบครัวได้ยึดอาชีพทำข้าวหลามมาเรื่อยๆ และเห็นว่าอาชีพขายข้าวหลามอยู่ได้ สามารถสร้างรายได้ดีกว่าทำสวนยางพารา จึงทำเรื่อยมาเป็นเวลา 10 กว่าปีแล้ว วัตถุดิบต่างๆ เช่น ไม้ไผ่ จะใช้ไม้ไผ่สีสุก ไผ่หวาน ซึ่งต้องเดินทางไปซื้อที่ จ.พัทลุงและสงขลา เนื่องจาก จ.ตรังมีไม้ไผ่ไม่เพียงพอ การสั่งซื้อไม้ไผ่ในแต่
ผมก็เป็นคนใต้ เพราะอยู่กรุงเทพฯ ใต้นนทบุรีไง 5555 วันนี้อยากเป็นคนใต้ ผมชอบกินอาหารใต้มาก ชอบที่สุดคือ แกงหอยแครงใบชะพลูราดข้าวสวยร้อนๆ มีหมูหวานแนม ไม่ก็ไข่ดาวเค็ม ตามด้วยผักเหนาะแบบของใต้เยอะๆ หรอยจังฮู้… ที่นึกถึงอาหารใต้ขึ้นมา ก็ด้วยมีนักเรียนเมืองกรุงมาเรียนทำอาหารใต้เอาไปขายในเมืองกรุงนี่แหละ ที่โรงเรียนแม่บ้านทันสมัยเลยได้กินอาหารใต้กันสนุกสนาน แต่ไม่มีใครแหลงใต้กันเป็นสักกะคน อาหารใต้จัดเป็นอาหารเพื่อสุขภาพชั้นดี เนื่องจากมีผักให้กินทุกมื้อ และเป็นผักที่มีรสชาติ รสเคี้ยวสัมผัสที่แตกต่างกันไป ให้อรรถรสในการเคี้ยวแต่ละคำ เพิ่มความสนุกในการกินจริงๆ ผักใต้มีเยอะมาก เป็นดินแดนที่มีฝนตกชุก พืชพันธุ์เลยงาม ผักแต่ละอย่างมีสรรพคุณที่ไม่เหมือนกัน เช่น ยอดมะม่วงหิมพานต์มีรสฝาด กินแล้วบำรุงท้อง แก้ท้องเสีย พวกผักมีรสเปรี้ยวอย่างยอดมะกอก แก้ไอ ขับเสมหะได้ดี ผักรสร้อน เช่น ยอดหมุย (ที่บ้านผมปลูกไว้หลายต้น กลิ่นยอดเหม็นๆ ดี อันนี้ช่วยขับลม แก้ท้องอืด ผักรสขมหน่อยๆ อย่างใบบัวบก แก้ไข้ แก้อักเสบ ส่วนผักที่มีรสจืดแบบภาคกลาง แตงกวา ถั่วฝักยาว กินแล้วเพิ่มเยื่อใยอาหาร ระบายท้องดี ลดกรด ลดความเผ็ด
ใครจะคิดว่าพ่อค้าแม่ค้าธรรมดาๆ ขายหมูปิ้ง ส้มตำ จะมาสู่การเป็นนักธุรกิจร้านข้าวสวยแกงชุดที่ยอดขายติดอันดับ 1 ในเทสโก้ โลตัส ฟู้ดคอร์ต 70-80 สาขา จะเกิดขึ้นกับ คุณสุวัฒน์ แสงบำรุง และ คุณทองเพชร เดชพละ สองสามีภรรยาที่ชีวิตพลิกเปลี่ยนอย่างไม่คาดคิด หลังเป็นคู่ค้ากับเทสโก้ โลตัส “ผมไม่เคยคิดว่าจะเติบโตมาได้ถึงวันนี้ เรา 2 คนคิดเพียงว่า การทำธุรกิจต้องตั้งใจทำทุกอย่างให้ดีที่สุด เมื่อเทสโก้ โลตัส ไว้วางใจ เราก็ต้องทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด ทีมงานเทสโก้ โลตัส ให้กำลังใจเรามากๆ แม้จะเห็นว่าเป็นสองคนตายายก็พยายามให้คำปรึกษา แนะแนวทางการทำงาน นำเสนอให้ทำในรูปแบบนิติบุคคล แจ้งเรื่องความต้องการของตลาด การให้ความสำคัญกับคุณภาพของอาหาร ระบบการจัดการ ที่มีเทสโก้ โลตัส เป็นแม่แบบ เวลาคิดอะไรไม่ออกก็ปรึกษาทีมงาน พูดกับเขาตรงๆ เขาก็ดีมาก ให้คำปรึกษาเราตลอด” ตั้งแต่ได้รับโอกาสจากเทสโก้ โลตัส ให้เป็นคู่ค้าทางธุรกิจร่วมกัน ดูเหมือนชีวิตของสองสามีภรรยาจะก้าวสู่การเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปีจนถึงปัจจุบัน เป็นการเติบโตที่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการรายเล็กๆ ที่มีความมุ่งมั่นและคิดพัฒนาธุรกิจอยู่ตลอดเวลา โดยมีพี่เลี้ย
